ในโลกที่ความจงรักภักดีมักถูกทดสอบด้วยอำนาจและผลประโยชน์ มีผู้หนึ่งที่เลือกจะซื่อสัตย์ต่อคำสัตย์ของตนยิ่งกว่าชีวิต
มีเรื่องเล่าขานจากนิทานกริมม์เรื่องหนึ่ง… ว่าด้วยชายผู้ยอมเสียทุกสิ่งเพื่อรักษาคำมั่นที่ให้ไว้กับกษัตริย์ แม้โชคชะตาจะผลักเขาให้เผชิญการทรยศ ความตาย และการเสียสละอันยิ่งใหญ่ กับนิทานกริมม์เรื่องจอห์นผู้ซื่อสัตย์

เนื้อเรื่องนิทานกริมม์เรื่องจอห์นผู้ซื่อสัตย์
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ อาณาจักรหนึ่ง มีกษัตริย์ผู้สูงอายุ ทรงป่วยหนักและรู้สึกว่าเวลาใกล้จะหมดแล้ว ด้วยความกังวลเพียงเรื่องเดียวคือเจ้าชายวัยเยาว์ ลูกชายที่ยังเด็กและไม่พร้อมที่จะปกครองอาณาจักรด้วยตัวเอง
กษัตริย์เรียกจอห์นผู้ซื่อสัตย์ ข้างเตียง จอห์นเป็นผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ที่สุดของพระองค์ และได้รับความไว้วางใจตลอดชีวิต
“จอห์นผู้ซื่อสัตย์ ข้าต้องจากโลกนี้ไป แต่ข้าห่วงเจ้าชายของข้าเพียงคนเดียว เจ้าต้องสัญญาว่าจะดูแลเขาให้ดี สอนทุกอย่างที่เขาควรรู้ และเป็นบิดาให้เขาในเวลาที่ข้าไม่อยู่” กษัตริย์ตรัส
จอห์นคุกเข่าลงและยืนยันเสียงหนักแน่นว่า “ข้าจะไม่ทอดทิ้งพระองค์ และจะซื่อสัตย์ต่อเจ้าชายตราบเท่าชีวิตข้าจะยอมเสียเพื่อเขา”
ด้วยความมั่นใจ กษัตริย์จึงปลงพระชนม์ชีพด้วยความสบายใจ ก่อนสิ้นใจ พระองค์สั่งอีกครั้ง “หลังข้าไปแล้ว เจ้าจอห์นจงพาเจ้าชายชมปราสาททุกห้อง ทุกห้องสมบัติ แต่ห้ามเปิดประตูห้องสุดท้าย ที่มีภาพเจ้าหญิงแห่ง ‘เรือนทอง’ หากเขาเห็น เขาจะตกหลุมรักนางอย่างที่สุดและตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวง เจ้าต้องปกป้องเขาให้ได้”
จอห์นก้มศีรษะ รับคำสัญญาอย่างหนักแน่น และกษัตริย์ก็สิ้นใจไป
หลังงานศพ เมื่อความโศกเศร้าเริ่มคลี่คลาย จอห์นเริ่มพาเจ้าชายชมปราสาทตามสัญญา ทุกห้อง ทุกโถงเต็มไปด้วยสมบัติและทองคำอันวิจิตร แต่ประตูห้องสุดท้ายที่มีภาพเจ้าหญิงนั้น จอห์นไม่เคยเปิด
เจ้าชายเริ่มสังเกตว่า จอห์นมักเดินผ่านประตูหนึ่งโดยไม่เคยเปิดเขาเลย ความอยากรู้อยากเห็นจึงพุ่งพล่าน “ทำไมเจ้าจอห์นไม่เปิดประตูนี้ให้ข้าดู?” เจ้าชายถามด้วยความสงสัย
จอห์นตอบอย่างระมัดระวัง “มีบางสิ่งภายในที่อาจนำภัยใหญ่หลวงมาสู่ท่าน ข้าไม่อาจปล่อยให้ท่านเห็นได้”
แต่เจ้าชายยืนยัน “ข้าเห็นทุกห้องแล้ว ข้าต้องรู้ว่าข้างในมีอะไร หากข้าไม่เปิดด้วยตนเอง ข้าจะไม่มีความสงบใจ”
จอห์นเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดประตูด้วยหัวใจหนักอึ้ง แต่คิดว่าอาจปกปิดภาพไม่ให้เจ้าชายเห็นด้วยการยืนบังไว้
ไม่เป็นผล! เจ้าชายยืดตัวมองภาพเจ้าหญิงแห่งเรือนทอง ซึ่งงดงามและเปล่งประกายราวกับมีชีวิต จนเจ้าชายเป็นลมลงไป
จอห์นรีบอุ้มเจ้าชายกลับไปยังเตียง ปลอบใจด้วยไวน์และคำพูดอ่อนโยน จนเจ้าชายฟื้นขึ้นมา “ภาพงดงามเหลือเกิน นี่คือใคร?” เจ้าชายถามตื่นเต้น
“ข้าต้องเจอนางให้ได้!”
เจ้าชายก้าวเข้ามาใกล้จอห์น ดวงตาแน่วแน่และเสียงสั่นด้วยความปรารถนา “จอห์น! ข้าหลงรักเจ้าหญิงองค์นี้ ไม่เพียงเพราะความงามของนาง แต่เพื่อทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับนาง เจ้าต้องพาข้าไปพบ ใช้วิธีใดก็ได้ ทุกทางต้องทำให้ข้าสมหวัง!”
จอห์นถอนหายใจลึก เขารู้ดีว่าคำสั่งนี้เป็นการท้าทายคำสาปและอันตรายที่จะเกิดขึ้นต่อเจ้าชาย แต่ความสัตย์ซื่อที่มีต่อพระองค์บังคับให้เขาต้องทำ “ข้า… เข้าใจแล้ว พระองค์ข้า แม้ข้าจะรู้ว่ามีอันตรายรออยู่ทุกฝีก้าว แต่ข้าจะปกป้องพระองค์ด้วยชีวิตของข้าเอง และพาไปพบเจ้าหญิงให้ได้”
เจ้าชายพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น “ดี! ข้าไว้ใจเจ้า จอห์น ทุกสิ่งต้องเกิดขึ้นตามที่ข้าต้องการ ไม่มีใครขวางเราได้”
จอห์นกัดฟัน ก้าวออกไปพร้อมเจ้าชายในใจรู้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่ความสัตย์ซื่อและหน้าที่ของเขาไม่อาจละทิ้งได้
จอห์นตอบว่า “นั่นคือเจ้าหญิงแห่งเรือนทอง แต่ท่านต้องรอบคอบ การพาเจ้าหญิงมาใกล้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ข้าจะหาวิธีให้เจ้าใกล้เธอโดยปลอดภัย”
จอห์นจึงคิดแผนใช้ทองคำและสมบัติต่าง ๆ เพื่อดึงดูดเจ้าหญิงให้มาที่เรือโดยไม่เกิดอันตรายต่อเจ้าชาย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการผจญภัยและความซื่อสัตย์อันยิ่งใหญ่ของจอห์น

จอห์นคิดแผนอย่างรอบคอบ เขาตระหนักว่าการได้พบเจ้าหญิงโดยตรงนั้นยากลำบาก ดังนั้นเขาจึงใช้ทองคำของอาณาจักร สร้างเป็นสิ่งของมากมายโต๊ะ เก้าอี้ จาน ชาม และแม้กระทั่งรูปสัตว์ป่าและนกประหลาด
เมื่อสมบัติทุกชิ้นพร้อม จอห์นปลอมตัวเป็นพ่อค้า ส่วนเจ้าชายก็แต่งกายคล้ายพ่อค้าเช่นกัน ทั้งสองจึงออกเดินทางด้วยเรือข้ามทะเลไปยังเมืองที่เจ้าหญิงประจำอยู่
เมื่อถึงฝั่ง จอห์นถือทองคำเต็มเอี๊ยม เดินตรงไปยังพระราชวัง พอดีสาวใช้เจ้าหญิง กำลังตักน้ำอยู่ที่บ่อน้ำ “นี่อะไรกัน มันสวยอะไรเช่นนี้!” เธอร้องตื่นเต้นเมื่อเห็นทองคำ
จอห์นตอบอย่างถ่อมตัว “ข้าคือพ่อค้าผู้มีสมบัติมากมาย แต่ของเหล่านี้ยังไม่เทียบทองของเจ้านายข้าบนเรือ”
ความอยากรู้ของสาวใช้ทำให้เธอพาเจ้าหญิงไปดูสมบัติบนเรือเอง และเจ้าหญิงก็ตื่นตาตื่นใจกับทองคำทุกชิ้น มากจนไม่ได้สังเกตว่าเรือกำลังแล่นออกทะเล
เจ้าชายเห็นเธอเป็นครั้งแรกในชีวิต และรู้สึกตกหลุมรักจนแทบจะลืมหายใจ แต่เขายังคงปลอมตัวเป็นพ่อค้า จอห์นคอยเฝ้าดูอยู่เบื้องหลัง
ในขณะแล่นเรือ จอห์นสังเกตอีกา 3 ตัว บินเข้ามาใกล้เรือ พวกมันพูดกันด้วยเสียงมนุษย์ ซึ่งจอห์นเข้าใจได้
อีกาแรกพูดว่า “เจ้าชายกำลังพาเจ้าหญิงสู่ฝั่ง แต่ยังไม่ปลอดภัย หากขี่ม้าเชสนัทออกจากฝั่ง เจ้าชายจะตกอยู่ในอันตราย”
อีกาอื่น ๆ ตอบเสริม “แม้ฆ่าม้า เจ้าชายก็ยังไม่ปลอดภัย หากสวมชุดแต่งงาน เจ้าชายจะไหม้จากชุดนั้น หากเจ้าหญิงไม่ได้รับการช่วยเหลือทันเวลา เธอก็จะตาย”
จอห์นเข้าใจทุกคำทำนาย แต่ต้องเก็บความลับ หากบอกเจ้าชายโดยตรง เขาจะต้องเสียชีวิต เขาตัดสินใจทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเจ้าชายและเจ้าหญิง แม้ต้องสละชีวิตตนเอง
เมื่อถึงฝั่ง ม้าสวยพุ่งเข้าหาเจ้าชาย จอห์นรีบขึ้นไปยิงม้าตัวนั้นทันเวลา เจ้าชายโกรธเล็กน้อย แต่จอห์นเตือนว่า “นี่เพื่อความปลอดภัยของท่าน”
ต่อมา จอห์นเห็นชุดแต่งงานวางอยู่ เขารีบสวมถุงมือแล้วเผาทิ้ง ก่อนเจ้าชายจะแตะต้องมัน ขณะที่พิธีแต่งงานดำเนินไป เจ้าหญิงเป็นลม จอห์นรีบใช้คาถาโบราณที่เขารู้จักช่วยให้เธอฟื้นทันที
เจ้าชายไม่รู้เหตุผลทั้งหมด จึงสั่งให้จอห์นขึ้นคอหอยทันที แต่จอห์นยืนยันว่าเขาต้องเสียสละเพื่อปกป้องเจ้าชาย
หลังจากนั้น จอห์นถูกสั่งประหาร แต่ก่อนถูกแขวน เขาขอพูดครั้งสุดท้าย เล่าเรื่องการฟังคำทำนายของกาและทุกเหตุการณ์ที่ทำเพื่อช่วยเจ้าชาย
เจ้าชายตกใจร้องไห้ “จอห์นผู้ซื่อสัตย์ ข้าไม่เคยทราบว่าท่านซื่อสัตย์และเสียสละถึงเพียงนี้! กรุณาอย่าให้ท่านตาย!”
แต่จอห์นสิ้นใจและกลายเป็นหิน
เวลาผ่านไป เจ้าชายและราชินีมีลูกฝาแฝด พอเจ้าชายคิดถึงความซื่อสัตย์ของจอห์น หินนั้นพูดขึ้นว่า “ท่านสามารถชุบชีวิตข้าได้ หากใช้สิ่งที่ท่านรักที่สุด”
เจ้าชายตระหนักว่าต้องเสียสละเลือดของลูกฝาแฝดเพื่อคืนชีวิตจอห์น ด้วยความรักและศรัทธา เขาจึงทำตาม หลังจากนั้นจอห์นฟื้นขึ้นมา และลูกฝาแฝดก็ปลอดภัยและกลับมาเป็นปกติ
กษัตริย์ เจ้าหญิง และจอห์นอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข จวบจนสิ้นชีวิต

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความซื่อสัตย์อันแท้จริงคือคุณธรรมสูงสุด ที่ต้องอาศัยความกล้าหาญและการเสียสละ แม้ต้องถูกเข้าใจผิดหรือสูญเสียทุกสิ่งก็ตาม เพราะความสัตย์ที่บริสุทธิ์จะได้รับการตอบแทนในที่สุด
เรื่องของจอห์นผู้ซื่อสัตย์สะท้อนว่า ความดีไม่ได้อยู่ที่การทำตามคำสั่งหรือแสวงหารางวัล แต่อยู่ที่การยึดมั่นในหน้าที่และหัวใจที่ไม่เปลี่ยน แม้โลกทั้งใบจะไม่เข้าใจ
อ่านต่อ: นิทานกริมม์อ่านง่ายอ่านสนุกได้ทุกวัยให้ข้อคิดดี ๆ
ที่มาของนิทานเรื่องนี้
นิทานกริมม์เรื่องจอห์นผู้ซื่อสัตย์ (อังกฤษ: Trusty John, Faithful John) นิทานเรื่องนี้เป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นลำดับที่ 006 ของนิทานกริมม์ (KHM 006) ซึ่งถูกรวบรวมโดยพี่น้องกริมม์ ชาวเยอรมันในศตวรรษที่ 19 เพื่อบันทึกเรื่องเล่าพื้นบ้านและตำนานที่สะท้อนค่านิยม ความเชื่อ และศีลธรรมของผู้คนในยุคนั้น
เรื่องราวของ “จอห์นผู้ซื่อสัตย์” เป็นหนึ่งในนิทานที่พูดถึงคุณธรรมอันสูงสุดของความสัตย์ซื่อ ผ่านตัวละครผู้ภักดีต่อคำสัญญา แม้ต้องเผชิญการเข้าใจผิด การสูญเสีย และความตาย เขายังคงยึดมั่นในคำมั่นที่ให้ไว้กับกษัตริย์และเจ้าชาย โดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ
โดยสรุปแล้ว นิทานเรื่องนี้ไม่เพียงเป็นนิทานผจญภัยเหนือธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังสะท้อนแก่นของศีลธรรมในยุโรปยุคเก่า ว่าความดีและความซื่อสัตย์จะไม่มีวันสูญหาย แม้อาจถูกบดบังด้วยเงาแห่งความไม่เข้าใจในชั่วขณะหนึ่ง แต่สุดท้าย ความสัตย์นั้นย่อมเป็นแสงที่ชุบชีวิตทุกสิ่งให้กลับมางดงามดังเดิมครับ
คติธรรม: “ความซื่อสัตย์คือแสงสว่างที่ไม่ดับ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม เพราะผู้ที่ยืนหยัดในคำสัตย์ย่อมได้รับการยกย่องเหนือกว่าผู้ที่มีอำนาจหรือทรัพย์สิน ความสัตย์คือเกียรติสูงสุดที่มนุษย์พึงรักษาไว้ตราบจนสิ้นลมหายใจ“

