นิทานพื้นบ้านเดนมาร์กเรื่องเจ้าชายหงส์ป่า

ปกนิทานพื้นบ้านเดนมาร์กเรื่องเจ้าชายหงส์ป่า

สายลมพัดผ่านป่าลึก ดวงอาทิตย์ทอแสงสุดท้ายก่อนลับขอบฟ้า เงาของต้นไม้ทอดยาวลงบนพื้นดินราวกับม่านแห่งความลึกลับที่โอบล้อมทุกสรรพสิ่ง ใต้ท้องฟ้ากว้างใหญ่ นกหงส์ฝูงหนึ่งบินร่อนเหนือยอดไม้ ขนสีขาวของพวกมันสะท้อนประกายทองของดวงอาทิตย์ ก่อนจะหายลับไปในเงามืดแห่งราตรี

มีเรื่องเล่าขานถึงนิทานพื้นบ้านสากลจากเดนมาร์ก ในอาณาจักรหนึ่ง มีเจ้าหญิงผู้เปี่ยมเมตตาและพี่ชายทั้งสิบเอ็ดที่รักใคร่กลมเกลียวกัน แต่แล้ววันหนึ่ง เคราะห์กรรมได้พัดพาพวกเขาให้พลัดพราก ค่ำคืนที่เงียบงันนำมาซึ่งเวทมนตร์อันโหดร้าย และเมื่อรุ่งเช้ามาถึง ทุกสิ่งก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป… กับนิทานพื้นบ้านเดนมาร์กเรื่องเจ้าชายหงส์ป่า

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านเดนมาร์กเรื่องเจ้าชายหงส์ป่า

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านเดนมาร์กเรื่องเจ้าชายหงส์ป่า

ณ อาณาจักรอันรุ่งเรือง พระราชามีพระโอรสสิบเอ็ดพระองค์ และพระธิดาผู้งดงามนามว่าเอลิซ่า พวกเขาเติบโตขึ้นมาในความรักของพระบิดา พระโอรสทั้งสิบเอ็ดชาญฉลาดและกล้าหาญ ส่วนเอลิซ่าอ่อนโยนและจิตใจงาม พี่น้องทั้งสิบสองรักใคร่กลมเกลียว ไม่มีสิ่งใดดูเหมือนจะพรากพวกเขาออกจากกันได้

แต่เมื่อพระราชาอภิเษกใหม่ ทุกสิ่งก็เปลี่ยนไป

พระราชินีองค์ใหม่หาใช่สตรีผู้เปี่ยมเมตตา นางเป็นหญิงใจร้ายที่เกลียดชังพระโอรสและพระธิดาในสายเลือดของพระสวามี พระนางไม่ต้องการให้พวกเขาขวางทาง นางจึงเริ่มวางแผนชั่วร้าย

ไม่นานหลังจากที่นางขึ้นครองตำแหน่ง พระราชินีใช้วาจาหว่านล้อมให้พระราชาส่งเอลิซ่าไปอยู่กับชาวนาในชนบท ด้วยข้ออ้างว่านางควรได้รับการอบรมในที่เงียบสงบ พระราชาผู้ไม่สงสัยใดๆ จึงยอมทำตาม

เอลิซ่าถูกพรากจากวังโดยไม่เข้าใจเหตุผล แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเคราะห์กรรม

คืนหนึ่ง พระราชินีร่ายเวทมนตร์สาปเจ้าชายทั้งสิบเอ็ดให้กลายเป็นหงส์ป่า จากนั้นนางขับไล่พวกเขาออกจากอาณาจักร

“จงโบยบินออกไป และไม่มีวันกลับมาอีก!” นางหัวเราะเยาะ ขณะที่ร่างของพวกเขาคลุมไปด้วยขนสีขาว หงส์ทั้งสิบเอ็ดบินขึ้นสู่ฟ้า ถูกขับไล่จากบ้านเกิดของตนเอง

เช้าวันรุ่งขึ้นไม่มีเจ้าชายเหลืออยู่ในวังอีกต่อไป ผู้คนพากันซุบซิบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พระราชินีแสร้งทำเป็นเศร้าโศก และไม่มีใครกล้าถามหาพระโอรสอีกเลย

เวลาผ่านไป เอลิซ่าเติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวที่งดงาม แต่ชีวิตในชนบทไม่ได้ลบเลือนความทรงจำเกี่ยวกับพี่ชายของนาง นางเฝ้าฝันถึงพวกเขา และปรารถนาจะได้กลับบ้าน

เมื่อเอลิซ่าถึงวัยสิบหกปี พระราชาทรงระลึกถึงธิดาของพระองค์ และมีรับสั่งให้นางกลับคืนสู่วัง พระราชินีไม่อาจขัดขวาง แต่ก่อนที่เอลิซ่าจะได้เข้าเฝ้าพระราชา นางใช้เวทมนตร์ชั่วร้ายแอบใส่ยาพิษลงในน้ำอาบของเอลิซ่า

ทันทีที่นางจุ่มตัวลงในน้ำความงามของนางจางหายไป ผิวพรรณหมองคล้ำ ผมสีทองกลายเป็นกระดำกระด่าง แม้แต่พระราชาเองก็แทบจำบุตรสาวไม่ได้ และเอลิซ่าก็ถูกขับไล่ออกจากวัง ไร้บ้าน ไร้ครอบครัว ไร้จุดหมาย

เอลิซ่าออกเดินทางเพียงลำพัง นางเดินผ่านป่าลึก ผ่านทุ่งกว้าง และข้ามแม่น้ำที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ท่ามกลางความเงียบสงัดของธรรมชาติ นางครุ่นคิดถึงพี่ชายของนาง “พวกเขาอยู่ที่ไหน? พวกเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่?”

คืนหนึ่ง ขณะที่เอลิซ่านอนอยู่ใต้ต้นไม้ นางฝันเห็นพระเจ้าและเหล่านางฟ้า พวกเขากระซิบกับนางว่า “หากเจ้าเดินต่อไปจนถึงแม่น้ำใหญ่ และลอยตัวไปตามกระแสน้ำ เจ้าจะได้พบพี่ชายของเจ้า”

เอลิซ่าตื่นขึ้นด้วยความมุ่งมั่น นางทำตามเสียงเรียกในความฝัน เดินทางไปจนถึงแม่น้ำใหญ่ นางมองลงไปในสายน้ำที่ไหลเชี่ยว

“หากนี่คือเส้นทางที่จะพาข้าไปหาพี่ชาย ข้าจะไม่ลังเล” นางกระโดดลงไปในกระแสน้ำที่เย็นเยียบ และปล่อยให้มันพานางไปยังจุดหมายปลายทางที่ไม่รู้จัก

หลายวันผ่านไปเอลิซ่าลอยมาถึงดินแดนอันห่างไกล ที่นั่น นางพบว่าร่างของนางกลับคืนสู่ความงามดุจเดิมน้ำบริสุทธิ์ได้ชำระล้างมนตร์ดำของพระราชินี

ขณะที่นางกำลังพักเหนื่อยริมฝั่งน้ำ เงาของปีกสีขาวสะท้อนบนผืนน้ำ นางเงยหน้าขึ้น และพบกับฝูงหงส์สิบเอ็ดตัวบินอยู่เหนือศีรษะ

หัวใจของเอลิซ่าเต้นแรง “พวกเขาจะใช่พี่ชายของข้าหรือไม่?”

นางมองดูหงส์ร่อนลงสู่พื้นดิน เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ร่างของพวกเขาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนกลับเป็นชายหนุ่มพี่ชายของนาง!

เอลิซ่ากรีดร้องด้วยความดีใจ นางโผเข้ากอดพวกเขาทั้งน้ำตา พี่ชายของนางเองก็ไม่อยากเชื่อสายตา พวกเขาคิดว่านางตายไปแล้ว แต่บัดนี้ นางยืนอยู่ตรงหน้า

“เอลิซ่า! เจ้ายังมีชีวิตอยู่!” เจ้าชายองค์โตกล่าวพลางโอบกอดน้องสาวของเขาแน่น

พวกเขาเล่าให้เอลิซ่าฟังถึงคำสาปของพระราชินี ในเวลากลางวัน พวกเขาจะกลายเป็นหงส์ และในเวลากลางคืน พวกเขาจะกลับเป็นมนุษย์ พวกเขาต้องหลบซ่อนจากผู้คน เพราะไม่มีใครสามารถช่วยพวกเขาได้

เอลิซ่ามองพี่ชายทั้งสิบเอ็ดด้วยหัวใจที่หนักอึ้งนางสาบานกับตนเองว่านางจะทำทุกวิถีทางเพื่อถอนคำสาปนี้

ทว่านางไม่รู้เลยว่าเส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอันตราย ความทุกข์ทรมาน และบททดสอบที่อาจพรากชีวิตของนางไป

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านเดนมาร์กเรื่องเจ้าชายหงส์ป่า 2

หลังจากพบพี่ชายทั้งสิบเอ็ด เอลิซ่าตั้งมั่นว่านางต้องถอนคำสาปนี้ให้ได้ แต่จะทำอย่างไร? คืนนั้น นางฝันเห็นนางฟ้าองค์หนึ่ง นางฟ้ากระซิบคำแนะนำอย่างแผ่วเบา

“หากเจ้าต้องการช่วยพี่ชาย เจ้าต้องถักทอเสื้อจากต้นตำแยป่า และต้องเงียบสนิท ไม่พูดแม้แต่คำเดียวจนกว่าทุกสิ่งจะเสร็จสิ้น หากเจ้าพูด คำสาปจะอยู่ตลอดไป และพี่ชายของเจ้าจะไม่มีวันกลับคืนสู่ร่างมนุษย์”

เมื่อเอลิซ่าตื่นขึ้นนางไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย นางรีบเข้าไปในป่าถอนต้นตำแยด้วยมือเปล่า แม้ลำต้นของมันจะมีหนามคมตำมือจนปวดแสบปวดร้อน แต่นางกัดฟันทนไม่เปล่งเสียงแม้แต่คำเดียว

พี่ชายของนางมองดูด้วยความเป็นห่วง แต่เอลิซ่าไม่อาจอธิบายอะไรได้ นางได้แต่ทอเสื้อต่อไป ราวกับว่าชีวิตของนางขึ้นอยู่กับมัน

แต่แล้วเคราะห์กรรมก็มาเยือน

วันหนึ่ง ขณะที่เอลิซ่ากำลังเก็บต้นตำแยอยู่ในป่า เหล่าทหารของพระราชาเดินผ่านมา พวกเขาเห็นหญิงสาวแต่งกายมอซอ กำลังเก็บพืชมีหนามในป่าด้วยมือเปล่า นางไม่พูด ไม่ปริปากแม้แต่น้อย

“แม่มดแน่ๆ!” ทหารคนหนึ่งกระซิบ

“ใช่ ดูสิ นางกำลังทำพิธีอะไรบางอย่าง!”

เหล่าทหารพาตัวเอลิซ่ากลับไปยังพระราชวังของกษัตริย์ พวกเขาเชื่อว่านางเป็นแม่มดที่กำลังร่ายเวทมนตร์ และหากไม่มีคำอธิบายใด ๆ นางจะต้องถูกลงโทษ

พระราชาแห่งอาณาจักรนั้นเป็นชายหนุ่มผู้มีเมตตา เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นเอลิซ่า พระองค์รู้สึกหลงใหลในความงามและความสงบเสงี่ยมของนาง พระองค์ตรัสถาม

“เจ้าเป็นใคร? เหตุใดจึงอยู่ในป่าและทำสิ่งประหลาดเช่นนั้น?”

เอลิซ่าก้มศีรษะ นางไม่อาจพูดได้ ไม่อาจอธิบายอะไรได้ นางได้แต่เงียบงัน ทอดสายตาลงต่ำ

ความเงียบของนางทำให้ทุกคนยิ่งมั่นใจว่านางเป็นแม่มด

“ถ้านางไม่ใช่แม่มด เหตุใดนางจึงไม่พูดอะไรเลย?” เสียงซุบซิบดังไปทั่วโถงวัง

แต่พระราชากลับไม่เชื่อเช่นนั้น พระองค์ตกหลุมรักเอลิซ่า และตัดสินใจพานางกลับไปยังวังของพระองค์เอง

แม้จะถูกพาตัวมายังพระราชวัง เอลิซ่าก็ยังคงตั้งมั่นนางตื่นแต่เช้า และทอเสื้อจากต้นตำแยต่อไปทุกวัน แม้มือของนางจะเต็มไปด้วยแผลพุพอง แต่ดวงตาของนางยังคงเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น

แต่ไม่นานนักความเงียบของนางก็ทำให้เหล่าขุนนางและชาวเมืองสงสัยมากขึ้น

“นางเป็นแม่มดจริงๆ!” ชาวเมืองคนหนึ่งกล่าว

“นางกำลังใช้มนตร์ดำเพื่อควบคุมพระราชา!” ชาวเมืองอีกคนกล่าว

สุดท้ายเอลิซ่าถูกตัดสินให้ถูกเผาทั้งเป็น

ค่ำคืนก่อนวันประหารนางเร่งเย็บเสื้อตัวสุดท้าย มือของนางสั่นสะท้าน แต่หัวใจยังคงมุ่งมั่น หากนางเย็บเสื้อตัวนี้เสร็จก่อนรุ่งสาง นางอาจช่วยพี่ชายของนางได้

เมื่อรุ่งอรุณมาถึง เอลิซ่าถูกนำตัวไปยังลานประหาร นางถูกมัดไว้บนกองฟืน ท่ามกลางฝูงชนที่ตะโกนด่าทอ

แต่แล้วเสียงปีกกระพือก็ดังก้องจากท้องฟ้า หงส์สิบเอ็ดตัวบินโฉบลงมาอย่างงดงาม พวกเขาคือพี่ชายของเอลิซ่า!

นางรีบโยนเสื้อที่ถักเสร็จไปคลุมตัวพวกเขาทันใดนั้น ร่างของพวกเขาก็กลับเป็นมนุษย์อีกครั้ง! คำสาปถูกทำลายแล้ว!

ทว่าเสื้อตัวสุดท้ายยังไม่สมบูรณ์ แขนข้างหนึ่งยังไม่เสร็จ เจ้าชายองค์สุดท้องจึงยังคงมีปีกหงส์ข้างหนึ่งติดอยู่ แต่นั่นไม่สำคัญอีกต่อไปพี่น้องทั้งสิบสองได้กลับมาอยู่ร่วมกันแล้ว!

เอลิซ่าทรุดลงกับพื้น น้ำตาไหลพรากไม่ใช่เพราะความเจ็บปวด แต่มันคือน้ำตาแห่งความสุข

เมื่อความจริงถูกเปิดเผย พระราชาทรงโอบกอดเอลิซ่าด้วยความยินดี พระองค์ตรัสขอให้นางเป็นราชินีเคียงข้างพระองค์แต่เอลิซ่าขอเพียงสิ่งเดียวการได้กลับบ้านกับพี่ชายของนาง

พระราชาไม่ได้ขัดขวาง พระองค์ส่งนางและพี่ชายกลับสู่อาณาจักรเดิม ข่าวการปลดปล่อยเจ้าชายทั้งสิบเอ็ดกระจายไปทั่วแผ่นดิน

เมื่อพวกเขากลับมาถึง พระราชาผู้เป็นบิดาทรงสำนึกผิดที่เคยปล่อยให้พระราชินีชั่วร้ายเข้ามาแทรกแซง พระองค์สั่งเผานางทั้งเป็นข้อหาเป็นแม่มด

ในที่สุดพี่น้องทั้งสิบสองก็ได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง เอลิซ่าเป็นที่รักของประชาชน ส่วนพี่ชายทั้งสิบเอ็ดได้รับเกียรติในฐานะราชวงศ์แห่งอาณาจักร

และแม้ว่าเจ้าชายองค์สุดท้องจะยังคงมีปีกหงส์ติดตัวอยู่ แต่นั่นไม่สำคัญอีกแล้ว เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุด คือพวกเขาได้กลับมาเป็นครอบครัวอีกครั้ง

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านเดนมาร์กเรื่องเจ้าชายหงส์ป่า 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความรักและความเสียสละสามารถเอาชนะอุปสรรคทุกอย่าง เอลิซ่าต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมาน ถูกเข้าใจผิดและเกือบเสียชีวิต แต่เพราะรักพี่ชาย นางจึงยอมอดทนโดยไม่ปริปากแม้แต่คำเดียว

ความอดทนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เอลิซ่าไม่ได้ใช้เวทมนตร์หรือต่อสู้ด้วยอาวุธ นางใช้เพียงความมุ่งมั่นและหัวใจที่แน่วแน่ จนสามารถทำลายคำสาปได้

ความจริงและความบริสุทธิ์ใจจะปรากฏในที่สุด แม้เอลิซ่าจะถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด แต่นางไม่เคยพยายามแก้ตัวด้วยคำพูด นางเลือกพิสูจน์ตัวเองด้วยการกระทำ และสุดท้าย ความจริงก็ได้รับการเปิดเผย

บางครั้ง การช่วยเหลือผู้อื่นอาจต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวด แต่ผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นงดงามเสมอ

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานพื้นบ้านเดนมาร์กเรื่องเจ้าชายหงส์ป่า (อังกฤษ: The Wild Swans) เป็นนิทานที่เขียนโดยฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน เป็นนักเขียนชาวเดนมาร์ก ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1838 และกลายเป็นหนึ่งในนิทานที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของเขา เรื่องราวนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากนิทานพื้นบ้านยุโรปหลายเรื่อง เช่น “The Six Swans” ของพี่น้องกริมม์และ “The Twelve Wild Ducks” จากนอร์เวย์ ซึ่งมีโครงเรื่องเกี่ยวกับพี่ชายที่ถูกสาปเป็นนก และน้องสาวต้องทำภารกิจอันยากลำบากเพื่อช่วยพวกเขากลับคืนสู่ร่างมนุษย์

แอนเดอร์เซนดัดแปลงเรื่องราวให้อบอุ่น ลึกซึ้ง และสะท้อนถึงความเสียสละ ความอดทน และพลังแห่งความรักในครอบครัว เอลิซ่า นางเอกของเรื่อง ไม่ใช่เจ้าหญิงผู้รอคอยความช่วยเหลือ แต่เป็นหญิงสาวที่ต้องต่อสู้ด้วยตัวเอง นางถูกพรากจากครอบครัว ถูกเข้าใจผิด และต้องทนทุกข์กับการทำเสื้อจากต้นตำแย ซึ่งเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่นางไม่เคยยอมแพ้ เพราะรู้ว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไม่ใช่ความสะดวกสบาย แต่คือการได้อยู่กับคนที่รัก

นิทานเรื่องนี้เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของชีวิต หงส์แทนความบริสุทธิ์และอิสรภาพ ต้นตำแยแทนความทุกข์ที่ต้องอดทน และความเงียบของเอลิซ่าแทนพลังของความอดทนที่ยิ่งใหญ่ แม้นางจะไม่สามารถพูดหรืออธิบายตัวเองได้ แต่นางเลือกพิสูจน์ความจริงผ่านการกระทำ ซึ่งเป็นบทเรียนที่ลึกซึ้งและทรงพลัง

นิทานพื้นบ้านเดนมาร์กเรื่องเจ้าชายหงส์ป่าได้รับการดัดแปลงเป็นหนังสือเด็ก ละครเวที แอนิเมชัน และบัลเลต์มากมาย เพราะเป็นเรื่องราวที่สื่อถึงพลังของความรัก ความกล้าหาญ และความจริงที่ไม่มีวันถูกกลบซ่อนได้ตลอดกาล นิทานเรื่องนี้ยังคงถูกเล่าขานมาจนถึงปัจจุบัน เพราะเป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด แสงสว่างจะกลับคืนมาเสมอ หากหัวใจของเรายังคงยึดมั่นในความดี

“ความรักแท้และความอดทน ย่อมเอาชนะคำสาปและอุปสรรคทั้งปวง”