ปกนิทานกริมม์เรื่องเจ้าสาวตัวขาวกับเจ้าสาวตัวดำ

นิทานกริมม์เรื่องเจ้าสาวตัวขาวกับเจ้าสาวตัวดำ

ในโลกที่รูปลักษณ์ภายนอกอาจสะท้อนถึงความมืดบอดหรือความบริสุทธิ์ภายในจิตใจ การทดสอบจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์มักมาในร่างของผู้ยากไร้เสมอ

มีนิทานกริมม์เรื่องหนึ่งเล่าถึงความต่างสุดขั้วของพี่น้องที่ได้รับพรและการสาปแช่ง ท่ามกลางแผนริษยาและการสวมรอยเป็นเจ้าสาวที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมและการเปิดโปงความจริงสุดระทึก กับนิทานกริมม์เรื่องเจ้าสาวตัวขาวกับเจ้าสาวตัวดำ

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องเจ้าสาวตัวขาวกับเจ้าสาวตัวดำ

เนื้อเรื่องนิทานกริมม์เรื่องเจ้าสาวตัวขาวกับเจ้าสาวตัวดำ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีหญิงผู้หนึ่งกำลังเดินอยู่บนทุ่งกว้างพร้อมกับลูกสาวของนางและลูกเลี้ยงเพื่อตัดหญ้า ทันใดนั้นพระผู้เป็นเจ้าในร่างชายยากจนได้เดินตรงเข้ามาหาพวกนางและถามว่า “ทางที่จะเข้าไปในหมู่บ้านไปทางไหนหรือ?”

หญิงผู้เป็นแม่ตอบอย่างไร้เยื่อใยว่า “ถ้าอยากรู้นัก ก็หาเอาเองสิ” ส่วนลูกสาวแท้ ๆ ของนางก็เสริมขึ้นมาว่า “ถ้ากลัวหาไม่เจอ ก็หาคนนำทางไปกับแกด้วยสิ” ทว่าลูกเลี้ยงกลับพูดด้วยความเมตตาว่า “คุณลุงที่น่าสงสาร เดี๋ยวฉันจะพาไปเองค่ะ ตามฉันมาเถอะ”

เมื่อได้ยินดังนั้น พระผู้เป็นเจ้าจึงทรงพิโรธแม่และลูกสาวใจร้าย พระองค์ทรงหันหลังให้พวกนางและสาปให้พวกนางมีผิวพรรณดำมืดมิดราวกับกลางคืนและน่าเกลียดน่ากลัวราวกับบาป

แต่สำหรับลูกเลี้ยงผู้จิตใจดี พระองค์ทรงมีพระเมตตาและร่วมเดินทางไปกับนาง เมื่อใกล้ถึงหมู่บ้าน พระองค์ทรงประทานพรให้นางและตรัสว่า “จงเลือกพรสามประการเถิด แล้วเราจะดลบันดาลให้เจ้า”

หญิงสาวจึงตอบว่า “ข้อแรก ฉันปรารถนาจะมีความงดงามและผิวพรรณผุดผ่องดั่งดวงตะวัน” ทันใดนั้นนางก็กลายเป็นคนตัวขาวนวลสวยงามราวกับแสงวัน

“ข้อสอง ฉันปรารถนาจะมีถุงเงินที่ไม่มีวันว่างเปล่า” พระองค์ก็ทรงประทานให้ตามนั้น แต่ทรงเตือนนางว่า “อย่าลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดเสียเล่า”

นางจึงทูลขอพรข้อสุดท้ายว่า “สำหรับพรข้อที่สาม หลังจากที่ฉันตายไปแล้ว ฉันปรารถนาจะได้เข้าไปพำนักอยู่ในอาณาจักรนิรันดร์บนสรวงสวรรค์” พระองค์ทรงประทานพรนั้นให้เช่นกันก่อนจะจากนางไป

เมื่อแม่เลี้ยงเดินทางกลับมาถึงบ้านพร้อมลูกสาว และพบว่าพวกนางทั้งคู่ดำมืดเป็นตอตะโกและน่าเกลียดน่าชัง ในขณะที่ลูกเลี้ยงกลับตัวขาวนวลและงดงามยิ่งนัก ความริษยาและจิตใจอันชั่วร้ายก็ยิ่งทวีคูณ พวกนางไม่คิดเรื่องอื่นใดนอกจากวิธีที่จะทำร้ายและกลั่นแกล้งลูกเลี้ยงผู้นี้

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องเจ้าสาวตัวขาวกับเจ้าสาวตัวดำ 2

ลูกเลี้ยงสาวมีพี่ชายอยู่หนึ่งคนชื่อเรจิเนอร์ ซึ่งนางรักเขามากและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง

วันหนึ่งเรจิเนอร์บอกกับนางว่า “น้องรัก พี่จะขอวาดรูปของเจ้าเก็บไว้ เพื่อที่พี่จะได้เห็นเจ้าอยู่ตรงหน้าเสมอ เพราะความรักที่พี่มีต่อเจ้านั้นมากมายเหลือเกินจนพี่อยากจะมองดูเจ้าตลอดเวลา”

นางตอบตกลงแต่ขอร้องว่า “แต่พี่จ๋า อย่าให้ใครได้เห็นรูปนี้เป็นอันขาดนะ”

เรจิเนอร์วาดรูปน้องสาวและแขวนไว้ในห้องพักของเขาในพระราชวัง เนื่องจากเขาทำงานเป็นคนขับรถม้าของพระราชา ทุก ๆ วันเขาจะไปยืนอยู่หน้าภาพนั้นและขอบคุณพระเจ้าที่มีน้องสาวที่น่ารักเช่นนี้

ต่อมาพระราชาที่เขารับใช้เพิ่งจะสูญเสียมเหสีผู้สิริโฉมไป และพระองค์ทรงตกอยู่ในความเศร้าโศกอย่างหนักเพราะไม่มีใครสวยเทียมนางได้

เหล่ามหาดเล็กในวังพากันสังเกตเห็นว่าคนขับรถม้าแอบไปยืนดูภาพวาดหญิงงามทุกวัน ด้วยความอิจฉา พวกเขาจึงนำความไปแจ้งพระราชา พระองค์สั่งให้นำภาพนั้นมาดู และเมื่อทอดพระเนตรเห็นว่าหญิงในรูปเหมือนมเหสีที่ล่วงลับไปแล้วของท่านทุกประการ แถมยังงดงามยิ่งกว่า พระองค์ก็ตกหลุมรักทันที

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องเจ้าสาวตัวขาวกับเจ้าสาวตัวดำ 3

พระราชาเรียกตัวเรจิเนอร์มาถามว่าหญิงในรูปคือใคร เมื่อรู้ว่าเป็นน้องสาว พระองค์จึงตัดสินใจจะแต่งงานกับนางเท่านั้น ทรงมอบรถม้า ม้าศึก และชุดผ้าทอทองคำอันหรูหราให้เรจิเนอร์เพื่อไปรับตัวเจ้าสาวมา

เมื่อเรจิเนอร์เดินทางไปถึง น้องสาวของเขาก็ดีใจมาก แต่ลูกสาวตัวดำและแม่เลี้ยงกลับริษยาในโชคชะตาที่ดีของนาง ลูกสาวตัวดำตัดพ้อแม่ว่า “วิชาอาคมของแม่จะมีประโยชน์อะไร ถ้าแม่หาโชคแบบนี้ให้ฉันไม่ได้?” แม่เลี้ยงจึงปลอบว่า “เงียบเถอะ เดี๋ยวแม่จะแย่งชิงมันมาให้เจ้าเอง”

แม่เลี้ยงเฒ่า นางจึงใช้ด้วยมนต์ดำทำให้ดวงตาของเรจิเนอร์พร่ามัวจนกึ่งบอด และทำให้หูของลูกเลี้ยงสาวอื้ออึงจนกึ่งหนวก เมื่อพวกนางขึ้นรถม้า โดยมีเจ้าสาวในชุดกษัตริย์นั่งก่อน ตามด้วยแม่เลี้ยงและลูกสาวตัวดำ

เรจิเนอร์ที่นั่งอยู่ข้างหน้าก็เริ่มขับรถม้าและตะโกนบอกน้องสาวว่า “ห่มผ้าให้ดีนะน้องรัก อย่าให้เปียกฝน อย่าให้ลมพัดฝุ่นใส่เจ้า เพื่อเจ้าจะได้สวยงามเมื่ออยู่ต่อหน้าพระราชา”

เจ้าสาวถามว่า “พี่ชายที่รักของฉันพูดว่าอะไรนะจ๊ะ?” แม่เลี้ยงใจร้ายกลับหลอกว่า “อ๋อ เขาบอกว่าเจ้าควรจะถอดชุดทองคำออกเสีย แล้วยกมันให้พี่สาวของเจ้าใส่” นางจึงยอมถอดชุดออกและให้ลูกสาวตัวดำใส่แทน ส่วนนางยอมใส่ชุดสีเทาเก่า ๆ ขาด ๆ พวกเขาขับรถม้าต่อไป และหลังจากนั้นไม่นาน เรจิเนอร์ก็ตะโกนประโยคเดิมอีกครั้ง

เจ้าสาวถามอีกครั้งว่า “พี่ชายฉันพูดว่าอะไรนะจ๊ะ?” แม่มดเฒ่าก็หลอกซ้ำอีกว่า “อ๋อ เขาบอกว่าเจ้าควรจะถอดหมวกทองคำออก แล้วยกให้พี่สาวของเจ้าเสีย” นางจึงยอมถอดหมวกทองคำให้พี่สาวตัวดำใส่ และนั่งเปิดศีรษะเปล่า ๆ เดินทางต่อไป…

รถม้ายังคงเดินทางต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงจุดหนึ่ง เรจิเนอร์ผู้เป็นพี่ชายก็ได้ตะโกนบอกน้องสาวเป็นครั้งที่สามด้วยประโยคเดิมว่า “ห่มผ้าให้ดีนะน้องรัก อย่าให้เปียกฝน อย่าให้ลมพัดฝุ่นใส่เจ้า เพื่อเจ้าจะได้สวยงามเมื่ออยู่ต่อหน้าพระราชา”

เจ้าสาวตัวขาวผู้หูอื้ออึงถามขึ้นอีกครั้งว่า “พี่ชายที่รักของฉันพูดว่าอะไรนะจ๊ะ?” แม่เลี้ยงใจร้ายสบโอกาสที่รถม้ากำลังข้ามสะพานเหนือน้ำลึกพอดี จึงหลอกนางว่า “อ๋อ เขาบอกว่าให้เจ้าชะโงกหน้าออกไปมองข้างนอกรถม้าน่ะ”

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องเจ้าสาวตัวขาวกับเจ้าสาวตัวดำ 4

ทันทีที่เจ้าสาวตัวขาวลุกขึ้นและชะโงกหน้าออกไปนอกรถม้า ทั้งแม่เลี้ยงและลูกสาวตัวดำก็ประสานมือกันผลักนางตกลงไปในแม่น้ำลึกทันที! ในวินาทีที่นางจมหายไปในผิวน้ำที่เรียบนิ่งราวกับกระจก กลับมี “เป็ดสีขาวราวกับหิมะ” ตัวหนึ่งผุดขึ้นมาจากน้ำและว่ายตามกระแสน้ำไป

เรจิเนอร์ซึ่งดวงตาพร่ามัวมองไม่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย เขาขับรถม้าต่อไปจนถึงพระราชวัง เขาได้นำตัวลูกสาวตัวดำไปมอบให้พระราชาในฐานะน้องสาวของเขา และเขาก็เชื่อสนิทใจว่าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ เพราะสายตาที่มัวทำให้เขามองเห็นเพียงแสงระยิบระยับจากชุดทองคำที่นางสวมอยู่เท่านั้น

ทว่าเมื่อพระราชาทอดพระเนตรเห็นความอัปลักษณ์อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ของเจ้าสาวที่อยู่ตรงหน้า พระองค์ทรงกริ้วจัดและสั่งให้จับเรจิเนอร์ไปขังไว้ในหลุมลึกที่เต็มไปด้วยงูพิษและงูเก็งกองทันที!

อย่างไรก็ตาม แม่มดเฒ่าผู้นี้เก่งกาจในการประจบสอพลอและใช้มนต์ดำลวงตาพระราชา จนพระองค์เริ่มรู้สึกว่าลูกสาวตัวดำพอจะทนดูได้ และในที่สุดพระองค์ก็ยอมเข้าพิธีวิวาห์กับนาง

เย็นวันหนึ่ง ขณะที่เจ้าสาวตัวดำกำลังนั่งอยู่บนตักของพระราชา มีเป็ดสีขาวตัวหนึ่งว่ายน้ำผ่านท่อน้ำเข้ามาในห้องครัว และเอ่ยปากถามเด็กรับใช้ในครัวว่า “เจ้าหนู ช่วยจุดไฟหน่อยสิ ข้าอยากจะทำให้ขนของข้าอุ่นขึ้นหน่อย” เด็กชายทำตามสั่ง

เป็ดขาวจึงไปนั่งข้างเตาผิง สะบัดตัวและใช้ปากไซ้ขนให้เข้าที่ แล้วถามต่อว่า “เรจิเนอร์พี่ชายของข้ากำลังทำอะไรอยู่?”

เด็กชายตอบว่า “เขาถูกขังอยู่ในหลุมที่เต็มไปด้วยงูพิษ”

เป็ดขาวถามอีกว่า “แล้วแม่มดตัวดำกำลังทำอะไรอยู่ในบ้านหลังนี้?”

เด็กชายตอบว่า “นางกำลังได้รับความรักจากพระราชาและมีความสุขดี”

เป็ดขาวอุทานด้วยความเศร้าว่า “ขอพระเจ้าเมตตาเขาด้วย” แล้วนางก็ว่ายน้ำหนีไปทางท่อน้ำทิ้ง

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องเจ้าสาวตัวขาวกับเจ้าสาวตัวดำ 5

คืนต่อมานางก็มาอีกและถามคำถามเดิม และคืนที่สามนางก็มาอีกครั้ง จนเด็กรับใช้ทนไม่ไหวจึงนำความไปกราบทูลพระราชา พระราชาปรารถนาจะเห็นด้วยตาตนเอง คืนต่อมาพระองค์จึงแอบไปซุ่มดู เมื่อเป็ดขาวโผล่หัวเข้ามาทางท่อน้ำทิ้ง พระราชาจึงใช้ดาบฟันไปที่คอนางทันที!

ในพริบตานั้น เป็ดขาวก็กลับร่างกลายเป็นหญิงสาวผู้เลอโฉมที่สุด ตรงตามภาพวาดที่พี่ชายของนางเคยทำไว้ทุกประการ พระราชาเปี่ยมล้นด้วยความโฮ ทรงสั่งให้นำเสื้อผ้าอันงดงามมาให้นางสวมใส่

นางเล่าเรื่องราวทั้งหมดว่าถูกทรยศด้วยความคดโกงและคำลวงจนถูกผลักตกน้ำอย่างไร สิ่งแรกที่นางขอร้องพระราชาคือ “ขอได้โปรดช่วยพี่ชายของฉันออกมาจากหลุมงูด้วยเถิด”

เมื่อพระราชาทำตามคำขอแล้ว พระองค์จึงเสด็จไปที่ห้องของแม่เลี้ยงเฒ่าและถามนางว่า “ผู้หญิงที่ทำเรื่องชั่วช้าแบบนั้นแบบนี้ (ทรงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด) ควรจะได้รับโทษอย่างไร?” แม่เลี้ยงเฒ่าถูกความหลงผิดบังตาจนไม่รู้ตัว นางจึงตอบไปว่า นางควรจะถูกจับแก้ผ้า และใส่ลงในถังที่ตอกตะปูไว้ด้านใน จากนั้นก็ใช้ม้าลากถังนั้นไปทั่วโลก!”

พระราชาจึงสั่งให้ลงโทษแม่เลี้ยงเฒ่าและลูกสาวตัวดำตามคำพูดของนางเองทุกประการ หลังจากนั้นพระราชาก็ได้แต่งงานกับเจ้าสาวตัวขาวผู้แสนงงดงาม และตอบแทนเรจิเนอร์พี่ชายผู้ซื่อสัตย์ด้วยความมั่งคั่งและยศถาบรรดาศักดิ์ กลายเป็นผู้มีอำนาจในแผ่นดินสืบไป

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องเจ้าสาวตัวขาวกับเจ้าสาวตัวดำ 6

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความงดงามที่แท้จริงและพรจากสวรรค์ย่อมสถิตอยู่กับผู้ที่มีจิตใจเมตตาและรู้จักแบ่งปัน ดังเช่นลูกเลี้ยงที่ได้รับพรวิเศษจากการมีน้ำใจต่อผู้ยากไร้ ในขณะที่ความริษยาและการพยายามชิงดีชิงเด่นด้วยเล่ห์กลกลโกงนั้น แม้จะสร้างภาพลวงตาให้ประสบความสำเร็จได้ในระยะสั้น แต่สุดท้ายความจริงย่อมปรากฏออกมาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่าเวรกรรมนั้นมีจริงและยุติธรรมเสมอ เพราะผู้ที่วางแผนประทุษร้ายผู้อื่นมักจะลงเอยด้วยการรับโทษทัณฑ์จากปากและคำตัดสินของตนเอง เหมือนดั่งที่แม่มดเฒ่าและลูกสาวต้องเผชิญในตอนท้ายเรื่อง

อ่านต่อ: คอลเลกชันนิทานกริมม์อ่านสนุกเพลิดเพลินได้ข้อคิดดี ๆ ที่นี่ taleZZZ.com

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานกริมม์เรื่องเจ้าสาวตัวขาวกับเจ้าสาวตัวดำ (อังกฤษ: The White Bride and the Black One) นิทานเรื่องนี้เป็นผลงานลำดับที่ 135 KHM จากการรวบรวมของพี่น้องตระกูลกริมม์ โดยมีที่มาจากคำบอกเล่าในพื้นที่ฮัสเซิน (Hessen) ประเทศเยอรมนี ซึ่งถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในฉบับปี ค.ศ. 1815 และมีการปรับปรุงรายละเอียดเนื้อหาให้สมบูรณ์ขึ้นในฉบับต่อ ๆ มาจนเป็นเวอร์ชันที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน

ในเชิงคติชนวิทยา นิทานเรื่องนี้จัดอยู่ในประเภท “เจ้าสาวที่ถูกสวมรอย” (The Substituted Bride) ซึ่งเป็นโครงเรื่องที่พบเห็นได้บ่อยในวัฒนธรรมยุโรปตะวันออกและแถบสแกนดิเนเวีย โดยมักใช้ตัวละครเป็ดขาวเป็นสัญลักษณ์ของการกลับชาติมาเกิดหรือการคงอยู่ของจิตวิญญาณผู้บริสุทธิ์ที่ถูกทำร้ายจากอำนาจมืดและเวทมนตร์

แก่นเรื่องสะท้อนความเชื่อดั้งเดิมเกี่ยวกับพลังของการอวยพรและการสาปแช่งที่ผูกโยงกับจริยธรรมส่วนบุคคล โดยเปรียบเทียบระหว่างความสว่าง (ตัวขาว) กับความมืดบาป (ตัวดำ) เพื่อสื่อถึงผลลัพธ์ของการกระทำที่แตกต่างกันระหว่างผู้ที่มีความเมตตาต่อผู้ยากไร้กับผู้ที่ละเลยต่อหลักมนุษยธรรม

คติธรรม: “ความงามที่แท้จริงเกิดจากเนื้อในของจิตใจ เพราะเล่ห์กลลวงตาอาจตบตาคนได้ชั่วคราว แต่ไม่อาจปิดบังความจริงที่ผุดผ่องได้ตลอดไป”