ในโลกนี้ บางคนเกิดมาพร้อมทรัพย์สมบัติ บางคนเกิดมาอย่างยากไร้ แต่สิ่งที่แท้จริงกำหนดคุณค่าของคน ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขามีติดตัวมา หากแต่เป็นสิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง
ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง มีเรื่องเล่าขานนิทานพื้นบ้านสากลจากไนจีเรีย ว่ามีผู้เป็นบิดาที่แม้จะไม่มีทองคำ ไม่มีที่ดินกว้างใหญ่ แต่เขากลับมีบางสิ่งที่มีค่ากว่าทรัพย์สมบัติใด ๆ บางสิ่งที่จะเปลี่ยนอนาคตของครอบครัวไปตลอดกาล… กับนิทานพื้นบ้านไนจีเรียเรื่องเต่ากับลูกสาวแสนน่ารัก

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านไนจีเรียเรื่องเต่ากับลูกสาวแสนน่ารัก
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง มี เต่าผู้เป็นพ่อเลี้ยงลูกสาวตามลำพัง เขาไม่ได้มีบ้านหลังใหญ่ ไม่มีที่ดินกว้างขวาง หรือทรัพย์สมบัติใด ๆ มีเพียงกระท่อมเก่า ๆ และชีวิตที่ต้องดิ้นรนหาเลี้ยงตนเอง
แต่ถึงแม้เขาจะเป็นเพียงสัตว์ตัวเล็กและเชื่องช้า เขาก็มีสิ่งหนึ่งที่ล้ำค่ากว่าสมบัติใด ๆ ปัญญา
เต่าเชื่อว่าความงดงามที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่คือจิตใจและสติปัญญา ดังนั้น เขาจึงตั้งใจเลี้ยงดูลูกสาวของเขาให้เติบโตขึ้นอย่างมีคุณค่า
ทุกเช้า ลูกสาวของเต่าจะตื่นขึ้นมากวาดลานบ้าน จัดเรียงของ และช่วยผู้คนในหมู่บ้าน นางไม่เคยบ่น ไม่เคยอิดออด แม้จะเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน แต่นางไม่เคยดูถูกตัวเอง
“พ่อจ๋า ทำไมเราถึงไม่ร่ำรวยเหมือนครอบครัวอื่น?” นางเคยถามเต่าขณะที่พวกเขากำลังแบ่งข้าวมื้อสุดท้ายของวัน
เต่าหัวเราะเบา ๆ ก่อนตอบว่า “ความร่ำรวยมีหลายแบบ บางคนร่ำรวยด้วยทองคำ แต่เราจะร่ำรวยด้วยปัญญา จงเป็นคนที่มีคุณค่า แล้ววันหนึ่งเจ้าจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเอง”
ลูกสาวของเต่าเติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวที่งดงามทั้งภายนอกและภายใน นางมีใบหน้าที่อ่อนหวานและแววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตา ทุกคนในหมู่บ้านต่างชื่นชมในความอ่อนโยนและสติปัญญาของนาง
และไม่นานนัก ชื่อเสียงของนางก็แพร่กระจายไปไกล จนกระทั่งไปถึงพระราชวัง
ที่พระราชวัง เจ้าชายแห่งอาณาจักรอิกโบยังไม่ได้อภิเษกสมรส พระองค์ทรงได้รับคำแนะนำให้เลือกหญิงที่มีฐานะสูงส่ง แต่เจ้าชายยังไม่พบผู้ใดที่คู่ควร
จนกระทั่งวันหนึ่ง เจ้าชายได้ยินเรื่องของลูกสาวเต่า “หญิงสาวผู้นี้ งดงามทั้งกายและใจ นางต้องเป็นเจ้าสาวของข้า!”
ดังนั้น เจ้าชายจึงเดินทางมายังหมู่บ้านของเต่า พร้อมด้วยขบวนราชองครักษ์เพื่อขอหญิงสาวแต่งงาน
เมื่อเต่าพบกับเจ้าชาย เขามิได้แสดงความดีใจหรืออ่อนน้อมอย่างที่คาด เขาเพียงแย้มยิ้มเล็กน้อยก่อนกล่าวว่า
“ลูกสาวของข้ามีค่ามากกว่าทองคำ นางคู่ควรกับบุรุษที่คู่ควร มิใช่เพียงผู้ที่มีอำนาจหรือทรัพย์สมบัติ เจ้าจะต้องพิสูจน์ตนเองก่อนที่ข้าจะยอมให้เจ้าพานางไป”
เจ้าชายขมวดคิ้ว “ข้ามีทุกสิ่ง ทั้งบัลลังก์ ความมั่งคั่ง และอำนาจ เจ้าไม่คิดว่าข้าคู่ควรหรือ?”
เต่าหัวเราะเบา ๆ “ทรัพย์สมบัติไม่ใช่ทุกอย่าง หากเจ้าต้องการลูกสาวของข้า เจ้าต้องทำให้ ‘นางเลือกเจ้าเอง'”
เจ้าชายตกตะลึงกับคำพูดของเต่า เขาไม่สามารถบังคับหญิงสาวให้แต่งงานกับเขาได้ หากต้องการได้หัวใจของนาง เขาจะต้องทำให้นางยอมรับในตัวเขาเอง

เจ้าชายเคยคิดว่าบรรดาศักดิ์และทรัพย์สมบัติของพระองค์สามารถทำให้หญิงใดก็ได้ยอมแต่งงานกับพระองค์ แต่เมื่อพบกับลูกสาวของเต่า พระองค์รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นไม่อาจชนะใจนางได้
ดังนั้น แทนที่จะโอ้อวดฐานะของตน เจ้าชายตัดสินใจใช้เวลาเรียนรู้และเข้าใจตัวตนของหญิงสาว
วันแรก เจ้าชายเดินทางไปหานางที่กระท่อมของเต่า และนั่งสนทนากับนาง
“เจ้าชอบสิ่งใด?” เจ้าชายถาม
“ข้าชอบเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ชอบการแบ่งปัน และชอบฟังเรื่องราวของผู้เฒ่า” หญิงสาวตอบพร้อมรอยยิ้ม
เจ้าชายเริ่มเข้าใจว่า นางไม่ได้ให้ค่ากับสิ่งของ แต่ให้ค่ากับสิ่งที่อยู่ในหัวใจของผู้คน
วันหนึ่ง ฝนตกหนัก ถนนเต็มไปด้วยโคลน เด็กน้อยคนหนึ่งล้มลงกลางทาง ขุนนางหลายคนเดินผ่านไปโดยไม่สนใจ แต่เจ้าชายกลับเข้าไปช่วยเด็กน้อยขึ้นมา ปัดโคลนออกจากเสื้อผ้า และพาเขาไปหาที่พัก
หญิงสาวเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด นางรู้ว่าเจ้าชายไม่ได้ทำเพื่อให้ใครชื่นชม แต่เพราะพระองค์มีจิตใจที่เมตตาโดยแท้จริง
อีกวันหนึ่ง หญิงสาวพาเจ้าชายไปเยี่ยมชาวบ้านที่ยากจน ขณะนั้น มีหญิงชรากำลังขนฟืน เจ้าชายเห็นแล้วรีบเข้าไปช่วยโดยไม่ลังเล
“เจ้าชายไม่ควรทำเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ” ข้าราชบริพารพึมพำ แต่เจ้าชายเพียงตอบว่า “ทุกคนล้วนเป็นมนุษย์เหมือนกัน ไม่มีงานใดที่ต่ำต้อยเกินไปหากเป็นการช่วยเหลือผู้อื่น”
หญิงสาวมองพระองค์ด้วยความประทับใจ เจ้าชายไม่ได้เพียงแต่พูดถึงความดีงาม แต่พระองค์ลงมือทำจริง
วันหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังนั่งใต้ร่มไม้ หญิงสาวเล่าเรื่องปรัมปราที่ผู้เฒ่าในหมู่บ้านเคยเล่าให้ฟัง
“เจ้าชายเคยได้ยินตำนานของกระต่ายกับสิงโตหรือไม่?” นางถาม
“ข้ายังไม่เคย ได้โปรดเล่าให้ข้าฟังเถิด” เจ้าชายตอบด้วยความสนใจ
หญิงสาวเล่าถึงกระต่ายตัวเล็กที่ใช้ปัญญาหลอกสิงโตเจ้าเล่ห์ แทนที่จะฟังผ่าน ๆ เจ้าชายกลับถามคำถามและวิเคราะห์เรื่องราวอย่างลึกซึ้ง
“เรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า แม้แต่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็พ่ายแพ้ให้กับผู้ที่ใช้สติปัญญา เจ้าคิดเช่นนั้นหรือไม่?” เจ้าชายถาม
หญิงสาวยิ้ม พระองค์ไม่ได้เพียงแค่ฟัง แต่ยังใคร่ครวญและเข้าใจ พระองค์ให้คุณค่ากับสติปัญญา ไม่ใช่เพียงกำลังหรือฐานะ
เวลาผ่านไป หญิงสาวเห็นว่าเจ้าชายมิใช่เพียงชายผู้สูงศักดิ์ แต่เป็นผู้ที่มีจิตใจอ่อนโยน อ่อนน้อม และเต็มไปด้วยปัญญา
วันหนึ่ง นางเดินไปหาบิดาของนางเต่าผู้ชาญฉลาด และกล่าวว่า “พ่อจ๋า ข้าเลือกเขา ไม่ใช่เพราะเขาเป็นเจ้าชาย แต่เพราะเขามีจิตใจที่คู่ควรกับข้า”
เต่ายิ้มอย่างภูมิใจ เขาไม่ได้ร่ำรวยเพราะโชคชะตา แต่เพราะเขาเลี้ยงดูลูกสาวให้มีคุณค่าที่แท้จริง
สุดท้ายหญิงสาวแต่งงานกับเจ้าชาย และนำพาความมั่งคั่งและเกียรติยศมาสู่ครอบครัวของเต่า ไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่เพราะการเลี้ยงดูที่ดี ทำให้ลูกของเขากลายเป็นหญิงที่คู่ควรกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… “ความงดงามที่แท้จริง มิใช่เพียงรูปลักษณ์ แต่คือปัญญาและจิตใจ” ลูกสาวของเต่าไม่ได้เป็นที่ยอมรับเพราะความงามภายนอกเท่านั้น แต่เพราะคุณค่าภายในที่นางมี
“พ่อแม่ที่เลี้ยงดูลูกอย่างดี ย่อมสร้างอนาคตที่ยิ่งใหญ่ให้ลูกได้ แม้จะเริ่มจากความยากจน” เต่าไม่มีทรัพย์สมบัติใด แต่นางกลับกลายเป็นราชินี เพราะเต่าปลูกฝังคุณค่าที่แท้จริงให้นาง
“ความรักที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับฐานะ แต่เกิดจากการเคารพซึ่งกันและกัน” เจ้าชายไม่ได้เลือกหญิงสาวเพราะความงามเพียงอย่างเดียว และหญิงสาวก็ไม่ได้เลือกเจ้าชายเพียงเพราะบรรดาศักดิ์ แต่เพราะพวกเขามองเห็นคุณค่าของกันและกัน
“เมื่อคนมีคุณค่า โอกาสย่อมมาหาเอง” หญิงสาวไม่ได้ต้องวิ่งตามหาความมั่งคั่ง แต่เพราะนางมีคุณค่าแท้จริง โอกาสจึงเดินเข้ามาหานางเอง
ที่มาของนิทานเรื่องนี้
นิทานพื้นบ้านไนจีเรียเรื่องเต่ากับลูกสาวแสนน่ารัก (อังกฤษ: The Tortoise with a Pretty Daughter) เป็นนิทานพื้นบ้านจากชนเผ่าอิกโบ (Igbo) ในประเทศไนจีเรีย ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีวัฒนธรรมและเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมายาวนาน นิทานของชาวอิกโบมักสอดแทรกบทเรียนชีวิตผ่านสัญลักษณ์ของสัตว์ต่างๆ และเต่า (Mbe) เป็นตัวละครที่ปรากฏบ่อยที่สุดในนิทานของพวกเขา
ในนิทานเรื่องนี้เต่าเป็นตัวแทนของพ่อที่ไม่มีทรัพย์สมบัติ ไม่มีอำนาจ แต่สามารถใช้ปัญญาในการสร้างโอกาสให้ลูกของเขา
- เต่าไม่ได้เป็นคนร่ำรวย แต่เขาเลี้ยงดูลูกสาวให้มีคุณค่าทั้งภายนอกและภายใน
- เขาไม่สามารถมอบสมบัติให้ลูกสาวได้ แต่เขามอบการศึกษา ความเมตตา และปัญญาให้กับนาง
- สุดท้าย ลูกสาวของเขาไม่ได้แต่งงานกับเจ้าชายเพราะความบังเอิญ แต่เพราะเธอมีคุณค่าที่แท้จริง
นิทานเรื่องนี้สะท้อนความเชื่อของชาวอิกโบที่ว่า “ปัญญาสำคัญกว่าทรัพย์สมบัติ” และ “แม้จะเกิดมายากจน แต่หากได้รับการเลี้ยงดูที่ดี ย่อมสามารถเปลี่ยนอนาคตของตนเองได้”
นิทานเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของหญิงงามที่แต่งงานกับเจ้าชาย แต่มันสะท้อนค่านิยมที่แท้จริงของสังคมอิกโบ ครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการสร้างอนาคตให้ลูก, ความงดงามไม่ใช่เพียงภายนอก แต่คือปัญญาและจิตใจที่ดี, แม้จะเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน หากมีคุณค่าแท้จริง ก็สามารถสร้างโอกาสให้ตนเองได้
นี่คือเหตุผลที่เต่า ถูกใช้เป็นตัวเอกของเรื่อง เพราะเขาคือผู้ที่แม้จะไม่มีอะไรเลย แต่สามารถใช้ปัญญาสร้างโอกาสให้ครอบครัวได้เสมอ
“จงเลี้ยงดูลูกสาวให้มีความงดงามทั้งภายนอกและภายใน เพราะไม่ว่าครอบครัวจะยากจนเพียงใด หากนางมีคุณค่าแท้จริง นางอาจได้แต่งงานกับเจ้าชาย และนำความมั่งคั่งมาสู่ตระกูล”