นิทานพื้นบ้านเกาหลีเรื่องเสือกับลูกพลับแห้ง

ปกนิทานพื้นบ้านเกาหลีเรื่องเสือกับลูกพลับแห้ง

ในป่าลึกที่ปกคลุมด้วยหิมะ มีเรื่องราวสนุก ๆ เป็นนิทานพื้นบ้านสากลจากแดนกิมจิ เล่าถึงเสือตัวหนึ่งเดินย่างกรายลงจากภูเขาด้วยความหิวโซ ดวงตาคมกริบของมันกวาดมองหาเหยื่อ ทว่าในค่ำคืนนี้ ทุกอย่างกลับเงียบสงัดผิดปกติ

เมื่อมันย่องเข้าใกล้หมู่บ้านเล็ก ๆ กลิ่นอาหารลอยมาแตะจมูก พร้อมกับเสียงร้องไห้ของเด็กน้อยดังออกจากบ้านหลังหนึ่ง เสือหยุดนิ่ง แอบฟังด้วยความสนใจ โดยไม่รู้เลยว่า คำพูดเพียงไม่กี่คำของมนุษย์กำลังจะเปลี่ยนความคิดของมันไปตลอดกาล… กับนิทานพื้นบ้านเกาหลีเรื่องเสือกับลูกพลับแห้ง

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านเกาหลีเรื่องเสือกับลูกพลับแห้ง

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านเกาหลีเรื่องเสือกับลูกพลับแห้ง

กลางฤดูหนาว ลมหนาวพัดผ่านป่าเขา หิมะสีขาวปกคลุมพื้นป่าอย่างหนาทึบ ใต้เงาของต้นไม้สูง เสือลายพาดกลอนตัวหนึ่งเดินย่างกรายอย่างเชื่องช้า ดวงตาสีเหลืองเรืองแสงจ้องมองไปรอบ ๆ ขณะที่มันย่างเท้าไปตามเส้นทางบนภูเขา

“ข้าหิว…” เสือพึมพำกับตัวเอง มันรู้สึกอ่อนล้า ท้องร้องด้วยความหิว

ช่วงหลายวันที่ผ่านมา หิมะที่ตกหนักทำให้เหล่าสัตว์ในป่าหายไป ไม่มีวัวป่า กวาง หรือแม้แต่กระต่ายให้ล่า เสือเฝ้ารอคอยอาหารมาตลอด แต่ตอนนี้มันรอไม่ไหวอีกแล้ว

กลิ่นหอมบางอย่างลอยมากับสายลม กลิ่นของอาหาร… และกลิ่นของมนุษย์

เสือเงยหน้าขึ้น สูดจมูกฟุดฟิด มันรู้ว่ามีหมู่บ้านของมนุษย์อยู่เชิงเขา มันไม่ค่อยอยากเข้าไปนัก เพราะรู้ว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตราย แต่ความหิวก็ทำให้มันลังเล

“ข้าจะไปแค่ดูเท่านั้น… ถ้าโชคดี อาจจะได้เนื้อสักชิ้น”

เสือค่อย ๆ ย่องลงจากภูเขา เลียบไปตามแนวต้นไม้ข้างทาง มันเดินจนกระทั่งเห็นแสงไฟจากบ้านหลังหนึ่งส่องวูบไหวท่ามกลางความมืด บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่ภายในดูอบอุ่น มีเสียงพูดคุยดังออกมา

ทันใดนั้นเอง… เสียงร้องไห้ของเด็กดังขึ้นจากในบ้าน เสือชะงัก หันไปมองเสียงนั้นทันที

ภายในบ้าน หญิงชราคนหนึ่งนั่งโยกเปลเล็ก ๆ ไปมา ในเปลมีเด็กน้อยวัยสามขวบที่กำลังร้องไห้อย่างสุดเสียง แม่นั่งอยู่ข้าง ๆ พยายามปลอบแต่ไม่เป็นผล

“โอ๋ ๆ ลูกแม่ อย่าร้องนะ” นางลูบศีรษะของลูกชายอย่างอ่อนโยน

แต่เสียงร้องของเด็กยังคงดังไม่หยุด หญิงชราถอนหายใจ แล้วหันไปพูดกับแม่เด็ก “เด็กคนนี้ร้องไม่หยุดเลย ถ้ายังร้องอยู่อีกล่ะก็ เสือคงมาจับกินแน่ ๆ”

เสือที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เงามืดนอกบ้าน แสยะยิ้มขึ้นเล็กน้อย “พวกมนุษย์รู้ว่าข้าน่ากลัว ข้าคือเจ้าป่า ใคร ๆ ก็กลัวข้า” มันคิดในใจอย่างภาคภูมิใจ แต่… เด็กน้อยในเปลยังคงร้องไห้ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

เสือเลิกคิ้ว “อะไรนะ? เด็กนี่ไม่กลัวข้าเลยเหรอ?”

แม่นั่งมองลูกชายด้วยสีหน้าวิตก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า “ลูกจ๋า ถ้ายังร้องอยู่อีกล่ะก็ แม่จะให้ลูกพลับแห้งนะ”

ทันทีที่แม่พูดจบ เสียงร้องไห้ของเด็กก็หยุดลงทันที ราวกับเวทมนตร์

เสือที่แอบฟังอยู่เบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อ มันขยับถอยหลังไปเล็กน้อย “อะไรนะ… ลูกพลับแห้ง?”

มันเริ่มรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน “เสืออย่างข้าคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด… แต่มนุษย์คนนี้กลับไม่กลัวข้าเลย”

“กลับกัน… เด็กน้อยหยุดร้องทันทีที่ได้ยินคำว่าลูกพลับแห้ง…”

“ถ้าอย่างนั้น ลูกพลับแห้งต้องเป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่าข้าแน่ ๆ!” เสือเริ่มรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว ขนตามร่างลุกชัน มันไม่เคยได้ยินชื่อของสิ่งนี้มาก่อน แต่ดูเหมือนว่าเด็กมนุษย์จะหวาดกลัวมันมากกว่าที่หวาดกลัวเสือเสียอีก

“ข้าต้องออกไปจากที่นี่ ก่อนที่ลูกพลับแห้งนั่นจะมาถึง” เสือหันซ้ายหันขวา มันกำลังคิดหาทางหนี แต่ไม่รู้ว่าควรหนีไปทางไหน มันไม่เคยกลัวสิ่งใดมาก่อน แต่ตอนนี้ หัวใจของมันเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่น

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านเกาหลีเรื่องเสือกับลูกพลับแห้ง 2

เสือยืนนิ่งอยู่ใต้เงามืดข้างบ้าน หูของมันยังคงเงี่ยฟังเสียงภายในบ้านด้วยความหวาดระแวง แม้จะไม่มีเสียงพูดถึง “ลูกพลับแห้ง” อีก แต่มันก็ยังรู้สึกขนลุกทุกครั้งที่คิดถึงสิ่งนั้น

“ข้าต้องไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด” เสือก้าวถอยหลังช้า ๆ อย่างระมัดระวัง ท้องของมันยังคงหิว แต่ความกลัวกลับครอบงำมันเสียหมด มันคิดว่าหากยังอยู่ที่นี่ต่อไป เจ้าสิ่งที่เรียกว่าลูกพลับแห้งอาจจะปรากฏตัวขึ้นก็ได้

ขณะที่มันกำลังก้าวถอยหลังไปอีก เสียงฝีเท้าบางอย่างก็ดังขึ้นจากข้างหลัง! หมับ!

บางอย่างคว้าหางของเสือเอาไว้ มันสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ มันหันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว

ที่แท้แล้ว… ไม่ใช่ปีศาจลูกพลับแห้งที่มันกลัว แต่เป็นชายคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่ข้างหลังมัน มือของชายคนนั้นจับหางของเสือไว้แน่น

ชายคนนั้นคือหัวขโมยที่แอบย่องเข้ามาในหมู่บ้าน เขาตั้งใจจะขโมยวัวจากคอกในยามดึก แต่เพราะความมืด เขาไม่ได้สังเกตเลยว่าสิ่งที่เขาจับไว้ไม่ใช่วัว แต่เป็นเสือตัวใหญ่

หัวขโมยยิ้มกว้าง นึกว่าโชคดีที่จับวัวได้โดยไม่ต้องเสียแรงมาก “จับได้แล้ว! วัวตัวนี้หนักดีจริง ๆ สงสัยจะอ้วนมาก”

เสือแข็งทื่อไปชั่วขณะ มันรู้สึกถึงมือที่จับหางของมันไว้อย่างแน่นหนา แต่สมองของมันยังเต็มไปด้วยภาพของ “ลูกพลับแห้ง” ที่มันคิดว่าน่ากลัวสุดชีวิต

“อึก… หรือว่า… เจ้าคนนี้จะเป็นผู้ส่งสารของลูกพลับแห้ง!?” เสือแทบหยุดหายใจ ความหวาดกลัวทำให้มันไม่กล้าขยับตัว

หัวขโมยไม่รู้เลยว่าเขากำลังจับหางของเสืออยู่ เขาคิดว่าเป็นวัวจริง ๆ จึงใช้เชือกคล้องรอบคอเสือ แล้วออกแรงดึงเต็มที่ “มากับข้าเถอะ เจ้าวัวอ้วน! คืนนี้เจ้าจะต้องเป็นของข้า!”

เสือที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวสะดุ้งสุดตัว ความคิดสุดท้ายของมันคือมันต้องหนีไปจากหมู่บ้านนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่เจ้าสิ่งที่เรียกว่าลูกพลับแห้งจะมาจับมัน

โครม! เสือกระโจนพุ่งไปข้างหน้าเต็มแรง ดึงหัวขโมยติดไปกับมัน ชายคนนั้นตกใจสุดขีด เขาเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้จับวัว แต่กำลังเกาะอยู่บนหลังของเสือจริง ๆ!

“อ๊ากกกก! เสือ! ข้าเกาะหลังเสืออยู่!” หัวขโมยตะโกนลั่นด้วยความตกใจสุดชีวิต เขาพยายามปล่อยมือ แต่ความเร็วของเสือทำให้เขากระเด็นไปด้านข้าง

เสือกระโจนข้ามรั้วบ้าน พุ่งทะยานออกจากหมู่บ้านโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย มันวิ่งกลับขึ้นภูเขาด้วยความเร็วที่ไม่เคยทำได้มาก่อน

“ข้ารอดแล้ว! ลูกพลับแห้งไม่ได้ตามข้ามาใช่ไหม!?” มันไม่กล้าหันกลับไปมองแม้แต่น้อย ร่างของมันหายไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าบนหิมะ

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เสือตัวนี้ก็ไม่เคยกล้ากลับมาที่หมู่บ้านแห่งนี้อีกเลย

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านเกาหลีเรื่องเสือกับลูกพลับแห้ง 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความกลัวนั้นเกิดจากความไม่รู้ และการเข้าใจผิดสามารถทำให้สิ่งที่ไม่น่ากลัวกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในจินตนาการของเรา

เสือในเรื่องเป็นสัตว์ที่แข็งแกร่งและดุร้าย แต่มันกลับหวาดกลัว “ลูกพลับแห้ง” เพียงเพราะมันไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร และเพราะมันเข้าใจผิดว่าลูกพลับแห้งต้องเป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่าตัวเอง นี่สะท้อนให้เห็นว่าบางครั้งความกลัวของเรามาจากการไม่เข้าใจสิ่งนั้นจริง ๆ และอาจทำให้เราตัดสินใจผิดพลาด หรือวิตกกังวลโดยไม่มีเหตุผล

นอกจากนี้ นิทานยังสะท้อนถึงพลังของคำพูดและมุมมองของแต่ละคนที่มีต่อสิ่งต่าง ๆ เด็กในเรื่องไม่ได้กลัวเสือเลย แต่กลับหยุดร้องไห้ทันทีเมื่อได้ยินคำว่า “ลูกพลับแห้ง” นี่ทำให้เสือเข้าใจผิดว่าเจ้าสิ่งนี้ต้องน่ากลัวมาก ความหมายของ “สิ่งที่น่ากลัว” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวสิ่งนั้นเอง แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครมองมันจากมุมไหน

สุดท้ายเรื่องนี้ยังสื่อถึงความตลกขบขันของสถานการณ์ที่เกิดจากความเข้าใจผิด เสือคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าป่า แต่กลับต้องหนีหัวซุกหัวซุนเพราะสิ่งที่มันไม่เคยรู้จักมาก่อน ซึ่งเป็นการเสียดสีพฤติกรรมของมนุษย์ที่บางครั้งก็กลัวสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องกลัวเช่นกัน

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานพื้นบ้านเกาหลีเรื่องเสือกับลูกพลับแห้ง (อังกฤษ: The Tiger and the Dried Persimmon) เป็นหนึ่งในนิทานพื้นบ้านของเกาหลีที่เล่าต่อกันมายาวนาน มันสะท้อนถึงวัฒนธรรมและคติสอนใจของคนเกาหลี โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องความกลัวและความเข้าใจผิด

เรื่องนี้น่าจะเกิดขึ้นจากสังคมเกาหลีในอดีต ซึ่งมีป่าภูเขามากมายและเต็มไปด้วยเสือโคร่งเกาหลีที่เคยอาศัยอยู่ในธรรมชาติ เสือเป็นสัตว์ที่ผู้คนหวาดกลัว เพราะมันดุร้ายและเป็นนักล่าที่ยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านเองก็มีวิธีจัดการกับความกลัว เช่น การใช้คำขู่เด็กให้หยุดร้อง ซึ่งเป็นเรื่องปกติในหลายวัฒนธรรม

“ลูกพลับแห้ง” เป็นของหวานพื้นเมืองที่ได้รับความนิยมในเกาหลีมาแต่โบราณ เด็ก ๆ มักจะชอบกินลูกพลับแห้ง ดังนั้นเมื่อลูกน้อยหยุดร้องไห้ทันทีที่แม่พูดถึงมัน ทำให้เสือเข้าใจผิดว่าสิ่งนี้ต้องน่ากลัวกว่าตัวเอง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ชวนขบขัน

นิทานเรื่องนี้จึงสะท้อนถึงวิธีที่ผู้คนใช้ความคิดและมุมมองของตนเองตีความสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน มันเป็นเรื่องเล่าที่มีทั้งแง่ขำขันและคติสอนใจ ทำให้ได้รับความนิยมและถูกเล่าขานต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

“เจ้าป่าที่แข็งแกร่ง ไม่ได้แพ้ให้กับศัตรู… แต่แพ้ให้กับความกลัวที่ตัวเองสร้างขึ้นมา”