ปกนิทานกริมม์เรื่องเจ้าชายดอกพิงค์

นิทานกริมม์เรื่องเจ้าชายดอกพิงค์

นโลกที่พลังวิเศษแห่งคำปรารถนาสามารถมอบทุกสิ่งให้แก่ผู้ครอบครอง แต่ก็เป็นดาบสองคมที่กระตุ้นความริษยาและความชั่วร้ายจากผู้ที่ต้องการครอบครองอำนาจนั้นไว้เอง

มีนิทานกริมม์เรื่องหนึ่งเล่าถึงเจ้าชายผู้มีพลังแห่งคำปรารถนา ซึ่งชีวิตถูกทำลายด้วยแผนการร้ายของคนครัวชั่ว และการตัดสินใจอันผิดพลาดของกษัตริย์ผู้โกรธแค้น จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมและการรอคอยความยุติธรรมอันยาวนาน กับนิทานกริมม์เรื่องเจ้าชายดอกพิงค์

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องเจ้าชายดอกพิงค์

เนื้อเรื่องนิทานกริมม์เรื่องเจ้าชายดอกพิงค์

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพระราชินีผู้ทรงรักและเมตตาองค์หนึ่ง ซึ่งโชคชะตาไม่ได้ประทานบุตรให้แก่พระนาง ทุกเช้า พระนางจะเสด็จไปยังสวนและอธิษฐานต่อพระเจ้าบนสวรรค์อย่างสุดหัวใจขอให้ได้มีโอรสหรือธิดา

วันหนึ่ง ทูตสวรรค์องค์หนึ่งได้ปรากฏกายต่อหน้าพระนางและกล่าวว่า “อย่าทรงวิตกเลย พระนางจะได้โอรสผู้มีพลังแห่งคำปรารถนา ซึ่งไม่ว่าจะปรารถนาสิ่งใดบนโลกนี้ ก็จะได้สิ่งนั้นมาสมความปรารถนา” เมื่อถึงเวลา พระนางก็ให้กำเนิดโอรส ทำให้กษัตริย์ทรงยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่ง

ทุกเช้า พระราชินีจะทรงอุ้มโอรสไปยังสวนซึ่งมีสัตว์ป่าถูกเลี้ยงไว้ และจะทรงชำระร่างกายในธารน้ำใสบริสุทธิ์ วันหนึ่ง เมื่อโอรสเติบโตขึ้นเล็กน้อย ขณะที่พระราชินีกำลังโอบอุ้มโอรสไว้ในอ้อมแขน พระนางก็เผลอหลับไป คนงานครัวแก่ผู้ริษยา ซึ่งรู้เรื่องพลังแห่งคำปรารถนาของโอรส จึงย่องเข้ามาขโมยเจ้าชายน้อยไปอย่างเงียบเชียบ

เขานำไก่มาตัวหนึ่ง ตัดมันเป็นชิ้น ๆ แล้วนำเลือดของมันไปหยดลงบนผ้ากันเปื้อนและฉลองพระองค์ของพระราชินี จากนั้น เขาก็อุ้มเจ้าชายไปซ่อนในที่ลับ ให้แม่นมในป่าดูแลต่อไป

คนครัวชั่ววิ่งกลับไปหากษัตริย์และกล่าวหาว่าพระราชินีปล่อยให้โอรสถูกสัตว์ป่าทำร้ายจนเสียชีวิต “ฝ่าบาท! ทรงทอดพระเนตรผ้ากันเปื้อนของพระราชินี! นี่คือหลักฐานที่ไม่อาจปฏิเสธได้! โอรสของเรา… ถูกทำร้ายจนสิ้นแล้วเพคะ!”

พระราชินีผู้ทรงตื่นตระหนกและสับสน รีบเข้ามากราบทูลด้วยน้ำตา “ฝ่าบาท! หม่อมฉันไม่ทราบเลยเพคะ! หม่อมฉันเผลอหลับไปเพียงชั่วครู่ โอรสหายไป… แต่ไม่ใช่สัตว์ป่าเพคะ! หม่อมฉันมิได้ทำเช่นนั้น! ได้โปรดเชื่อหม่อมฉันด้วย!”

เมื่อกษัตริย์เห็นรอยเลือดบนผ้ากันเปื้อนก็ทรงพิโรธอย่างรุนแรง พระพักตร์ของพระองค์แดงก่ำด้วยความโกรธและความเสียใจ ทรงเพิกเฉยต่อคำอ้อนวอนของพระมเหสี และประกาศคำตัดสินที่โหดร้าย…

ทรงมีรับสั่งให้สร้างหอคอยสูงเสียดฟ้าที่แสงอาทิตย์หรือแสงจันทร์ไม่อาจส่องถึง และสั่งให้ขังพระมเหสีไว้ในนั้น ผนังหอคอยถูกก่อปิดตายเพื่อให้พระนางสิ้นพระชนม์ด้วยความหิวโหยภายในเจ็ดปี แต่พระเจ้าทรงส่งทูตสวรรค์สององค์ในร่างนกพิราบขาวมาช่วยนำอาหารมาให้พระนางวันละสองครั้ง จนกระทั่งครบเจ็ดปี

คนครัวแก่ผู้ชั่วร้ายคิดในใจว่า “ถ้าเจ้าชายน้อยใช้พลังแห่งคำปรารถนาเพื่อแก้แค้นข้า ข้าต้องตกที่นั่งลำบากเป็นแน่” เขาจึงหนีออกจากวังแล้วไปหาเจ้าชายที่เติบโตพอจะพูดได้แล้วในป่า

เขาแนะนำให้เจ้าชายปรารถนาสิ่งต่าง ๆ “เจ้าชาย! จงปรารถนาพระราชวังที่สวยงามสำหรับตนเอง พร้อมสวนและสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมด” ทันทีที่คำปรารถนาออกจากปากของเจ้าชาย ทุกสิ่งที่กล่าวมาก็ปรากฏขึ้นทันที

เมื่อเวลาผ่านไป คนครัวก็ยุยงอีกว่า “เจ้าชายไม่ควรอยู่โดดเดี่ยว จงปรารถนาหญิงสาวที่น่ารักมาเป็นเพื่อนเถิด” เจ้าชายก็ปรารถนาตามนั้น ทันใดนั้น หญิงสาวผู้งดงามก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า นางงดงามเกินกว่าจิตรกรใด ๆ จะวาดได้ ทั้งสองเล่นด้วยกันและรักกันอย่างสุดหัวใจ ส่วนคนครัวชั่วก็ออกไปล่าสัตว์อย่างมีฐานะ

แต่ความคิดที่ว่าเจ้าชายอาจปรารถนาจะกลับไปหาพระบิดาและทำให้ตนถูกลงโทษ ก็คอยตามหลอนเขาอยู่เสมอ เขาจึงเรียกหญิงสาวมาพบเป็นการลับและยื่นมีดให้ “คืนนี้เมื่อเจ้าชายนอนหลับ เจ้าจงเอาชีวิตเขาด้วยมีดนี้ แล้วนำหัวใจและลิ้นมาให้ข้า หากเจ้าไม่ทำ เจ้าจะต้องตายแทน”

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องเจ้าชายดอกพิงค์ 2

หญิงสาวปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่งในวันรุ่งขึ้น “ข้าจะหลั่งเลือดเด็กผู้บริสุทธิ์ที่มิเคยทำร้ายใครได้อย่างไร?” คนครัวชั่วขู่ซ้ำอีกครั้งว่านางต้องตายหากไม่ทำตาม

เมื่อเขาจากไป หญิงสาวก็สั่งให้นำกวางตัวเล็ก ๆ มาฆ่า แล้วนำหัวใจและลิ้นของกวางนั้นวางใส่จาน เมื่อนางเห็นคนครัวชั่วกลับมา นางก็บอกให้เจ้าชายนอนบนเตียงแล้วดึงผ้าห่มคลุมไว้

เมื่อคนชั่วเข้ามา เขากล่าวว่า “ไหนล่ะหัวใจและลิ้นของเจ้าชาย!” หญิงสาวก็ยื่นจานให้

แต่เจ้าชายก็ผลักผ้าห่มออกแล้วกล่าวขึ้นว่า “เจ้าคนบาปเฒ่า! เจ้าคิดจะฆ่าข้าทำไม? บัดนี้ ข้าจะตัดสินโทษเจ้าเอง! เจ้าจงกลายเป็นสุนัขพูเดิลสีดำ สวมปลอกคอทองคำรอบคอ และต้องกินถ่านที่ลุกเป็นไฟ จนกว่าเปลวเพลิงจะปะทุออกจากลำคอของเจ้า!”

ทันทีที่คำปรารถนาจบลง คนครัวชั่วก็กลายร่างเป็นสุนัขพูเดิลสีดำสวมปลอกคอทองคำทันที พวกคนครัวถูกสั่งให้นำถ่านไฟแดงมาให้มันกิน จนกระทั่งเปลวไฟพุ่งออกมาจากคอของมัน

เจ้าชายคิดถึงพระมารดาและสงสัยว่าพระนางยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ในที่สุด เขาก็ตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิด “ข้าจะกลับไปยังบ้านของข้า หากเจ้าอยากไปกับข้า ข้าจะดูแลเจ้าอย่างดี”

นางกล่าวว่า “ทางไกลเหลือเกิน และข้าจะทำอย่างไรในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย?” ด้วยความที่นางยังไม่เต็มใจ และทั้งสองก็แยกจากกันไม่ได้ เจ้าชายจึงปรารถนาให้นางกลายเป็นดอกพิงค์ (Carnation) ที่สวยงาม แล้วเก็บดอกไม้นั้นไว้ในกระเป๋าเสื้อ และเดินทางกลับไป โดยมีสุนัขพูเดิลสีดำที่ถูกบังคับให้ต้องวิ่งตามไปด้วย

เจ้าชายมุ่งหน้าไปยังหอคอยที่ขังพระมารดาไว้ ด้วยความสูงของหอคอย เขาจึงปรารถนาให้มีบันไดทอดยาวขึ้นไปถึงยอด เมื่อปีนขึ้นไปถึงด้านบน เขาก็ร้องถามว่า “พระมารดาที่รัก พระราชินี ทรงยังมีพระชนม์ชีพอยู่หรือสิ้นแล้ว?”

พระนางตอบกลับไปว่า “ข้าเพิ่งอิ่ม และยังสบายดีอยู่” (เพราะทรงคิดว่าเป็นทูตสวรรค์)

เจ้าชายจึงเผยความจริงว่า “ลูกคือโอรสที่ถูกกล่าวหาว่าสัตว์ป่าทำร้าย ลูกยังมีชีวิตอยู่ และจะมาปลดปล่อยพระมารดาเดี๋ยวนี้”

จากนั้น เจ้าชายก็ลงมาและปลอมตัวเป็นพรานล่าสัตว์แปลกหน้าเข้าไปหาพระบิดา กษัตริย์ยอมรับให้เขาเข้าทำงานหากเขาสามารถหาเนื้อมาถวายได้ แม้ว่าในอาณาจักรจะไม่มีกวางอาศัยอยู่เลยก็ตาม

เจ้าชายก็รวบรวมพรานทั้งหมดเข้าป่า ทำวงล้อมเปิดไว้ด้านหนึ่ง แล้วใช้พลังแห่งคำปรารถนา กวางสองร้อยกว่าตัวก็วิ่งเข้ามาในวงล้อมทันที เนื้อกวางถูกบรรทุกใส่เกวียนถึงหกสิบคันนำกลับวัง ทำให้กษัตริย์ทรงยินดีเป็นอย่างยิ่ง

ในงานเลี้ยงใหญ่ กษัตริย์ทรงเชิญพรานแปลกหน้านั่งเคียงข้าง พระราชโอรสจึงฉวยโอกาสนี้ปรารถนาให้ข้ารับใช้ชั้นสูงคนหนึ่งของกษัตริย์เอ่ยถึงพระราชินีที่ถูกขังในหอคอย จึงทูลถามว่า “ฝ่าบาท พวกเราอยู่ที่นี่อย่างมีความสุข แต่พระราชินีในหอคอยเป็นอย่างไรบ้าง พะยะค่ะ?”

กษัตริย์ตอบอย่างรวดเร็วว่า “นางปล่อยให้ลูกชายถูกสัตว์ป่าฉีกเป็นชิ้น ๆ ข้าไม่ต้องการให้เอ่ยถึงนาง!”

พรานหนุ่มลุกขึ้นและกล่าวว่า “เสด็จพ่อผู้เป็นที่รัก พระมารดายังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่! ลูกไม่ได้ถูกสัตว์ป่าทำร้าย แต่ถูกคนชั่ว… คนครัวชั่วเฒ่าผู้นั้น! ที่ขโมยลูกไปจากอ้อมแขนพระมารดาตอนที่พระนางหลับ และนำเลือดไก่มาป้ายบนผ้ากันเปื้อน”

เขาเรียกสุนัขพูเดิลปลอกคอทองคำมา แล้วสั่งให้มันกินถ่านไฟจนเปลวไฟพุ่งออกจากคอต่อหน้าทุกคน จากนั้นก็ปรารถนาให้มันกลับคืนร่างเป็นคนครัวชั่ว พร้อมผ้ากันเปื้อนและมีด กษัตริย์ทรงพิโรธยิ่งนักและสั่งให้คุมขังคนชั่วไว้

เจ้าชายจึงแสดงดอกพิงค์บนโต๊ะอาหาร และปรารถนาให้นางกลับคืนร่างเป็นหญิงสาวผู้งดงามที่สุด กษัตริย์ทรงส่งคนไปรับพระราชินีลงมาจากหอคอย

แต่เมื่อพระนางถูกนำมาเข้าเฝ้า พระนางไม่ทรงแตะต้องอาหารใด ๆ ทรงตรัสเพียงว่า “พระเจ้าผู้ทรงเมตตาที่ทรงเลี้ยงดูข้าในหอคอย จะทรงปลดปล่อยข้าในไม่ช้า” พระนางมีชีวิตอยู่ต่อมาอีกสามวันก็สิ้นพระชนม์อย่างสงบ

กษัตริย์ผู้โศกเศร้าทรงมีพระราชโองการให้ลงโทษคนครัวผู้ชั่วช้าอย่างสาสม โดยการสั่งให้ฉีกร่างออกเป็นสี่ส่วน เพื่อชดเชยความอยุติธรรมที่เขาได้ก่อไว้

ทว่าความเศร้าโศกอย่างใหญ่หลวงต่อการสูญเสียพระมเหสีผู้บริสุทธิ์และการกระทำอันโหดร้ายที่ทรงได้กระทำลงไปนั้น ก็ได้กัดกินพระหทัยของกษัตริย์ทุกวันคืน จนทำให้พระองค์จนสิ้นพระชนม์ลงตามพระมเหสีไปในเวลาไม่นานนัก

จากนั้นไม่นาน เจ้าชายผู้ทรงพลังแห่งคำปรารถนาก็ได้อภิเษกสมรสกับหญิงสาวผู้งดงามที่พระองค์เคยเก็บรักษาไว้ในร่างดอกพิงค์ ทั้งสองขึ้นครองบัลลังก์อย่างชอบธรรมและบริหารบ้านเมืองด้วยความรักและความเมตตา

แต่ไม่ว่าเจ้าชายและเจ้าหญิงองค์ใหม่จะทรงมีชีวิตยืนยาวและมีความสุขจวบจนปัจจุบันหรือไม่นั้น… เป็นความลับที่ถูกเก็บไว้ในหัตถ์ของพระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงผู้เดียว

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องเจ้าชายดอกพิงค์ 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความริษยาและการตัดสินด้วยอารมณ์ชั่ววูบย่อมนำมาซึ่งหายนะ แม้แต่พลังอำนาจแห่งคำปรารถนาอันยิ่งใหญ่ก็ไม่อาจย้อนคืนชีวิตของผู้บริสุทธิ์ที่ต้องจบลงเพราะความเข้าใจผิดและความหลงเชื่อคำโกหก

ชะตากรรมของตัวละครทั้งหมดแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความชั่วร้ายถูกลงโทษอย่างสาสม แต่การแก้ไขความผิดพลาดก็ไม่อาจนำความสุขที่แท้จริงกลับคืนมาได้ทั้งหมด และความดีงามที่แท้จริงนั้นจะได้รับการปกป้องจากสวรรค์เสมอ

อ่านต่อ: คอลเลกชันนิทานกริมม์อ่านสนุกได้ข้อคิดดี ๆ ที่นี่ taleZZZ.com

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานกริมม์เรื่องเจ้าชายดอกพิงค์ (อังกฤษ: The Pink) นิทานเรื่องนี้มีชื่อดั้งเดิมในภาษาเยอรมันว่า “Die Nelke” (หมายถึง ดอกคาร์เนชั่นหรือดอกพิงค์) เป็นนิทานลำดับที่ 76 KHM ในคอลเลกชันนิทานของพี่น้องตระกูลกริมม์ และถูกจัดอยู่ในประเภทนิทานมหัศจรรย์ (Magic Tale) ที่มีองค์ประกอบเหนือธรรมชาติ

แก่นของเรื่องราวเกี่ยวข้องกับประเด็นสากลของ “เจ้าชายผู้ถูกแทนที่” (The Substitute Child) และการใส่ร้ายป้ายสีพระราชินี (The Calumniated Wife) ซึ่งเป็นพล็อตที่พบได้บ่อยในนิทานพื้นบ้านทั่วยุโรป โดยเน้นย้ำถึงความรอดพ้นของผู้บริสุทธิ์ด้วยความช่วยเหลือจากพลังเหนือธรรมชาติ

แม้ว่าจะมีโครงเรื่องที่หนักหน่วงและจุดจบที่ค่อนข้างเศร้าสำหรับกษัตริย์และพระราชินี แต่ก็เป็นนิทานที่ให้คติสอนใจเกี่ยวกับการใช้อำนาจและผลกรรมของการหลงเชื่อความริษยาของผู้อื่น

คติธรรม: “ความเชื่อใจที่ผิดที่ผิดทางและการตัดสินใจด้วยความโกรธ คืออาวุธที่ทำลายผู้บริสุทธิ์และนำมาซึ่งความเศร้าโศกที่ไม่สามารถแก้ไขได้ แม้จะมีพลังอำนาจแห่งคำปรารถนาอยู่ในมือก็ตาม”