ปกนิทานกริมม์เรื่องชายชราที่กลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง

นิทานกริมม์เรื่องชายชราที่กลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง

ในโลกที่เส้นกั้นระหว่างปาฏิหาริย์ของพระเจ้าและความโง่เขลาของมนุษย์ถูกขีดไว้ด้วยความอวดดี การพยายามหยิบยืมพลังแห่งสวรรค์มาใช้โดยขาดปัญญา มักจบลงด้วยผลลัพธ์ที่บิดเบี้ยวเกินกว่าจะคาดคิด

มีนิทานกริมม์เรื่องหนึ่งเล่าถึงช่างเหล็กผู้มั่นใจในฝีมือตนเองจนพยายามเลียนแบบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์เพื่อชุบชีวิตคนชราให้กลับมาเป็นหนุ่มสาว แต่ความประมาทกลับนำไปสู่ความสยดสยองและจุดกำเนิดของเผ่าพันธุ์ที่ไม่มีใครคาดฝัน กับนิทานกริมม์เรื่องชายชราที่กลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องชายชราที่กลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง

เนื้อเรื่องนิทานกริมม์เรื่องชายชราที่กลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อครั้งที่พระผู้เป็นเจ้ายังคงเสด็จดำเนินจาริกไปบนโลกมนุษย์เพื่อสั่งสอนศีลธรรม พระองค์และนักบุญปีเตอร์ได้เดินทางมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งในยามโพล้เพล้ ทั้งสองได้แวะพักค้างแรมที่บ้านของช่างเหล็กผู้หนึ่ง ซึ่งให้การต้อนรับอย่างดียิ่งด้วยใจเมตตา

ในขณะที่ทุกคนกำลังพักผ่อนอยู่นั้น ได้มีขอทานชราผู้หนึ่งเดินโซซัดโซเซมาที่หน้าประตูบ้าน ร่างกายของเขาผอมโซ หลังค่อมงอจนแทบจะขนานไปกับพื้นดิน ดวงตาฝ้าฟางและเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความเจ็บป่วยจากสังขารที่ร่วงโรย

เขาเอ่ยปากขอทานจากช่างเหล็กด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ นักบุญปีเตอร์เห็นภาพนั้นแล้วก็เกิดความเวทนาจับใจ จึงกราบทูลพระผู้เป็นเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นนาย หากพระองค์ทรงเห็นสมควร โปรดช่วยปัดเป่าความทุกข์ทรมานของชายผู้นี้เถิด เพื่อให้เขามีเรี่ยวแรงกลับมาหาเลี้ยงชีพได้ด้วยตนเองอีกครั้ง”

พระผู้เป็นเจ้าทรงแย้มพระสรวลด้วยความเมตตาและตรัสกับเจ้าของบ้านว่า “ช่างเหล็กเอย ขอยืมเตาหลอมของเจ้าสักประเดี๋ยวเถิด และช่วยสุมถ่านไฟให้ร้อนแรงด้วย ข้าจะทำให้ชายชราผู้น่าสงสารคนนี้กลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง” ช่างเหล็กตอบรับด้วยความเต็มใจยิ่ง นักบุญปีเตอร์จึงเริ่มทำหน้าที่สูบลมส่งเข้าเตาหลอม จนเปลวไฟลุกโชนสว่างไสวเป็นประกายไปทั่วโรงตีเหล็ก

ทันใดนั้น พระผู้เป็นเจ้าทรงประคองชายชราผู้ทรุดโทรมแล้วส่งเขาเข้าไปในใจกลางเตาหลอมที่แดงฉาน ร่างของเขาถูกโอบล้อมด้วยความร้อนมหาศาลจนผิวหนังแดงโชนประดุจดอกกุหลาบที่กำลังเบ่งบาน

แต่ที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่าคือชายชรากลับไม่ได้ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย เขากลับชูมือขึ้นและร้องสรรเสริญพระเจ้าด้วยน้ำเสียงอันดังราวกับว่าเขากำลังนั่งอยู่อย่างสบายอุราท่ามกลางหมู่มวลไม้ในสวนสวรรค์

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องชายชราที่กลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง 2

ช่างเหล็กยืนเบิกตากว้างเฝ้ามองทุกรายละเอียดอย่างไม่กะพริบตา เขาเห็นร่างกายที่เคยเหี่ยวย่นและคดงอค่อยๆ เปลี่ยนแปรไปในเปลวเพลิง เมื่อถึงเวลาอันควร พระผู้เป็นเจ้าทรงนำร่างที่แดงโชนเหมือนเหล็กที่เพิ่งผ่านการตีนั้น ออกจากเตาแล้วนำไปจุ่มลงในถังน้ำสำหรับดับไฟ (Quenching Tub) ทันทีที่ร่างสัมผัสน้ำ เสียงดัง “ฉ่า!” และไอน้ำสีขาวพุ่งขึ้นโขมงจนมิดร่างของเขา

หลังจากความร้อนลดลงจนเย็นสนิท พระผู้เป็นเจ้าทรงมอบพรและประทานพรให้แก่เขา และแล้วสิ่งที่น่าทึ่งที่สุดก็บังเกิดขึ้น เมื่อชายผู้นั้นกระโดดออกมาจากถังน้ำด้วยท่วงท่าที่กระปรี้กระเปร่าและนุ่มนวล ผิวพรรณของเขาที่เคยหยาบกร้านกลับกลายเป็นเนียนละเอียด ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยริ้วรอยกลับดูสดใสและหล่อเหลา ร่างกายเหยียดตรงและเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่แข็งแรง เขากลายเป็นชายหนุ่มวัยเพียงยี่สิบปีที่ดูสมบูรณ์พูนสุขที่สุดเท่าที่ใครจะจินตนาการได้

ช่างเหล็กเห็นดังนั้นก็ประทับใจเป็นล้นพ้น เขาจัดแจงเชิญพระองค์และนักบุญปีเตอร์มารับประทานอาหารค่ำเพื่อขอบคุณ แต่ในใจของช่างเหล็กนั้น ความคิดหนึ่งได้ผุดขึ้นมาอย่างแรงกล้า เขาเฝ้าสังเกตขั้นตอนทั้งหมดและคิดว่าตัวเขาเองก็มีฝีมือในการใช้เตาหลอมไม่แพ้ใคร “ในเมื่อข้าคือช่างเหล็กมือหนึ่ง วิชาการหลอมแบบนี้ข้าก็เห็นมากับตาแล้ว มีหรือที่ข้าจะทำเองไม่ได้!”

ในขณะนั้นเอง แม่ยายของช่างเหล็กซึ่งเป็นหญิงชราตาเกือบบอด หลังค่อมเดินกะโผลกกะเผลก ได้เดินเข้ามาหาชายหนุ่มผู้ที่เพิ่งเกิดใหม่ นางถามเขาด้วยความสงสัยครามครันว่า “ไฟนั่นเผาเจ้าจนเจ็บปวดมากไหม?”

ชายหนุ่มจึงตอบไปตามความสัตย์ว่า “ข้าไม่เคยรู้สึกสบายเท่านี้มาก่อนเลยแม่เฒ่า ความร้อนของไฟนั้นสำหรับข้าแล้ว กลับเย็นฉ่ำราวกับว่าข้านั่งอยู่ท่ามกลางหยาดน้ำค้างในยามเช้าอย่างไรอย่างนั้น!” คำบอกเล่านั้นฝังรากลึกลงในใจของทั้งช่างเหล็กและแม่ยาย จนนำไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดในเช้าวันถัดมา…

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องชายชราที่กลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง 3

รุ่งเช้าวันต่อมา หลังจากที่พระผู้เป็นเจ้าและนักบุญปีเตอร์ได้กล่าวขอบคุณและออกเดินทางจากไป ช่างเหล็กผู้ร้อนวิชาก็ไม่อาจเก็บความตื่นเต้นไว้ได้อีกต่อไป เขาเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่าเขาสามารถทำตามปาฏิหาริย์ที่เห็นเมื่อคืนได้ เพราะเขามองว่ามันก็แค่กระบวนการทำงานในโรงตีเหล็กที่เขาเชี่ยวชาญอยู่ทุกวัน

เขาเดินตรงไปหาแม่ยายผู้ชราซึ่งตาเกือบบอดและหลังค่อมงอของเขา แล้วเอ่ยถามด้วยความกระตือรือร้นว่า “ท่านแม่ยาย ท่านอยากจะกลับมาวิ่งเล่นกระโดดโลดเต้นเหมือนเด็กสาววัยสิบแปดอีกครั้งไหม?”

หญิงชราที่ยังประทับใจกับภาพชายหนุ่มเมื่อคืนตอบทันทีว่า “ด้วยความยินดีอย่างยิ่งเจ้าค่ะ ในเมื่อชายหนุ่มคนนั้นทำแล้วออกมาดูดีถึงเพียงนั้น ข้าเองก็อยากจะลองดูบ้าง”

ช่างเหล็กไม่รอช้า เขาจัดแจงสุมถ่านไฟกองใหญ่ในเตาหลอมจนเปลวไฟลุกท่วมแดงฉาน จากนั้นเขาก็จับแม่ยายของเขาโยนเข้าไปในใจกลางเตาไฟร้อนระอุนั้นทันที! ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เหมือนเมื่อคืน

หญิงชราไม่ได้ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า แต่นางกลับดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวดและแผดเสียงร้องโหยหวนว่า “ฆ่าคน! ช่วยด้วย! ข้ากำลังถูกเผาทั้งเป็น!”

ช่างเหล็กเห็นแม่ยายดิ้นรนเขากลับไม่เฉลียวใจ แต่กลับตะคอกใส่ด้วยความหงุดหงิดว่า “นั่งนิ่ง ๆ สิ! จะกระโดดไปมาและร้องตะโกนทำไมกัน? ทำแบบนี้แล้วมันจะไปสำเร็จได้อย่างไร!” พูดเสร็จเขาก็คว้าเครื่องสูบลมขึ้นมาโหมลมเข้าเตาไฟต่อไปจนเปลวไฟยิ่งโหมแรงขึ้น จนกระทั่งเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งของนางถูกไฟเผาไหม้ไปจนหมดสิ้น

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องชายชราที่กลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง 4

หญิงชรายังคงกรีดร้องไม่หยุดหย่อน จนช่างเหล็กเริ่มใจคอไม่ดีและคิดในใจว่า “สงสัยข้าจะยังไม่มีศิลปะในการหลอมที่ถูกต้องกระมัง” เขาจึงรีบใช้คีมคีบแม่ยายออกมาจากเตาไฟแล้วโยนลงในถังน้ำเย็นสำหรับดับไฟทันที หวังว่าน้ำจะช่วยชุบชีวิตให้นางกลับมาเป็นสาวเหมือนชายหนุ่มเมื่อคืน

เสียงน้ำเดือดพล่านและเสียงกรีดร้องสยองขวัญดังระงมไปจนถึงชั้นบนของบ้าน ภรรยาของช่างเหล็กและลูกสะใภ้ ซึ่งทั้งคู่กำลังตั้งครรภ์อยู่ ต่างก็รีบวิ่งลงมาดูด้วยความตกใจ

สิ่งที่พวกนางเห็นคือแม่เฒ่านอนขดเป็นกองอยู่ในถังน้ำ สภาพร่างกายเหี่ยวย่น บิดเบี้ยว ผิวหนังไหม้เกรียม และใบหน้าเสียรูปทรงจนดูไม่เป็นมนุษย์ นางยังคงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

ความสยดสยองที่เห็นตรงหน้าทำให้ภรรยาและลูกสะใภ้ของช่างเหล็กตกใจกลัวจนขวัญกระเจิง ความหวาดกลัวนั้นรุนแรงเสียจนทำให้ในคืนนั้นเอง ทั้งคู่ได้คลอดลูกออกมาก่อนกำหนด แต่ทารกที่เกิดมากลับไม่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนมนุษย์ พวกเขามีขนดกเต็มตัว แขนขายาว และหน้าตาประหลาดเหมือนกับ “ลิง”

เจ้าเด็กประหลาดเหล่านั้นทันทีที่เกิดมาก็พากันวิ่งหนีออกจากบ้านหายลับเข้าไปในป่าลึก และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเผ่าพันธุ์ลิงที่สืบเชื้อสายมาจากความโง่เขลาและความประมาทของช่างเหล็กที่พยายามจะทำตัวเลียนแบบปาฏิหาริย์ของพระเจ้าโดยไร้ซึ่งความรู้และบารมี

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องชายชราที่กลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง 5

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… การลอกเลียนแบบเพียงเปลือกนอกโดยปราศจากความรู้แจ้งและความเชี่ยวชาญที่แท้จริงมักนำมาซึ่งหายนะมากกว่าความสำเร็จ ดังเช่นช่างเหล็กที่หลงระเริงในทักษะของตนจนพยายามทำตัวเทียบเคียงปาฏิหาริย์ของพระเจ้าโดยไม่พิจารณาถึงบุญบารมีหรือขีดจำกัดของมนุษย์

นอกจากนี้ยังเตือนใจถึงโทษของความประมาทและความมั่นใจที่เกินพอดี ซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้อื่น แต่ยังส่งผลกระทบที่บิดเบี้ยวไปถึงคนรอบข้างและคนรุ่นหลังอย่างที่ไม่อาจแก้ไขคืนได้ การรู้จักประมาณตนและการแยกแยะระหว่างศรัทธากับการโอ้อวดจึงเป็นบทเรียนสำคัญที่ช่วยรักษาความสงบสุขและความถูกต้องในชีวิต

อ่านต่อ: คอลเลกชันนิทานกริมม์อ่านสนุกได้ข้อคิดดี ๆ อีกเพียบ ที่นี่ taleZZZ.com

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานกริมม์เรื่องชายชราที่กลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง (อังกฤษ: The Old Man Made Young Again) นิทานเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนิทานประเภท “ตำนานเชิงคติธรรม” (Legendary Tales) ซึ่งพี่น้องกริมม์ได้รับอิทธิพลมาจากตำนานทางศาสนาที่แพร่หลายในเยอรมนีและยุโรปช่วงศตวรรษที่ 16-19 โดยมักใช้ตัวละครอย่างพระผู้เป็นเจ้าหรือนักบุญออกเดินทางมาบนโลกมนุษย์เพื่อทดสอบจิตใจของผู้คน และแสดงปาฏิหาริย์ที่แฝงไปด้วยบทเรียนเรื่องความเมตตาและการมีสติ

ในเชิงสัญลักษณ์ “เตาหลอมของช่างเหล็ก” เปรียบเสมือนการทดสอบชีวิตและการชำระล้างวิญญาณให้บริสุทธิ์เพื่อเริ่มต้นใหม่ แต่การที่ช่างเหล็กพยายามทำเลียนแบบพระเจ้าได้สะท้อนถึงบาปแห่งความโอหัง (Hubris) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องที่ชี้ให้เห็นว่า พลังอำนาจและปัญญาที่แท้จริงไม่สามารถเลียนแบบได้เพียงแค่การสังเกตจากภายนอก แต่ต้องอาศัยบารมีและเจตจำนงที่บริสุทธิ์เหนือกว่าปุถุชน

ต้นกำเนิดของเรื่องยังมีมิติของการอธิบายที่มาของสรรพสัตว์ (Aetiological Myth) โดยใช้ตอนจบที่น่าตื่นเต้นเพื่ออธิบายว่าเหตุใดลิงจึงมีรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่ไม่ใช่คน ซึ่งกริมม์เลือกที่จะใช้ตลกร้ายนี้ในการเตือนสติผู้คนถึงผลลัพธ์ของความเขลาที่ส่งผลต่อสายเลือดและอนาคต ทำให้เรื่องนี้เป็นนิทานที่ทั้งน่าขำและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน

คติธรรม: “ปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาติไม่ใช่สิ่งที่ฝีมือมนุษย์จะเลียนแบบได้เพียงแค่ตาเห็น เพราะหากหัวใจเต็มไปด้วยความอหังการและความเขลา การพยายามชุบชีวิตผู้อื่นอาจกลายเป็นการทำลายล้างที่ทิ้งรอยแผลไว้ชั่วลูกชั่วหลาน”