นิทานพื้นบ้านเยอรมันเรื่องตุ๊กตานัทแคร็กเกอร์กับราชาหนู

ปกนิทานพื้นบ้านเยอรมันเรื่องตุ๊กตานัทแคร็กเกอร์กับราชาหนู

มีตำนานนิทานพื้นบ้านสากล ณ อาณาจักรปรัสเซีย เล่าถึงตุ๊กตามงคลตามความเชื่อของชาวปรัสเซีย โดยค่ำคืนคริสต์มาสคือช่วงเวลาแห่งความอบอุ่น ของขวัญ และปาฏิหาริย์ แต่บางครั้ง ภายใต้แสงเทียนที่ระยิบระยับ อาจมีเรื่องราวมหัศจรรย์ซ่อนอยู่ ที่ไม่มีใครคาดคิด

เมื่อเสียงระฆังสุดท้ายดังขึ้นและบ้านทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบ เด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งพบว่าของขวัญที่เธอได้รับไม่ใช่เพียงแค่ตุ๊กตาธรรมดา แต่เป็นกุญแจสู่การผจญภัยที่ชวนน่าตื่นเต้นนำพาไปในที่เธอไม่เคยจินตนาการถึงมาก่อนน กับนิทานพื้นบ้านเยอรมันเรื่องตุ๊กตานัทแคร็กเกอร์กับราชาหนู

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านเยอรมันเรื่องตุ๊กตานัทแคร็กเกอร์กับราชาหนู

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านเยอรมันเรื่องตุ๊กตานัทแคร็กเกอร์กับราชาหนู

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ค่ำคืนคริสต์มาสมาถึง บ้านของครอบครัวชตอลล์บาวม์อบอวลไปด้วยความอบอุ่น มารีและฟริตซ์ สองพี่น้องเฝ้ารอของขวัญอย่างตื่นเต้น

ของขวัญที่พวกเขาได้รับจากพ่อทูนหัวดรอสเซลไมเยอร์ นั้นพิเศษกว่าทุกปีมันคือตุ๊กตาไม้รูปทหารในชุดสีแดงสดและหมวกสูง “นัทแคร็กเกอร์” มารีชอบมันมาก แต่ฟริตซ์กลับลองเล่นแรงเกินไปจนแขนของมันหลวม

“ฟริตซ์! เจ้าทำมันพังแล้ว!” มารีอุทาน เธอรีบอุ้มตุ๊กตากลับมาและพันผ้ารอบแขนของมันราวกับดูแลสิ่งมีชีวิตจริง ๆ

คืนนั้น มารีกลับมาดูนัทแคร็กเกอร์อีกครั้ง และเธอสาบานได้ว่า… ดวงตาของมันดูมีชีวิตขึ้นมา!

ขณะที่มารีจ้องมองตุ๊กตา เสียงแปลก ๆ ก็ดังขึ้นจากพื้น

กรึก… กรึก…

ทันใดนั้นหนูนับสิบตัวก็พุ่งออกมาจากใต้ตู้! พวกมันสวมชุดเกราะเล็ก ๆ และถือดาบเล็ก ๆ ที่แวววาว และที่น่ากลัวที่สุดคือราชาหนูเจ็ดเศียร ดวงตาของมันเป็นสีแดงก่ำ เปล่งประกายอยู่ในความมืด

ทันใดนั้น เสียงกลองดังขึ้น!

ทหารของเล่นทุกตัวเริ่มขยับ และที่สำคัญที่สุดนัทแคร็กเกอร์มีชีวิตขึ้นมา!

“จงล่าถอยไปซะ ราชาหนู!” นัทแคร็กเกอร์ประกาศ พร้อมนำกองทัพของเล่นเข้าสู้

การต่อสู้ดุเดือด นัทแคร็กเกอร์พยายามปกป้องมารี แต่ราชาหนูแข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้ มันพุ่งเข้าใส่เขาและทำให้เขาเสียหลัก!

มารีไม่อาจทนดูได้ เธอคว้ารองเท้าแตะของตัวเองแล้วขว้างใส่ราชาหนูสุดแรง ปั่ก!

รองเท้ากระแทกเข้าที่หัวของราชาหนู มันส่งเสียงกรีดร้องก่อนจะล่าถอยไปพร้อมกับกองทัพของมัน

ทุกอย่างเงียบลง นัทแคร็กเกอร์ยืนอย่างอ่อนแรงก่อนจะหันมามองมารีด้วยแววตาขอบคุณ แล้วเธอก็รู้สึกเวียนหัว… และหมดสติไป

มารีตื่นขึ้นมาในห้องของเธอ แต่เธอมั่นใจว่าเหตุการณ์เมื่อคืนไม่ใช่แค่ความฝัน! เมื่อเธอมองไปที่นัทแคร็กเกอร์ รอยบาดแผลของเขายังอยู่ที่เดิม

ดรอสเซลไมเยอร์มาเยี่ยมและเล่าเรื่องราวลึกลับให้เธอฟังว่า

กาลครั้งหนึ่ง อาณาจักรหนึ่งถูกสาปโดยราชินีหนูมอสเซอลิงค์ พระธิดาของกษัตริย์กลายเป็นคนอัปลักษณ์ โดยชายหนุ่มผู้กล้าหาญเท่านั้นที่จะช่วยเธอได้

เจ้าชายแห่งอาณาจักรสามารถถอนคำสาปของเจ้าหญิงได้ แต่ก่อนที่เขาจะได้รับรางวัล ราชินีหนูก็สาปเขากลับให้กลายเป็นตุ๊กตานัทแคร็กเกอร์แทน และสาบานว่าลูกชายของนางราชาหนูเจ็ดเศียร จะมาทำลายเขา

“มีเพียงผู้ที่รักเขาด้วยใจจริงเท่านั้น ที่จะทำลายคำสาปได้” ตุ๊กตานัทแคร็กเกอร์กล่าว

มารีมองนัทแคร็กเกอร์อย่างเข้าใจ… เธอจะปล่อยให้เขาอยู่ในร่างนี้ตลอดไปไม่ได้!

คืนนั้น มารีกระซิบกับนัทแคร็กเกอร์ “ฉันเชื่อว่าเจ้ามีชีวิตจริงๆ”

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านเยอรมันเรื่องตุ๊กตานัทแคร็กเกอร์กับราชาหนู 2

ทันใดนั้น แสงวิเศษก็ห่อหุ้มเธอไว้ และเมื่อเธอลืมตาอีกครั้ง เธอพบว่าตัวเองอยู่ในดินแดนมหัศจรรย์ ที่เต็มไปด้วยปราสาทขนมหวานและป่าลูกกวาด

นัทแคร็กเกอร์ซึ่งสามารถพูดและเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระพามารีเข้าสู่พระราชวังขนมหวานสร้างขึ้นจากน้ำตาล ซึ่งนางฟ้าลูกกวาดรออยู่

“มารี เจ้าคือผู้กล้าที่ช่วยขับไล่ราชาหนู” นางฟ้ากล่าว “เราจะจัดงานเฉลิมฉลองให้เจ้า!”

การแสดงระบำจากทั่วอาณาจักรเริ่มขึ้นมีนักเต้นจากดินแดนต่าง ๆ ทั้งช็อกโกแลตสเปน ชาเขียวจากจีน และดอกไม้ที่หมุนวนในสายลม มารีรู้สึกตื่นตาตื่นใจ แต่เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่จุดจบของเรื่องราว

เธอต้องทำให้คำสาปของนัทแคร็กเกอร์หายไปให้ได้!

ทันใดนั้น! เสียงหัวเราะเย็นเยียบดังขึ้น

ราชาหนูเจ็ดเศียร ปรากฏตัวอีกครั้ง! มันไม่ยอมให้คำสาปของนัทแคร็กเกอร์ถูกทำลาย และมันพร้อมจะทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า!

“ไม่! เจ้าจะไม่มีวันชนะ!” มารีตะโกน เธอคว้าริบบิ้นจากเสื้อคลุมของตัวเอง พันเข้ากับดาบของนัทแคร็กเกอร์

ดาบเริ่มเปล่งแสงสีทอง!

ฉึก! ดาบของนัทแคร็กเกอร์ฟันกลางร่างของราชาหนู มันกรีดร้องก่อนจะสลายไปเป็นเถ้าธุลี

แสงสีทองปกคลุมร่างของนัทแคร็กเกอร์ และเมื่อลำแสงจางลง… เขากลายเป็นเจ้าชายรูปงาม

“มารี เจ้าปลดปล่อยข้าแล้ว” เจ้าชายกล่าวพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น

จากนั้นเขาเอื้อมมือมาหาเธอ “เจ้ายินดีจะอยู่ที่นี่กับข้าหรือไม่?”

มารีลังเลดินแดนนี้วิเศษมาก แต่เธอคิดถึงครอบครัว เธอส่ายหน้าเบาๆ “ข้ามีบ้านที่ต้องกลับไป”

เจ้าชายพยักหน้า “ข้าจะไม่มีวันลืมเจ้า”

มารีตื่นขึ้นบนเตียง ทุกอย่างดูปกติราวกับเป็นเพียงความฝัน แต่เมื่อลุกขึ้น เธอเห็นนัทแคร็กเกอร์ในตู้ของเล่น และเธอรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง

หลายปีผ่านไป เธอเติบโตขึ้น และวันหนึ่ง ชายหนุ่มรูปงามก็มาขอพบครอบครัวของเธอ

ดวงตาของเขาเป็นดวงตาที่เธอไม่มีวันลืม

“มารี ข้ากลับมาแล้ว”

มารีมองชายหนุ่มตรงหน้า ดวงตาของเขาอบอุ่นและคุ้นเคยราวกับเธอเคยจ้องมองมันมาก่อน

“เจ้า…” มารีพูดอย่างตกตะลึง

ชายหนุ่มยิ้มพลางยื่นมือออกมา “ข้าคือเจ้าชายนัทแคร็กเกอร์ เจ้าจำข้าได้หรือไม่?”

หัวใจของมารีเต้นแรง ใช่… เธอจำเขาได้เสมอ! ไม่ใช่แค่จากความฝันในวัยเด็ก แต่เป็นความผูกพันที่ฝังลึกในหัวใจของเธอ

เธอยิ้มก่อนจะวางมือบนมือของเขา “ข้ารอคอยท่านเสมอ”

แล้วทั้งสองก็หัวเราะอย่างมีความสุข ขณะที่หิมะโปรยปรายจากฟากฟ้า ดุจเวทมนตร์ที่บรรจงปิดม่านนิทานแห่งความรักและปาฏิหาริย์

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านเยอรมันเรื่องตุ๊กตานัทแคร็กเกอร์กับราชาหนู 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความกล้าหาญและความเมตตาสามารถเอาชนะความชั่วร้ายได้ แม้มารีจะเป็นเพียงเด็กหญิงธรรมดา แต่เธอกล้าที่จะเผชิญหน้ากับราชาหนูและช่วยตุ๊กตานัทแคร็กเกอร์ โดยไม่ลังเล ความดีของเธอเป็นพลังที่สามารถเอาชนะอำนาจมืดได้

ความรักแท้คือพลังที่ยิ่งใหญ่ คำสาปของเจ้าชายถูกทำลายได้เพราะมารีไม่ได้มองแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่เธอรักและเชื่อมั่นในตัวเขาจริงๆ ความรักที่บริสุทธิ์สามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้

ความฝันและจินตนาการมีค่า ดินแดนมหัศจรรย์ของนัทแคร็กเกอร์อาจดูเหมือนเพียงความฝัน แต่บางครั้งความเชื่อและจินตนาการ ก็มีพลังมากพอที่จะทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้กลายเป็นความจริง

ความดีงามจะได้รับผลตอบแทน มารีเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และสุดท้าย เธอได้รับรางวัลเป็นความสุขและการกลับมาของเจ้าชาย นิทานเรื่องนี้จึงสอนให้เราเชื่อใน ปาฏิหาริย์ของความรัก ความกล้าหาญ และจิตใจที่ดีงาม

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานพื้นบ้านเยอรมันเรื่องตุ๊กตานัทแคร็กเกอร์กับราชาหนู (อังกฤษ: The Nutcracker and the Mouse King) เป็นผลงานของเออร์นส์ ทิโอดอร์ อมาเดอุส ฮอฟฟมันน์ (E.T.A. Hoffmann) นักเขียนชาวเยอรมัน(ปรัสเซียในสมัยนั้น)ในยุคโรแมนติก ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1816 นิทานเรื่องนี้เป็นหนึ่งในวรรณกรรมที่โดดเด่นของเยอรมัน เต็มไปด้วยจินตนาการ เวทมนตร์ และสัญลักษณ์เชิงลึก

ภายหลัง นิทานของฮอฟฟมันน์ถูกดัดแปลงโดย อเล็กซองเดร ดูมาส์ (Alexandre Dumas père) นักเขียนชาวฝรั่งเศสในปี 1844 ซึ่งทำให้เนื้อเรื่องอ่อนโยนและเหมาะกับเด็กมากขึ้น

การดัดแปลงที่มีชื่อเสียงที่สุด คือบัลเลต์เรื่อง “The Nutcracker” ประพันธ์โดย ปิโอเตอร์ อิลิช ไชคอฟสกี (Pyotr Ilyich Tchaikovsky) ในปี 1892 ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในบัลเลต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลคริสต์มาส

นิทานเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากตุ๊กตานัทแคร็กเกอร์ ซึ่งเป็นของประดับและของเล่นแบบดั้งเดิมของเยอรมัน ตุ๊กตาเหล่านี้มักทำเป็นรูปทหารและเชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของ โชคลาภและการปกป้องจากสิ่งชั่วร้าย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมนัทแคร็กเกอร์จึงกลายเป็นตัวเอกของนิทานเรื่องนี้

จากนิทานพื้นบ้านสู่วรรณกรรมและบัลเลต์ นิทานเรื่องนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวแฟนตาซีที่ทรงอิทธิพลและเป็นที่รักของผู้คนทั่วโลก

“ความกล้าหาญไม่ได้อยู่ที่แรงกาย แต่อยู่ที่หัวใจที่พร้อมจะต่อสู้เพื่อสิ่งที่ถูกต้อง”