นิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นเรื่องครกวิเศษจากมังกรใต้ทะเล

ปกนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นเรื่องครกวิเศษจากมังกรใต้ทะเล

ในสมัยโบราณ เมื่อโลกยังเต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์และเวทมนตร์ มีเรื่องเล่าขานตำนานนิทานพื้นบ้านสากลจากแดนปลาดิบเกี่ยวกับครกวิเศษ ที่สามารถตำเกลือออกมาได้ไม่รู้จบ ตำนานกล่าวว่าครกนี้ถูกมอบให้แก่ชายผู้มีเมตตาโดย ราชามังกรใต้ทะเล เพื่อเป็นรางวัลสำหรับความดีของเขา แต่เพราะความโลภของมนุษย์ ครกวิเศษกลับกลายเป็นต้นเหตุของสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด

ว่ากันว่า ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาน้ำทะเลจึงมีรสเค็ม และเรื่องราวของครกวิเศษนี้ก็ถูกเล่าขานจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อเตือนใจให้ผู้คนรู้จักคุณค่าของความพอเพียงและผลลัพธ์ของความโลภ… กับนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นเรื่องครกวิเศษจากมังกรใต้ทะเล

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นเรื่องครกวิเศษจากมังกรใต้ทะเล

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นเรื่องครกวิเศษจากมังกรใต้ทะเล

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ที่หมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ริมทะเล มีพี่น้องสองคน พี่ชายเป็นคนโลภและเห็นแก่ตัว ส่วนน้องชายเป็นคนขยันและมีเมตตา พี่ชายมัวแต่หาทางรวยลัดโดยไม่ทำงาน ในขณะที่น้องชายหาเลี้ยงชีพด้วยการจับปลาและช่วยเหลือเพื่อนบ้านเสมอ

วันหนึ่ง ขณะที่น้องชายเดินเล่นอยู่ริมชายฝั่งเขาพบเต่าตัวหนึ่งติดอยู่ในอวนของชาวประมง มันพยายามดิ้นรนแต่ไม่อาจหลุดออกมาได้

“สงสารจริง… เจ้าคงเจ็บมากสินะ” น้องชายพูดเบา ๆ ก่อนจะใช้มีดค่อย ๆ ตัดอวนออก แล้วปล่อยเต่าลงสู่ทะเล

เต่าหันกลับมามองเขาราวกับขอบคุณ ก่อนจะดำน้ำหายไป

คืนนั้น ขณะที่น้องชายกำลังหลับอยู่ เขาฝันว่าเต่าตัวนั้นพูดกับเขา

“เจ้าช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าจึงอยากตอบแทนเจ้า เดี๋ยวจะมีบางอย่างมารับเจ้า จงอย่ากลัว”

เมื่อตื่นขึ้นมา น้องชายก็ยังไม่แน่ใจว่านั่นเป็นเพียงความฝันหรือไม่ แต่ทันใดนั้นเอง คลื่นทะเลก็เริ่มปั่นป่วน และจู่ ๆ เต่าตัวใหญ่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา!

“ขึ้นมาบนหลังข้าเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปยังวังของราชามังกร!”

แม้จะตกใจ แต่น้องชายก็สัมผัสได้ถึงพลังวิเศษของเต่า เขาตัดสินใจขึ้นหลังเต่า และถูกพาดำดิ่งลงไปสู่โลกใต้ทะเล

ไม่นานนัก เขาก็มาถึง วังของราชามังกร วังนั้นงดงามตระการตา มีปะการังส่องแสงเป็นประกาย และฝูงปลาแหวกว่ายอยู่รอบ ๆ

ราชามังกรใต้ทะเลปรากฏตัวขึ้นและกล่าวขอบคุณ

“เจ้าเป็นคนใจดีที่ช่วยเหลือเต่าของข้า เพื่อเป็นรางวัล ข้าจะมอบของวิเศษให้เจ้า”

ราชามังกรมอบ “ครกวิเศษ” ให้กับเขา

“ครกนี้สามารถตำสิ่งใดก็ได้ตามที่เจ้าปรารถนา เพียงพูดว่า ‘ตำออกมา!’ และหากต้องการให้มันหยุด เจ้าต้องพูดว่า ‘พอแล้ว!'”

น้องชายรับครกวิเศษด้วยความขอบคุณ และไม่นานนัก เต่าก็พาเขากลับขึ้นฝั่ง

เมื่อกลับมาถึงบ้าน น้องชายตื่นเต้นที่จะลองใช้ครกวิเศษ เขานำมันมาตำข้าว และเพียงแค่พูดว่า “ตำออกมา!” ข้าวสารก็หลั่งไหลออกมาจากครกไม่หยุด!

เขาลองตำของอื่น ๆ เช่น อาหาร ของใช้ และสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน และเมื่อพูดว่า “พอแล้ว!” ครกก็หยุดตามคำสั่ง

จากนั้นเขาก็นำข้าวและอาหารไปแจกจ่ายให้ชาวบ้าน ทุกคนดีใจและขอบคุณเขา บ้านที่เคยเงียบเหงากลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่น

แต่เรื่องราวของครกวิเศษก็มาถึงหูของพี่ชายที่โลภมาก

“เจ้ามีของวิเศษแบบนี้แต่กลับไม่บอกข้าเลยรึ!? ถ้าข้ามีมัน ข้าคงรวยไปนานแล้ว!” พี่ชายคิดในใจ

คืนหนึ่ง ขณะที่น้องชายกำลังนอนหลับ พี่ชายแอบย่องเข้ามาในบ้านและขโมยครกวิเศษไป

“ข้าจะใช้มันสร้างความร่ำรวยให้ตัวเอง!” เขาพูดอย่างมั่นใจ ก่อนจะรีบพาครกขึ้นเรือแล้วออกทะเลไป

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นเรื่องครกวิเศษจากมังกรใต้ทะเล 2

พี่ชายพาครกวิเศษขึ้นเรือมุ่งหน้าไปยังเมืองใหญ่ เขาวางแผนจะตำเกลือจำนวนมากเพื่อนำไปขาย เพราะในสมัยนั้น เกลือเป็นสินค้าหายากและมีราคาแพง

เมื่อออกสู่ทะเลลึกจนแน่ใจว่าไม่มีใครมาแย่งครกไปจากเขา พี่ชายเริ่มทดสอบพลังวิเศษของมัน “ตำออกมา! เกลือจงออกมา!”

ทันใดนั้นเกลือสีขาวก็พุ่งออกจากครกไม่หยุด พี่ชายหัวเราะอย่างพอใจ มองดูเกลือที่กองสูงขึ้นเรื่อย ๆ

“ข้าจะรวยที่สุดในแผ่นดิน! ข้าจะขายเกลือให้พ่อค้าจนมีเงินทองมหาศาล!”

แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ… พี่ชายไม่เคยรู้คำสั่งหยุดครก!

เขาเอาแต่สนใจครกวิเศษ แต่ไม่เคยฟังคำอธิบายจากน้องชาย เขาไม่รู้ว่าต้องพูดว่า “พอแล้ว!” เพื่อให้มันหยุด

เกลือเริ่มกองสูงขึ้น… สูงขึ้น… และสูงขึ้น… ลูกเรือเริ่มแตกตื่น “นายท่าน! เรือกำลังหนักขึ้น! เกลือกำลังจะล้นเรือแล้ว!”

“ก็ให้มันตำต่อไปสิ! ยิ่งเยอะ ข้ายิ่งรวย!” พี่ชายยังคงหลงระเริง

แต่ไม่นานนักเรือก็เริ่มเอียง น้ำทะเลเริ่มซัดเข้ามา เพราะเรือหนักเกินไปจากเกลือที่ไม่มีวันหมด

พี่ชายเริ่มตื่นตระหนก เขาพยายามหยุดครกด้วยตัวเอง “เอ่อ… หยุด! เลิกตำ! พอได้แล้ว!”

แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น… ครกยังคงตำเกลือออกมาไม่หยุด!

ไม่นานนัก เรือก็ไม่สามารถรับน้ำหนักได้อีกต่อไป โครม!

เรือพลิกคว่ำลงกลางมหาสมุทรพี่ชายและลูกเรือถูกซัดกระเด็น ข้าวของทั้งหมดร่วงหล่นลงทะเล รวมถึงครกวิเศษ ที่ค่อย ๆ จมลงไปในก้นบึ้งของมหาสมุทร

แต่แม้ว่าครกจะจมลงไป… มันก็ยังคงตำเกลือต่อไป “ตำออกมา! ตำออกมา!”

เกลือยังคงไหลออกมาไม่หยุดใต้ทะเล นับจากวันนั้น น้ำทะเลที่เคยใสสะอาดจึงเริ่มมีรสเค็ม และยังคงเค็มมาจนถึงทุกวันนี้

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นเรื่องครกวิเศษจากมังกรใต้ทะเล 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความโลภนำไปสู่หายนะ พี่ชายต้องการรวยอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดถึงผลที่ตามมา สุดท้ายเขากลับสูญเสียทุกอย่างเพราะความไม่รู้จักพอ

ความเมตตานำมาซึ่งโชคดี น้องชายได้รับครกวิเศษเพราะเขาเป็นคนมีน้ำใจ ชีวิตของเขาสุขสงบและได้รับความรักจากคนรอบข้าง ต่างจากพี่ชายที่จบลงด้วยความล้มเหลว

การฟังและเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญ หากพี่ชายตั้งใจฟังวิธีใช้ครกจากน้องชาย เขาอาจจะสามารถใช้มันให้เกิดประโยชน์ได้แทนที่จะนำไปสู่หายนะของตัวเอง

บางสิ่งบางอย่างหากใช้อย่างไม่ระมัดระวัง อาจย้อนกลับมาทำร้ายเราเอง ครกวิเศษที่สามารถให้ทุกสิ่งที่ต้องการ กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้พี่ชายต้องพบจุดจบ เพราะเขาใช้อย่างขาดสติและไม่เข้าใจวิธีควบคุมมัน

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานเรื่องครกวิเศษจากมังกรใต้ทะเล (อังกฤษ: Shiofukiusu: The Magic Salt Mill) Shiofukiusu (塩ふきうす) เป็นนิทานพื้นบ้านของญี่ปุ่นที่เล่าต่อกันมาหลายชั่วอายุคน โดยเป็นหนึ่งในนิทานที่อธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติผ่านเรื่องเล่าแฟนตาซี เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับตำนานของราชามังกรใต้ทะเล (Ryūgū-jō, 龍宮城) ซึ่งปรากฏอยู่ในนิทานญี่ปุ่นหลายเรื่อง เช่น อุราชิมะ ทาโร่ (Urashima Tarō, 浦島太郎) ที่กล่าวถึงชายหนุ่มช่วยเต่าและได้รับรางวัลจากวังใต้ทะเล ในกรณีของ Shiofukiusu พระเอกของเรื่องได้รับครกวิเศษจากราชามังกรเพื่อตอบแทนความเมตตาของเขา

แม้ว่าจะเป็นนิทานญี่ปุ่นที่ได้รับการบอกเล่ากันมาอย่างยาวนาน แต่เรื่องราวของ Shiofukiusu มีความคล้ายคลึงกับนิทานพื้นบ้านจากหลายประเทศ นิทานที่มีพล็อตคล้ายกันนี้ปรากฏในเกาหลี (ครกวิเศษของสองพี่น้อง), นอร์เวย์ (Why the Sea is Salt), รวมถึงในจีนและไทยที่มีเรื่องเล่าคล้าย ๆ กันเกี่ยวกับวัตถุวิเศษที่ผลิตเกลืออย่างไม่รู้จบ นักวิชาการคาดว่าเรื่องนี้อาจมีต้นกำเนิดจากเส้นทางการค้าเกลือในสมัยโบราณ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีค่ามาก และเรื่องเล่าจึงอาจถูกถ่ายทอดข้ามวัฒนธรรมผ่านเส้นทางสายไหม

เวอร์ชันญี่ปุ่นของนิทานนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เชื่อมโยงกับความเชื่อทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งท้องทะเล รวมถึงแนวคิดเกี่ยวกับความเมตตาและผลกรรมจากความโลภ นิทานเรื่องนี้ยังคงถูกนำมาเล่าใหม่ในยุคปัจจุบันผ่านหนังสือเด็กและคอลเลกชันนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่น โดยยังคงเป็นเรื่องราวที่ให้แง่คิดเกี่ยวกับการรู้จักพอ ความเมตตา และผลลัพธ์ของความโลภ

“บางสิ่งไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเป็นของใคร หากใช้มันโดยไร้ความยับยั้ง วันหนึ่งมันอาจกลืนกินเจ้าทั้งเป็น”