นิทานพื้นบ้านนิวซีแลนด์เรื่องเรือแคนูวิเศษ

ปกนิทานพื้นบ้านนิวซีแลนด์เรื่องเรือแคนูวิเศษ

ท้องทะเลกว้างไกลไร้ขอบเขต คลื่นกระเพื่อมเบา ๆ ราวกับกระซิบขานถึงเรื่องราวตำนานนิทานพื้นบ้านสากลของนักเดินทางผู้กล้าหาญชาวเกาะเมารี ที่ออกเดินทางโดยมีเพียงความศรัทธาและหัวใจที่มุ่งมั่น พวกเขามิได้รู้จุดหมายแน่ชัด แต่พวกเขาเชื่อว่าหากร่วมมือกัน ขอบฟ้าที่ไกลสุดสายตาจะนำพาไปสู่ดินแดนที่ดีกว่า

ทว่า การเดินทางบนเรือลำเดียวกันนั้น ไม่ได้เป็นเพียงบททดสอบของคลื่นลมและระยะทาง หากแต่เป็นบทพิสูจน์หัวใจของผู้เดินทาง ว่าพวกเขาพร้อมจะแบ่งปัน หรือจะจมดิ่งไปกับความโลภของตนเอง… กับนิทานพื้นบ้านนิวซีแลนด์เรื่องเรือแคนูวิเศษ

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านนิวซีแลนด์เรื่องเรือแคนูวิเศษ

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านนิวซีแลนด์เรื่องเรือแคนูวิเศษ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว บนเกาะฮาวาอิกิ (Hawaiki) ดินแดนแห่งบรรพบุรุษของชาวเมารี ผู้คนเคยอยู่กันอย่างสงบสุข แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทรัพยากรเริ่มร่อยหรอดินแห้งแล้ง ปลาในทะเลลดน้อยลง ความขัดแย้งเริ่มก่อตัว ผู้คนต่างกังวลว่าพวกเขาอาจไม่สามารถอยู่รอดได้อีกต่อไป

หัวหน้าเผ่าผู้ชาญฉลาดและใจดี ชื่อมาตูอา (Matua) เฝ้าคิดหาทางช่วยเหลือผู้คนของเขา จนคืนหนึ่ง เขาได้รับนิมิตในความฝัน เสียงลึกลับกล่าวว่า “จงออกเดินทางสู่ขอบฟ้า ดินแดนใหม่รอพวกเจ้าอยู่ หากพวกเจ้ามีหัวใจบริสุทธิ์ ทะเลจะนำพาไป แต่จงจำไว้ อย่าทิ้งใครไว้ข้างหลัง จงแบ่งปัน และเรือจะขยาย แต่หากเจ้าหวงแหน ทุกสิ่งจะสูญสิ้น”

รุ่งเช้า มาตูอาตัดสินใจสร้างเรือแคนูขนาดใหญ่ (เรือแคนู คือ เรือยาวและแคบที่ใช้พายหรือแจวในการเดินทางบนผืนน้ำ มักทำจากไม้และมีน้ำหนักเบา ชาวเมารีใช้ เรือแคนูสองลำที่เชื่อมเข้าด้วยกัน ซึ่งเรียกว่า “วากา โฮรูอะ” (waka hourua) เพื่อให้มั่นคงและสามารถเดินทางข้ามมหาสมุทรได้ เรือแคนูเป็นเหมือนบ้านลอยน้ำที่ช่วยพาพวกเขาเดินทางไกล ถ้าเปรียบเทียบง่าย ๆ ก็เหมือน “รถของคนโบราณ” ที่ใช้เดินทางทางทะเลแทนถนน) อย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน มันดูเรียบง่ายแต่กลับเต็มไปด้วยพลังลี้ลับ ไม่มีใครรู้ว่ามันสามารถรองรับผู้คนได้มากแค่ไหน

“เราจะออกเดินทางไปยังดินแดนใหม่ แต่จำไว้ ดินแดนนั้นไม่ได้มีไว้สำหรับผู้ที่เห็นแก่ตัว มีเพียงผู้ที่แบ่งปันกันเท่านั้นที่จะไปถึง” มาตูอากล่าว

ชาวเผ่าที่เชื่อในคำพูดของเขารีบเก็บข้าวของและขึ้นเรือ แต่บางคนลังเล “เรือหนึ่งลำจะพาเราทุกคนไปได้จริงหรือ?” บางคนสงสัย “เราควรเลือกเฉพาะผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดหรือไม่?”

แต่เมื่อทุกคนก้าวขึ้นเรือ มันก็ไม่จม ตรงกันข้าม เรือกลับดูมั่นคงขึ้น ราวกับว่ามันสามารถขยายตัวเพื่อรองรับทุกคนที่ต้องการเดินทาง

เสียงลมกระซิบผ่านใบเรือ ทะเลเริ่มพัดพาพวกเขาไปสู่ขอบฟ้าที่ไม่เคยมีใครรู้จัก

มหาสมุทรกว้างใหญ่ไพศาล ไม่มีใครรู้ว่าจุดหมายอยู่ที่ใด พวกเขาต้องใช้ดวงดาว ลม และกระแสน้ำ เป็นเครื่องนำทางกลางวันร้อนระอุ กลางคืนหนาวเหน็บ แต่พวกเขายังคงเดินทางต่อไป

ระหว่างทาง พวกเขาพบกลุ่มคนที่ติดอยู่บนเกาะเล็ก ๆ กลางทะเล คนเหล่านั้นอ่อนแรงและหิวโหย บางคนเป็นหญิงชรา บางคนเป็นเด็กกำพร้า

มาตูอาไม่ลังเล เขาสั่งให้รับพวกเขาขึ้นเรือ “พวกเขาต้องเดินทางกับเรา พวกเราไม่ควรทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

ลูกเรือบางคนพยักหน้าเห็นด้วย แต่บางคนเริ่มไม่พอใจ “ถ้าเรารับพวกเขามากเกินไป อาหารของเราจะหมด!” ชายผู้หนึ่งตะโกน

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง เมื่อรับคนเหล่านั้นขึ้นมา เรือกลับขยายตัวใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ไม่มีใครเบียดเสียด อาหารดูเหมือนจะไม่หมดง่าย ๆ

“เรือลำนี้ให้มากขึ้นเมื่อเราร่วมมือกัน นี่คือพลังของการแบ่งปัน” มาตูอายิ้ม

การเดินทางดำเนินต่อไป ทะเลยังคงโอบล้อมพวกเขา แต่แล้ววันหนึ่ง ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม ลมแรงพัดผ่านราวกับเตือนภัยบางอย่าง “พวกเราต้องเตรียมตัว พายุกำลังมา!”

ขณะที่ทุกคนร่วมมือกัน บางคนกลับเริ่มแสดงธาตุแท้ พวกเขาเริ่มซุบซิบกัน “เรากำลังเดินทางไปสู่ที่ใดกันแน่? ถ้าไม่มีดินแดนอยู่จริงล่ะ?”

“เราควรเลือกไว้เฉพาะคนที่แข็งแกร่งที่สุด ถ้าเราต้องเสียสละบางคนเพื่อลดภาระ เราควรทำ!”

มาตูอาได้ยินทุกอย่าง แต่เขายังคงนิ่งสงบ เขารู้ดีว่าบททดสอบที่แท้จริงกำลังจะมาถึง

และหากพวกเขาทำผิดพลาด… เรือแคนูวิเศษอาจไม่นำพวกเขาไปถึงดินแดนแห่งสัญญา

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านนิวซีแลนด์เรื่องเรือแคนูวิเศษ 2

พายุโหมกระหน่ำสายลมกรีดร้อง คลื่นสูงเทียมฟ้า เรือแคนูโยกไปมาเหมือนใบไม้กลางมหาสมุทร ลูกเรือต่างกรีดร้อง น้ำซัดเข้ามาในเรือ หลายคนช่วยกันตักน้ำออก พวกเขาต้องร่วมมือกันเพื่อเอาตัวรอด

แต่ในขณะที่บางคนต่อสู้เพื่อความอยู่รอด บางคนกลับเลือกเส้นทางที่ต่างออกไป

“พวกเราอยู่กันแน่นเกินไป!” ชายผู้หนึ่งตะโกน “หากเราไม่ลดจำนวนคนลง เรือจะจม!”

“เขาพูดถูก เราต้องทิ้งคนอ่อนแอลงทะเล!” อีกคนเห็นด้วย

กลุ่มหนึ่งเริ่มหันไปหาคนที่อ่อนแอหญิงชรา เด็ก ๆ และผู้ที่ป่วยหนัก พวกเขาจับตัวพวกเขาไว้ ราวกับกำลังตัดสินโทษของพวกเขาเอง

มาตูอายืนขึ้น ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำ สายตาของเขาแข็งกร้าว

“เจ้าลืมคำสอนของเรือแคนูนี้ไปแล้วหรือ?” เสียงของเขาดังก้อง

“เรือแคนูวิเศษไม่ได้ขยายเพราะความแข็งแกร่ง มันขยายเพราะความเมตตา! แต่หากเจ้าคิดจะใช้ความเห็นแก่ตัวเพื่อเอาตัวรอด—เจ้าจะไม่มีโอกาสรอดเลย!”

ทันใดนั้น… เรือเริ่มหดเล็กลง!

น้ำทะเลเริ่มซัดเข้าเรือ ความมั่นคงที่เคยมีหายไป เสียงฟ้าร้องดังกึกก้อง คลื่นเริ่มโถมใส่รุนแรงขึ้น ราวกับว่ามหาสมุทรเองก็โกรธแค้นกับความเห็นแก่ตัวของพวกเขา

คนที่ต้องการผลักคนอื่นลงน้ำ ถูกคลื่นซัดตกทะเลแทน พวกเขาพยายามตะเกียกตะกายกลับขึ้นมา แต่ไม่มีใครช่วยพวกเขาอีกแล้ว

มาตูอามองไปยังลูกเรือที่เหลือ “จงเลือกเถิด… เจ้าจะเป็นผู้ที่แบ่งปัน หรือเจ้าจะเป็นผู้ที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง?”

คนที่ยังอยู่บนเรือกอดกันแน่น หลับตา และภาวนา พวกเขารับรู้แล้วว่าการเดินทางนี้ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่งแต่เพื่อกันและกัน

ทันใดนั้น เรือแคนูขยายใหญ่อีกครั้ง มันมั่นคงขึ้น และสามารถต้านทานคลื่นที่โหมกระหน่ำ

พายุกระหน่ำอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่ท้องฟ้าจะค่อย ๆ สงบลง ลมพัดเอาฝนออกไป และในที่สุด แสงอาทิตย์แรกก็สาดส่องลงบนผิวน้ำ

“มองนั่น!” เด็กคนหนึ่งร้องขึ้น

ขอบฟ้าไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป เบื้องหน้า พวกเขาเห็นดินแดนอันกว้างใหญ่ ปกคลุมด้วยเมฆยาวสีขาว

“อาโอเทียโรอา! ดินแดนที่ถูกสัญญาไว้!”

เรือแคนูแล่นเข้าสู่ฝั่ง หาดทรายขาวสะอาดทอดยาว ต้นไม้สูงตระหง่านและแม่น้ำไหลผ่านหุบเขา พวกเขาก้าวลงสู่ดินแดนที่พวกเขาใฝ่ฝันถึงมาโดยตลอด

มาตูอาหันไปหาลูกเรือที่เหลือ “นี่คือบ้านใหม่ของเรา ดินแดนแห่งโอกาส แต่จำไว้เรามาถึงที่นี่ได้เพราะเราไม่ละทิ้งกัน จงดูแลผืนแผ่นดินนี้ด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ มิฉะนั้น มันอาจไม่ใช่ของเราอีกต่อไป”

ตั้งแต่นั้นมาอาโอเทียโรอา (ดินแดนเมฆสีขาว หรือประเทศนิวซีแลนด์ ณ ปัจจุบัน) ได้กลายเป็นบ้านของชาวเมารี ผู้ที่เดินทางมาด้วยหัวใจแห่งการแบ่งปัน

และเรื่องราวของเรือแคนูวิเศษ ถูกเล่าขานจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อเตือนใจว่า “ไม่มีเรือลำใดใหญ่พอสำหรับความเห็นแก่ตัว แต่มีที่ว่างเสมอสำหรับผู้ที่รู้จักแบ่งปัน”

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านนิวซีแลนด์เรื่องเรือแคนูวิเศษ 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… “ไม่มีเรือลำใดใหญ่พอสำหรับความเห็นแก่ตัว แต่มีที่ว่างเสมอสำหรับผู้ที่รู้จักแบ่งปัน”

การเดินทางสู่อนาคตไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเส้นทางที่ต้องก้าวไปด้วยกัน ผู้ที่เห็นแก่ตัวอาจคิดว่าการกำจัดผู้อื่นจะทำให้ตัวเองอยู่รอด แต่แท้จริงแล้ว ความเห็นแก่ตัวคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ในขณะที่ความเมตตาและความสามัคคีต่างหาก ที่เป็นพลังที่แท้จริงในการนำพาทุกคนไปสู่ดินแดนที่ดีขึ้น

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานพื้นบ้านนิวซีแลนด์เรื่องเรือแคนูวิเศษ (อังกฤษ: The Magic Canoe) เป็นหนึ่งในตำนานพื้นบ้านของชาวเมารีที่ถูกเล่าขานจากรุ่นสู่รุ่น โดยสะท้อนแนวคิดเรื่องความสามัคคี การแบ่งปัน และบทเรียนเกี่ยวกับความเห็นแก่ตัว เรื่องราวนี้เกี่ยวข้องกับการเดินทางของชาวเมารีจากเกาะฮาวาอิกิสู่ดินแดนใหม่อาโอเทียโรอา ดินแดนแห่งเมฆสีขาว ซึ่งก็คือนิวซีแลนด์ในปัจจุบัน ยังมีนิทานที่มีเนื้อเรื่องคล้ายกันคือเรื่อง Land of the Long White Cloud ตำนานดินแดนแห่งเมฆยาวสีขาว ตำนานเล่าถึงเรือแคนูลึกลับที่สามารถขยายตัวเพื่อรองรับผู้โดยสารได้ไม่จำกัด หากคนบนเรือรู้จักแบ่งปันกัน แต่หากเกิดความโลภ เรือจะหดเล็กลงจนไม่สามารถพาทุกคนเดินทางไปถึงจุดหมาย

ชาวเมารีเชื่อว่าเรือแคนูไม่ได้เป็นเพียงพาหนะทางกายภาพ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางแห่งจิตวิญญาณและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชนเผ่า หากผู้คนไม่ร่วมมือกัน หรือหากใครบางคนพยายามกีดกันผู้อื่นเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง เรือทั้งลำก็อาจต้องล่มจม ตำนานนี้ยังคงมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของชาวเมารีในปัจจุบัน โดยสอนให้พวกเขาเคารพซึ่งกันและกันและเข้าใจว่าความเจริญรุ่งเรืองจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกคนร่วมมือกัน ไม่ใช่เมื่อบางคนพยายามฉกฉวยทุกสิ่งไว้เพื่อตนเอง

“เรือลำเดียวกันจะไปถึงฝั่งได้ ก็ต่อเมื่อทุกคนพายไปในทิศทางเดียวกัน”