ดวงอาทิตย์สีทองลอยอยู่เหนือทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ มีเรื่องเล่านิทานพื้นบ้านสากลของแอฟริกาใต้ มีลมร้อนพัดผ่านต้นไม้แห้งกรอบ ส่งเสียงเสียดสีไปตามกิ่งก้าน สัตว์ป่าน้อยใหญ่ต่างหลบซ่อนอยู่ในเงาร่มเพื่อหลีกหนีความร้อนระอุ ทุกชีวิตต่างรู้ดีว่าฤดูกาลนี้คือช่วงเวลาที่ยากลำบาก อาหารหายากขึ้น และแม้แต่ผู้ล่าก็ยังต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด
ในดินแดนแห่งนี้ มีเจ้าป่าผู้ครองอำนาจมาอย่างยาวนาน สัตว์ทั้งหลายล้วนเกรงกลัวอำนาจของมัน ไม่มีใครกล้าท้าทายหรือขัดขืน แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป สิ่งที่เคยแน่นอนอาจเริ่มสั่นคลอน และผู้ที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงเงาในมุมมืด อาจกลายเป็นผู้เขียนชะตากรรมครั้งใหม่ของป่าแห่งนี้… กับนิทานพื้นบ้านแอฟริกาใต้เรื่องสิงโตกับหมาใน

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านแอฟริกาใต้เรื่องสิงโตกับหมาใน
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ดวงอาทิตย์สีทองแผดเผาทุ่งหญ้ากว้างของแอฟริกาใต้ ลมร้อนพัดผ่านซากต้นไม้แห้ง ส่งเสียงหวีดหวิวราวกับเตือนภัยถึงบางสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
สิงโตเจ้าป่าผู้ยิ่งใหญ่ เดินทอดน่องอย่างเชื่องช้า แม้ท่าทางมันยังดูน่าเกรงขาม แต่ความจริงคือมันกำลังหิวจัด นานมาแล้วที่มันไม่ได้ออกล่าเอง เพราะเหล่าสัตว์ทั้งหลายต่างยำเกรงและคอยนำอาหารมาให้ แต่มาวันนี้… ไม่มีใครมาหา ไม่มีเนื้อสด ๆ ให้ฉีกกิน ไม่มีเสียงหวาดกลัวให้ได้ฟัง
สิงโตหยุดยืนบนโขดหินสูง สายตากวาดไปทั่วผืนป่าเบื้องล่าง แล้วมันก็เห็นบางสิ่งขยับอยู่ใต้เงาไม้ หมาใน… สัตว์ตัวผอมแห้งแต่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ กำลังกินซากสัตว์อย่างสบายใจ
สิงโตแสยะยิ้ม มันรู้ดีว่าหมาในเป็นนักฉวยโอกาส คอยขโมยอาหารของสัตว์อื่นเสมอ แต่ครั้งนี้… มันจะได้รู้ว่าเจ้าป่าตัวจริงเป็นใคร
สิงโตกระโจนลงจากโขดหิน ตรงเข้าไปหาหมาในทันที
“เจ้ากำลังกินอะไรน่ะ?” สิงโตเอ่ยเสียงต่ำ แววตาข่มขู่
หมาในสะดุ้ง หันไปมองราชาผู้ยิ่งใหญ่ก่อนจะรีบโค้งตัวลงต่ำ “โอ้ ท่านราชา ข้าก็แค่กินเศษเนื้อที่ไม่มีใครต้องการ” มันเอ่ยอย่างนอบน้อม แต่ในใจเริ่มระแวง
สิงโตเลียเขี้ยวของตนช้า ๆ “ข้าหิว” มันพูดเรียบ ๆ แต่แฝงความหมายชัดเจน
หมาในชะงัก มันรู้ดีว่าถ้าสิงโตหิวและไม่มีเหยื่ออื่นให้ล่า ตัวมันเองอาจเป็นเป้าหมายต่อไป
หมาในรีบคิดหาทางเอาตัวรอด มันไม่ใช่นักสู้ ไม่มีกรงเล็บแหลมคม ไม่มีแรงมหาศาล แต่สิ่งที่มันมีคือ… สมอง
“ท่านราชา” หมาในเอ่ยเสียงอ่อนน้อม “ข้าขออภัยที่ไม่มีเนื้อดี ๆ มาให้ท่าน แต่ข้ารู้ที่แห่งหนึ่ง ที่นั่นมีอาหารมากมายและท่านไม่ต้องออกแรงล่าเลย”
สิงโตเลิกคิ้ว มันไม่ไว้ใจหมาในนัก แต่ความหิวทำให้มันต้องฟัง
“เจ้าว่าอะไรนะ?” สิงโตถาม สีหน้าสงสัยแต่เต็มไปด้วยความโลภ
หมาในรีบอธิบาย “ข้ามีที่ลับแห่งหนึ่ง ใต้ดินลึกลงไป มีโพรงซึ่งเต็มไปด้วยอาหาร—เนื้อสด ๆ มากมายเก็บไว้เป็นเสบียง”
สิงโตจ้องตาหมาใน มันไม่แน่ใจว่าสัตว์ตัวผอมแห้งตรงหน้ากำลังโกหกหรือไม่ แต่ถ้ามันพูดจริง นั่นหมายถึงอาหารเหลือเฟือโดยไม่ต้องออกแรง
“พาข้าไป” สิงโตสั่ง
หมาในก้มศีรษะ “แน่นอน ท่านราชา… แต่ท่านต้องเชื่อใจข้า” มันพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่สิงโตมองไม่เห็น
และแล้ว ทั้งสองก็ออกเดินทาง โดยมีสิงโตผู้ยิ่งใหญ่เดินตามหมาใน… เข้าสู่แผนการที่มันเองไม่เคยคาดคิดมาก่อน

หมาในพาสิงโตเดินลึกเข้าไปในป่า จนกระทั่งมาถึงบริเวณที่ดินแตกระแหงและเต็มไปด้วยซากต้นไม้ผุพัง ใต้พุ่มไม้รกชัฏ มีโพรงลึกมืดสนิทดูเหมือนไม่มีอะไรน่าสนใจ
สิงโตหยุดเดิน มันขมวดคิ้ว “ไหนล่ะ อาหารของข้า?”
หมาในหันมามองราชาผู้หิวโหยก่อนจะยิ้มเล็ก ๆ “อยู่ข้างล่างนี้ ท่านต้องก้มลงไปดู”
สิงโตมองโพรงที่ดูเหมือนเป็นรังของสัตว์เล็ก ๆ มันเริ่มหงุดหงิด “เจ้าคิดว่าข้าเป็นลูกสิงโตตัวน้อยหรือไง? คิดจะหลอกข้าหรือ?” สิงโตแยกเขี้ยวข่มขู่
หมาในรีบส่ายหน้า “ข้าไม่กล้าหลอกท่านหรอก! เพียงแต่โพรงนี้มันลึก ข้าเข้าไปไม่ได้ แต่ท่าน… ท่านมีพลังมากพอที่จะขุดให้กว้างขึ้น แล้วเราจะได้เข้าไปเอาเนื้อที่ซ่อนอยู่ข้างใน”
สิงโตหรี่ตาลงอย่างลังเล ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้โพรง ดมกลิ่นแต่กลับไม่ได้กลิ่นอาหารเลย มันจ้องหน้าหมาในอีกครั้ง “ถ้าไม่มีเนื้ออยู่ในนี้ เจ้ารู้ใช่ไหมว่าเจ้าจะกลายเป็นอาหารแทน?”
หมาในกลืนน้ำลาย แต่ยังคงสีหน้าสงบ “แน่นอน ท่านลองดูเถอะ”
สิงโตคำรามในลำคอ แล้วค่อย ๆ ก้มลงมองเข้าไปในโพรง หมาในเฝ้ามองทุกการเคลื่อนไหวของสิงโต มันรู้ดีว่าแค่จังหวะเดียวก็เพียงพอ และทันใดนั้นเอง ปึง!
หมาในใช้ขาหลังถีบสิงโตเต็มแรง! ราชาเจ้าป่าที่ไม่ได้ตั้งตัวเสียหลัก ร่วงลงไปในโพรงลึกทันที ฝุ่นดินฟุ้งกระจาย เสียงร้องของสิงโตดังลั่นป่า แต่เมื่อมันพยายามปีนขึ้นมา ก็ดูเหมือนปากโพรงจะเล็กเกินไป ร่างใหญ่โตของมันติดอยู่ในนั้น
สิงโตคำรามก้อง “เจ้ากล้าหลอกข้าอย่างนั้นหรือ?!”
หมาในถอยหลังออกมา หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยเรียบ ๆ “ท่านต่างหากที่หลอกตัวเอง คิดว่าข้าโง่ แต่สุดท้าย… ใครกันแน่ที่เป็นเหยื่อ?”
เสียงคำรามของสิงโตดังก้องไปทั่วป่า เหล่าสัตว์ที่ได้ยินเริ่มพากันเดินมาดูว่าราชาผู้เกรียงไกรของพวกมันเป็นอะไร
และเมื่อพวกมันเห็นสิงโตติดอยู่ในโพรงเล็ก ๆ ก็ดังเสียงซุบซิบและหัวเราะเยาะเบา ๆ
“ราชาอะไรกัน… ติดกับดักของตัวเองเสียได้” ลิงกระซิบข้างหูชะมด
“ข้าคิดว่าสิงโตฉลาดกว่านี้” อาร์มาดิลโลหัวเราะคิกคัก
สิงโตรู้สึกเหมือนเลือดขึ้นหน้า แต่มันขยับไม่ได้ มันติดอยู่ในหลุมที่ขุดเอง กับดักที่ตัวเองอยากให้หมาในติดกลับกลายเป็นของมันเอง
หมาในเดินไปยืนตรงปากโพรง มองลงไปที่ราชาผู้ตกต่ำก่อนจะเอ่ยขึ้นเบา ๆ
“ข้าไม่ได้โกรธท่านที่อยากกินข้า” หมาในพูด “แต่ข้าโกรธที่ท่านคิดว่าข้าโง่จนปล่อยให้มันเกิดขึ้น”
สิงโตแยกเขี้ยวอย่างเดือดดาล แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
หมาในหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้สิงโตอยู่ลำพัง เสียงหัวเราะเยาะของสัตว์อื่นยังคงดังอยู่ในอากาศ
และแล้ว ราชาผู้เคยยิ่งใหญ่ ก็ไม่เหลืออะไรเลย นอกจากเงาของตัวเองในความมืดของโพรงดิน

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… อำนาจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่พละกำลัง แต่อยู่ที่ปัญญาและการใช้ไหวพริบให้ถูกที่ถูกเวลา สิงโตคิดว่าตัวเองอยู่เหนือทุกคน แต่กลับตกหลุมพรางของตัวเองเพราะความประมาท
ความหยิ่งผยองและความโลภ มักนำไปสู่ความพินาศ สิงโตไม่เคยคิดว่าตัวเองจะแพ้ จึงไม่ระวังตัว จนถูกหมาในที่ฉลาดกว่าใช้กลอุบายเอาชนะได้
อำนาจที่สร้างจากความหวาดกลัว ไม่จีรัง เมื่อสิงโตตกต่ำ ไม่มีใครช่วย เพราะพวกสัตว์ไม่ได้เคารพมันจากใจจริง พวกมันเพียงกลัว และเมื่อความกลัวหมดไป อำนาจของมันก็พังทลาย
สุดท้าย ผู้ที่อยู่รอด ไม่ใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่คือผู้ที่ฉลาดและรู้จักปรับตัว
ที่มาของนิทานเรื่องนี้
นิทานพื้นบ้านแอฟริกาใต้เรื่องสิงโตกับหมาใน (อังกฤษ: The Lion and the Jackal) เป็นนิทานพื้นบ้านที่มีรากฐานจากนิทานเก่าแก่ของแอฟริกาและอเมริกาใต้ เรื่องราวลักษณะนี้มักเล่าขานกันในหมู่ชนพื้นเมืองและถูกดัดแปลงไปตามแต่ละภูมิภาค ยังมีนิทานที่คล้ายกันคือเรื่องราวอีกรูปแบบหนึ่งกับนิทานพื้นบ้านแอฟริกาใต้เรื่องการเอาตัวรอดของหมาในจอมฉลาด (Clever Jackal Gets Away) โดยทั่วไปนิทานที่เกี่ยวกับสิงโตและหมาในมักสะท้อนถึงการต่อสู้ระหว่างอำนาจกับปัญญา ซึ่งเป็นธีมสำคัญในนิทานพื้นบ้านหลายแห่ง
หมาในมักปรากฏในนิทานพื้นเมืองของแอฟริกาและอเมริกาใต้ในฐานะตัวแทนของความเจ้าเล่ห์และความสามารถในการเอาตัวรอด ในขณะที่สิงโตเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและความแข็งแกร่ง เรื่องเล่าเหล่านี้มักถูกใช้เพื่อสอนบทเรียนเกี่ยวกับธรรมชาติของอำนาจ ความหยิ่งผยอง และผลลัพธ์ของการไม่ใช้ปัญญาอย่างรอบคอบ
แม้ว่าโครงเรื่องจะคล้ายกับนิทานอีสปบางเรื่อง แต่เวอร์ชันของอเมริกาใต้มีการเสียดสีอำนาจอย่างเด่นชัดมากกว่า แสดงให้เห็นว่าสังคมไม่ได้ยอมรับอำนาจเพียงเพราะความแข็งแกร่ง หากขาดความฉลาดและความเป็นธรรม อำนาจนั้นก็จะพังทลายลงในที่สุด
“อำนาจที่ไร้ปัญญา ก็คือหลุมพรางที่ขุดรอให้ตนเองตกลงไป”