นิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องโคอาล่าเสียหางไปได้อย่างไร?

ปกนิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องโคอาล่าเสียหางไปได้อย่างไร

ในยุคแห่งความฝัน ทุกสรรพชีวิตยังไม่มีรูปร่างที่แน่นอน สัตว์แต่ละตัวอาศัยอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ปรับตัวและเรียนรู้วิธีเอาชีวิตรอดตามเส้นทางของตนเอง บางตัวแข็งแกร่ง บางตัวเฉลียวฉลาด และบางตัวก็มีโชคดีที่ได้รับสิ่งพิเศษติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด

ท่ามกลางผืนป่ากว้างใหญ่ มีตำนานนิทานพื้นบ้านสากล ณ ดินแดนออสเตรเลีย เล่าว่ามีสัตว์สองตัวที่เคยเป็นเพื่อนกัน พวกมันใช้ชีวิตร่วมกันและแบ่งปันทุกสิ่งอย่างเสมอ แต่เมื่อความแห้งแล้งเข้าปกคลุมผืนดิน และสายน้ำเริ่มเหือดแห้ง ความสัมพันธ์ของพวกมันก็ถูกทดสอบด้วยสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด… กับนิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องโคอาล่าเสียหางไปได้อย่างไร?

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องโคอาล่าเสียหางไปได้อย่างไร

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องโคอาล่าเสียหางไปได้อย่างไร?

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยุคแห่งความฝัน (The Dreamtime) สัตว์ทุกตัวมีรูปร่างแตกต่างจากที่เห็นในปัจจุบัน โคอาล่าในเวลานั้นมีหางยาวและสวยงาม มันสามารถปีนต้นไม้และกระโดดไปมาได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่เหมือนโคอาล่าที่เรารู้จักในปัจจุบัน

ในป่ากว้างใหญ่ของออสเตรเลีย โคอาล่าและจิงโจ้เป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้งสองมักเดินทางไปด้วยกัน คอยช่วยเหลือกันในยามลำบาก จิงโจ้เป็นสัตว์ที่แข็งแรงและขยัน ส่วนโคอาล่าชอบใช้ชีวิตอย่างสบาย ๆ บนต้นไม้

วันหนึ่งภัยแล้งครั้งใหญ่ได้มาถึง ทุ่งหญ้ากลายเป็นสีเหลืองแห้ง ต้นไม้หลายต้นเริ่มเหี่ยวเฉา สัตว์ต่าง ๆ ต้องดิ้นรนหาน้ำ แต่บ่อน้ำหลายแห่งกลับเหือดแห้งภายใต้แสงแดดที่แผดเผา

โคอาล่าเริ่มกระวนกระวายเพราะมันไม่สามารถหาแหล่งน้ำได้ มันรู้ว่าจิงโจ้เป็นสัตว์ที่แข็งแรงและขยัน จึงไปหาเพื่อนของมัน หวังว่าจะได้รับน้ำจากบ่อที่จิงโจ้ขุดไว้

เมื่อไปถึง โคอาล่าพบว่าจิงโจ้กำลังนั่งพักอยู่ข้างบ่อน้ำ ขาหลังที่แข็งแรงของมันเต็มไปด้วยคราบดิน มันใช้เวลาหลายวันขุดบ่อให้ลึกขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำไว้

“จิงโจ้ เพื่อนของข้า ได้โปรดให้ข้าดื่มน้ำเถิด ข้ากระหายเหลือเกิน” โคอาล่ากล่าว พลางจับท้องของมันที่แห้งผาก

จิงโจ้มองโคอาล่าด้วยสายตาเห็นใจ แม้ว่ามันจะเหน็ดเหนื่อยจากการขุดบ่อน้ำ แต่มันก็ไม่ใช่สัตว์ที่ใจร้าย “เจ้าจงดื่มเถิด” จิงโจ้กล่าวพลางพยักหน้า “แต่จงรู้ไว้ว่า ข้าต้องใช้แรงทั้งหมดเพื่อขุดมันขึ้นมา”

โคอาล่าก้มลงดื่มน้ำอย่างกระหาย มันรู้สึกสดชื่นขึ้นทันที แต่ขณะที่มันดื่มความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในใจ “ถ้าข้ามีน้ำทั้งหมดเป็นของตัวเอง ข้าก็ไม่ต้องออกไปเสี่ยงอันตรายอีกต่อไป”

คืนนั้น ขณะที่จิงโจ้หลับสนิทเพราะความเหนื่อยล้า โคอาล่าย่องกลับมาที่บ่อน้ำอย่างเงียบเชียบ ดวงตาของมันเป็นประกายด้วยความโลภ มันก้มลงและดื่มน้ำทั้งหมดที่เหลืออยู่จนหมดเกลี้ยง

“ตอนนี้ข้าก็มีน้ำทั้งหมดเป็นของข้าเองแล้ว!” โคอาล่ากระซิบกับตัวเอง

เมื่อน้ำหมดลง มันก็ปีนขึ้นไปบนต้นไม้และนอนหลับอย่างสบายใจ โดยไม่สนใจว่าเมื่อรุ่งเช้ามาถึงจิงโจ้จะต้องเผชิญกับอะไร

เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น จิงโจ้ตื่นขึ้นมาและเดินไปที่บ่อน้ำเพื่อตักน้ำมาดื่ม แต่เมื่อมันก้มลงดูบ่อน้ำกลับแห้งสนิท

“เกิดอะไรขึ้น!? น้ำของข้าหายไปไหน?” จิงโจ้ร้องเสียงดังด้วยความตกใจ

มันมองไปรอบ ๆ แต่ไม่มีร่องรอยของสัตว์อื่นที่มาใกล้บ่อ มีเพียงโคอาล่าที่นอนขดตัวอยู่บนกิ่งไม้ ด้วยท้องอิ่มและใบหน้าพึงพอใจ

จิงโจ้ขมวดคิ้วและตะโกนขึ้นไป “โคอาล่า เจ้ารู้เรื่องนี้หรือไม่? ใครเป็นคนขโมยน้ำของข้า?”

โคอาล่าปรือตาขึ้นก่อนจะตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ข้าไม่รู้หรอกเพื่อน ข้าแค่ดื่มไปนิดเดียวเอง”

แต่ร่องรอยของมันปิดไม่มิด ดินรอบปากของโคอาล่ายังคงเปียก และท้องของมันก็ดูอิ่มผิดปกติ

จิงโจ้กัดฟันแน่น “เจ้าขโมยน้ำของข้าไปหมดใช่ไหม!?”

โคอาล่าเริ่มอึกอัก มันรู้ว่าจับโกหกไม่ได้นาน “ข้า… ข้าแค่ดื่มไปหน่อยเอง”

“แค่หน่อยเดียวหรือ? แต่น้ำหายไปหมด!” จิงโจ้คำรามด้วยความโกรธ

เสียงของพวกมันดังไปทั่วป่า สัตว์อื่น ๆ พากันมามุงดู เมื่อพวกมันรู้ว่าโคอาล่าขโมยน้ำ พวกมันก็พากันส่ายหัวด้วยความผิดหวัง “เจ้าไม่ขยันขุดน้ำเอง แต่กลับมาเอาของคนอื่นไป เจ้าช่างเห็นแก่ตัวนัก โคอาล่า!”

โคอาล่าถูกจับได้แล้ว… แต่บทลงโทษของมันกำลังจะมาถึง…

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องโคอาล่าเสียหางไปได้อย่างไร 2

เสียงกระซิบของสัตว์ทั่วทั้งป่าเริ่มดังขึ้นเมื่อความจริงถูกเปิดเผย ทุกสายตาจ้องมองโคอาล่าด้วยความผิดหวัง ไม่มีใครเชื่อว่าเจ้าสัตว์ที่ดูสงบและเฉื่อยชานี้จะกลายเป็นขโมยที่เห็นแก่ตัว

จิงโจ้ขบกรามแน่น ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความโกรธ “ข้าทำงานหนักเพื่อขุดน้ำออกจากผืนดิน เจ้ากลับขโมยมันไปทั้งหมดโดยไม่ต้องออกแรงแม้แต่น้อย เจ้าคิดว่านั่นยุติธรรมแล้วหรือ โคอาล่า?”

โคอาล่ากลืนน้ำลาย มันรู้ตัวว่าถูกจับได้ ไม่มีข้อแก้ตัวใดที่ฟังขึ้นอีกแล้ว มันหันไปมองสัตว์ตัวอื่น ๆ ที่กำลังรอฟังคำตอบ แต่สิ่งเดียวที่มันทำได้คือหลบตาและกอดต้นไม้แน่นขึ้น

“ข้า… ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เจ้าลำบากนะ จิงโจ้ ข้าแค่… ข้ากลัวว่าจะไม่มีน้ำเหลือให้ข้าในวันพรุ่งนี้” โคอาล่าพยายามอธิบาย

“แต่ข้าก็ต้องการน้ำเช่นกัน! เจ้าคิดถึงแต่ตัวเอง โดยไม่สนว่าเพื่อนของเจ้าจะเป็นอย่างไร!” จิงโจ้ตะโกนเสียงดัง

สัตว์อื่น ๆ ต่างพยักหน้าเห็นด้วย เสียงกระซิบเริ่มเปลี่ยนเป็นเสียงร้องตำหนิ พวกมันรับไม่ได้กับการกระทำของโคอาล่า

ในที่สุดจิงโจ้หมดความอดทน มันกระโดดขึ้นสูง แล้วใช้ขาหลังอันทรงพลัง เตะใส่ตัวโคอาล่าที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้

ตุ้บ! โคอาล่าหลุดกระเด็นจากต้นไม้ ร่างของมันร่วงลงมากระแทกพื้น และนั่นคือวินาทีที่หางยาวของมันขาดหายไป

“ไม่นะ… หางของข้า!” โคอาล่ากรีดร้อง มันหันกลับไปมองเบื้องหลัง แต่สิ่งเดียวที่พบคือหางของมันที่ขาดจากร่างกาย

มันพยายามจะยกหางขึ้นมาและติดกลับเข้าไปที่ตัวเอง แต่มันไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว

โคอาล่าทรุดตัวลงกับพื้น มันไม่สามารถวิ่งได้อีกต่อไป ขาของมันไม่มีแรงมากพอที่จะเคลื่อนที่อย่างอิสระเหมือนก่อน มันมองไปรอบ ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีสัตว์ตัวไหนกล้าเข้าใกล้

“ข้าไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้… ข้าแค่กลัว…” มันพึมพำกับตัวเอง

จิงโจ้มองโคอาล่าที่กำลังร้องไห้ แต่มันไม่ได้รู้สึกสงสารเลย เพราะโคอาล่าไม่ได้สูญเสียหางเพราะโชคร้าย แต่มันต้องรับผลจากการกระทำของตัวเอง “นี่คือสิ่งที่เจ้าเลือกเอง โคอาล่า”

ตั้งแต่นั้นมา โคอาล่าก็ไม่มีหางอีกเลย

เพราะมันไม่สามารถกระโดดหรือวิ่งได้อย่างเมื่อก่อน มันจึงต้องใช้ชีวิตอยู่บนต้นไม้แทน มันหลีกเลี่ยงการลงมายังพื้นดินเพื่อไม่ให้เผชิญกับอันตรายอีก

แต่ถึงแม้มันจะสามารถเอาตัวรอดได้ มันก็ไม่เคยได้รับความไว้วางใจจากสัตว์ตัวอื่น ๆ อีกเลย ไม่มีใครลืมว่าครั้งหนึ่ง โคอาล่าเคยเป็นสัตว์ที่เห็นแก่ตัว

ตำนานนี้ถูกเล่าขานมาจนถึงปัจจุบัน เพื่อเตือนใจว่าความโลภและการเอาเปรียบผู้อื่นอาจนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ไม่มีวันย้อนคืนได้

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องโคอาล่าเสียหางไปได้อย่างไร 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความโลภและความเห็นแก่ตัวอาจให้ผลตอบแทนในระยะสั้น แต่สุดท้ายจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ไม่อาจแก้ไขได้ โคอาล่าเลือกที่จะเอาประโยชน์เข้าตัว โดยไม่สนว่าการกระทำของมันจะส่งผลกระทบต่อผู้อื่นอย่างไร และเมื่อถึงเวลารับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำลงไป มันก็ต้องสูญเสียบางสิ่งที่ไม่สามารถเรียกคืนได้

มันยังเตือนว่า มิตรภาพและความไว้วางใจเป็นสิ่งที่ต้องรักษาไว้ เพราะเมื่อสูญเสียไปแล้ว ไม่มีทางย้อนกลับมาได้อีก โคอาล่าไม่ได้สูญเสียแค่หางของมัน แต่ยังสูญเสียความน่าเชื่อถือจากสัตว์อื่น ๆ ไปตลอดกาล สิ่งที่มันทำไว้ยังคงเป็นบทเรียนที่ถูกเล่าต่อกันมา เพื่อเตือนให้ทุกคนรู้ว่า ความเห็นแก่ตัวอาจทำให้เรารอดในวันนี้ แต่จะทำให้เราโดดเดี่ยวในวันข้างหน้า

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องโคอาล่าเสียหางไปได้อย่างไร? (อังกฤษ: The Koala Lost Its Tail) เป็นตำนานพื้นบ้านของชาวอะบอริจินออสเตรเลียที่เล่าขานกันมาหลายชั่วอายุคน เพื่ออธิบายว่าทำไมโคอาล่าจึงไม่มีหางเหมือนสัตว์อื่น ๆ ตำนานนี้มีรากฐานมาจาก The Dreamtime หรือยุคแห่งความฝัน ซึ่งเป็นความเชื่อดั้งเดิมของชาวอะบอริจินเกี่ยวกับจุดกำเนิดของโลกและการเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่ง

ชาวอะบอริจินเชื่อว่าในยุคแห่งความฝัน สัตว์ทุกตัวไม่ได้มีรูปร่างหรือพฤติกรรมเหมือนในปัจจุบัน แต่พวกมันค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น นิทานเรื่องนี้เป็นหนึ่งในเรื่องเล่าที่อธิบายว่า ทำไมโคอาล่าซึ่งเคยมีหางยาว จึงสูญเสียมันไปและกลายเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่บนต้นไม้

เรื่องราวนี้ยังสะท้อนค่านิยมของชาวอะบอริจินเกี่ยวกับความขยันหมั่นเพียร ความซื่อสัตย์ และผลลัพธ์ของการกระทำ พวกเขาใช้ตำนานนี้เป็นคำเตือนสำหรับเด็ก ๆ และชุมชนว่าความเห็นแก่ตัวและการเอาเปรียบผู้อื่นอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่สามารถแก้ไขได้

นิทานเรื่องนี้ถูกถ่ายทอดผ่านการบอกเล่า ปรากฏในศิลปะพื้นเมือง และยังคงเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมของชาวอะบอริจินมาจนถึงปัจจุบัน

“ความโลภอาจให้เจ้าทุกสิ่งในวันนี้ แต่จะพรากสิ่งที่ไม่มีวันได้คืนไปตลอดกาล”