นิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องจิงโจ้ได้กระเป๋าหน้าท้องมาอย่างไร?

ปกนิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องจิงโจ้ได้กระเป๋าหน้าท้องมาอย่างไร

ในยุคแห่งความฝัน เมื่อโลกยังคงเปลี่ยนแปลงและทุกสรรพสิ่งยังไม่มีรูปร่างที่แน่นอน สัตว์ต่าง ๆ ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายท่ามกลางทุ่งหญ้าและป่าไม้ พวกมันต่างเดินทางไปตามสายน้ำและผืนดินกว้างใหญ่ โดยไม่มีสิ่งใดพิเศษกว่ากัน

ท่ามกลางผืนป่าอันร้อนระอุ มีเรื่องเล่าขานนิทานพื้นบ้านสากลจากออสเตรเลีย ถึงมารดาผู้หนึ่งที่รักและปกป้องลูกของเธอสุดหัวใจ เธอไม่เคยลังเลที่จะเสียสละเพื่อให้ลูกปลอดภัย แต่ในโลกที่เต็มไปด้วยนักล่าและภัยร้ายที่ซ่อนอยู่ บางครั้งความรักเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะปกป้องทุกสิ่ง… กับนิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องจิงโจ้ได้กระเป๋าหน้าท้องมาอย่างไร?

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องจิงโจ้ได้กระเป๋าหน้าท้องมาอย่างไร

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องจิงโจ้ได้กระเป๋าหน้าท้องมาอย่างไร?

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยุคแห่งความฝัน (The Dreamtime) ทุกสิ่งบนโลกยังคงเปลี่ยนแปลง สัตว์ทุกตัวมีรูปร่างคล้ายกัน ไม่มีใครมีถุงหน้าท้อง ไม่เว้นแม้แต่จิงโจ้

กลางทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ แม่จิงโจ้ตัวหนึ่งอาศัยอยู่กับลูกน้อยของเธอ นางเป็นสัตว์ที่อ่อนโยนและเปี่ยมด้วยความเมตตา ลูกจิงโจ้กระโดดไปมาใกล้ ๆ คอยติดตามแม่ของมันเสมอ

วันหนึ่ง ขณะที่พวกเขาเดินทางไปหาน้ำ แม่จิงโจ้หยุดลงทันทีเมื่อเห็นบางสิ่งขวางทาง ชายชราตาบอดคนหนึ่งนั่งอยู่เพียงลำพังบนพื้นดิน ผิวของเขาแห้งกร้านด้วยแดดทะเลทราย และริมฝีปากแตกระแหงจากความกระหาย

“โอ ท่านลำบากเพียงใด” แม่จิงโจ้พึมพำ ก่อนจะหันมาหาลูกน้อย “เราต้องช่วยเขา ลูกของข้า”

นางเข้าไปใกล้ชายชรา ค่อย ๆ ใช้จมูกดุนเขาเบา ๆ เพื่อบอกให้รู้ว่ามีคนอยู่ใกล้

“ท่านมองไม่เห็น ข้าจะนำทางไปยังบ่อน้ำเอง” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ชายชราขอบคุณแม่จิงโจ้ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นและจับขนของเธอไว้ แม่จิงโจ้เดินนำหน้าไปอย่างระมัดระวัง ค่อย ๆ พาเขาไปยังแอ่งน้ำที่อยู่ไม่ไกล

เมื่อถึงที่หมาย ชายชราตักน้ำขึ้นดื่ม ลมหายใจของเขาเริ่มสงบลง สีหน้าดีขึ้น เขายิ้มและกล่าว “เจ้ามีจิตใจงดงามเหลือเกิน ขอให้พรแห่งดินแดนนี้คุ้มครองเจ้า”

แม่จิงโจ้เพียงแต่ยิ้มอ่อน ๆ ก่อนจะก้มลงมองลูกน้อยที่เกาะติดอยู่ใกล้ ๆ “ไปกันเถิดลูกของข้า ฟ้ายังสว่าง เราต้องเดินทางต่อ”

ขณะที่แม่จิงโจ้พาลูกเดินผ่านพุ่มไม้แห้งกรอบ กลิ่นบางอย่างลอยมากับสายลม กลิ่นของนักล่า

เธอหยุดชะงัก ลมหายใจของเธอหนักขึ้น ขนบนหลังของเธอลุกชัน “ลูกของข้า จงอยู่ใกล้ ๆ อย่าห่างจากแม่เด็ดขาด” นางกระซิบเบา ๆ

แววตาสีเหลืองเจิดจ้าปรากฏขึ้นหลังพุ่มไม้ดิงโก (Dingo) สุนัขป่าของออสเตรเลีย กำลังซุ่มมอง

มันหิวโซ ขาหลังเกร็งพร้อมพุ่งตัวออกไป มันเห็นเป้าหมายชัดเจนนั่นคือ… ลูกจิงโจ้

แม่จิงโจ้ก้าวถอยหลัง บังลูกของเธอไว้ขณะที่ดิงโกขยับเข้ามาใกล้

“เจ้าหนีไม่พ้นหรอก แม่จิงโจ้… ส่งลูกของเจ้ามาให้ข้าเถอะ!” ดิงโกคำราม

“ไม่มีวัน!” แม่จิงโจ้ตอบเสียงแข็ง

ทันใดนั้นเอง ดิงโกพุ่งเข้าจู่โจม!

แม่จิงโจ้กระโดดหนีอย่างรวดเร็ว เธอใช้ขาหลังอันแข็งแรงถีบตัวขึ้นไปในอากาศ ทว่าลูกจิงโจ้ยังเล็กเกินไปและไม่สามารถกระโดดได้ไกลเท่าเธอ

“ลูกของข้า เร็วเข้า! เกาะแม่ไว้!” ลูกจิงโจ้พยายามกระโดดตามแต่ไม่ทัน ดิงโกไล่ตามมาอย่างรวดเร็ว แม่จิงโจ้หันกลับไป ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น

เธอไม่สนใจตัวเองแล้ว สิ่งเดียวที่เธอต้องทำคือ ปกป้องลูกของเธอให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของนักล่า

ขณะนั้นเอง เทพเจ้าไบอามี (Baiame) ซึ่งเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่จากท้องฟ้า ได้เห็นถึงความรักและความเสียสละของแม่จิงโจ้ พระองค์ทรงตัดสินใจมอบของขวัญที่ไม่มีสัตว์ตัวใดเคยมีมาก่อนให้กับนาง…

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องจิงโจ้ได้กระเป๋าหน้าท้องมาอย่างไร 2

ขณะที่แม่จิงโจ้พยายามพาลูกหนีจากดิงโก เทพเจ้าไบอามี (Baiame) เฝ้ามองจากท้องฟ้าด้วยสายตาแห่งความเมตตา พระองค์เห็นว่าแม่จิงโจ้ทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องลูกของเธอโดยไม่คำนึงถึงอันตรายต่อตัวเอง

“ความรักและความเสียสละนี้ควรได้รับรางวัล” พระองค์กล่าวเบา ๆ ก่อนที่แสงสีทองจะส่องลงมายังแม่จิงโจ้

ทันใดนั้น แม่จิงโจ้รู้สึกถึงบางสิ่งแปลกประหลาดเกิดขึ้นกับร่างกายของเธอ ลมอุ่นพัดผ่าน ผิวหนังบริเวณท้องของเธอค่อย ๆ ขยายออกจนกลายเป็น ถุงหน้าท้องที่อบอุ่นและปลอดภัย

เธอมองลงด้วยความตกใจ “นี่มัน… อะไรกัน?”

แต่เธอไม่มีเวลาคิดนาน ดิงโกยังคงตามไล่ล่า เธอหันกลับไปหาลูกของเธอที่กำลังสั่นด้วยความกลัว

“เร็วเข้า ลูกของข้า!”

ลูกจิงโจ้มองแม่อย่างงุนงง ก่อนที่เธอจะใช้ปากของเธอ gently ดุนเขาเข้าไปในถุงหน้าท้อง เมื่อลูกจิงโจ้เข้าไปข้างใน แม่จิงโจ้รู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาอบอุ่นและปลอดภัย

ดิงโกพุ่งเข้ามาหมายจะตะครุบ แต่คราวนี้แม่จิงโจ้สามารถกระโดดได้อย่างอิสระ ไม่ต้องกังวลว่าลูกของเธอจะตามไม่ทัน

เธอใช้ขาหลังถีบตัวขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ข้ามก้อนหินและพุ่มไม้ ดิงโกพยายามไล่ตาม แต่แม่จิงโจ้เร็วกว่าที่เคยเป็น เธอสามารถเปลี่ยนทิศทางได้อย่างคล่องตัวโดยไม่ต้องหยุด

“ข้าไม่เคยรู้สึกว่องไวขนาดนี้มาก่อน!”

ในที่สุด ดิงโกก็ยอมแพ้ มันยืนหอบอยู่กลางทุ่งหญ้า มองดูแม่จิงโจ้ที่กระโดดลับหายไปในพุ่มไม้

เมื่อแม่จิงโจ้รู้ว่าปลอดภัยแล้ว เธอหยุดพักใต้ต้นไม้ใหญ่ เธอก้มลงมองลูกของเธอที่กำลังซุกตัวอย่างอบอุ่นอยู่ในถุง

“เจ้าปลอดภัยแล้ว ลูกของข้า” เธอกระซิบอย่างอ่อนโยน

ขณะเดียวกัน เสียงอ่อนโยนของเทพเจ้าไบอามีดังขึ้นมาจากสายลม “เจ้ามีจิตใจที่ดีงามและกล้าหาญ นี่คือของขวัญที่ข้ามอบให้เจ้าและลูกหลานของเจ้า เพื่อให้เจ้าสามารถปกป้องพวกเขาได้เสมอ”

แม่จิงโจ้ก้มศีรษะด้วยความซาบซึ้ง “ข้าขอบคุณท่าน ด้วยของขวัญนี้ ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้ลูกต้องตกอยู่ในอันตรายอีก”

ตั้งแต่นั้นมาจิงโจ้ทุกตัวก็เกิดมาพร้อมถุงหน้าท้อง เพื่อให้แม่สามารถปกป้องลูกของพวกมันจากอันตรายของโลกกว้าง

ตำนานนี้ถูกเล่าขานต่อไปในหมู่ชาวอะบอริจิน เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเมตตา ความเสียสละ และรางวัลที่มาจากการทำความดี

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องจิงโจ้ได้กระเป๋าหน้าท้องมาอย่างไร 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความรักและความเสียสละของแม่คือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แม่จิงโจ้ไม่ลังเลที่จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกของเธอ แม้ต้องเผชิญกับอันตราย

มันยังสอนว่าความเมตตาและการช่วยเหลือผู้อื่นจะนำมาซึ่งรางวัลที่ยิ่งใหญ่ แม่จิงโจ้ไม่ได้เพียงแค่ห่วงลูกของตัวเอง แต่ยังมีเมตตาต่อชายชราตาบอด และสุดท้าย เธอได้รับสิ่งที่ช่วยให้เธอปกป้องลูกได้ดียิ่งขึ้น

สุดท้าย นิทานเรื่องนี้สะท้อนว่าผู้ที่มีจิตใจดีงามและกล้าหาญ จะได้รับพรจากสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเอง ไม่ใช่เพราะคาดหวังสิ่งตอบแทน แต่เพราะความดีนั้นมีพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตไปตลอดกาล

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องจิงโจ้ได้กระเป๋าหน้าท้องมาอย่างไร? (อังกฤษ: The Kangaroo Got Its Pouch) เป็นตำนานพื้นบ้านของชาวอะบอริจินออสเตรเลียที่เล่าถึงต้นกำเนิดของถุงหน้าท้องของจิงโจ้ ซึ่งเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของประเทศ นิทานเรื่องนี้มีรากฐานมาจาก The Dreamtime หรือ ยุคแห่งความฝัน ซึ่งเป็นแนวคิดทางจิตวิญญาณของชาวอะบอริจินที่เชื่อว่าโลกในอดีตยังไม่สมบูรณ์ และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ได้รับรูปร่างและคุณลักษณะเฉพาะตัวผ่านเหตุการณ์สำคัญ

เรื่องราวของแม่จิงโจ้ที่ช่วยเหลือชายชราตาบอดและต่อสู้เพื่อปกป้องลูกของเธอสะท้อนถึงคุณค่าของความเมตตาและความเสียสละ ซึ่งเป็นหลักศีลธรรมสำคัญในวัฒนธรรมอะบอริจิน พวกเขาเชื่อว่าธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตทุกชนิดเชื่อมโยงกัน และการทำความดีจะนำมาซึ่งพรหรือรางวัลในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ตำนานนี้จึงเป็นทั้งคำอธิบายทางตำนานเกี่ยวกับที่มาของถุงหน้าท้องของจิงโจ้ และเป็นเรื่องเล่าที่ถ่ายทอดบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับคุณธรรม

นิทานเรื่องนี้ถูกถ่ายทอดผ่านการบอกเล่าปากต่อปาก ศิลปะพื้นเมือง และเพลงของชาวอะบอริจินมาเป็นเวลาหลายชั่วอายุคน ปัจจุบันยังคงได้รับการเล่าให้เด็ก ๆ ฟังในออสเตรเลีย เพื่อสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมและคุณค่าทางจริยธรรมของบรรพบุรุษ

“ความเมตตาอาจไม่ได้ให้สิ่งที่เราคาดหวัง แต่จะมอบสิ่งที่เราจำเป็นต้องมีเสมอ”