มีตำนานเล่าขานนิทานพื้นบ้านสากลจากปารากวัยว่ามีสายลมพัดผ่านผืนป่าดงดิบของกัวรานี เสียงใบไม้กระซิบเบา ๆ ราวกับกำลังบอกเล่าเรื่องราวเก่าแก่ที่ไม่มีวันเลือนหาย ท่ามกลางต้นไม้นับพัน มีพืชชนิดหนึ่งที่แตกต่างออกไป ใบสีเขียวสดของมันถูกเก็บเกี่ยวด้วยความเคารพ ตากแห้ง และนำมาชงเป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีใครดื่มเพียงลำพัง
ว่ากันว่า… ต้นไม้นี้ไม่ได้งอกขึ้นมาเอง แต่มันคือของขวัญจากสรวงสวรรค์ ที่ถูกมอบให้แก่เผ่ากัวรานี เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย และหลอมรวมผู้คนให้เป็นหนึ่งเดียว กับนิทานพื้นบ้านปารากวัยเรื่องของขวัญจากต้นเยอร์บา มาเต

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านปารากวัยเรื่องของขวัญจากต้นเยอร์บา มาเต
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ลึกเข้าไปในผืนป่าดิบชื้นที่ปัจจุบันคือ ปารากวัย ชนเผ่ากัวรานีอาศัยอยู่ร่วมกับธรรมชาติ พวกเขาหาเลี้ยงชีพด้วย การล่าสัตว์ ตกปลา และเพาะปลูก ดำรงชีวิตอย่างเรียบง่ายท่ามกลางแม่น้ำใสและป่าเขียวขจี
แต่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีชายชราผู้หนึ่งซึ่งแก่เกินกว่าจะออกล่าสัตว์หรือเดินทางไกลเหมือนคนหนุ่มสาว เขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์ เขาไม่อาจช่วยหาอาหาร ไม่อาจแบกฟืน และดูเหมือนทุกคนรอบตัวจะเคลื่อนไหวไปข้างหน้า ในขณะที่เขาเองเริ่มเป็นเพียงเงาที่หลงเหลือ
คืนหนึ่ง เขานั่งอยู่ข้างกองไฟ เฝ้ามองลูกหลานหัวเราะและแบ่งปันอาหารกัน หัวใจของเขาหนักอึ้ง
“ข้าอยู่ต่อไปเพื่ออะไร… ในเมื่อข้าไม่อาจช่วยเผ่าของข้าได้อีกแล้ว?”
รุ่งเช้า เขาตัดสินใจเดินออกจากหมู่บ้านเพียงลำพัง โดยไม่เอ่ยคำลา เขาคิดว่าบางทีเขาควรจะให้ทางแก่คนรุ่นใหม่
แต่ก่อนที่เขาจะก้าวเข้าสู่ป่าลึก ลูกสาวของเขากลับมาขวางทางไว้
“พ่อจะไปไหน?” นางถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ไปในที่ที่ข้าควรไป… เจ้าไม่ต้องตามมา” พ่อตอบ
แต่ลูกสาวไม่ฟัง นางเป็นหญิงสาวใจดีและกตัญญู นางไม่อาจปล่อยให้พ่อจากไปเพียงลำพัง จึงยืนยันที่จะเดินทางไปกับเขา “หากพ่อคิดว่าตนเองไม่มีประโยชน์ ข้าก็จะเป็นดวงตาและมือของพ่อ จนกว่าพ่อจะพบว่าพ่อสำคัญแค่ไหน”
แม้ชายชราจะพยายามปฏิเสธ แต่นางก็ยังคงยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขา สุดท้าย เขาจึงยอมให้ลูกสาวเดินไปด้วยกัน
ทั้งสองเดินลึกเข้าไปในป่ากว้าง โดยไม่รู้เลยว่า โชคชะตาของพวกเขากำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
พ่อและลูกเดินผ่านป่าดงดิบที่เต็มไปด้วยเสียงแมลงร้อง ต้นไม้สูงใหญ่บดบังแสงแดด ทำให้เบื้องล่างมืดสลัวและชื้นเย็น แม้ว่าการเดินทางจะเหน็ดเหนื่อย แต่ลูกสาวไม่เคยบ่น นางยังคงยิ้มให้พ่อเสมอ
จนกระทั่งวันหนึ่ง พวกเขาพบกับหญิงแปลกหน้า นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
หญิงผู้นั้นสวมเสื้อคลุมยาวสีขาว ใบหน้านางงดงามราวกับแสงจันทร์ แต่แฝงไว้ด้วยความลึกลับ นางดูเหน็ดเหนื่อยและอิดโรย “ข้าเป็นเพียงนักเดินทางผู้หลงทาง…” หญิงแปลกหน้ากล่าวเสียงอ่อนล้า “ข้าเหนื่อยและหิวเหลือเกิน ท่านพอมีอาหารแบ่งให้ข้าหรือไม่?”
ชายชราก้มมองเสบียงของพวกเขา เหลือเพียงอาหารเพียงเล็กน้อย พอสำหรับเขาและลูกสาวเท่านั้น
เขามองหน้าลูกสาว คล้ายจะถามว่าควรทำอย่างไร
แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไร ลูกสาวก็ยิ้มและยื่นอาหารให้นางโดยไม่ลังเล “ท่านต้องการมันมากกว่าพวกเรา โปรดรับไปเถิด” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
หญิงแปลกหน้ามองดูเธอครู่หนึ่งก่อนจะรับอาหารมา ริมฝีปากของนางโค้งเป็นรอยยิ้มบาง ๆ “เจ้ามีหัวใจที่บริสุทธิ์ และความเมตตาของเจ้าจะได้รับการตอบแทน”
สิ้นคำกล่าวนั้น สายลมสงบลง หมอกจางหาย และป่าโดยรอบดูเหมือนจะส่องแสงเจิดจ้ามากขึ้น
หญิงแปลกหน้าลุกขึ้นยืน ก่อนที่ร่างของนางจะเริ่มเปล่งแสงเรืองรองอย่างน่าอัศจรรย์ นางไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แต่นางคือเทพธิดาแห่งธรรมชาติ!
ชายชราและลูกสาวจ้องมองนางด้วยความตกตะลึง พวกเขาไม่ได้ช่วยหญิงเดินทางธรรมดา แต่ได้ช่วยเหลือเทพธิดาโดยไม่รู้ตัว
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของพรอันศักดิ์สิทธิ์ ที่จะเปลี่ยนแปลงเผ่ากัวรานีไปตลอดกาล

ชายชราและลูกสาวจ้องมองด้วยความตกตะลึง ร่างของหญิงแปลกหน้าเปล่งแสงนวลตา นางไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แต่นางคือเทพธิดาแห่งธรรมชาติ “เจ้าทั้งสองได้มอบความเมตตาให้แก่ข้าโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน บัดนี้ ข้าจะมอบของขวัญให้เผ่าของเจ้า เพื่อเป็นรางวัลแห่งหัวใจที่บริสุทธิ์”
เทพธิดาก้าวไปข้างหน้าและชี้ไปยังพื้นดิน ที่ซึ่งก่อนหน้านั้นว่างเปล่า บัดนี้ปรากฏต้นไม้อ่อน ๆ ต้นหนึ่ง “นี่คือต้นเยอร์บา มาเต ต้นไม้วิเศษที่จะช่วยให้พวกเจ้ามีเรี่ยวแรงและเชื่อมโยงจิตใจเข้าด้วยกัน”
ชายชรามองต้นไม้ต้นนั้นด้วยความสงสัย มันดูเล็กและเปราะบาง ไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานที่เขาเคยได้ยิน “ต้นไม้นี้จะช่วยเราได้อย่างไรหรือ?” เขาเอ่ยถาม
เทพธิดายิ้มบาง ๆ ก่อนจะอธิบาย “เก็บใบของมัน ตากแห้ง และชงกับน้ำร้อน เจ้าจะได้รับพลังและความอบอุ่นจากมัน”
ลูกสาวก้มลงสัมผัสใบไม้อย่างอ่อนโยน มันมีสีเขียวสดและมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ
“แต่ของขวัญนี้ไม่ใช่สำหรับผู้ใดเพียงผู้เดียว” เทพธิดากล่าว “เยอร์บา มาเตไม่ควรถูกดื่มเพียงลำพัง มันคือสัญลักษณ์ของมิตรภาพและความสามัคคี พวกเจ้าจงแบ่งปันมันกับเผ่าของเจ้า และจงจำไว้ว่า… ของขวัญที่แท้จริงคือการแบ่งปันกันและกัน”
สิ้นคำกล่าวนั้น ร่างของเทพธิดาก็ค่อย ๆ เลือนหายไปกับสายลม ทิ้งไว้เพียงต้นเยอร์บา มาเตที่กำลังเติบโต และหัวใจของชายชราที่เต็มไปด้วยความตื้นตัน
ชายชราและลูกสาวกลับไปยังหมู่บ้านของตน ในมือของพวกเขาถือใบเยอร์บา มาเตแรกที่ถูกมอบให้โดยเทพธิดา พวกเขาเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เผ่าฟัง และสอนวิธีเก็บใบ ตากแห้ง และชงเป็นเครื่องดื่ม ตามที่เทพธิดาสั่งสอน
เมื่อพวกเขาได้ลองชิมมัน รสชาติของมันขมเล็กน้อย แต่กลับให้ความอบอุ่นและพลังอย่างน่าอัศจรรย์
คนหนุ่มสาวรู้สึกมีเรี่ยวแรงมากขึ้น นักล่าสามารถเดินทางไกลขึ้น ผู้เฒ่าผู้แก่รู้สึกสดชื่น สามารถเล่าเรื่องราวให้คนรุ่นหลังฟังได้นานขึ้น และที่สำคัญ ทุกครั้งที่พวกเขาดื่มเยอร์บา มาเต พวกเขาจะแบ่งปันกัน ส่งถ้วยชาไปรอบ ๆ เป็นเครื่องหมายของมิตรภาพและความผูกพัน
ชายชราเองก็พบคำตอบที่เขาเคยตามหาเขาไม่ใช่ภาระ ไม่ใช่ผู้ไร้ค่า แต่เป็นผู้ที่นำพาของขวัญจากเทพธิดามาสู่เผ่าของตน
ตั้งแต่นั้นมาต้นเยอร์บา มาเตก็เติบโตอยู่ทั่วดินแดนของชาวกัวรานี และกลายเป็นเครื่องหมายของมิตรภาพ การแบ่งปัน และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไป แต่วิถีของเยอร์บา มาเตยังคงอยู่

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความเมตตาและการแบ่งปันเป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ชายชราที่เคยคิดว่าตนเองไร้ค่า ได้ค้นพบว่า คุณค่าของคนไม่ได้วัดจากความแข็งแรงหรือความสามารถ แต่จากสิ่งที่เรามอบให้แก่ผู้อื่น เช่นเดียวกับลูกสาวของเขา ผู้ที่เลือกจะแบ่งปัน แม้จะมีเพียงน้อยนิด ย่อมได้รับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กลับคืนมา
พรที่แท้จริงไม่ใช่สิ่งของ แต่มันคือสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คน เยอร์บา มาเตไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่ม แต่เป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพและความสามัคคี เพราะมันไม่ได้มีไว้เพื่อดื่มเพียงลำพัง แต่มีไว้เพื่อแบ่งปันกัน เหมือนกับความสุขที่แท้จริง ซึ่งจะเพิ่มขึ้นเสมอเมื่อเรามอบให้ผู้อื่น
ที่มาของนิทานเรื่องนี้
นิทานพื้นบ้านปารากวัยเรื่องของขวัญจากต้นเยอร์บา มาเต (อังกฤษ: The Gift of the Yerba Mate) มีรากฐานมาจากตำนานของชนเผ่ากัวรานี (Guaraní) ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในปัจจุบันของปารากวัย บราซิล อาร์เจนตินา และโบลิเวีย
เยอร์บา มาเต (Yerba Mate) เป็นเครื่องดื่มที่มีความสำคัญต่อชนเผ่ากัวรานีมาแต่โบราณ พวกเขาเชื่อว่ามันเป็นของขวัญจากสวรรค์ ซึ่งถูกมอบให้เพื่อเป็นเครื่องดื่มแห่งพลังและความสามัคคี ตำนานกล่าวว่าเทพธิดาแห่งธรรมชาติได้มอบต้นเยอร์บา มาเตให้แก่เผ่า เพื่อเป็นรางวัลแห่งความเมตตาและการแบ่งปัน
ชนเผ่ากัวรานีถือว่าเยอร์บา มาเตเป็นมากกว่าเครื่องดื่ม มันเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและวิถีชีวิต พวกเขาไม่ดื่มมันเพียงลำพัง แต่จะแบ่งปันกัน ส่งถ้วยชาไปรอบ ๆ เป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพ ความไว้ใจ และความเคารพซึ่งกันและกัน
แม้ว่าในปัจจุบัน เยอร์บา มาเตได้แพร่หลายไปทั่วอเมริกาใต้ แต่ปารากวัยยังคงเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมการดื่มเยอร์บา มาเตมากที่สุด ทำให้ตำนานนี้ถือเป็นหนึ่งในรากฐานของเอกลักษณ์ประจำชาติของปารากวัย ที่สืบทอดมาหลายศตวรรษ
“ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่สิ่งที่เรารับมา แต่คือสิ่งที่เราพร้อมจะแบ่งปัน”