ในอาณาจักรอันห่างไกล มีเรื่องเล่าขานตำนานนิทานพื้นบ้านสากลจากโรมาเนีย โดยเรื่องราวมีพระราชาผู้ทรงปัญญามีลูกสาวสามคนที่เขารักดั่งแก้วตาดวงใจ ชีวิตในวังเป็นไปด้วยความสุขสงบจนกระทั่งวันหนึ่ง พระราชาต้องออกเดินทางไปยังดินแดนอันไกลโพ้น ทิ้งลูกสาวทั้งสามไว้เบื้องหลัง
ก่อนจากไป พระราชากำชับลูกสาวทุกคนว่า “อย่าเปิดประตูห้องลับเด็ดขาดจนกว่าข้าจะกลับมา” คำเตือนนั้นเต็มไปด้วยความหนักแน่น แต่ก็สร้างความสงสัยให้กับลูกสาวคนเล็ก ผู้ซึ่งมีหัวใจที่อยากรู้อยากเห็นมากที่สุด เมื่อความอยากรู้อยากเห็นเอาชนะคำสั่งที่เด็ดขาด ความลับที่ซ่อนอยู่ในห้องนั้นจึงถูกเปิดเผย และโชคชะตาของเธอก็เปลี่ยนไปตลอดกาล… กับนิทานพื้นบ้านโรมาเนียเรื่องหมูต้องสาป

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านโรมาเนียเรื่องหมูต้องสาป
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระราชาผู้ยิ่งใหญ่มีลูกสาวสามคนซึ่งเขารักดั่งดวงใจ วันหนึ่งพระราชาต้องออกเดินทางไกล จึงสั่งลูกสาวทั้งสามว่า “อย่าเปิดประตูห้องลับเด็ดขาดจนกว่าข้าจะกลับมา”
ลูกสาวสองคนโตพยักหน้าเชื่อฟัง แต่ลูกสาวคนเล็กซึ่งเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นไม่สามารถต้านทานคำสั่งนี้ได้ เธอแอบเปิดประตูห้องลับเมื่อพ่อจากไป และพบหนังสือแห่งโชคชะตา เมื่อเปิดอ่าน หนังสือกล่าวว่า “เจ้าจะต้องแต่งงานกับหมู”
“เป็นไปไม่ได้! ข้าจะแต่งงานกับหมูได้อย่างไรกัน?” เธอพูดพร้อมน้ำตาไหล
ไม่นานนัก หมูตัวหนึ่งก็มาที่พระราชวัง และกล่าวกับพระราชาว่า “ข้าคือเจ้าบ่าวตามคำทำนายในหนังสือโชคชะตา ลูกสาวคนเล็กของท่านต้องแต่งงานกับข้า”
พระราชาเสียใจมากและพยายามเจรจากับหมู แต่เจ้าหมูยืนยันว่ามันคือโชคชะตา
ลูกสาวคนเล็กของพระราชาก็เศร้าไม่แพ้กัน “ข้าจะทำอย่างไรได้? หากนี่คือโชคชะตาของข้า ข้าก็จะยอมรับ” นางกล่าวด้วยน้ำตา
เมื่อถึงเวลา นางสวมชุดแต่งงานแล้วเดินทางออกจากพระราชวังพร้อมเจ้าหมู
นางถูกพาไปยังปราสาทหรูหราอันน่าอัศจรรย์ ทุกอย่างดูดีเกินกว่าจะเชื่อว่านี่คือบ้านของหมู ที่นั่น เจ้าหมูดูแลเธออย่างอ่อนโยน และแม้นางจะเศร้าในตอนแรก นางก็ค่อย ๆ ยอมรับเขา
คืนหนึ่ง นางตื่นขึ้นมากลางดึกและพบว่าเจ้าหมูที่นอนข้างเธอกลายเป็นชายหนุ่มรูปงาม เธออุทานด้วยความตกใจ “เจ้าเป็นใครกันแน่?”
เขายิ้มและตอบว่า “ข้าคือเจ้าชายผู้ถูกสาปให้กลายเป็นหมูในตอนกลางวัน และคืนร่างมนุษย์เฉพาะในยามค่ำคืนเท่านั้น”
นางมองเขาด้วยแววตาสงสัย “แต่ทำไมจึงต้องคำสาปเช่นนี้?”
“แม่มดผู้ทรงพลังเป็นผู้สาปข้า และไม่มีทางทำลายคำสาปได้ เว้นแต่เจ้าจะเชื่อใจข้าโดยไม่พยายามเปลี่ยนแปลงอะไร”
แม้นางจะพยายามเชื่อใจเขา แต่ความอยากรู้อยากเห็นยังคงอยู่ลึกในใจ วันหนึ่งนางกลับไปเยี่ยมบ้านของพ่อ น้องสาวทั้งสองของนางเริ่มเยาะเย้ยและยุยง
“เจ้าจะยอมแต่งงานกับหมูและเชื่อฟังเขาไปตลอดชีวิตหรือ? เจ้าควรค้นหาความจริง!” น้องสาวกล่าว

นางลังเลแต่สุดท้ายก็คล้อยตาม เมื่อกลับถึงปราสาท นางแอบถือโคมไฟเข้าไปในห้องของเจ้าชายตอนกลางคืน เมื่อแสงส่องไปบนใบหน้าของเขา นางเห็นว่าเขาคือชายหนุ่มรูปงามจริง ๆ แต่ทันใดนั้น หยดน้ำตาเทียนตกลงบนร่างของเขา ทำให้เขาตื่นขึ้นมา
“เจ้าไม่เชื่อใจข้าใช่ไหม? ตอนนี้คำสาปจะรุนแรงขึ้น และข้าจะต้องจากเจ้าไป!” เจ้าชายพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า และในทันใดนั้นเขาก็หายตัวไป
หญิงสาวเสียใจอย่างยิ่ง แต่นางไม่ยอมแพ้ “ข้าทำผิดพลาด แต่ข้าจะตามหาเขา ไม่ว่าจะต้องเผชิญอันตรายใด ๆ”
ระหว่างทาง นางพบกับเหล่านางฟ้าที่มอบของวิเศษให้ เช่น รองเท้าเหล็ก ผ้าคลุมล่องหน และเข็มทองคำ นางฟ้ากล่าวว่า “ใช้สิ่งเหล่านี้เมื่อเจ้าต้องการผ่านบททดสอบในปราสาทของแม่มด”
นางเดินทางไกลผ่านภูเขาและทะเล จนในที่สุดมาถึงปราสาทของแม่มด
แม่มดให้หญิงสาวทำงานที่เป็นไปไม่ได้ เช่น แยกเมล็ดพืชพันชนิดภายในคืนเดียวหรือปั่นด้ายจากไหมที่ไม่มีวันหมด
แม่มดนำเมล็ดพืชพันธุ์ต่าง ๆ นับพันมาเทรวมกันเป็นกองใหญ่และสั่งว่า “หากเจ้าต้องการช่วยเจ้าชาย จงแยกเมล็ดพืชทั้งหมดนี้ให้เสร็จก่อนรุ่งสาง!”
หญิงสาวตกใจ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะทำงานนี้ในเวลาสั้น ๆ แต่ทันใดนั้นเหล่านางฟ้าตัวน้อย ซึ่งนางเคยช่วยไว้ระหว่างการเดินทางปรากฏตัวขึ้น และช่วยแยกเมล็ดพืชอย่างรวดเร็ว ด้วยความช่วยเหลือของพวกนาง งานจึงเสร็จทันเวลา
แม่มดนำกองไหมมหึมาและมอบล้อปั่นด้ายให้ พร้อมกล่าวว่า “จงปั่นไหมนี้ให้หมดเป็นด้ายก่อนพระอาทิตย์ตกดิน!”หญิงสาวหยิบเข็มทองคำ ที่นางฟ้ามอบให้ขึ้นมา และใช้มันปั่นไหม เข็มทองคำมีพลังวิเศษ สามารถปั่นไหมทั้งหมดให้กลายเป็นด้ายภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
แม่มดส่งหญิงสาวไปยังดินแดนอันไกลโพ้น และสั่งให้นำแอปเปิลทองคำ จากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์กลับมา ซึ่งต้องข้ามทะเลที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยพายุร้าย หญิงสาวใช้รองเท้าเหล็ก ที่ช่วยให้เดินทางไกลและมั่นคงแม้ต้องข้ามทะเลลื่นไถล นอกจากนี้ วาฬที่นางเคยช่วยไว้ระหว่างทางยังปรากฏตัวและอาสาช่วยพานางข้ามทะเลไปถึงต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์และกลับมาพร้อมแอปเปิลทองคำ
หลังจากผ่านบททดสอบทั้งหมด แม่มดยังคงขังเจ้าชายไว้ในห้องลับที่ไม่มีใครสามารถมองเห็นหรือเข้าไปได้ หญิงสาวใช้ผ้าคลุมล่องหน ซึ่งทำให้เธอหายตัวได้ นางลอบเข้าไปในห้องลับโดยที่แม่มดไม่รู้ตัว และช่วยเจ้าชายหลบหนีออกมา
หลังจากผ่านบททดสอบทั้งหมด แม่มดยังคงขังเจ้าชายไว้ในห้องลับที่ไม่มีใครสามารถมองเห็นหรือเข้าไปได้ หญิงสาวใช้ผ้าคลุมล่องหน ซึ่งทำให้เธอหายตัวได้ นางลอบเข้าไปในห้องลับโดยที่แม่มดไม่รู้ตัว และช่วยเจ้าชายหลบหนีออกมา
ด้วยความรักและความเสียสละของนาง คำสาปของเจ้าชายถูกทำลาย ทั้งสองกลับไปครองรักกันอย่างมีความสุขในปราสาทของพวกเขา

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความรักที่แท้จริงต้องการความเชื่อใจ ความเสียสละ และความอดทน แม้ความอยากรู้อยากเห็นอาจนำมาซึ่งปัญหา แต่ความมุ่งมั่นและความกล้าหาญสามารถช่วยแก้ไขข้อผิดพลาดได้
นอกจากนี้ยังเตือนให้เรารู้ว่า การเผชิญหน้ากับอุปสรรคด้วยสติปัญญาและความอดทน คือหนทางสู่การเอาชนะทุกความยากลำบาก เช่นเดียวกับหญิงสาวที่สามารถผ่านบททดสอบยากลำบากทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือเจ้าชาย
สุดท้าย เรื่องราวนี้ย้ำให้เห็นว่าความเชื่อใจคือรากฐานของความสัมพันธ์ และความรักที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาจะนำพาความสุขมาสู่ชีวิตในที่สุด
ที่มาของนิทานเรื่องนี้
นิทานพื้นบ้านโรมาเนียเรื่องหมูต้องสาป (อังกฤษ: The Enchanted Pig) เป็นนิทานพื้นบ้านโรมาเนียสไตล์นิทานปรัมปราเทพนิยายที่ถูกรวบรวมในหนังสือ Rumanische Märchen และโดยเปเตร อิสปิเรสคู (Petre Ispirescu) ใน Legende sau basmele românilor นิทานเรื่องนี้ยังปรากฏใน The Red Fairy Book ของ แอนดรูว์ แลง (Andrew Lang)
นิทานเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรนิทานสากลเกี่ยวกับ “สัตว์เป็นเจ้าบ่าว” (Animal as Bridegroom) หรือ “การค้นหาสามีที่สูญหาย” (The Search for the Lost Husband) ซึ่งเล่าเรื่องของหญิงสาวที่แต่งงานกับสามีในร่างสัตว์ ผิดข้อห้ามบางอย่าง และต้องออกตามหาสามีที่หายไป
“นิทานสะท้อนถึง ความรัก ความซื่อสัตย์ และการเสียสละของหญิงสาว ที่ต้องเผชิญอุปสรรคเพื่อเอาชนะคำสาปและฟื้นคืนชีวิตคู่”