นิทานพื้นบ้านไทยภาคอีสานเรื่องขี้เหล้าเล่นหม้อ

ปกนิทานพื้นบ้านไทยภาคอีสานเรื่องขี้เหล้าเล่นหม้อ

ในชีวิตของเรามักจะมีโอกาสดี ๆ ผ่านเข้ามา แต่ไม่ทุกคนที่สามารถใช้โอกาสเหล่านั้นได้อย่างคุ้มค่า บางครั้งเรามีสิ่งดี ๆ อยู่ในมือ แต่กลับไม่รู้จักรักษาไว้ให้ดี หรือแม้แต่ใช้มันอย่างไม่ระมัดระวัง จนมันหายไปจากชีวิตในที่สุด

เรื่องราวนิทานพื้นบ้านไทยของชายคนหนึ่งที่เคยมีทุกอย่างและได้รับโอกาสทองจากพ่อที่เป็นเทวดาผู้ใหญ่ แต่เขากลับประมาทและไม่ยึดมั่นในคำสอน กับนิทานพื้นบ้านไทยภาคอีสานเรื่องขี้เหล้าเล่นหม้อ

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านไทยภาคอีสานเรื่องขี้เหล้าเล่นหม้อ

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านไทยภาคอีสานเรื่องขี้เหล้าเล่นหม้อ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในหมู่บ้านหนองฮังกา (ปัจจุบันคือบ้านแสงอินทร์) ต.กระเบื้อง อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ มีเศรษฐีผู้ใจบุญท่านหนึ่งท่านชอบทำบุญเสียจนชีวิตท่านมีแต่ความอิ่มเอิบและเฮง เพราะคำที่ว่า “แฮงให้ แฮงรวย แฮงให้ แฮงได้หลาย” หมายความว่าเมื่อให้ก็จะได้รับมากมายเพราะคนตอบแทนกับการให้ของเรา คนที่มีน้ำใจจะได้รับความรักและไมตรีจากผู้อื่น ความซื่อสัตย์ ความเมตตาของท่านได้รับการตอบแทนเสมอทั้งในชีวิตนี้และชีวิตหน้า

เศรษฐีใจบุญมีลูกชายคนเดียว แต่ลูกชายกลับไม่เอาถ่านเลย ขี้เหล้าแท้ ๆ กินแล้วกินอีก เอาแต่หามิตรที่ดื่มกับตน ไม่เคยทำมาหากิน เมาแล้วก็แวะเลี้ยงเพื่อนฝูงจนหมดตัวไปเรื่อย ๆ เพื่อน ๆ ก็หลอกเอาเงินไปกินเหล้า บอกได้แค่ “ขอบใจหลาย ๆ เด้อ ที่ช่วยเลี้ยง” เท่านั้น

ทุกครั้งที่เศรษฐีพูดกับลูกชาย ก็จะสอนเขาว่า “ลูกเอ๋ย ทรัพย์สมบัติไม่ได้อยู่ที่เหล้า มันอยู่ที่การทำมาหากิน รู้จักออม รู้จักใช้จ่าย”

แต่ลูกชายก็ไม่เคยฟัง พ่อพูดเท่าไหร่ก็ไม่จำ กลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม วันแล้ววันเล่า เอาแต่เมา เหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อทำให้มันไม่มีความหมายเลย

หลายปีต่อมา เศรษฐีผู้ใจบุญเสียชีวิต ลูกชายเศรษฐีได้รับมรดกทั้งหมด แต่แทนที่จะใช้มรดกนั้นให้เกิดประโยชน์ เขากลับใช้ชีวิตเหมือนเดิม กินเหล้าไปวัน ๆ เอาแต่เลี้ยงเพื่อนกิน จนวันหนึ่งทรัพย์สินของพ่อแม่ที่ทิ้งไว้ให้ก็เริ่มหมดลง เหลือแค่บ้านที่เริ่มเก่าและทุรกันดาร

จากเศรษฐีที่เคยมีเงินมากมาย กลับกลายเป็นคนจนที่ไม่มีที่อยู่ ไม่มีอะไรเลย เขาไปไหนก็ไม่มีใครช่วยเหลือ ขอลูกชายก็ไม่ได้ เพราะทุกคนรู้จักเขาดีว่าเป็นคนขี้เหล้า สุดท้ายเขาก็กลายเป็นคนขอทานไปวัน ๆ

วันแล้ววันเล่าเขาต้องเดินไปขอข้าวขอเงินจากคนอื่น ความทุกข์ในใจมันเจ็บปวดเหลือเกิน แต่กลับไม่มีที่พึ่ง ไม่มีใครช่วยเหลือเขา สภาพชีวิตย่ำแย่จนเขาเริ่มรู้สึกว่าชีวิตนี้มันหมดสิ้นไปแล้ว

“ทำไมชีวิตข้าต้องเป็นแบบนี้ มันไม่ยุติธรรมเลย” เขาคิดในใจ น้ำตาเริ่มไหลจากดวงตาที่เคยมีความสุข

ทว่าความโชคดีของเขายังไม่หมดไป เสียงของเทวดาผู้เป็นพ่อที่จากไปแล้วดังขึ้นในใจของเขา

เทวดาผู้เป็นพ่อได้ไปเกิดเป็นเทวดาผู้ใหญ่ในสวรรค์ และรู้สึกห่วงลูกชายมาก เขาจึงใช้ตาทิพย์ มองดูลูกชายที่ตกอยู่ในความทุกข์ เขาเห็นว่า ลูกชายไม่ได้รับการช่วยเหลือจากใครและกำลังตกอยู่ในภาวะที่ย่ำแย่จนไม่สามารถก้าวเดินต่อไปได้

เทวดาผู้เป็นพ่อจึงรู้สึกเสียใจมากและตัดสินใจลงมาหาลูกชายที่โลกมนุษย์ เพื่อช่วยให้เขามีโอกาสเปลี่ยนแปลงชีวิตใหม่อีกครั้ง

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านไทยภาคอีสานเรื่องขี้เหล้าเล่นหม้อ 2

เมื่อเทวดาผู้เป็นพ่อ เห็นลูกชายยังคงประสบความทุกข์ทรมานอยู่บนโลกมนุษย์ เทวดาผู้เป็นใหญ่ก็ไม่อาจทนดูได้ จึงตัดสินใจลงมาหาลูกชายเพื่อให้คำแนะนำในตอนที่ลูกชายตกต่ำที่สุด

คืนหนึ่ง ขณะที่ลูกชายเศรษฐีกำลังนั่งเศร้าอยู่ริมทาง เทวดาผู้เป็นพ่อก็ปรากฏตัวขึ้นในรูปแบบของชายแก่ท่ามกลางหมู่บ้านท่ามกลางแสงจันทร์

“ลูกเอ๋ย… จำคำที่พ่อเคยได้ไหม?” เสียงเทวดาผู้เป็นพ่อดังขึ้นในใจลูกชาย

ลูกชายสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นชายแก่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า ชายแก่พูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เอ็งมาตกต่ำเพราะความประมาท เอ็งใช้อำนาจของเงินโดยไม่เคารพและไม่ใช้มันอย่างมีสติ บัดนี้ชีวิตของเอ็งจะเป็นไปตามทางที่เอ็งเลือก”

ลูกชายเศรษฐีที่เคยดื่มเหล้าและเลิกสนใจการทำมาหากินรู้สึกสะท้อนใจอย่างสุดซึ้ง เขาตั้งใจว่าจะเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง แต่เขาไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร

“พ่อ… ข้าไม่มีอะไรเลย จะให้ข้าเริ่มต้นจากที่ไหน ข้าต้องการความช่วยเหลือ!” ลูกชายเศรษฐีพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

เทวดาผู้เป็นพ่อมองลูกชายด้วยความสงสารและตอบกลับว่า “เอ็งจงรักษาหม้อใบนี้ให้ดี หากเอ็งต้องการเงินทอง เอ็งก็เอามือล้วงเข้าไปหยิบมาใช้ได้ดั่งใจคิด แต่มีกฎข้อเดียว… อย่าทำหม้อแตก”

ลูกชายไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ได้รับหม้อดินใบหนึ่งจากเทวดาผู้เป็นพ่อ เขารับคำสั่งและสัญญาว่าจะรักษาหม้อให้ดี

เช้าวันถัดมา ลูกชายเศรษฐีที่ขี้เหล้ารู้สึกเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเมื่อเขาได้ล้วงมือเข้าไปในหม้อดินใบที่พ่อให้มา ทันทีที่เขาล้วงมือเข้าไป เขาก็พบว่า เงินทอง ล้นมือออกมาอย่างมหาศาล เขาตกใจและดีใจ จนไม่สามารถหยุดยิ้มได้

“โอ้โห! มันเป็นจริง! ข้าจะรวยแล้ว!” เขาตื่นเต้นและคิดในใจ

แต่หลังจากนั้นไม่นาน ความตื่นเต้นก็เริ่มคลายไป เขาคิดในใจว่า “ข้าจะเอาเงินเหล่านี้ไปใช้ทำอะไรดีนะ” แต่สุดท้ายเขากลับไปที่ชีวิตเก่าของตัวเอง ดื่มเหล้าต่อไปจนหมดสิ้นสติ

วันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังเดินทางไปหาพวกเพื่อน เขาก็เกิดนึกสนุกขึ้นมา เขาเริ่มโยนหม้อขึ้นไปในอากาศแล้ววิ่งไปรับ พร้อมกับพูดเล่นไปว่า “โอะ ๆ โอะ โอะร่วง!”

เขาทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ หัวเราะไปกับการโยนหม้อท่ามกลางแสงแดดจนลืมคำสั่งของพ่อที่ให้ไว้ เขาเล่นเพลินลืมตัว คิดน้อย จนในที่สุดหม้อดินที่เขากำลังโยนกลับร่วงลงมาและแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

ทันใดนั้น ลูกชายเศรษฐีก็สะดุ้งและตกใจ เมื่อเห็นหม้อแตก เขานึกถึงคำสั่งของพ่อที่เตือนเอาไว้ว่าห้ามทำหม้อแตก แต่ตอนนี้ทุกอย่างก็สายไปแล้ว เขารู้สึกถึงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

“ข้า… ข้าไม่ได้เก็บเงินไว้ ข้าทำลายโอกาสนั้นไปหมดแล้ว… พ่อบอกไว้… แต่ข้ากลับทำลายมันเอง” ลูกชายเศรษฐีพูดออกมาด้วยความสำนึกผิด

เขานั่งลงข้างหม้อที่แตกไปแล้ว สภาพจิตใจเริ่มย่ำแย่เมื่อคิดถึงอนาคตที่ไร้ทางเลือก เขาไม่มีเงินเหลือไว้สำหรับชีวิตในวันข้างหน้า ไม่สามารถรักษาตัวเองได้เมื่อป่วยไข้ ไม่มีอะไหล่ในชีวิตอีกต่อไป

เขารู้ว่าเขาทำผิดพลาดครั้งใหญ่ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ และความทุกข์นั้นจะตามมาเรื่อย ๆ

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านไทยภาคอีสานเรื่องขี้เหล้าเล่นหม้อ 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… โอกาสที่ดีอาจมาถึงเราในรูปแบบที่ไม่คาดคิด แต่หากเราประมาทและไม่รู้จักใช้มันอย่างระมัดระวัง ก็อาจทำให้สิ่งที่มีค่าหายไปจากมือเราได้ การไม่ยึดมั่นในคำสั่งที่ดีและการไม่รักษาสิ่งที่ได้รับมาอย่างมีสติอาจนำไปสู่การสูญเสียที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ เราควรใช้โอกาสอย่างระมัดระวังและรู้จักเก็บรักษาให้ดี เพื่อให้เรามีชีวิตที่มั่นคงและไม่พลาดโอกาสในอนาคต

และการช่วยเหลือจากคนอื่นอาจทำให้เราได้รับการบรรเทาคร่าว ๆ แต่หากเราไม่คิดหรือปรับตัวเองให้ดีขึ้น เราก็ยังจะเจอปัญหาเดิมๆ ซ้ำ ๆ การได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่นนั้นสำคัญ แต่ไม่สามารถแก้ไขทุกอย่างได้ถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองและไม่เรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ความช่วยเหลือเพียงชั่วคราวจะไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนได้

หากไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา คือคำที่ใช้เตือนว่า เมื่อคนเรายังไม่เจอกับผลลัพธ์ที่หนักหน่วงจากการกระทำของตัวเอง หรือยังไม่ได้รับผลกระทบที่จริงจัง เราจะไม่รู้สึกหรือเข้าใจถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำที่ประมาท จนกว่าจะเกิดขึ้นจริงแล้วและมันอาจจะสายเกินไปที่จะกลับตัว

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานพื้นบ้านไทยภาคอีสานเรื่องขี้เหล้าเล่นหม้อ เป็นนิทานพื้นบ้านของหนองฮังกา (ปัจจุบันขึ้นกับบ้านแสงอินทร์) ซึ่งสะท้อนถึงการใช้ชีวิตของคนที่มีความประมาท และไม่รู้จักรักษาโอกาสที่ได้มา ทั้งในเรื่องของทรัพย์สินและโอกาสในชีวิต ตลอดจนการแสดงให้เห็นถึงผลของการไม่รับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้รับจากบุญกุศลหรือการช่วยเหลือของผู้อื่น

เนื้อหาของนิทานได้สะท้อนถึงการเสียดายโอกาสที่ดีในชีวิต การใช้ชีวิตแบบไร้ระมัดระวัง เช่น การดื่มเหล้าเป็นประจำ การไม่ใช้สมบัติที่ได้มาอย่างถูกต้อง และการประมาทในชีวิต เมื่อได้รับโอกาสจากพ่อที่เป็นเทวดาแต่ไม่รู้จักเก็บรักษาและใช้มันอย่างรอบคอบ จนกระทั่งผลของการกระทำผิดพลาดนั้นเกิดขึ้นจริงในที่สุด

การใช้ “หม้อดิน” ในเรื่องนี้ก็เป็นสัญลักษณ์ของโอกาสที่ได้มา หากรู้จักใช้ให้ดี ก็จะได้รับผลตอบแทนที่ดี แต่ถ้าไม่ระมัดระวังและไม่รักษามันไว้อย่างดี ก็อาจทำให้โอกาสนั้นพังทลายไป เช่นเดียวกับการใช้ชีวิตของคนที่ประมาทในที่สุด

โดยรวมแล้ว นิทานขี้เหล้าเล่นหม้อมีความหมายเกี่ยวกับการรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง และการไม่เสียโอกาสที่มาถึง ซึ่งเป็นบทเรียนที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตจริงได้

“โอกาสที่มาถึงต้องรักษาให้ดี ไม่เช่นนั้นมันอาจหายไปตลอดชีวิต”