นิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องดวงจันทร์ที่ถูกฝัง

ปกนิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องดวงจันทร์ที่ถูกฝัง

ในดินแดนแห่งบึงลึกและหนองน้ำอันกว้างใหญ่ของคาร์แลนด์ มีเรื่องเล่าขานนิทานพื้นบ้านสากลจากอังกฤษ เมื่อผู้คนต่างพึ่งพาแสงจันทร์ในยามค่ำคืน แสงสว่างจากดวงจันทร์ช่วยนำทางพวกเขาผ่านพื้นที่อันตรายที่เต็มไปด้วยสิ่งชั่วร้ายในเงามืด แต่ในคืนที่ดวงจันทร์หายไป ความมืดมิดกลับกลายเป็นภัยร้ายที่ไม่มีใครคาดถึง

ตำนานเล่าถึงเหตุการณ์ครั้งหนึ่งที่ดวงจันทร์ลงมายังโลก และบางสิ่งได้เกิดขึ้นในบึงลึกลับแห่งนี้ ความลับและพลังของแสงสว่างถูกเปิดเผยในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและการต่อสู้กับความมืด… กับนิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องดวงจันทร์ที่ถูกฝัง

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องดวงจันทร์ที่ถูกฝัง

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องดวงจันทร์ที่ถูกฝัง

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในดินแดนอันห่างไกลที่เรียกว่าคาร์แลนด์ พื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยบึงลึกและหนองน้ำมืด เมื่อใดที่ดวงจันทร์ส่องแสง ผู้คนสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย แม้ในยามค่ำคืน เพราะแสงของเธอส่องทางให้ทุกคนหลุดพ้นจากความมืดมิด

แต่ในคืนที่ดวงจันทร์ถูกบดบังสิ่งชั่วร้าย จะออกมาอาละวาดผีโคลน และปีศาจบึง ลากผู้คนลงไปในหนองน้ำ ไม่มีใครกล้าข้ามบึงในคืนที่มืดสนิท เพราะพวกเขารู้ว่าความตายอาจรออยู่

คืนหนึ่งดวงจันทร์ ที่เฝ้ามองโลกจากฟากฟ้ารู้สึกถึงความเศร้าของผู้คน เธอได้ยินเสียงคร่ำครวญของชาวบ้านที่หวาดกลัวและเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของปีศาจในบึง เธอตัดสินใจลงมาดูเอง

“หากสิ่งชั่วร้ายเป็นภัยแก่พวกเขา ข้าก็ต้องหาวิธีช่วยเหลือ” เธอกล่าวกับตัวเอง

ดวงจันทร์สวมเสื้อคลุมสีดำปิดบังผมสีทองที่ส่องแสงสว่างของเธอ และเริ่มต้นการเดินทางลงมาสู่บึงแห่งคาร์แลนด์

เมื่อดวงจันทร์ก้าวเข้าสู่บึง ความมืดมิดและความชื้นเย็นของน้ำทำให้เธอรู้สึกหวาดหวั่น แต่เธอยังคงเดินต่อไป

“ที่นี่ช่างเงียบเกินไป” เธอคิดในใจ

ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องแหลมของใครบางคนดังขึ้น เธอหันไปมอง และเห็นชายคนหนึ่งกำลังถูกปีศาจบึงไล่ล่า

“ช่วยข้าด้วย!” ชายคนนั้นร้อง แต่ดูเหมือนเขาจะหลงทางกลางบึง

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องดวงจันทร์ที่ถูกฝัง 2

ดวงจันทร์พยายามช่วย แต่จังหวะนั้นเอง เธอพลาดตกลงไปในแอ่งน้ำลึก และเสื้อคลุมสีดำของเธอพันร่างไว้แน่นจนเธอไม่สามารถส่องแสงได้

ดวงจันทร์พยายามดิ้นรนจนในที่สุดเสื้อคลุมก็หลุดออกบางส่วน แสงสีทองของเธอส่องไปทั่วบึง และช่วยให้ชายที่หลงทางเห็นทางหนีจากปีศาจบึง เขาวิ่งหนีไปอย่างปลอดภัย

“โชคดีเหลือเกิน ขอบคุณแสงนี้!” ชายคนนั้นพูด ขณะที่เขาหันกลับมามองแสงสว่างที่ช่วยชีวิตเขา

แต่ดวงจันทร์ยังติดอยู่ เธอพยายามตามเขาไป แต่เสื้อคลุมกลับคลุมร่างเธออีกครั้ง ความมืดมิดจึงปกคลุมอีกครั้ง

สิ่งชั่วร้ายในบึงที่เห็นเธอเป็นภัยรีบออกมา พวกมันใช้พลังของตัวเองขังเธอไว้ใต้ก้อนหินใหญ่ ในหนองน้ำ และวางวิลล์-โอ’-เดอะ-วิสป์ เปลวไฟลึกลับที่มีแสงเรืองอยู่บนไม้กางเขน ใกล้ ๆ เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เธอหลุดพ้น

วิลล์-โอ’-เดอะ-วิสป์ (Will-o’-the-Wisp) เป็นตำนานพื้นบ้านของยุโรปเกี่ยวกับแสงเรืองที่ปรากฏในพื้นที่ชื้นแฉะหรือบึง เชื่อกันว่าเป็นเปลวไฟลึกลับที่หลอกล่อผู้คนให้หลงทางในที่เปลี่ยว มักถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของวิญญาณเร่ร่อนหรือพลังเหนือธรรมชาติ

เมื่อดวงจันทร์ไม่ลอยขึ้นฟ้าในคืนนั้น ผู้คนเริ่มสงสัย “เกิดอะไรขึ้น? ทำไมฟ้าถึงมืดสนิท?”

คืนแล้วคืนเล่า บึงคาร์แลนด์กลายเป็นที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม สิ่งชั่วร้ายออกอาละวาด และผู้คนไม่กล้าออกจากบ้าน

ไม่นานชายที่ได้รับแสงช่วยชีวิตจากดวงจันทร์ตัดสินใจเล่าเรื่องนี้ให้ทุกคนฟัง “มีแสงช่วยข้าให้รอดพ้นจากปีศาจบึง… ข้าคิดว่ามันมาจากดวงจันทร์!”

หญิงฉลาดคนหนึ่งในหมู่บ้านฟังเรื่องราวนั้นอย่างตั้งใจ

“หากดวงจันทร์ถูกจับตัวไว้ เจ้าจงเข้าไปที่บึงและค้นหาไม้กางเขน ก้อนหิน และเปลวไฟลึกลับที่เรืองแสง… ที่นั่นเจ้าจะพบดวงจันทร์” เธอกล่าว

ชาวบ้านรวมตัวกัน พวกเขาถือคบไฟและเชือก เดินเข้าสู่บึงอย่างกล้าหาญ พวกเขาตะโกนเรียกกันไปมาเพื่อไม่ให้ใครหลงทาง

“ข้าพบอะไรบางอย่างที่นี่!” ชายคนหนึ่งตะโกน เขาชี้ไปที่เปลวไฟลึกลับที่ลอยอยู่เหนือไม้กางเขน

“มันคือวิลล์-โอ’-เดอะ-วิสป์!” หญิงฉลาดกล่าว “ดวงจันทร์อยู่ใกล้ ๆ ที่นี่แน่นอน!”

พวกเขาขุดโคลนรอบ ๆ ก้อนหินใหญ่ และเมื่อก้อนหินถูกยกขึ้น แสงสีทองก็ส่องพุ่งขึ้นสู่ฟ้า ดวงจันทร์ถูกปลดปล่อย เธอลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า และส่องแสงเจิดจ้ามากกว่าที่เคย

แสงของดวงจันทร์ขับไล่ปีศาจบึงและสิ่งชั่วร้ายทั้งหมดออกจากดินแดนคาร์แลนด์ ตั้งแต่นั้นมา ดวงจันทร์ส่องแสงสว่างเหนือบึงแห่งนี้มากกว่าที่ใด เพื่อให้แน่ใจว่าผู้คนจะปลอดภัยในยามค่ำคืน

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องดวงจันทร์ที่ถูกฝัง 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความกล้าหาญและความร่วมมือกันจะช่วยให้เราผ่านพ้นความมืดมิดในชีวิตได้เสมอ ดวงจันทร์แสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความห่วงใยต่อผู้อื่น แม้จะต้องตกอยู่ในอันตราย แต่ความดีของเธอก็เป็นแสงนำทางให้ผู้คนรอดพ้นจากสิ่งชั่วร้าย

นิทานยังเตือนเราว่า แสงสว่างที่แท้จริงในชีวิตไม่ได้มาจากภายนอก แต่เกิดจากความกล้าที่จะช่วยเหลือและสนับสนุนกันในยามลำบาก

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องดวงจันทร์ที่ถูกฝังหรือดวงจันทร์ที่ตาย (อังกฤษ: The Buried Moon หรือ The Dead Moon) เป็นนิทานพื้นบ้านที่ถูกรวบรวมโดย โจเซฟ จาคอบส์ (Joseph Jacobs) ในหนังสือ More English Fairy Tales

นิทานเรื่องนี้มีรูปแบบแตกต่างจากนิทานทั่วไป โดยมีลักษณะคล้าย ตำนานทางศาสนา มากกว่าความเป็นนิทานพื้นบ้าน เนื้อหาถูกเก็บรวบรวมโดย มารี โคลธิลด์ บัลฟอร์ (Marie Clothilde Balfour) จากเขต North Lincolnshire Carrs ในหุบเขา Ancholme

นิทานนี้ยังแสดงถึงร่องรอยของการบูชาดวงจันทร์ และถูกจัดอยู่ในหมวดนิทานพื้นบ้าน ATU 1336

นิทานเรื่องนี้สะท้อนถึงความเชื่อเกี่ยวกับพลังธรรมชาติและการทำงานร่วมกันของมนุษย์เพื่อเอาชนะความมืดมิด โดยอาจมีรากฐานมาจากพิธีกรรมหรือความเชื่อเกี่ยวกับดวงจันทร์ในยุคโบราณ