ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง มีเรื่องเล่าขานนิทานพื้นบ้านสากลจากไนจีเรีย ว่ามีชายตาบอดผู้เป็นที่รู้จักไปทั่ว ไม่ใช่เพราะความมืดที่ปกคลุมดวงตาของเขา แต่เพราะปัญญาอันเฉียบแหลมที่ดูราวกับสามารถมองเห็นได้มากกว่าคนตาดีเสียอีก ผู้คนมักหยุดคุยกับเขา ขอคำแนะนำ และทุกคำตอบของเขาก็แม่นยำเสมอ
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นค่าของสิ่งที่มองไม่เห็น นายพรานหนุ่มผู้ภาคภูมิใจในสายตาและทักษะของตนเอง ไม่เคยเชื่อว่าคนที่ไม่สามารถมองเห็นจะมีประโยชน์ใด ๆ ได้เลย จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาได้เรียนรู้ว่าการมองเห็นที่แท้จริง อาจไม่ได้อยู่ที่ดวงตา แต่อยู่ที่สิ่งที่หัวใจสามารถรับรู้… กับนิทานพื้นบ้านไนจีเรียเรื่องชายตาบอดกับนายพราน

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านไนจีเรียเรื่องชายตาบอดกับนายพราน
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายตาบอดอาศัยอยู่กับน้องสาวของเขาในกระท่อมเล็ก ๆ ใกล้ชายป่า แม้ดวงตาของเขาจะมืดบอด แต่เขากลับเป็นผู้ที่รู้แจ้งกว่าหลายคนในหมู่บ้าน
ทุกวัน เขาจะนั่งอยู่หน้ากระท่อม สนทนากับผู้คนที่ผ่านไปมา หากมีใครต้องการรู้สิ่งใด เขามักให้คำตอบที่ถูกต้องเสมอ
ชาวบ้านต่างประหลาดใจและเอ่ยถามว่า “ชายตาบอด ทำไมเจ้าถึงฉลาดนัก?”
เขายิ้มบาง ๆ แล้วตอบว่า “เพราะข้าสามารถมองเห็นด้วยหูของข้า”
วันหนึ่ง น้องสาวของเขาตกหลุมรักนายพรานหนุ่ม และทั้งสองได้แต่งงานกัน เมื่องานฉลองสิ้นสุด นายพรานย้ายเข้ามาอยู่ในกระท่อมเดียวกันกับภรรยา แต่เขาไม่เคยเห็นค่าของพี่ชายตาบอดเลย
“คนที่ไม่มีตา จะมีประโยชน์อะไร?” นายพรานพูดเยาะเย้ยทุกครั้งที่เห็นชายตาบอด
ทุกวัน นายพรานออกล่าสัตว์ด้วยกับดักและหอกของเขา และทุกค่ำคืน ชายตาบอดจะเอ่ยขอร้องว่า “พรุ่งนี้ พาข้าไปล่าสัตว์ด้วยได้หรือไม่?”
แต่นายพรานเพียงแค่ส่ายหน้าและตอบอย่างเย็นชา “เจ้ามองไม่เห็น แล้วเจ้าจะช่วยอะไรได้?”
จนกระทั่งวันหนึ่ง นายพรานกลับมาจากป่าพร้อมกับกวางอ้วนพี ความอิ่มหนำทำให้เขาอารมณ์ดี และเมื่อเขากินเสร็จ ก็หันไปบอกชายตาบอด “พรุ่งนี้ ข้าจะให้เจ้าตามไปล่าสัตว์ด้วย”
รุ่งเช้า นายพรานนำอาวุธและกับดักไปด้วย ขณะที่จูงมือชายตาบอดเดินเข้าไปในป่าลึก
ยังไม่ทันเดินไปไกลนัก ชายตาบอดหยุดกะทันหันและกระซิบว่า “เงียบก่อน… มีสิงโตอยู่ข้างหน้า”
นายพรานตกใจรีบมองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นอะไรเลย
“ไม่มีอะไรอยู่ตรงนี้ เจ้าเพ้อไปเอง” นายพรานตอบ
ชายตาบอดยิ้มบาง ๆ แล้วพูดอย่างมั่นใจ “มีสิงโตอยู่จริง แต่มันกำลังหลับ เจ้าจึงยังปลอดภัย”
เมื่อนายพรานเดินต่อไป เขาก็เห็นสิงโตตัวใหญ่ นอนหลับสนิทอยู่ใต้ร่มไม้
เขาหันไปมองชายตาบอดด้วยความตกตะลึง “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
“เพราะข้ามองเห็นด้วยหูของข้า” ชายตาบอดตอบเรียบ ๆ
ทั้งสองเดินลึกเข้าไปในป่า จนถึงลานกว้างที่เหมาะแก่การวางกับดัก นายพรานเริ่มสอนชายตาบอด วิธีวางกับดักจับนก
“พรุ่งนี้ เราจะกลับมาดูว่าเราจับอะไรได้” นายพรานกล่าว ก่อนจะพาชายตาบอดกลับบ้าน

รุ่งเช้า นายพรานและชายตาบอดเดินกลับไปยังจุดที่วางกับดักไว้ เมื่อพวกเขามาถึง นายพรานกวาดตามองอย่างรวดเร็ว กับดักของทั้งสองจับนกได้ตัวละหนึ่งตัว
แต่นายพรานสังเกตเห็นความแตกต่างทันที ในกับดักของเขามีเพียงนกสีเทาตัวเล็ก ๆ ขนของมันหมองและไร้ชีวิตชีวา แต่ในกับดักของชายตาบอด มีนกที่งดงาม มีขนสีเขียว แดง และทองระยิบระยับ
นายพรานมองซ้ายมองขวา ไม่มีใครอยู่รอบ ๆ เขาค่อย ๆ หยิบนกสีสวยจากกับดักของชายตาบอด แล้วแอบยัดนกสีเทาใส่มือของเขาแทน
“เราต่างก็ได้มาคนละตัว” นายพรานกล่าวอย่างเรียบเฉย ซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของตนไว้
ชายตาบอดลูบปีกของนกในมือช้า ๆ แล้วก็ยิ้มบาง ๆ โดยไม่พูดอะไร
เมื่อทั้งสองเดินกลับออกจากป่า นายพรานก็ถามอย่างเยาะเย้ย “หากเจ้าฉลาดนัก เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ ทำไมโลกนี้ถึงเต็มไปด้วยความโกรธและความเกลียดชัง?”
ชายตาบอดเพียงแค่ยิ้ม แล้วตอบอย่างแผ่วเบา “เพราะโลกนี้เต็มไปด้วยผู้คนเช่นเจ้า… ผู้ที่เอาของที่ไม่ใช่ของตนไป”
นายพรานชะงักกึก คำพูดนั้น ทิ่มแทงเข้าไปในใจของเขาอย่างจัง ราวกับว่าชายตาบอดมองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้น
ความละอายเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขา เขาหยิบนกสีสวยออกมา ยื่นคืนให้ชายตาบอด แล้วกล่าวอย่างสำนึกผิด “ข้าขอโทษ”
ชายตาบอดรับนกคืนมา แต่เขาไม่กล่าวคำตำหนิใด ๆ เพียงแค่ลูบขนมันเบา ๆ และเดินต่อไป
เมื่อพวกเขาเข้าใกล้หมู่บ้าน นายพรานก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “แล้วเจ้าตอบข้าได้หรือไม่ ทำไมโลกนี้จึงเต็มไปด้วยความรักและความเมตตา?”
ชายตาบอดหัวเราะเบา ๆ และตอบว่า “เพราะโลกนี้เต็มไปด้วยผู้คนเช่นเจ้า… ผู้ที่เรียนรู้จากความผิดพลาดของตนเอง”
นายพรานได้ยินเช่นนั้นก็หยุดเดิน และมองชายตาบอดด้วยความเคารพเป็นครั้งแรก
ตั้งแต่นั้นมา หากใครถามว่า “ชายตาบอด ทำไมเจ้าถึงฉลาดนัก?”
นายพรานจะยิ้มแล้วกล่าวว่า “เพราะเขามองเห็นด้วยหู… และได้ยินด้วยหัวใจ”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ปัญญาที่แท้จริงไม่ได้มาจากดวงตาที่มองเห็น แต่เกิดจากหัวใจที่รับฟังและเรียนรู้ แม้ชายตาบอดจะไร้ซึ่งสายตา แต่เขากลับเข้าใจโลกได้ลึกซึ้งกว่าผู้ที่มีดวงตาคมกริบ ความฉลาดไม่ได้วัดจากสิ่งที่เห็นได้ด้วยตา แต่จากการฟัง การสังเกต และการใช้สติปัญญาอย่างแท้จริง
ความโลภและการเอาเปรียบผู้อื่นนำมาซึ่งความละอาย เช่นเดียวกับนายพรานที่คิดหักหลังชายตาบอด แต่สุดท้ายต้องยอมรับความผิดพลาดของตนเอง ผู้ที่กล้ายอมรับผิดและเรียนรู้จากมัน คือผู้ที่เติบโตและเข้าใจคุณค่าที่แท้จริงของชีวิต
โลกใบนี้เต็มไปด้วยทั้งความอยุติธรรมและความเมตตา แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือกเป็นคนแบบไหน เพราะสุดท้าย คนที่เรียนรู้จากความผิดพลาด คือคนที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลกดีขึ้นได้
ที่มาของนิทานเรื่องนี้
นิทานพื้นบ้านไนจีเรียเรื่องชายตาบอดกับนายพราน (อังกฤษ: The Blind Man and the Hunter) เป็นนิทานพื้นบ้านจากไนจีเรีย และเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าดั้งเดิมที่พบได้ในวัฒนธรรมแอฟริกาตะวันตก นิทานเรื่องนี้สะท้อนความสำคัญของสติปัญญาเหนือการมองเห็นทางกายภาพ ซึ่งเป็นแนวคิดที่พบได้บ่อยในนิทานพื้นบ้านของภูมิภาคนี้
นิทานเกี่ยวกับชายตาบอดที่มีปัญญาเหนือกว่าคนตาดีมักถูกเล่าขานในสังคมแอฟริกัน ซึ่งให้ความสำคัญกับภูมิปัญญาของผู้อาวุโสและผู้ที่ใช้ประสาทสัมผัสอื่น ๆ อย่างเฉียบแหลม นิทานนี้ยังสะท้อนแนวคิดเรื่องความซื่อสัตย์และการเรียนรู้จากความผิดพลาด โดยนายพรานเป็นตัวแทนของมนุษย์ที่ทำผิดพลาดแต่สามารถเปลี่ยนแปลงตนเองได้
ในวัฒนธรรมแอฟริกัน นิทานมักถูกใช้เป็นเครื่องมือสอนศีลธรรมให้เด็ก ๆ และคนในชุมชน เรื่องนี้จึงเป็นบทเรียนเกี่ยวกับความยุติธรรม ความฉลาด และความสามารถในการใช้หัวใจฟังเสียงของโลก ซึ่งเป็นคุณค่าที่สำคัญในสังคมไนจีเรียและแอฟริกาตะวันตกโดยรวม
“ปัญญาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ดวงตาที่มองเห็น แต่อยู่ที่หัวใจที่รู้จักฟังและเรียนรู้ ความโลภอาจทำให้คนหลงผิด แต่ความสำนึกผิดต่างหากที่ทำให้คนเติบโต”