ในอาณาจักรอันรุ่งเรืองแห่งหนึ่ง มีเรื่องเล่าขานนิทานพื้นบ้านสากลจากฝรั่งเศส โดยเล่าว่าทุกชีวิตดำเนินไปด้วยความสุขและความหวัง แต่ในโลกที่ดูสมบูรณ์แบบ บางครั้งโชคชะตาก็ซ่อนเงามืดเอาไว้ ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่ดูเหมือนเป็นพรอันล้ำค่า อาจกลายเป็นเงื่อนไขแห่งคำสาปที่ไม่มีวันหลีกเลี่ยงได้
และเมื่อชะตากรรมถูกกำหนดขึ้นตั้งแต่แรกเกิด ทางเลือกเดียวคือการรอคอยให้กาลเวลาเปิดทางสู่บทสรุปของมัน แม้ทุกสิ่งจะหลับใหล ความหวังยังคงดำรงอยู่ และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ทุกสิ่งจะตื่นขึ้นอีกครั้ง… กับนิทานพื้นบ้านฝรั่งเศสเรื่องเจ้าหญิงนิทรา

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านฝรั่งเศสเรื่องเจ้าหญิงนิทรา
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในอาณาจักรอันรุ่งเรือง พระราชาและพระราชินีทรงปกครองแผ่นดินอย่างยุติธรรม แต่สิ่งเดียวที่ทำให้พระองค์ทั้งสองไม่อาจมีความสุขอย่างสมบูรณ์ได้คือพวกเขาไม่มีบุตร วันเวลาผ่านไป พระราชินีเฝ้าอธิษฐานขอบุตรทุกวัน และในที่สุด คำอธิษฐานของพระนางก็เป็นจริง พระองค์ให้กำเนิดพระธิดาผู้เลอโฉม
พระราชาทรงปีติยินดี และเพื่อเฉลิมฉลอง พระองค์จัดงานเลี้ยงยิ่งใหญ่ทั่วอาณาจักร และเชิญนางฟ้า 12 ตน มาเพื่อมอบพรให้แก่เจ้าหญิง แต่เนื่องจากพระราชามีที่ตั้งโต๊ะเพียง 12 ที่ พระองค์จึงไม่ได้เชิญนางฟ้าตนที่ 13 ซึ่งเป็นผู้มีพลังอำนาจเช่นกัน
ในงานเฉลิมฉลอง นางฟ้าแต่ละตนมอบพรแก่เจ้าหญิงความงาม ความเฉลียวฉลาด ความเมตตา และพรอันเลิศล้ำอื่น ๆ แต่ก่อนที่นางฟ้าตนสุดท้ายจะให้พร นางฟ้าตนที่ 13 ซึ่งไม่ได้รับเชิญก็ปรากฏตัวขึ้นในความโกรธ นางก้าวเข้ามาและกล่าวคำสาปเสียงดัง
“เมื่อเจ้าหญิงมีอายุครบ 16 ปี นางจะถูกเข็มของเครื่องปั่นด้ายทิ่มนิ้ว และจะล้มลงสู่ห้วงนิทรานานถึง 100 ปี!”
ทุกคนในท้องพระโรงตกตะลึง พระราชาและพระราชินีสิ้นหวัง นางฟ้าตนสุดท้ายซึ่งยังไม่ได้ให้พร ไม่สามารถลบคำสาปได้ แต่นางกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า
“แม้นางจะต้องหลับไหล แต่เมื่อครบ 100 ปี นางจะตื่นขึ้นอีกครั้ง ด้วยจุมพิตแห่งรักแท้ และจะไม่มีอันตรายใด ๆ มาถึงตัวนาง”
คำทำนายเป็นที่จดจำ และทุกคนต่างหวาดกลัวต่อชะตากรรมของเจ้าหญิง
หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น พระราชาทรงหวาดกลัวต่อคำสาป จึงสั่งให้ทำลายเครื่องปั่นด้ายทุกชิ้นในอาณาจักร เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกสาวของพระองค์ต้องพบจุดจบตามคำสาป
วันเวลาผ่านไป เจ้าหญิงเติบโตขึ้นมาเป็นหญิงสาวที่งดงามและมีจิตใจดีเลิศ นางได้รับพรจากนางฟ้า และเป็นที่รักของทุกคนในอาณาจักร แต่ไม่มีใครเคยบอกนางเกี่ยวกับคำสาป
เมื่อเจ้าหญิงอายุครบ 16 ปี นางเดินสำรวจปราสาทด้วยความอยากรู้อยากเห็น และได้พบหอคอยเก่าแก่แห่งหนึ่งที่ดูเหมือนถูกลืมไปแล้ว นางปีนขึ้นบันไดวนไปยังห้องบนสุด และที่นั่น นางพบหญิงชราผู้หนึ่งกำลังปั่นด้าย
“ท่านกำลังทำอะไรหรือ?” เจ้าหญิงถามด้วยความสนใจ
“ข้ากำลังปั่นด้ายอยู่ไงล่ะ เจ้าหญิงที่รัก” หญิงชราตอบพร้อมรอยยิ้ม
เจ้าหญิงรู้สึกทึ่งกับเครื่องปั่นด้าย นางไม่เคยเห็นของเช่นนี้มาก่อน นางจึงลองเอื้อมมือไปแตะมันทันใดนั้นเอง เข็มแหลมก็กรีดผ่านปลายนิ้วของนาง
ร่างของเจ้าหญิงเซไปข้างหลัง ดวงตาของนางเริ่มหนักอึ้ง และในที่สุด นางก็ล้มลงเข้าสู่ห้วงนิทรา ตามคำสาปที่ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรก

เมื่อเจ้าหญิงล้มลงสู่ห้วงนิทรา คำสาปของนางก็ไม่ได้ส่งผลเพียงแค่ตัวนางเท่านั้น แต่ลมหายใจแห่งการหลับใหลได้แผ่ขยายไปทั่วทั้งปราสาท นางฟ้าผู้เคยให้พรกับเจ้าหญิงปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง และเพื่อปกป้องนางจากอันตราย นางร่ายเวทมนตร์ให้ทุกชีวิตในปราสาทหลับใหลตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นพระราชา พระราชินี เหล่าข้าราชบริพาร ทหาร ไปจนถึงม้าในคอกและนกที่กำลังบิน ทุกสิ่งหยุดนิ่งอยู่ในช่วงเวลานั้น
ไม่นานหลังจากนั้นต้นไม้และเถาวัลย์หนาทึบก็ค่อย ๆ เติบโตล้อมรอบปราสาท ดงหนามคมกริบปกคลุมทุกทางเข้า ทำให้ไม่มีผู้ใดสามารถเดินทางผ่านเข้าไปได้
กาลเวลาผ่านไป เรื่องราวของเจ้าหญิงนิทรา ถูกเล่าขานไปทั่วอาณาจักร มันกลายเป็นตำนานของปราสาทที่ถูกปิดตาย และคำสาปที่ไม่มีวันถูกทำลายจนกว่าจะถึงเวลาที่กำหนด
ผู้คนมากมาย เหล่าเจ้าชายและอัศวินจากอาณาจักรต่าง ๆ ต่างพยายามบุกเข้าไปในปราสาท แต่ไม่มีใครรอดออกมาได้ พวกเขาติดอยู่ในดงหนาม ถูกขังอยู่ในเถาวัลย์ และบางคนหายสาบสูญไปตลอดกาล
และแล้ว 100 ปีผ่านไป…
ในช่วงเวลาที่ครบ 100 ปีพอดีเจ้าชายองค์หนึ่งเดินทางมายังอาณาจักรนั้น พระองค์ได้ยินเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับปราสาทที่ถูกลืม และเจ้าหญิงผู้หลับใหลอยู่ข้างใน
“ไม่มีใครเคยผ่านเข้าไปได้และกลับออกมาได้เลย” ชาวบ้านเตือนพระองค์
แต่เจ้าชายกลับไม่หวาดกลัว พระองค์รู้สึกว่ามีบางสิ่งที่ดึงดูดพระองค์ให้เดินทางไปยังที่แห่งนั้น และแล้วเจ้าชายก็มุ่งหน้าไปยังปราสาท
แต่บางสิ่งกลับแตกต่างจากอดีต…
เมื่อเจ้าชายเดินเข้าไปใกล้ดงหนามที่เคยโหดร้ายกลับแหวกออกให้ทางเดินแก่พระองค์ เถาวัลย์ที่เคยมัดรัดผู้บุกรุกไว้ บัดนี้กลับร่วงโรยราวกับว่าพวกมันรู้ว่าเวลาที่ถูกกำหนดไว้มาถึงแล้ว
เจ้าชายเดินลึกเข้าไปจนถึงตัวปราสาททุกสิ่งยังคงอยู่ในสภาพเดิมเหมือนเมื่อ 100 ปีก่อน ทหารยืนเฝ้าประตูแต่ไม่ได้ขยับ ข้าราชบริพารหลับใหลตามจุดต่าง ๆ ไม่มีเสียงใด ๆ นอกจากลมหายใจแผ่วเบาของทุกชีวิต
และในที่สุด พระองค์ก็มาถึงหอคอยสูงที่มีเตียงหลังหนึ่งตั้งอยู่กลางห้อง บนเตียงนั้นเจ้าหญิงนอนหลับอยู่ พระนางงดงามราวกับภาพวาด ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด พระนางยังคงดูสงบและบริสุทธิ์
เจ้าชายมองดูเจ้าหญิง และรู้ว่าพระองค์คือผู้ที่ถูกกำหนดให้มาในช่วงเวลานี้พระองค์ก้มลงจุมพิตที่หน้าผากของนาง
และแล้ว… เวทมนตร์ทั้งหมดก็ถูกทำลาย!
ทันทีที่เจ้าชายมอบจุมพิตแห่งรักแท้ ให้กับเจ้าหญิง ดวงตาของนางก็ค่อย ๆ เปิดขึ้น นางกระพริบตาหลายครั้งก่อนจะมองไปรอบ ๆ ด้วยความสับสน
“เกิดอะไรขึ้น… ข้านอนหลับไปนานแค่ไหน?” เจ้าหญิงเอ่ยเสียงแผ่วเบา
เจ้าชายยิ้มและตอบว่า “เจ้าหลับไปนานถึง 100 ปี และข้าคือผู้ที่ถูกลิขิตให้มาปลุกเจ้าให้ตื่นขึ้น”
นางฟ้าที่ดีรู้ว่าเจ้าหญิงจะต้องตกใจกลัวหากต้องอยู่คนเดียวเมื่อเธอตื่นขึ้นมา เธอจึงใช้ไม้กายสิทธิ์ทำให้ทั่วทั้งปราสาทเริ่มฟื้นคืนสู่ชีวิตพระราชาและพระราชินีลืมตาตื่นขึ้น ข้าราชบริพาร ทหาร แม้แต่สัตว์ต่าง ๆ ก็กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง ราวกับว่าพวกเขาเพิ่งหลับไปเพียงชั่วพริบตา
ดงหนามที่เคยล้อมรอบปราสาทเหี่ยวแห้งและสลายไป สิ่งกีดขวางทั้งหมดถูกทำลาย ปราสาทที่ถูกลืมกลับมาเจิดจรัสอีกครั้ง
เมื่อเวลาผ่านไป เจ้าหญิงและเจ้าชายก็ได้อภิเษกสมรสกันอย่างยิ่งใหญ่ ทั่วทั้งอาณาจักรเฉลิมฉลอง พระราชาและพระราชินีทรงปีติยินดีที่ได้พบพระธิดาของตนอีกครั้ง
และแล้วเจ้าหญิงนิทราและเจ้าชายผู้กล้าหาญก็ครองรักกันอย่างมีความสุขตลอดกาล…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “โชคชะตาไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ทุกสิ่งจะคลี่คลายเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม” พระราชาพยายามป้องกันคำสาป แต่สุดท้ายมันก็เกิดขึ้นตามลิขิต แสดงให้เห็นว่าเราไม่อาจหนีโชคชะตา แต่สามารถเผชิญมันด้วยความหวัง
“ความอิจฉานำมาซึ่งความหายนะ แต่ความเมตตาและรักแท้สามารถทำลายคำสาปได้” คำสาปของนางฟ้าผู้โกรธแค้นสร้างความทุกข์ยาก แต่ในที่สุดก็ถูกทำลายด้วยพลังของความรักและการให้อภัย
“บางครั้ง การรอคอยอย่างอดทนก็นำพาสิ่งที่คู่ควรมาสู่เรา” เจ้าหญิงหลับใหลถึง 100 ปี แต่สุดท้ายก็ได้ตื่นขึ้นในช่วงเวลาที่ถูกต้อง และพบกับเจ้าชายที่เหมาะสมกับนางที่สุด
ที่มาของนิทานเรื่องนี้
นิทานพื้นบ้านฝรั่งเศสเรื่องเจ้าหญิงนิทรา (อังกฤษ: Sleeping Beauty) มีรากฐานมาจาก นิทานพื้นบ้านยุโรป ที่ถูกเล่าขานมาเป็นเวลาหลายศตวรรษก่อนจะได้รับการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเวอร์ชันที่เก่าแก่ที่สุดที่รู้จักกันคือ “Perceforest” วรรณกรรมฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 14 ซึ่งมีโครงเรื่องคล้ายกัน
ต่อมาในปี 1697 ชาร์ลส์ แปร์โรลต์ (Charles Perrault) นักเขียนชาวฝรั่งเศส ได้เรียบเรียงนิทานเรื่องนี้ขึ้นใหม่ในหนังสือ “Histoires ou contes du temps passé” และเป็นเวอร์ชันแรกที่ได้รับความนิยมในยุโรป โดยเพิ่มองค์ประกอบของ จุมพิตแห่งรักแท้ และการหลับใหลเป็นเวลา 100 ปี
ในศตวรรษที่ 19 พี่น้องกริมม์ (Brothers Grimm) ได้บันทึกเวอร์ชันของตนเองในชื่อ “Dornröschen” (Little Briar Rose) ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในเวอร์ชันที่ได้รับความนิยมที่สุด โดยมีการปรับให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมเยอรมัน และลดทอนเนื้อหาที่รุนแรงออก
นิทานเรื่องนี้เป็นต้นแบบของเรื่องราวแนวเจ้าหญิงในวรรณกรรม และยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับการดัดแปลงมากมาย รวมถึง “Sleeping Beauty” ของดิสนีย์ ในปี 1959 ซึ่งทำให้เรื่องนี้กลายเป็นนิทานที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก