ณ หมู่เกาะอันอุดมสมบูรณ์กลางมหาสมุทรแปซิฟิก ท้องฟ้าสะท้อนเงาน้ำใสราวกระจก สายลมพัดผ่านแนวต้นมะพร้าวที่ยืนตระหง่านเหนือผืนทรายสีทอง ที่นี่คือดินแดนที่ผู้คนใช้ชีวิตเรียบง่าย ดำรงอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิญญาณที่พวกเขาเคารพ
ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีเรื่องเล่าขานตำนานนิทานพื้นบ้านสากลจากเกาะซามัว ถึงหญิงสาวผู้เลอโฉมเป็นที่กล่าวขานไปทั่ว ความงามของนางราวต้องมนต์สะกด แต่ในโลกที่เงียบสงบนี้ มีบางสิ่งกำลังเฝ้ามอง และโชคชะตาของนางกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล… กับนิทานพื้นบ้านซามัวเรื่องหญิงงามซีนากับปลาไหลวิเศษ

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านซามัวเรื่องหญิงงามซีนากับปลาไหลวิเศษ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ หมู่เกาะซามัว มีหญิงสาวผู้เลอโฉมชื่อซีนา (Sina ซินาเป็นชื่อตัวละครหญิงในตำนานโพลีนีเซียน คำว่าซินายังหมายถึง “ผิวขาว” หรือผมสีเงิน) นางเป็นที่เลื่องลือไปทั่วหมู่บ้านในเรื่องความงามที่เปรียบดั่งแสงจันทร์ และเรือนผมสีเงินขลับที่ส่องประกายราวสายน้ำในยามราตรี นางเป็นที่รักของทุกผู้คน แต่ก็เป็นที่อิจฉาของบางสิ่งที่ไม่ได้มาจากโลกของมนุษย์
วันหนึ่ง ซีนาได้รับปลาไหลตัวหนึ่งเป็นของขวัญจากผู้ไม่ปรากฏนาม ปลาไหลตัวนี้ดูสง่างามกว่าปลาไหลทั่วไป มีเกล็ดเป็นประกายเรืองรอง และดวงตาที่ฉลาดล้ำราวกับมีจิตวิญญาณซ่อนอยู่
ซีนาตั้งบ่อเลี้ยงมันไว้ใกล้บ้าน นางให้มันกินอาหารทุกวัน คอยพูดคุยกับมันราวกับมันเป็นเพื่อนสนิทตัวหนึ่ง วันเวลาผ่านไป ปลาไหลเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ แต่แทนที่จะเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงธรรมดา มันกลับเริ่มจ้องมองซีนาด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง ราวกับต้องการจะสื่อบางสิ่ง
ไม่นานนัก ซีนาเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ปลาไหลเริ่มเคลื่อนไหวตามเธอไปทุกที่ มันไม่ใช่เพียงสัตว์ที่ถูกเลี้ยงไว้อีกต่อไป แต่ราวกับมันมีชีวิตจิตใจ และมีความรู้สึกบางอย่างต่อเธอ
วันหนึ่ง ในยามเช้า ซีนาสังเกตเห็นเงาของบางสิ่งที่แปลกไป นางมองลงไปในบ่อปลาไหล และพบว่ามันไม่ได้มีเพียงสายตาของสัตว์อีกต่อไป แต่เป็นดวงตาของบางสิ่งที่รักและปรารถนานางอย่างลึกซึ้ง
ความกลัวแล่นไปทั่วร่าง ซีนาตระหนักได้ว่าปลาไหลตัวนี้ ไม่ได้เป็นเพียงสัตว์ธรรมดา แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีพลังเหนือธรรมชาติ นางรู้สึกอึดอัดและหวาดหวั่นจนไม่อาจอยู่ที่เดิมได้อีก
นางจึงตัดสินใจหนีไปยังหมู่บ้านอื่น เพื่อให้ไกลจากสายตาที่คอยติดตามนางทุกฝีก้าว แต่เมื่อไปถึงที่ใหม่ ปลาไหลก็ตามนางไป ไม่ว่านางจะไปที่ใด มันจะปรากฏตัวอยู่ในแหล่งน้ำของหมู่บ้านนั้นเสมอ
ชาวบ้านเริ่มสังเกตเห็นและเริ่มซุบซิบกัน บางคนเชื่อว่ามันเป็นวิญญาณของเทพเจ้า บางคนกล่าวว่าเป็นคำสาปจากสิ่งที่มองไม่เห็น และบางคนเตือนซีนาว่านางกำลังถูกบางสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ตามติด
ความหวาดกลัวของซีนาเพิ่มขึ้นทุกวัน เธอตัดสินใจเดินทางไปยังเกาะที่ไกลที่สุด หวังว่าจะหนีให้พ้นจากเงาของปลาไหลที่ตามเธอไปทุกที่
แต่เธอไม่รู้เลยว่า ปลายทางของเธออาจเป็นจุดจบของเรื่องราวนี้…

ซีนาเดินทางไปยังเกาะที่ไกลที่สุด หลบซ่อนตัวในหมู่บ้านที่ไม่มีใครรู้จัก หวังว่าเงาของปลาไหลจะหายไปจากชีวิตของนาง แต่เมื่อเธอก้มลงดื่มน้ำจากลำธาร เงาของปลาไหลก็สะท้อนอยู่ในนั้น มันยังคงอยู่ ยังคงเฝ้ามอง ยังไม่จากไป
แต่คราวนี้มันไม่ใช่เงาของสิ่งที่น่ากลัวอีกต่อไป ปลาไหลดูอ่อนแรงและเหนื่อยล้า มันไม่ได้พยายามติดตามเธออีกแล้ว มันกำลังจะตาย
ในที่สุด ปลาไหลโผล่ขึ้นมาจากน้ำเป็นครั้งสุดท้าย ดวงตาของมันไม่ใช่ดวงตาของนักล่าหรือผู้ครอบครองอีกต่อไป มันเต็มไปด้วยความโศกเศร้า และความรักที่ไม่มีวันเป็นจริง
“ซีนา เจ้าเกลียดข้านักหรือ?” เสียงของมันแผ่วเบา
ซีนาตอบ “เจ้าจ้องมองข้าด้วยดวงตาเหมือนปีศาจ!” สายตาของนางสะท้อนความรู้สึกที่ซับซ้อน ความหวาดกลัว ความเห็นใจ และบางสิ่งที่นางเองก็ไม่อาจเข้าใจ
“ข้ารู้ดีว่าข้าไม่อาจอยู่กับเจ้าในร่างนี้ได้อีกแล้ว… แต่ข้ายังอยากอยู่เคียงข้างเจ้า”
ปลาไหลเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยคำขอสุดท้าย
“เมื่อข้าตาย โปรดนำศีรษะของข้าฝังไว้ในดิน และดูแลมัน… ข้าจะกลับมาในรูปแบบใหม่”
ซีนามองมัน เธอไม่รู้ว่าคำขอนี้หมายถึงอะไร แต่นางรู้สึกได้ถึงความจริงใจของมัน
สุดท้าย ปลาไหลหลับตาลงมันจากไปอย่างสงบ
ซีนาทำตามคำขอของปลาไหล นางฝังศีรษะของมันไว้ในดิน ใต้เงาของพระจันทร์
ไม่นานหลังจากนั้น บางสิ่งก็เติบโตขึ้นจากจุดที่มันถูกฝัง หน่ออ่อนเล็ก ๆ โผล่ขึ้นจากพื้นดิน มันคือสิ่งที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน
ต้นไม้นั้นค่อย ๆ เติบโต สูงขึ้น แข็งแกร่งขึ้น ก้านใบของมันแกว่งไหวไปตามสายลมราวกับเกล็ดของปลาไหลกำลังพลิ้วไหวในน้ำ และเมื่อผลของมันเริ่มออกมา ผู้คนสังเกตเห็นบางสิ่งที่ทำให้พวกเขาขนลุก
บนเปลือกของลูกมะพร้าว มีรอยคล้ายใบหน้าของปลาไหล
เมื่อพวกเขาเจาะลูกมะพร้าว น้ำที่อยู่ข้างในใสสะอาดราวกับสายน้ำที่ปลาไหลเคยอาศัยอยู่ และเมื่อดื่มมัน พวกเขาก็รู้สึกได้ถึงชีวิตที่ถูกส่งต่อมา
ซีนามองต้นไม้ต้นนั้น นางรู้ว่าเขายังอยู่… ไม่ใช่ในร่างของปลาไหลอีกต่อไป แต่ในร่างของต้นมะพร้าว
ตั้งแต่นั้นมาชาวซามัวเชื่อว่าต้นมะพร้าวเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มันไม่เพียงมอบอาหารและน้ำให้กับผู้คน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งชีวิต และเป็นตัวแทนของปลาไหลผู้เฝ้าดูแลซีนาตลอดกาล
แต่ทุกครั้งที่ซีนามองดูผลมะพร้าว เธอก็อดไม่ได้ที่จะเห็นใบหน้าของใครบางคนอยู่ในนั้น… ใบหน้าของสิ่งที่เคยรักนาง แม้นางจะไม่เคยรักมันกลับก็ตาม
เมื่อผู้คนปอกเปลือกมะพร้าวออกจะเห็นรอยกลมสามจุดที่ดูคล้ายใบหน้าของปลาไหล มีสองจุดคล้ายดวงตา และอีกจุดหนึ่งคล้ายปาก เมื่อผู้คนเจาะรูที่เปลือกเพื่อดื่มน้ำมะพร้าวก็เปรียบเสมือนว่าซีนากำลังจุมพิตปลาไหลอยู่เสมอ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… “บางสิ่งจากไป แต่ไม่ได้หายไปตลอดกาล” ทุกการสูญเสียอาจนำมาซึ่งการเริ่มต้นใหม่ สิ่งที่เรารักอาจไม่อยู่ในรูปแบบเดิม แต่ยังคงอยู่รอบตัวเราเสมอ ดั่งปลาไหลที่แม้สิ้นใจ แต่มะพร้าวก็ถือกำเนิดขึ้นแทนที่ เป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนไปชั่วกาล “ความผูกพันที่แท้จริงไม่อาจถูกลบเลือน แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไป”
ที่มาที่ไปของนิทานเรื่องนี้
นิทานพื้นบ้านซามัวเรื่องหญิงงามซีนากับปลาไหลวิเศษ (อังกฤษ: Sina and the Eel) เป็นเรื่องเล่าพื้นบ้านที่แพร่หลายในหมู่เกาะซามัว (Samoa) และวัฒนธรรมโพลินีเซีย (Polynesia) โดยเฉพาะในตองกา หมู่เกาะคุก ฮาวาย และฟิจิ เป็นนิทานที่สะท้อนถึงความเชื่อดั้งเดิมเกี่ยวกับ ความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และจิตวิญญาณ
เรื่องเล่านี้มีหลากหลายเวอร์ชัน แต่เนื้อหาหลักคือเรื่องของซีนา หญิงสาวผู้งดงาม และปลาไหลลึกลับ (Tuna the Eel) ที่มีพลังเหนือธรรมชาติ ตำนานนี้ถูกใช้เพื่ออธิบายที่มาของต้นมะพร้าว ซึ่งเป็นพืชศักดิ์สิทธิ์และจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของชาวโพลินีเซีย
ในประเทศซามัวบ่อน้ำพุจืด Mata o le Alelo ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ Matavai, Safune มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับตำนาน “ซีนาและปลาไหล” บ่อน้ำแห่งนี้ได้รับการตั้งชื่อตามคำพูดของซีนาที่กล่าวกับปลาไหลในตำนาน และเปิดให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับสถานที่ที่เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าขานนี้
ต้นมะพร้าวเป็นพืชที่หล่อเลี้ยงผู้คนมาหลายชั่วอายุ มอบทั้งอาหาร น้ำ เครื่องใช้ และที่พักอาศัย เปรียบเสมือนของขวัญจากปลาไหลที่ยังคงอยู่แม้มันจะจากไปแล้ว นิทานเรื่องนี้จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมของชาวซามัวและหมู่เกาะแปซิฟิก ที่สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน และยังมีนิทานที่คล้ายกันของไมโครนีเซียเกี่ยวกับต้นมะพร้าวคือ The First Coconut Tree ตำนานต้นมะพร้าวต้นแรก
“บางสิ่งที่เราไม่ต้องการ อาจเป็นสิ่งที่ผูกพันกับเราตลอดไป แม้ในรูปแบบที่เราไม่เคยคาดคิด”