นิทานพื้นบ้านยุโรปเรื่องรัมเพิลสติลท์สกิน

ปกนิทานนิทานพื้นบ้านยุโรปเรื่องรัมเพิลสติลท์สกิน

ในโลกที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและความโลภ เรื่องราวตำนานนิทานพื้นบ้านสากลจากยุโรปพูดถึงว่าบางครั้งคำพูดเพียงคำเดียวอาจเปลี่ยนโชคชะตาของคนผู้หนึ่งไปตลอดกาล ไม่ว่าจะเป็นคำอวดอ้างที่เกินจริง คำสัญญาที่ให้ไว้โดยไม่คิด หรือข้อตกลงที่แลกเปลี่ยนด้วยสิ่งที่มีค่ามากกว่าที่คาดไว้ ผลลัพธ์ของมันอาจย้อนกลับมาหลอกหลอนในแบบที่ไม่มีวันคาดถึง

แต่เมื่อโชคชะตาผูกมัดด้วยพันธนาการของข้อตกลงที่มิอาจหลีกเลี่ยง ทางรอดเดียวคือไหวพริบและปัญญาที่เฉียบคมที่สุด ในโลกที่ดูเหมือนถูกควบคุมโดยอำนาจที่เหนือกว่า บางครั้งเพียงแค่รู้ชื่อที่แท้จริงของสิ่งหนึ่ง ก็อาจเปลี่ยนทุกอย่างได้ตลอดกาล… กับนิทานพื้นบ้านยุโรปเรื่องรัมเพิลสติลท์สกิน

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านยุโรปเรื่องรัมเพิลสติลท์สกิน

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านยุโรปเรื่องรัมเพิลสติลท์สกิน

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีช่างโม่แป้งยากจนคนหนึ่งอาศัยอยู่ในอาณาจักรที่รุ่งเรือง เขาไม่มีทรัพย์สินหรืออำนาจใด ๆ แต่ต้องการให้ผู้คนชื่นชมและยกย่องตนเอง วันหนึ่ง ขณะเข้าเฝ้าพระราชา เขากล่าวอวดอ้างขึ้นว่า

“โอ้พระองค์ ข้ามีบุตรสาวที่งดงามและมีพรสวรรค์น่าอัศจรรย์ นางสามารถปั่นฟางให้กลายเป็นทองคำได้!”

พระราชาผู้โลภมากทรงสนพระทัยทันที ดวงตาของพระองค์เป็นประกายด้วยความโลภ “ถ้าเป็นจริงอย่างที่เจ้าว่า จงส่งนางมาพบข้าที่วัง แล้วข้าจะให้รางวัลเจ้าอย่างงาม!”

ช่างโม่แป้งตกใจ เพราะเขาเพียงแต่โกหกเพื่อโอ้อวด แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธคำสั่งของพระราชา เขาจึงจำใจพาบุตรสาวไปยังวัง

เมื่อหญิงสาวมาถึง พระราชานำตัวนางไปยังห้องสูงของหอคอย ซึ่งเต็มไปด้วยกองฟางมากมาย และกงล้อปั่นด้าย จากนั้นพระองค์ตรัสว่า

“จงปั่นฟางเหล่านี้ให้กลายเป็นทองให้หมด ถ้าทำได้ ข้าจะให้รางวัลเจ้า แต่ถ้าไม่สำเร็จ เจ้าจะต้องตาย!”

หญิงสาวตกใจและหวาดกลัว นางไม่เคยปั่นฟางให้เป็นทองได้จริง ๆ นางนั่งร้องไห้ด้วยความสิ้นหวัง เพราะรู้ว่าไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ไม่มีทางทำได้

เมื่อหญิงสาวร้องไห้อยู่เพียงลำพัง ทันใดนั้นชายแคระลึกลับ ก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้านาง เขาสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ แต่ดวงตาของเขาเป็นประกายด้วยความเจ้าเล่ห์

“เหตุใดเจ้าจึงร้องไห้?” เขาถาม

หญิงสาวสะอื้นและเล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟัง ชายแคระหัวเราะเบา ๆ ก่อนกล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้น ข้าสามารถช่วยเจ้าได้ แต่เจ้าต้องให้สิ่งแลกเปลี่ยนกับข้า”

“ข้าไม่มีอะไรให้ท่านเลย…” หญิงสาวตอบด้วยเสียงสั่นเครือ

“สร้อยลูกปัดแก้วของเจ้าเป็นอย่างไร?” ชายแคระเสนอ

หญิงสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจปลดสร้อยคอของนางและยื่นให้เขา ชายแคระยิ้มด้วยความพึงพอใจ จากนั้นเขาก็เดินไปที่กงล้อปั่นด้าย และเริ่มปั่นฟางให้กลายเป็นทองคำ ต่อหน้านาง

ฟางที่เคยไร้ค่าเปล่งประกายกลายเป็นทองคำแท่ง หญิงสาวมองดูด้วยความตกตะลึง

รุ่งเช้า พระราชามาเปิดประตูห้องและพบว่าฟางทั้งหมดได้กลายเป็นทอง พระองค์ยิ้มอย่างพอใจ แต่ความโลภยังไม่หมดสิ้น

“เจ้าทำได้ดี แต่ข้าต้องการทองมากกว่านี้!” พระองค์ประกาศ

พระราชาสั่งให้นำหญิงสาวไปยังห้องอีกห้องหนึ่งซึ่งใหญ่กว่าเดิม และเต็มไปด้วยฟางมากมายขึ้นอีกสองเท่า พระองค์สั่งให้เธอทำเช่นเดิม และหากทำสำเร็จ พระองค์จะให้รางวัลยิ่งใหญ่กว่าเดิม

หญิงสาวถูกขังในห้องและตกอยู่ในความสิ้นหวังอีกครั้ง นางเริ่มร้องไห้เพราะไม่รู้จะทำอย่างไร

ไม่นาน ชายแคระลึกลับก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“ดูเหมือนเจ้าจะต้องการความช่วยเหลืออีกแล้ว” เขาพูด “ครั้งนี้เจ้าจะให้อะไรเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน?”

หญิงสาวไม่มีสร้อยคออีกแล้ว นางจึงถอดแหวนแก้ว ของนางและยื่นให้ชายแคระ เขาหัวเราะเบา ๆ รับแหวนไว้ แล้วลงมือปั่นฟางให้กลายเป็นทองอีกครั้ง

รุ่งเช้า พระราชาทรงดีใจเมื่อพบว่าทองคำเพิ่มขึ้นอีก แต่ยังไม่พอ พระองค์ต้องการทองมากกว่านี้

“คืนนี้เจ้าจะต้องทำให้ได้อีกครั้ง และถ้าสำเร็จ ข้าจะอภิเษกสมรสกับเจ้า และเจ้าจะได้เป็นราชินี!”

จากนั้น พระราชาสั่งให้นำหญิงสาวไปยังห้องที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งเต็มไปด้วยฟางมหาศาลกว่าทุกครั้ง พระองค์สั่งให้นางทำสำเร็จ มิฉะนั้น นางจะต้องตาย

หญิงสาวหมดหวังหนักกว่าเดิม เพราะตอนนี้นางไม่มีอะไรเหลือให้แลกเปลี่ยนอีกแล้ว…

หญิงสาวนั่งอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยกองฟางมหาศาล นางรู้ดีว่าตนไม่มีสมบัติใดเหลืออยู่แล้ว นางได้แต่ร้องไห้และสั่นกลัว เพราะหากคืนนี้นางไม่สามารถเปลี่ยนฟางให้เป็นทองได้ นางจะต้องตาย

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านยุโรปเรื่องรัมเพิลสติลท์สกิน 2

ทันใดนั้นเองชายแคระลึกลับก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขาดูพอใจเป็นพิเศษ เพราะเขารู้ดีว่าหญิงสาวไม่มีทางเลือกอื่น

“ดูเหมือนเจ้ายังต้องการข้าอีกครั้ง?” เขาพูดพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“ได้โปรด ข้าไม่มีอะไรจะให้ท่านแล้ว…” หญิงสาวกล่าวอย่างสิ้นหวัง

“ถ้าเช่นนั้น เรามาทำข้อตกลงใหม่กัน หากข้าปั่นฟางให้เป็นทองให้เจ้าอีกครั้ง เจ้าต้องให้ข้าเป็นการตอบแทน… บุตรคนแรกของเจ้า!”

หญิงสาวตะลึงกับข้อเสนอ เธอไม่อยากยอมรับ แต่ในตอนนั้นนางไม่มีทางเลือกอื่น หากปฏิเสธ นางจะต้องตาย นางจึงพยักหน้าและกล่าวเสียงแผ่วเบา

“ตกลง ข้าสัญญา…”

ชายแคระหัวเราะเสียงดัง และเริ่มปั่นฟางเป็นทองคำจนเสร็จสิ้น ก่อนจะหายตัวไป

รุ่งเช้า พระราชาเสด็จเข้ามาในห้องและเมื่อพบว่าทุกอย่างเป็นทองคำ พระองค์ก็ทรงดีใจยิ่งนัก ด้วยความพอใจ พระองค์จึงทำตามสัญญาและอภิเษกสมรสกับหญิงสาว

หญิงสาวที่เคยเป็นเพียงลูกของช่างโม่แป้ง บัดนี้กลายเป็นราชินีแห่งอาณาจักร

นางคิดว่าเรื่องราวทั้งหมดจบลงแล้ว และไม่เคยเอ่ยถึงข้อตกลงกับชายแคระอีกเลย

ไม่นานนัก ราชินีให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่ง นางรักลูกของตนสุดหัวใจ และลืมเรื่องคำสัญญาที่เคยให้ไว้แก่ชายแคระไปเสียสิ้น

แต่ในคืนหนึ่ง ขณะที่นางกำลังอุ้มบุตรอยู่ ชายแคระลึกลับก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง

“ถึงเวลาแล้ว! ส่งเด็กน้อยมาให้ข้าตามที่เจ้าสัญญาไว้!”

ราชินีตกใจจนแทบยืนไม่ไหว นางกอดลูกแน่นและร้องไห้อ้อนวอน

“ได้โปรด อย่าพรากลูกข้าไป ข้าจะให้ทรัพย์สมบัติใด ๆ ที่ท่านต้องการ!”

แต่ชายแคระส่ายหัว “ข้าไม่ต้องการเงินทอง ข้าต้องการเด็กน้อยตามที่เจ้าสัญญา!”

ราชินีร่ำไห้และอ้อนวอนอย่างหมดหวัง ชายแคระครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเสนอข้อตกลงใหม่

“ก็ได้ ข้าจะให้โอกาสเจ้า หากเจ้าสามารถเดาชื่อของข้าได้ภายใน สามวัน ข้าจะปล่อยเด็กไป”

ราชินีรู้ว่านี่คือโอกาสสุดท้าย นางจึงตกลงและเริ่มคิดหาวิธีเอาชนะเขา

วันแรก นางให้เหล่านางกำนัลช่วยกันเดาชื่อทั้งหมดที่เป็นไปได้

“ชื่อของเจ้าคือ ฮันส์? คอนราด? โยฮันน์?”

แต่ชายแคระเพียงหัวเราะและกล่าวว่า “ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่!”

วันที่สอง นางพยายามนึกถึงชื่อที่แปลกออกไป

“อาจเป็น ซาบาเซียน? กัสตาฟ? เอเวอราร์ด?”

แต่ชายแคระยังคงหัวเราะและส่ายหัว

คืนสุดท้าย ราชินีรู้ว่าเวลาใกล้หมดลง นางจึงส่งคนของนางออกไปสำรวจป่าเพื่อหาเบาะแส

ในที่สุดหนึ่งในทหารของนางเดินทางไปไกลจนถึงชายป่า และได้ยินเสียงประหลาด เขาแอบซ่อนตัวและมองดูว่าเกิดอะไรขึ้น

ที่กลางป่าชายแคระลึกลับกำลังเต้นรอบกองไฟและร้องเพลงเสียงดัง

“คืนนี้คืนนี้ ข้าจัดเตรียมแผนการ
พรุ่งนี้พรุ่งนี้ เด็กน้อยจะเป็นของข้า
ราชินีไม่มีวันชนะเกมนี้
เพราะชื่อของข้าคือ รูมเพลสทิลท์สกิน!”

ทหารตกใจและรีบกลับไปแจ้งราชินี

เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อชายแคระมาทวงคำตอบ ราชินีแสร้งทำเป็นไม่รู้

“ชื่อของเจ้าคือ… บัลธาซาร์?”

“ไม่ใช่!” ชายแคระพูดอย่างมั่นใจ

“ถ้าเช่นนั้น เจ้าอาจชื่อ กาสปาร์?”

“ไม่ใช่!” ชายแคระเริ่มหัวเราะ

“หรือว่า…” ราชินีหยุดนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม “เจ้ามีชื่อว่ารูมเพลสทิลท์สกิน ใช่หรือไม่?”

ทันใดนั้นชายแคระตัวแข็งทื่อ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง

“เป็นไปไม่ได้! เจ้ารู้ชื่อของข้าได้อย่างไร?!”

เขากรีดร้องด้วยความโกรธ ก่อนจะกระทืบเท้าลงกับพื้นอย่างแรงจนเกิดเป็นเหวลึก แล้วเขาก็ตกลงไปและหายสาบสูญตลอดกาล

เขากระทืบเท้าลงบนพื้นอย่างแรง จนพื้นดินแตกออกเป็นเหวลึก ทันใดนั้นเอง ร่างของเขาก็ตกลงไปในเหวนั้นและหายสาบสูญตลอดกาล

ราชินีทอดถอนใจด้วยความโล่งอก นางกอดลูกน้อยของตนไว้แน่น รู้สึกว่าภาระอันหนักอึ้งที่แบกรับมานานได้ถูกปลดเปลื้องลงเสียที

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ราชินีปกครองอาณาจักรอย่างสงบสุขและมีความสุขกับครอบครัวของนาง นางไม่เคยลืมบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านยุโรปเรื่องรัมเพิลสติลท์สกิน 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “คำสัญญาที่ให้ไว้โดยไม่คิดให้รอบคอบ อาจย้อนกลับมาทำร้ายเราได้” ราชินียอมทำข้อตกลงกับชายแคระเพราะความสิ้นหวัง แต่ภายหลังต้องหาทางดิ้นรนเพื่อรักษาลูกของตน

“ความโลภและความเย่อหยิ่งนำไปสู่หายนะ” พระราชาต้องการทองไม่รู้จบและชายแคระมั่นใจเกินไปในความลับของตน จนสุดท้ายต่างก็พบจุดจบที่แตกต่างกัน

“สติปัญญาและไหวพริบสามารถช่วยให้เรารอดพ้นจากสถานการณ์เลวร้าย” แม้จะตกอยู่ในเงื่อนไขที่ดูเหมือนไม่มีทางออก ราชินีก็ใช้ไหวพริบและความพยายามในการเปิดเผยความลับของชายแคระและช่วยลูกของตนเองได้ในที่สุด

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานพื้นบ้านยุโรปเรื่องรัมเพิลสติลท์สกิน (อังกฤษ: Rumpelstiltskin) นิทานเรื่องนี้เป็นนิทานพื้นบ้านของทวีปยุโรปเล่าขานในหลายประเทศ ซึ่งได้รับการบันทึกและเผยแพร่โดย พี่น้องกริมม์ (Brothers Grimm) ในหนังสือ “Children’s and Household Tales” (Kinder- und Hausmärchen) ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1812

เรื่องราวของรูมเพลสทิลท์สกิน มีรากฐานมาจากนิทานพื้นบ้านของยุโรปที่มีลักษณะคล้ายกันเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตลึกลับที่ต้องการแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือกับบางสิ่งจากมนุษย์ โดยเฉพาะการตั้งเงื่อนไขให้ทายชื่อเพื่อเอาชนะ นิทานประเภทนี้ปรากฏอยู่ในหลายวัฒนธรรม เช่น

  • “Tom Tit Tot” (อังกฤษ)
  • “Whuppity Stoorie” (สกอตแลนด์)
  • “Ricdin-Ricdon” (ฝรั่งเศส)
  • “Rumplestilz” (เยอรมนีในเวอร์ชันดั้งเดิม)

ชื่อ Rumpelstiltskin มาจากภาษาเยอรมัน โดย “Rumpelstilz” หมายถึง ปีศาจตัวเล็กที่คอยก่อกวน ซึ่งในวัฒนธรรมยุโรปมีความเชื่อเกี่ยวกับภูตหรือสิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ที่ชอบเล่นตลกและสร้างปัญหาให้กับมนุษย์

นิทานประเภทนี้สะท้อนแนวคิดเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนอย่างไม่เป็นธรรม ไหวพริบในการเอาชนะอุปสรรค และผลของคำสัญญาที่ประมาท ซึ่งเป็นธีมที่พบได้บ่อยในนิทานยุโรปยุคกลาง นิทานเรื่องนี้ยังได้รับการดัดแปลงเป็นวรรณกรรม ภาพยนตร์ และสื่อต่าง ๆ ในยุคปัจจุบัน ทำใหนิทานเรื่องนี้ กลายเป็นหนึ่งในนิทานที่ทรงอิทธิพลและเป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลกถึงกระทั่งยุคปัจจุบันนี้

“การแลกเปลี่ยนที่ไม่เป็นธรรม อาจให้สิ่งที่ต้องการชั่วคราว แต่ต้องจ่ายคืนด้วยราคาที่คาดไม่ถึง”