ท่ามกลางป่าลึกที่ไร้ทางออก มีเรื่องเล่าขานตำนานนิทานพื้นบ้านสากลจากทวีปยุโรป โดยมีหอคอยสูงเสียดฟ้าตั้งตระหง่าน ราวกับถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกักขังบางสิ่งที่ไม่ควรได้รับอิสรภาพ ไม่มีประตู ไม่มีบันได มีเพียงหน้าต่างเล็ก ๆ ที่มองเห็นโลกภายนอกได้ไกลสุดสายตา
แต่ภายในนั้นมีใครบางคนกำลังรอคอยบางสิ่ง รอวันที่สายลมจะพัดพาโชคชะตาเข้ามาหาเธอ รอวันที่โซ่ตรวนที่มองไม่เห็นจะถูกทำลาย และรอวันที่เธอจะได้ค้นพบว่า โลกกว้างนั้นไกลแค่ไหน… และเธอพร้อมจะก้าวออกไปหรือไม่ กับนิทานพื้นบ้านยุโรปเรื่องราพันเซล

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านยุโรปเรื่องราพันเซล
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในอาณาจักรที่ห่างไกล มีคู่สามีภรรยาที่อาศัยอยู่ในกระท่อมเล็ก ๆ ใกล้กับ สวนลึกลับ ซึ่งเป็นของแม่มดที่ทรงพลังที่สุดในดินแดน นางชื่อว่าโกเธล ผู้ไม่มีใครกล้าท้าทาย
วันหนึ่ง ภรรยาตั้งครรภ์ หลังจากเฝ้ารอมาเนิ่นนานคู่สามีภรรยาผู้ปรารถนาจะมีลูก ก็ได้รับข่าวดีว่าพวกเขากำลังจะมีลูก ทว่าความสุขของพวกเขากลับถูกบดบังด้วยเงามืดของโชคชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
วันหนึ่ง ภรรยาเหลือบไปเห็นพืชชนิดหนึ่งในสวนผัก ซึ่งก็คือผักราพันเซลใบเขียวสดชวนลิ้มลอง (ซึ่งก็คือสลัดข้าวโพดหรือผักโขม) เธอรู้สึกโหยหามันอย่างประหลาด ร่างกายของเธออ่อนแรงลงทุกวัน และเธอปฏิเสธที่จะกินอาหารอื่น สามีของเธอเห็นดังนั้นจึงวิตกกังวล หากปล่อยไว้ ชีวิตของภรรยาและลูกในครรภ์อาจตกอยู่ในอันตราย
คืนหนึ่งเขาตัดสินใจแอบปีนข้ามกำแพงสวนเข้าไป มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะดึงใบพืชสีเขียวสดมาไว้ในมือ ก่อนจะรีบปีนกลับไปที่บ้าน
เมื่อภรรยาได้กินเข้าไปดวงตาของเธอก็เปล่งประกาย ราวกับร่างกายของเธอกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่แล้วในวันถัดมา เธอกลับต้องการมันมากขึ้นจนไม่อาจห้ามใจได้
“ข้าต้องการมันอีก…” เธอกระซิบเสียงเบา แต่เต็มไปด้วยความต้องการที่ไม่อาจต้านทานได้
สามีของเธอจำใจกลับไปที่สวนต้องห้ามอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ เขาไม่โชคดีเหมือนครั้งแรก
“เจ้าขโมยของจากข้า!”
เสียงแหลมเย็นเยียบดังขึ้น เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืด นางคือแม่มดโกเธล ดวงตาของนางเป็นประกายวาววับ รอยยิ้มของนางเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม
ชายคนนั้นทรุดตัวลง “ข้าขออภัยภรรยาของข้ากำลังตั้งครรภ์ นางต้องการมันเพื่อมีชีวิตรอด!”
แม่มดโกเธลหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะกล่าว “ข้าจะให้เจ้าหยิบผักราพันเซลไปเท่าที่ต้องการ… แต่เจ้าต้องแลกกับสิ่งมีค่าที่สุดของเจ้า”
“อะไรก็ได้! ขอเพียงภรรยาของข้ายังมีชีวิตอยู่!”
แม่มดโกเธลโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูของเขา “เมื่อเด็กเกิดมา… เจ้าต้องยกมันให้ข้า”
เมื่อภรรยาให้กำเนิดบุตรสาวแม่มดโกเธลก็มาปรากฏตัวทันที นางไม่ปล่อยให้มีการอ้อนวอนใด ๆ “ถึงเวลาทำตามคำสัญญาแล้ว” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
นางพรากเด็กหญิงไปตั้งแต่วินาทีแรกตั้งชื่อเธอว่า “ราพันเซล” ตามชื่อพืชต้องสาปที่นำพาชะตากรรมอันเลวร้ายมาสู่ครอบครัวของเธอ
ราพันเซลเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กหญิงผู้เลอโฉมที่สุดในดินแดน ผมของเธอเป็นสีทองดั่งแสงอาทิตย์ ส่องประกายราวกับต้องมนตร์
แต่เมื่อเธออายุได้สิบสองปี แม่มดโกเธลก็ตัดสินใจจองจำเธอไว้ตลอดกาล
กลางป่าลึก นางสร้างหอคอยที่สูงเสียดฟ้า ไร้ทั้งประตูและบันได มีเพียงหน้าต่างเล็ก ๆ บนยอดสุดของหอคอย
ราพันเซลไม่เคยได้ออกไปสัมผัสโลกภายนอก นางมีเพียงหน้าต่างบานเดียวที่ทอดสายตาออกไปไกลสุดขอบฟ้า แต่ไม่เคยรู้เลยว่าขอบฟ้านั้นไกลเพียงใด
ทุกวัน แม่มดโกเธลจะมาหาเธอ นางจะยืนอยู่ใต้หอคอยและร้องเรียก
“ราพันเซล ราพันเซล! ปล่อยผมของเจ้าลงมา!”
เด็กสาวจะปล่อยเส้นผมสีทองอร่ามของเธอลงไป เส้นผมยาวจนแตะพื้นดิน และโกเธลก็จะปีนขึ้นไปโดยใช้เส้นผมนั้น
นี่คือชีวิตที่ราพันเซลรู้จัก

เธอไม่เคยเห็นผู้คน ไม่เคยออกจากหอคอย ไม่เคยสัมผัสสิ่งใดนอกจากกำแพงหินและเงาของแม่มด
แต่เธอไม่รู้เลยว่าโชคชะตากำลังจะเปลี่ยนไป…
ในค่ำคืนหนึ่ง เสียงฝีเท้าของใครบางคนดังขึ้นใต้หอคอย และสิ่งนั้นไม่ใช่แม่มดโกเธล…
คืนหนึ่ง เจ้าชายจากอาณาจักรใกล้เคียงเดินล่าสัตว์ในป่าลึก ทันใดนั้น เขาได้ยินเสียงร้องเพลงอ่อนหวานดังขึ้นจากหอคอยสูง เขาเฝ้าดูอยู่ห่างๆ จนเห็นแม่มดโกเธลมายืนใต้หอคอยและร้องเรียก
“ราพันเซล ราพันเซล! ปล่อยผมของเจ้าลงมา!”
ทันทีที่เส้นผมสีทองร่วงลงมา แม่มดปีนขึ้นไป เจ้าชายเข้าใจทันทีว่า นี่คือทางขึ้นเพียงทางเดียว
คืนนั้นเขารอจนโกเธลจากไปแล้วลองทำเช่นเดียวกัน “ราพันเซล ราพันเซล! ปล่อยผมของเจ้าลงมา!”
เด็กสาวเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแม่มด เธอจึงปล่อยเส้นผมลงไป และเจ้าชายปีนขึ้นไปถึงห้องของเธอ
“ท่านเป็นใคร?” ราพันเซลตกใจถอยหลัง
“ข้าได้ยินเสียงเจ้า ข้าต้องการช่วยเจ้าออกจากที่นี่” เจ้าชายพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เธอไม่เคยพบใครนอกจากแม่มด แต่เจ้าชายแตกต่างไปจากสิ่งที่เธอเคยรู้จัก เขากลับมาหาเธอทุกคืน ทั้งสองพูดคุยกันและตกหลุมรักกัน
“ข้าจะช่วยเจ้าหนี เราจะใช้ผ้าถักเป็นบันได เจ้าต้องปล่อยมันลงไปทุกคืนจนกว่ามันจะยาวพอ”
ราพันเซลพยักหน้า แต่เธอไม่รู้เลยว่า มีเงามืดกำลังจับตาดูอยู่
วันหนึ่ง ขณะโกเธลปีนขึ้นไป ราพันเซลเผลอพูด “แม่จ๋า ทำไมท่านตัวหนักกว่าเจ้าชาย?”
แม่มดโกเธลชะงัก “เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”
ราพันเซลหน้าซีด เธอรู้ทันทีว่าตัวเองพลาดแล้ว แม่มดจ้องเธอด้วยความโกรธ ก่อนจะ คว้ากรรไกรขึ้นมาตัดเส้นผมสีทองขาดสะบั้น!
“เจ้าไม่สมควรได้รับแสงสว่างของโลกใบนี้!”
แม่มดขับไล่ราพันเซลไปยังป่าทึบ ทิ้งเธอให้อยู่เพียงลำพัง คืนนั้นเจ้าชายมาหาเธอตามปกติ แต่เมื่อปีนขึ้นไปถึงยอดหอคอย เขากลับพบโกเธลยืนรออยู่
“เจ้าจะไม่ได้พบกับนางอีก!” แม่มดกรีดร้องก่อนผลักเขาตกจากหอคอย
เขาร่วงลงกระแทกพื้น กิ่งไม้หนามบาดเข้าที่ดวงตาของเขา ทำให้เขาสูญเสียการมองเห็น
หลายปีผ่านไป ราพันเซลเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดในป่า ขณะที่เจ้าชายเดินเร่ร่อนอย่างสิ้นหวัง
วันหนึ่ง เจ้าชายได้ยินเสียงร้องเพลงที่เขาไม่มีวันลืม เขาค่อยๆ เดินไปตามเสียงนั้น จนกระทั่งราพันเซลพบเขา
เธอวิ่งเข้าไปกอดเขา น้ำตาของเธอไหลลงบนดวงตาที่บอดสนิท
ทันใดนั้น สิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น ดวงตาของเจ้าชายกลับมามองเห็นอีกครั้ง
เจ้าชายพาเธอกลับสู่อาณาจักรของเขา เธอได้เห็นโลกภายนอกเป็นครั้งแรก และไม่มีใครเคยพบโกเธลอีกเลย

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… อิสรภาพไม่ได้ถูกมอบให้ แต่ต้องแสวงหา ราพันเซลเติบโตมาในหอคอยที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกักขังเธอ แต่เมื่อเธอได้เห็นโอกาส เธอกล้าพอที่จะคว้ามันไว้
ความรักและความหวังสามารถนำทางเราออกจากความมืดมิด แม้เจ้าชายจะสูญเสียการมองเห็น แต่เขาไม่ยอมแพ้ และในที่สุด น้ำตาของราพันเซลก็นำพาแสงสว่างกลับคืนมา
ส่วนคนที่พยายามกักขังผู้อื่นไว้กับความกลัว ย่อมถูกลืมเลือนไปในที่สุด
ที่มาของนิทานเรื่องนี้
นิทานพื้นบ้านยุโรปเรื่องราพันเซล (อังกฤษ: Rapunzel) เป็นนิทานพื้นบ้านของทวีปยุโรปที่ได้รับการบันทึกโดยพี่น้องกริมม์ และตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1812 ในนิทานชุด Children’s and Household Tales แต่เรื่องราวของหญิงสาวที่ถูกขังในหอคอยนั้นมีต้นกำเนิดเก่าแก่กว่านั้นมาก
ตำนานของหญิงสาวที่ถูกกักขังและช่วยเหลือโดยชายหนุ่ม มีรากฐานมาจากนิทานยุโรปหลายเรื่อง หนึ่งในเรื่องเก่าแก่ที่สุดมาจากอิตาลีเรื่อง “Petrosinella” ซึ่งเขียนโดยจามบาตติสตา บาซิเล ในปี 1634 ในเรื่องนี้ เด็กหญิงถูกพาตัวไปโดยแม่มดและขังไว้ในหอคอยสูง เช่นเดียวกับราพันเซล เธอใช้เส้นผมเป็นทางให้เจ้าชายปีนขึ้นไปหาเธอ ต่อมาชาร์ลส์ แปร์โรลต์ นักเขียนชาวฝรั่งเศส ได้นำนิทานนี้ไปปรับแต่งเป็น “Persinette” ในปี 1698 โดยเพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับพลังวิเศษของน้ำตานางเอกที่ช่วยรักษาดวงตาของเจ้าชาย ซึ่งกลายมาเป็นจุดสำคัญในเวอร์ชันของกริมม์
เมื่อพี่น้องกริมม์นำเรื่องราวนี้มาบันทึก พวกเขาเปลี่ยนบางรายละเอียดให้เข้ากับนิทานเยอรมัน โดยในเวอร์ชันแรก ราพันเซลเผลอถามแม่มดว่า “ทำไมเสื้อข้าถึงคับขึ้นทุกวัน?” ซึ่งบ่งบอกว่าเธอกำลังตั้งครรภ์หลังจากพบเจ้าชาย ทำให้แม่มดโกเธลโกรธจัดและขับไล่เธอไป แต่รายละเอียดนี้ถูกตัดออกในเวอร์ชันที่เผยแพร่ภายหลัง
“ราพันเซล” กลายเป็นหนึ่งในนิทานที่ได้รับการดัดแปลงมากที่สุด ทั้งในวรรณกรรม การ์ตูน และภาพยนตร์ เช่น Tangled (2010) ของดิสนีย์ ซึ่งทำให้ราพันเซลเป็นตัวละครที่เข้มแข็งขึ้นและมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดชะตากรรมของตนเอง แม้ว่านิทานเรื่องนี้จะผ่านการเปลี่ยนแปลงมาหลายศตวรรษ แต่แก่นแท้ของมันยังคงเป็นเรื่องราวของ เสรีภาพ ความรัก และการหลุดพ้นจากพันธนาการ
“ไม่มีหอคอยใดสูงเกินกว่าความหวัง และไม่มีพันธนาการใดแข็งแกร่งกว่าความกล้าหาญของหัวใจที่ปรารถนาอิสรภาพ“