กลางป่ากว้างที่เงียบสงัด มีเส้นทางสายหนึ่งทอดยาวคดเคี้ยวไปสู่กระท่อมเก่าแก่ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางต้นไม้สูงตระหง่าน มันเป็นเส้นทางที่หลายคนเดินผ่านไปมา แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้กลับออกมา มีเรื่องเล่าขานนิทานพื้นบ้านสากลจากทวีปยุโรป
ในหมู่บ้านใกล้ป่า เด็กหญิงผู้สวมหมวกสีแดงสดได้รับมอบหมายให้เดินทางไปเยี่ยมยายของเธอ แต่เธอไม่รู้เลยว่า วันนี้จะเป็นวันที่เธอได้เรียนรู้ว่า บางคำพูดอ่อนหวาน อาจเป็นเสียงของนักล่าที่เฝ้ารอเหยื่ออย่างใจเย็น… กับนิทานพื้นบ้านยุโรปเรื่องหนูน้อยหมวกแดง

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านยุโรปเรื่องหนูน้อยหมวกแดง
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เด็กหญิงตัวน้อยสวมหมวกสีแดงสดเดินเล่นอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ เธอถูกเรียกว่า “หนูน้อยหมวกแดง” เพราะเธอสวมหมวกใบนี้เสมอ แม่ของเธอรักเธอมาก และยายของเธอก็รักเธอเช่นกัน
วันหนึ่ง แม่ของเธอเตรียมตะกร้าอาหารที่เต็มไปด้วยขนมปังอบใหม่และเนยสดก่อนจะยื่นให้ลูกสาว
“ลูกจ๋า ยายของเจ้าป่วยอยู่ที่กระท่อมกลางป่า เอานี่ไปให้ยายสิ แต่จำไว้ว่าห้ามออกนอกเส้นทางเด็ดขาด และอย่าหยุดคุยกับคนแปลกหน้า เข้าใจไหม?”
หนูน้อยหมวกแดงพยักหน้า “เข้าใจแล้วจ้ะแม่!”
เธอออกเดินทางเข้าไปในป่าที่เธอคิดว่าคุ้นเคยแต่วันนี้ป่าดูเงียบผิดปกติ กิ่งไม้แห้งกรอบลู่เอนไปตามสายลม เสียงนกร้องขาดหายเป็นช่วง ๆ ราวกับทุกชีวิตในป่ากำลังเฝ้าดูอะไรบางอย่าง
ขณะที่เธอเดินลึกเข้าไป เงาสีดำเคลื่อนตัวผ่านระหว่างต้นไม้ “เจ้ากำลังไปไหนหรือ เด็กน้อย?”
เสียงหนึ่งดังขึ้นเบา ๆ หนูน้อยหมวกแดงหยุดเดิน เธอหันไปและเห็นหมาป่าตัวใหญ่ยืนอยู่ริมทาง ดวงตาของมันเป็นประกายวาววับ มีรอยยิ้มแฝงเล่ห์เหลี่ยม
“ข้ากำลังไปเยี่ยมยายของข้าที่กระท่อมกลางป่า ยายข้าป่วย ข้าต้องรีบเอาของไปให้” หนูน้อยหมวกแดงตอบโดยไม่ลังเล
หมาป่าก้มหน้าลงใกล้ ๆ พร้อมเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน “โอ้ เด็กดีของข้า… แล้วกระท่อมของยายเจ้าอยู่ที่ไหนหรือ?”
เธอชี้ไปตามเส้นทางที่ทอดลึกเข้าไปในป่า โดยไม่รู้เลยว่าเธอเพิ่งบอกความลับสำคัญให้กับผู้ล่า
หมาป่าหัวเราะเบา ๆ แล้วมองไปรอบ ๆ ก่อนจะแสร้งทำเป็นใจดี “เจ้าเห็นไหม ดอกไม้พวกนั้นช่างสวยงามนัก ทำไมเจ้าไม่เก็บไปฝากยายของเจ้าด้วยล่ะ? นางคงดีใจแน่ ๆ”
หนูน้อยหมวกแดงลังเล เธอเหลือบมองไปยังทุ่งดอกไม้ที่งดงาม ก่อนจะคิดว่า “ยายต้องชอบแน่ ๆ!”
เธอจึงออกนอกเส้นทางไปเก็บดอกไม้ โดยไม่รู้เลยว่าในขณะที่เธอกำลังวุ่นอยู่กับดอกไม้ หมาป่ากำลังเร่งฝีเท้าผ่านเส้นทางลัดตรงไปยังกระท่อมของยายก่อนเธอ!
หมาป่าพุ่งตรงไปยังกระท่อมของยาย มันใช้เส้นทางลัดที่รู้จักดี กรงเล็บของมันข่วนลงบนพื้นดินขณะที่มันเร่งฝีเท้า มันรู้ดีว่าเวลานี้เป็นโอกาสเดียวที่จะลงมือ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ยายของหนูน้อยหมวกแดงซึ่งนอนป่วยอยู่บนเตียงเอ่ยเสียงแผ่วเบา “ใครน่ะ?”
“ข้าเองจ้ะ ยาย! หนูน้อยหมวกแดง!” หมาป่าตอบเสียงหวาน “ข้านำขนมปังและเนยสดมาให้”
ยายลังเล ก่อนจะตอบ “เข้ามาสิ ที่รัก ประตูไม่ได้ล็อก”
เพียงแค่ประตูเปิดออก เงาดำพุ่งเข้าไปทันที!
ในบางตำนาน ยายถูกหมาป่ากลืนลงท้องทันที ในบางตำนาน หมาป่าจับยายขังไว้ และสวมรอยเป็นเธอ
แต่ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นแบบไหน… สัตว์ร้ายตัวนี้กำลังรอเหยื่อรายต่อไป
ไม่นานนักหนูน้อยหมวกแดงก็มาถึงกระท่อม หลังจากเก็บดอกไม้จนพอใจ เธอรีบวิ่งมาตามเส้นทาง แต่เมื่อถึงหน้ากระท่อมของยาย เธอรู้สึกถึงบางสิ่งที่แปลกไป
ม่านหน้าต่างปลิวไหวเบา ๆ แต่ ภายในบ้านเงียบเกินไป
เธอเคาะประตูเบา ๆ “ยายจ๋า หนูมาแล้ว!”
เสียงหนึ่งตอบกลับมา “เข้ามาสิ ที่รัก ประตูไม่ได้ล็อก…”
เสียงนั้นฟังดูเหมือนยายของเธอ… แต่ก็ดูแปลกประหลาดในเวลาเดียวกัน
เธอเปิดประตูและเดินเข้าไป ภายในห้องมีเพียงแสงเทียนริบหรี่ เตียงของยายดูราวกับมีเงาดำขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มหนา
เธอค่อย ๆ ก้าวเข้าไปใกล้ หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นทุกที
“ยายจ๋า… ทำไมวันนี้ห้องของยายมืดจัง?”
เงาบนเตียงขยับเล็กน้อย ก่อนเสียงแหบพร่าจะเอ่ยตอบ “เพราะยายป่วยมากเหลือเกินจ้ะลูกรัก…”
หนูน้อยหมวกแดงขมวดคิ้ว บางอย่างผิดปกติแน่ ๆ…

หนูน้อยหมวกแดงเดินเข้าไปใกล้เตียงของยาย แสงเทียนริบหรี่ทำให้เธอมองเห็นได้ไม่ชัดนัก แต่เงาร่างที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มก็ดูผิดแปลกไปจากเดิม
“ยายจ๋า หนูเอาขนมปังกับเนยสดมาให้” เธอพูดขณะวางตะกร้าลงบนโต๊ะ
“โอ้ ดีจังเลยลูกรัก เข้ามาใกล้ ๆ ยายหน่อยสิ…” เสียงแหบพร่าดังขึ้น มันสั่นเครือเล็กน้อยราวกับพยายามปรับให้เหมือนเสียงของหญิงชรา
หนูน้อยหมวกแดงขมวดคิ้ว เธอเดินเข้าไปใกล้เตียงแต่ยังรู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ เธอจ้องไปที่ใบหน้าของยาย แล้วเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ยายจ๋า… ทำไมมือของยายใหญ่จัง?”
“เพื่อจะกอดเจ้าดี ๆ ไงหลานรัก…”
“แล้วทำไมหูของยายยาวจัง?”
“เพื่อจะได้ยินเสียงเจ้าชัด ๆ ไงหลานรัก…”
“แล้วทำไมตาของยายกลมโตขนาดนี้?”
“เพื่อจะได้มองเห็นเจ้าชัด ๆ ไงหลานรัก…”
หัวใจของหนูน้อยหมวกแดงเต้นแรงขึ้น เธอเริ่มถอยหลังเล็กน้อย สายตาของเธอจ้องไปที่ปากของยาย ก่อนจะเอ่ยถามเสียงสั่น
“แล้วทำไมฟันของยายแหลมคมจัง?”
“เพื่อจะได้กินเจ้าให้อร่อยขึ้นไงหลานรัก!!!”
ทันใดนั้น หมาป่าก็สะบัดผ้าห่มออกและกระโจนเข้าหาเธอ!
หนูน้อยหมวกแดงกรีดร้อง เธอถอยหลังอย่างรวดเร็ว แต่หมาป่ากระโจนเข้ามาหา กรงเล็บของมันเฉียดผ่านแขนของเธอไปเพียงเสี้ยววินาที
“ช่วยด้วย!!” เธอตะโกนสุดเสียง
ทันใดนั้น เสียงกระแทกดังสนั่น! ปัง!!!
ประตูของกระท่อมถูกกระแทกเปิดออก ชายร่างสูงสวมเสื้อคลุมหนังสัตว์ก้าวเข้ามา นายพรานแห่งป่าใหญ่!
“ถอยไป ไอ้หมาป่าชั่ว!” เขาตะโกนพลางเงื้อขวานขึ้น หมาป่าหันไปมอง ตาขวางด้วยความโกรธ แต่มันก็รู้ว่าตอนนี้มันไม่ใช่ผู้ล่าอีกต่อไป
นายพรานไม่รอช้า เขากระโจนเข้าหาหมาป่า ฟาดขวานใส่จนมันร้องโหยหวน หมาป่าพยายามหนี แต่เขาไม่ปล่อยให้มันรอด
เมื่อทุกอย่างสงบลง หนูน้อยหมวกแดงรีบมองหายายของเธอ
“ยายจ๋า… ยายอยู่ไหน?”
เสียงอ่อนแรงดังขึ้นจากมุมห้อง ยายถูกขังอยู่ในตู้เสื้อผ้า!
นายพรานรีบเปิดตู้ หนูน้อยหมวกแดงโผเข้ากอดยายของเธอ น้ำตาไหลออกมาด้วยความดีใจ
“หนูจะไม่ฟังคำพูดของคนแปลกหน้าอีกแล้ว!” เธอเอ่ยด้วยเสียงหนักแน่น
ตั้งแต่นั้นมา หนูน้อยหมวกแดงก็เรียนรู้ว่า ในโลกที่เต็มไปด้วยเงามืด เราต้องระวังผู้ที่พูดจาอ่อนหวาน แต่อาจซ่อนคมเขี้ยวไว้เบื้องหลัง
และตำนานของเด็กหญิงผู้เผชิญหน้ากับหมาป่าเจ้าเล่ห์ ก็กลายเป็นเรื่องเล่าที่ไม่มีวันถูกลืม

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความไร้เดียงสาอาจนำไปสู่ภัยอันตราย หากเราเชื่อใจผิดคน หนูน้อยหมวกแดงเปิดเผยความลับของตนให้กับหมาป่าเพียงเพราะคำพูดอ่อนหวาน แต่โลกนี้ไม่ได้มีแต่ผู้หวังดี บางคนเข้าหาเราด้วยรอยยิ้ม แต่ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้เบื้องหลัง
นอกจากนี้ คำเตือนจากผู้มีประสบการณ์มักมีค่าเสมอ แม่ของเธอบอกให้ระวัง อย่าออกนอกเส้นทาง แต่เธอกลับปล่อยให้ความอยากรู้อยากเห็นพาไปสู่ทางที่ผิด และเกือบต้องจ่ายด้วยชีวิต
สุดท้าย เราต้องเรียนรู้ว่าไม่ใช่ทุกเสียงที่ควรรับฟัง และไม่ใช่ทุกสิ่งที่ดูปลอดภัยจะไร้อันตราย
ที่มาของนิทานเรื่องนี้
นิทานพื้นบ้านยุโรปเรื่องหนูน้อยหมวกแดง (อังกฤษ: Little Red Riding Hood) เป็นนิทานพื้นบ้านเก่าแก่ของยุโรปที่มีการเล่าขานมายาวนานก่อนจะถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร โดยมีรากฐานมาจากนิทานพื้นบ้านของฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลี ซึ่งแต่ละเวอร์ชันมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไป
เวอร์ชันแรกที่ถูกบันทึกอย่างเป็นทางการ มาจากชาร์ลส์ แปร์โรลต์ (Charles Perrault) นักเขียนชาวฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 17 ซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือ Histoires ou contes du temps passé (1697) เวอร์ชันนี้จบลงอย่างโหดร้าย หมาป่ากินหนูน้อยหมวกแดงเข้าไป และไม่มีใครมาช่วยเธอได้ เพื่อเป็นนิทานสอนใจเด็กหญิงให้ระวังบุคคลที่อาจเป็นอันตราย โดยเฉพาะชายแปลกหน้าที่ใช้คำพูดอ่อนหวานเพื่อหลอกล่อ
ต่อมาพี่น้องกริมม์ (Grimm Brothers) ได้บันทึกเวอร์ชันเยอรมันในศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นฉบับที่ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยมีการเพิ่มตัวละครนายพราน ที่เข้ามาช่วยชีวิตหนูน้อยหมวกแดงและยายจากท้องของหมาป่า ทำให้เรื่องราวมีบทสรุปที่ดีขึ้นและเน้นถึงความหวังและการได้รับความช่วยเหลือจากผู้กล้าหาญ
นอกจากสองเวอร์ชันหลักนี้ ยังมีนิทานพื้นบ้านของอิตาลีชื่อ “The False Grandmother” ที่เล่าถึงเด็กหญิงที่ถูกหมาป่าหรือ “มนุษย์หมาป่า” หลอกล่อ แต่เธอสามารถเอาตัวรอดได้ด้วยสติปัญญาของตนเอง โดยไม่ต้องมีตัวช่วย
ตลอดหลายศตวรรษ “หนูน้อยหมวกแดง” ได้รับการดัดแปลงในรูปแบบต่าง ๆ มากมาย ทั้งในนิทาน วรรณกรรม ภาพยนตร์ และการตีความในเชิงจิตวิทยา โดยบางเวอร์ชันมองว่าหมาป่าเป็นสัญลักษณ์ของภัยคุกคามที่เด็กหญิงต้องเผชิญเมื่อก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ทำให้นิทานเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องราวสำหรับเด็ก แต่เป็นการสะท้อนความเชื่อและค่านิยมของแต่ละยุคสมัย
“โลกนี้เต็มไปด้วยหมาป่าที่สวมรอยเป็นมิตร คำพูดอ่อนหวานอาจซ่อนเขี้ยวเล็บ และความไว้ใจผิดคน อาจนำพาเราไปสู่จุดจบที่ไม่มีวันย้อนกลับ”