สายหมอกบางเบาลอยคลอเคลียยอดเขาเอ๋อเหมย ท้องฟ้าสีครามสะท้อนเงาลงบนผืนน้ำของทะเลสาบซีหู ทุกสิ่งดูสงบนิ่ง ราวกับไม่มีสิ่งใดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดกาล แต่ภายใต้ความเงียบสงบนี้ มีตำนานหนึ่งถูกเล่าขานนิทานพื้นบ้านสากลจากจีนมานับพันปี ตำนานของงูขาวผู้บำเพ็ญเพียรจนกลายเป็นมนุษย์ นางโหยหาความรักและชีวิตเช่นเดียวกับมนุษย์ทั่วไป ทว่าโชคชะตากลับมิได้มอบเส้นทางที่ราบรื่นให้นาง
กลางสายฝนโปรยปราย ชายหนุ่มผู้จิตใจงามยื่นร่มให้สตรีลึกลับที่เขาพบโดยบังเอิญ การพบกันครั้งนี้เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ หรือเป็นเส้นด้ายแห่งโชคชะตาที่ถักทอมาแต่ปางก่อน? บางสิ่งที่ควรอยู่ร่วมกันอาจถูกพรากจากกันโดยกฎแห่งสวรรค์ และบางสิ่งที่ถูกห้ามอาจกลับกลายเป็นสายใยที่แน่นแฟ้นที่สุด เรื่องราวของพวกเขาเพิ่งเริ่มต้นขึ้น… กับนิทานพื้นบ้านจีนเรื่องตำนานพญางูขาว

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านจีนเรื่องตำนานพญางูขาว
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว บนยอดเขาเอ๋อเหมย ท่ามกลางสายหมอกอันเงียบสงบมีงูขาวตนหนึ่งบำเพ็ญเพียรมานับพันปี นางฝึกฝนพลังเซียนจนสามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้งามสง่า ราวกับเทพธิดา นางตั้งชื่อให้ตัวเองว่าไป๋ซู่เจิน (白素贞)
ข้างกายนางมีสหายผู้ซื่อสัตย์ งูเขียวจอมซนชื่อเสี่ยวชิง (小青) แม้เสี่ยวชิงจะบำเพ็ญเพียรได้น้อยกว่านาง แต่จิตใจกล้าหาญและภักดีต่อไป๋ซู่เจินเสมอ
วันหนึ่ง ไป๋ซู่เจินทอดสายตามองลงไปยังโลกมนุษย์ ความสงสัยแล่นเข้ามาในใจชีวิตของมนุษย์จะเป็นอย่างไรกันนะ? เสี่ยวชิงเองก็เบื่อหน่ายการอยู่บนเขาเช่นกัน ทั้งสองจึงตัดสินใจเดินทางไปยังเมืองหังโจว เพื่อสัมผัสชีวิตแบบมนุษย์เป็นครั้งแรก
ขณะที่พวกนางเดินชมเมือง ท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็นสีหม่น ฝนโปรยปรายลงมาอย่างกะทันหัน ผู้คนพากันวิ่งหลบฝน แต่ชายหนุ่มคนหนึ่งกลับเดินตรงมาหาพวกนาง พร้อมยื่นร่มให้
“ฝนตกหนักนัก ท่านหญิงถือร่มนี้ไปเถิด” เขากล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
ไป๋ซู่เจินสบตาเขาเป็นสายตาที่ดูจริงใจและอบอุ่นจนหัวใจของนางสั่นไหว
ชายหนุ่มผู้นั้นคือสวี่เซียน (许仙) บัณฑิตหนุ่มผู้อ่อนโยนและจิตใจดี แม้เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา แต่เขากลับมีบางสิ่งที่ดึงดูดไป๋ซู่เจินอย่างประหลาด
ฝนตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขาหลบฝนอยู่ด้วยกัน บทสนทนาสั้น ๆ นั้น ทำให้หัวใจของพวกเขาเริ่มถักทอเข้าหากัน
เมื่อฝนหยุดตก พวกเขากล่าวคำอำลา แต่ไม่อาจลืมเลือนกันและกันได้อีก
ไม่นานหลังจากนั้น โชคชะตาก็นำพวกเขากลับมาพบกันอีกครั้ง และครั้งนี้ ไป๋ซู่เจินตัดสินใจแล้ว นางจะไม่ปล่อยมือจากบุรุษผู้นี้อีก
ไป๋ซู่เจินและสวี่เซียนแต่งงานกัน ทั้งสองเปิดร้านขายยารักษาผู้คนในเมืองหังโจว ไป๋ซู่เจินใช้ความรู้ด้านสมุนไพรและพลังวิเศษช่วยเหลือผู้ป่วย ทำให้กิจการรุ่งเรือง ผู้คนเคารพและรักใคร่พวกเขา
เสี่ยวชิงเองก็มีความสุข นางชอบใช้ชีวิตท่ามกลางผู้คน แม้จะยังซุกซนเหมือนเดิมก็ตาม
แต่แล้วเงามืดก็ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา…
พระภิกษุฝาไห่ (法海) แห่งวัดจินซาน ได้ยินเรื่องของหญิงลึกลับผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ เขาใช้พลังหยั่งรู้ และพบว่าไป๋ซู่เจินไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นปีศาจงูที่แฝงตัวอยู่
“ปีศาจไม่อาจอยู่ร่วมกับมนุษย์ มันต้องถูกกำจัด!” ฝาไห่กล่าวอย่างแน่วแน่
เขาเดินทางมายังหังโจว และเตือนสวี่เซียนว่า
“ภรรยาของเจ้ามิใช่มนุษย์ แต่เป็นปีศาจที่แปลงกายมา!”
สวี่เซียนหัวเราะ “ท่านกล่าวเรื่องอันใดกัน? นางเป็นเพียงสตรีธรรมดาผู้มีจิตใจเมตตา”
แต่ฝาไห่ยังไม่ยอมแพ้ เขาใช้กลอุบายหลอกล่อสวี่เซียนให้เชื่อ
“เจ้าจะรู้ความจริงได้ เพียงให้ภรรยาของเจ้าดื่มเหล้าเทศกาลตวนอู่ (ไหว้บ๊ะจ่าง) หากนางเป็นปีศาจ นางจะเผยร่างที่แท้จริงออกมา!”
สวี่เซียนลังเล แต่สุดท้ายก็ทำตามคำแนะนำ
คืนวันเทศกาลมาถึง ไป๋ซู่เจินรับเหล้าจากมือของสวี่เซียน นางไม่เคยดื่มของมึนเมา แต่เมื่อสามีมอบให้ นางจึงไม่อาจปฏิเสธได้
เมื่อนางจิบเข้าไป พลังของเหล้าอาคมก็ทำให้นางไม่อาจควบคุมร่างกายได้ ไป๋ซู่เจินล้มลง ร่างกายของนางสั่นสะท้าน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นงูยักษ์สีขาวตรงหน้าสวี่เซียน!
สวี่เซียนตกใจสุดขีด ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ก่อนจะหมดสติไปทันที
เมื่อสวี่เซียนฟื้นขึ้นมา เขารู้สึกหวาดกลัวภรรยาของตนอย่างจับใจ แม้ไป๋ซู่เจินจะร้องขอให้เขาเข้าใจ แต่ภาพของงูยักษ์ในคืนนั้นไม่อาจเลือนหายจากใจของเขาได้อีก
ฝาไห่ใช้โอกาสนี้ ล่อลวงให้สวี่เซียนหนีไปยังวัดจินซานและบวชเป็นพระ เพื่อหลบหนีจากภรรยาของตน
เมื่อไป๋ซู่เจินรู้ว่าสวี่เซียนถูกขังอยู่ในวัด นางโกรธแค้นสุดขีด!
“หากท่านไม่คืนสามีของข้ามา ข้าจะทำให้วัดแห่งนี้จมลงไปใต้สายน้ำ!”
ฝาไห่หัวเราะเยาะ “ปีศาจเช่นเจ้าจะมาสู้กับอำนาจแห่งศาสนาได้อย่างไร?”
ไป๋ซู่เจินและเสี่ยวชิง ปลดปล่อยพลังอันแท้จริงของพวกนาง เรียกพายุและสายฝนถาโถมเข้าหาวัดจินซาน น้ำไหลบ่าท่วมทุกสิ่ง แต่พลังของฝาไห่แข็งแกร่งเกินไป
ศึกครั้งใหญ่ปะทุขึ้น ไป๋ซู่เจินสู้จนสุดกำลัง แต่นางกำลังตั้งครรภ์ ทำให้พลังของนางอ่อนลง สุดท้าย นางพ่ายแพ้
ฝาไห่ จับตัวไป๋ซู่เจิน และขังนางไว้ใต้เจดีย์เหลยเฟิง (雷峰塔) โดยไม่ให้โอกาสหลบหนี
เสียงร่ำไห้ของไป๋ซู่เจินดังก้องอยู่ใต้เจดีย์ นางไม่ได้เสียใจเพราะพ่ายแพ้ แต่เพราะต้องพรากจากสวี่เซียนไปตลอดกาล…

ไป๋ซู่เจินถูกฝาไห่ขังไว้ใต้เจดีย์เหลยเฟิง (雷峰塔) ด้วยพลังแห่งศาสนาและอาคมของพระ ฝาไห่มั่นใจว่านางจะไม่มีวันหลุดพ้นจากพันธนาการนี้ได้ เสียงร่ำไห้ของไป๋ซู่เจินดังก้องอยู่ในเงามืดของเจดีย์ นางไม่ได้เสียใจเพราะพ่ายแพ้ แต่เพราะต้องถูกพรากจากสวี่เซียน ทั้งที่หัวใจของนางยังคงรักเขาเหมือนเดิม
เสี่ยวชิงซึ่งหนีรอดมาได้ สาบานต่อฟ้าดินว่าจะช่วยไป๋ซู่เจินออกมา ไม่ว่านางต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม!
แต่นางรู้ว่าพลังของตนยังไม่แข็งแกร่งพอจะเอาชนะฝาไห่ได้ ดังนั้น เสี่ยวชิงจึงออกเดินทางเข้าสู่ป่าลึก เพื่อบำเพ็ญเพียร ฝึกวิชาเซียน และรอวันที่จะแก้แค้น
ขณะเดียวกันสวี่เซียนใช้ชีวิตในวัดจินซานอย่างทุกข์ทรมาน แม้เขาจะรู้ว่าสิ่งที่เห็นในวันนั้นคือความจริง แต่น้ำเสียงอ่อนโยนและความรักของไป๋ซู่เจินยังคงอยู่ในความทรงจำของเขาเสมอ
“นางเป็นปีศาจจริง ๆ หรือ? หรือข้าได้ทำลายความรักของเราด้วยมือของข้าเอง?”
ทุกครั้งที่เขาเงยหน้ามองไปยังเจดีย์เหลยเฟิงที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของทะเลสาบซีหู เขารู้สึกเหมือนได้ยินเสียงไป๋ซู่เจินเรียกหาเขา
หลายปีผ่านไป เสี่ยวชิงฝึกฝนจนแข็งแกร่งขึ้น นางกลับมายังหังโจว และเผชิญหน้ากับฝาไห่อีกครั้ง ศึกครั้งสุดท้ายปะทุขึ้น!
เสี่ยวชิงใช้พลังทั้งหมดของนาง ท้าทายอาคมของฝาไห่ สายฟ้าฟาดลงมา เสียงคำรามของพายุสะท้อนทั่วฟากฟ้า ฝาไห่ซึ่งเคยอยู่เหนือทุกสิ่ง เริ่มรู้สึกได้ถึงพลังที่ไม่อาจต้านทานได้
ในที่สุดเสี่ยวชิงเอาชนะฝาไห่ และทำลายอาคมของเจดีย์เหลยเฟิง
ไป๋ซู่เจินได้รับการปลดปล่อย นางก้าวออกมาจากเงามืดที่จองจำมานานนับปี
ในขณะเดียวกัน สวี่เซียนก็มาถึงที่นั่นพอดี
ดวงตาของทั้งสองสบกัน น้ำตาของไป๋ซู่เจินไหลริน ขณะที่สวี่เซียนคุกเข่าลงเบื้องหน้านาง ไม่มีคำพูดใดเอ่ยออกมา เพราะพวกเขารู้แล้วว่า ความรักของพวกเขาไม่เคยเปลี่ยนแปลง
แต่โชคชะตาไม่ได้โหดร้ายกับพวกเขาเพียงอย่างเดียว
ท่ามกลางหมอกบาง ๆ ร่างของเด็กชายตัวน้อยวิ่งเข้ามาในอ้อมแขนของไป๋ซู่เจิน
“ท่านแม่!” ไป๋ซู่เจินตกตะลึง น้ำตาแห่งความยินดีเอ่อล้น
เด็กชายผู้นี้คือลูกของนางและสวี่เซียน ที่ถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลาที่นางถูกจองจำ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาถูกเลี้ยงดูโดยพระผู้ใจดีในวัด และเติบโตขึ้นมาด้วยความหวังว่าวันหนึ่งจะได้พบแม่ของตน
ในที่สุด ครอบครัวของพวกเขาก็กลับมาพร้อมหน้ากันอีกครั้ง
ไป๋ซู่เจินและสวี่เซียนออกเดินทางไปใช้ชีวิตร่วมกันในที่ห่างไกลจากความวุ่นวาย ส่วนเสี่ยวชิงก็จากไปสู่การเดินทางของตนเอง พร้อมกับหัวใจที่เป็นอิสระ
และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เจดีย์เหลยเฟิงก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่ไม่อาจถูกทำลาย ตำนานของนางพญางูขาวยังคงถูกเล่าขานมาจนถึงทุกวันนี้ เป็นเรื่องราวของความรัก ความเสียสละ และโชคชะตาที่ไม่มีผู้ใดหลีกหนีได้

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความรักแท้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเผ่าพันธุ์หรือโชคชะตา ไป๋ซู่เจินและสวี่เซียนเป็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่ความรักของพวกเขาไม่เคยจืดจาง แม้ต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย
อคติและความกลัวอาจทำลายสิ่งที่มีค่า พระฝาไห่เชื่อว่าปีศาจไม่ควรอยู่ร่วมกับมนุษย์ และใช้ความกลัวหลอกล่อสวี่เซียน จนทำให้เขาสูญเสียภรรยาและความสุขของตนเอง
ความเสียสละคือบทพิสูจน์ของความรัก ไป๋ซู่เจินยอมทนทุกข์ ถูกจองจำใต้เจดีย์เหลยเฟิง เพียงเพราะนางรักสามีและครอบครัวของนางมากกว่าชีวิตของตนเอง
ไม่มีสิ่งใดคงอยู่ตลอดไป แม้แต่พลังอำนาจ ฝาไห่ผู้เคยมีอำนาจยิ่งใหญ่ในที่สุดก็ถูกโค่นลง แต่ความรักและความภักดียังคงอยู่ชั่วนิรันดร์
ที่มาของนิทานเรื่องนี้
นิทานพื้นบ้านจีนเรื่องตำนานพญางูขาว (อังกฤษ: Legend of the White Snake) เป็นหนึ่งในตำนานพื้นบ้านที่เก่าแก่และโด่งดังที่สุดของจีน ต้นกำเนิดของเรื่องสามารถสืบย้อนกลับไปได้ถึงยุคราชวงศ์ถัง โดยมีเรื่องเล่าถึงงูขาวที่บำเพ็ญเพียรจนแปลงร่างเป็นมนุษย์ ต่อมาในสมัยราชวงศ์ซ่ง เรื่องราวเริ่มได้รับการบันทึก และในราชวงศ์หมิงและชิงก็มีการดัดแปลงให้เป็นวรรณกรรมที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
เรื่องราวของไป๋ซู่เจินและสวี่เซียนเป็นที่นิยมเพราะสะท้อนถึงการต่อสู้ระหว่างความรักกับกฎเกณฑ์ทางสังคม ไป๋ซู่เจินแม้จะเป็นปีศาจ แต่กลับมีจิตใจเมตตาและต้องการใช้ชีวิตเช่นมนุษย์ ขณะที่พระฝาไห่เป็นตัวแทนของอคติและความเชื่อเก่าแก่ที่ไม่ยอมรับสิ่งที่แตกต่าง ตำนานนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงนิทานแฟนตาซี แต่เป็นเรื่องราวที่ตั้งคำถามกับขนบธรรมเนียมและเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์กับสิ่งที่ถูกเรียกว่าปีศาจ
ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา ตำนานนี้ได้รับการดัดแปลงในหลากหลายรูปแบบ ทั้งงิ้วจีน วรรณกรรม ภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และแอนิเมชัน เรื่องราวของไป๋ซู่เจินยังคงถูกเล่าขานและตีความใหม่อยู่เสมอ เพราะมันสะท้อนถึงความรักที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรค ความเสียสละ และการแสวงหาความเข้าใจในโลกที่เต็มไปด้วยความแตกต่าง
“ความรักแท้แข็งแกร่งยิ่งกว่าพรหมลิขิต แต่บางครั้งต้องแลกด้วยความเจ็บปวด”