ท่ามกลางป่าลึกที่เงียบสงัด มีหมู่บ้านเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้สูงตระหง่าน ที่นั่น ได้เล่าขานถึงนิทานพื้นบ้านสากล ณ เยอรมนี โดยเป็นเด็กสองพี่น้องเติบโตขึ้นท่ามกลางความยากลำบาก โดยไม่รู้เลยว่าโชคชะตากำลังจะนำพาพวกเขาไปสู่บททดสอบที่โหดร้ายที่สุดในชีวิต
ในโลกที่ความหิวโหยสามารถทำให้คนทอดทิ้งกันได้ และสิ่งที่ดูหอมหวานอาจซ่อนพิษร้าย เด็กทั้งสองต้องเผชิญกับทางเลือกระหว่าง ความสิ้นหวัง หรือ การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด… กับนิทานพื้นบ้านเยอรมันเรื่องฮันเซลกับเกรเทล

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านเยอรมันเรื่องฮันเซลกับเกรเทล
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ลึกเข้าไปในป่ากว้างใหญ่ของเยอรมัน มีช่างตัดไม้ยากจนคนหนึ่งอาศัยอยู่กับภรรยาและลูกสองคน ฮันเซลและเกรเทล ความยากจนกัดกินครอบครัวของพวกเขาจนแทบไม่มีอาหารเหลือ คืนหนึ่ง ขณะที่เด็ก ๆ กำลังนอนขดตัวอยู่บนฟางเก่า ๆ พ่อกับแม่เลี้ยงก็กระซิบคุยกันด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ความยากจนทำให้แม่เลี้ยงยุให้พ่อพาพวกเขาไปปล่อยในป่า “ถ้าเด็กพวกนี้อยู่ต่อ เราจะอดตายกันหมด!” พ่อไม่อยากทำ แต่ก็ยอมจำนนต่อแรงกดดัน
ฮันเซลแอบได้ยินแผนชั่ว เขาย่องออกไปเก็บก้อนกรวดสีขาว และซ่อนมันไว้ในกระเป๋า เช้าวันต่อมา พวกเขาถูกพาเข้าไปในป่าลึก ขณะเดินไป ฮันเซลค่อย ๆ โรยก้อนกรวดเป็นแนวทางกลับ เมื่อถูกทิ้งไว้ตามลำพัง พวกเขานั่งรอจนแสงจันทร์ทอประกายก้อนกรวดสะท้อนแสงเป็นทางนำกลับบ้าน
พ่อดีใจจนน้ำตาคลอ แต่แม่เลี้ยงโกรธจัด คืนนั้นนางกระซิบกับพ่อ “พรุ่งนี้เราจะพาพวกมันไปทิ้งให้ไกลกว่าเดิม!” ฮันเซลพยายามออกไปเก็บกรวดอีกครั้งแต่ประตูถูกล็อกไว้แล้ว!
ฮันเซลกับเกรเทลลังเลมองหญิงชรา แต่นางยิ้มอย่างใจดีและกล่าวด้วยเสียงอ่อนโยน “ไม่ต้องกลัวนะเด็กน้อย ข้ามีขนมและอาหารอร่อยๆ ให้กินเยอะแยะ มานี่สิจ๊ะ…”
ความหิวทำให้พวกเขาไม่ทันสังเกตว่านิ้วของหญิงชราผอมโซเหมือนกระดูก หรือว่าดวงตาของนางเป็นประกายเย็นชา พวกเขาก้าวเข้าไปในบ้านโดยไม่ลังเล ภายในอบอุ่นและมีกลิ่นหอมหวาน อาหารมากมายถูกจัดเตรียมไว้ ขนมปัง เนย ชีส และผลไม้กองเต็มโต๊ะ พวกเขานั่งลงและกินอย่างตะกละตะกลาม ไม่ทันสังเกตเลยว่า แม่มดกำลังจ้องพวกเขาด้วยรอยยิ้มประหลาด
ทันใดนั้น!
เพล้ง! ประตูปิดดังลั่น ฮันเซลสะดุ้งสุดตัว ก่อนที่เขาจะลุกหนี มือของแม่มดก็ฟาดลงบนไหล่เขาอย่างแรง “เจ้าจะไปไหน? ข้าจับเจ้าได้แล้ว!”
“เกรเทล หนีไป!” ฮันเซลตะโกน แต่ไม่ทันแล้ว
แม่มดหัวเราะเสียงต่ำ “ฮ่าๆๆ เด็กโง่! ข้าจะขุนเจ้าให้ตัวอ้วน แล้วจะได้กินเจ้าซะเลย!” นางเปิดกรงเหล็กขนาดใหญ่ แล้วผลักฮันเซลเข้าไปขังไว้ “ส่วนเจ้า” นางหันไปหาเกรเทล “จะเป็นคนรับใช้ของข้า ทำงานจนกว่าจะหมดแรง!”
เกรเทลตัวสั่น ไม่กล้าขัดขืน แม่มดสั่งให้เธอก่อไฟ เตรียมเตาอบให้พร้อมสำหรับวันพิเศษที่นางจะกินฮันเซล ขณะที่พี่ชายของเธอถูกขังอยู่ในกรง มองเธอด้วยสายตาหนักแน่น “อย่ายอมแพ้ เกรเทล! เราต้องหาทางออกไปจากที่นี่!”

ทุกวันแม่มดบังคับให้เกรเทลทำอาหารให้ฮันเซลกิน เพื่อให้เขาอ้วนขึ้น แต่น้องสาวรู้ว่าหากพี่ชายของเธอตัวอ้วนเมื่อไหร่ วันตายของเขาก็จะมาถึง เธอจึงวางแผนช่วยพี่ชาย
ทุกครั้งที่แม่มดมาจับนิ้วของฮันเซลเพื่อตรวจดูว่าเขาอ้วนขึ้นหรือไม่ ฮันเซลก็ยื่นกระดูกไก่ ออกไปให้แทน นิ้วของแม่มดหยาบกระด้างและดวงตาของนางฝ้าฟางจนไม่สามารถแยกแยะได้ “ทำไมเจ้าถึงยังผอมอยู่!?” แม่มดขุ่นเคือง
แต่ในที่สุด ความอดทนของนางก็หมดลง “พอแล้ว! ข้าจะกินมันวันนี้ ไม่สนแล้วว่าอ้วนหรือไม่!”
เกรเทลได้ยินดังนั้น หัวใจเธอเต้นแรง นี่เป็นโอกาสสุดท้าย ถ้าพลาดไป พี่ชายของเธอจะไม่มีวันรอด!
“เกรเทล! จุดไฟให้แรงขึ้น เราจะอบเด็กนี่ซะ!” แม่มดตะโกนอย่างตื่นเต้น
เกรเทลเดินไปที่เตาอบอย่างช้าๆ ขณะที่แม่มดเดินตามมาติดๆ ไฟภายในลุกโชน แผดความร้อนออกมาจนเหงื่อซึมไปทั่วตัวเด็กหญิง
“เร็วเข้า เจ้าเด็กโง่! มันร้อนพอหรือยัง?” แม่มดถาม
เกรเทลกลืนน้ำลาย “ข้า… ข้าดูไม่ออกเจ้าค่ะ ท่านช่วยดูให้ข้าได้ไหม?”
แม่มดมองเธออย่างหงุดหงิด “โง่จริงๆ ดูก็ง่ายนิดเดียว!” นางก้มตัวลงไปเพื่อดูไฟในเตา เกรเทลกำหมัดแน่นนี่แหละโอกาสของเธอ!
ทันทีที่แม่มดโน้มตัวเข้าไปเกรเทลออกแรงผลักสุดกำลัง! โครม!
แม่มดร้องกรีดเสียงหลงร่างของนางถูกผลักเข้าไปในเตาอบ! ไฟโหมกระหน่ำลามไปทั่วตัวของนาง “ไม่!!! ปล่อยข้าออกไป!” นางกรีดร้อง ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แต่เกรเทลรีบปิดประตูเตาอบแล้วล็อกเอาไว้
กลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้งไปทั่วบ้าน แม่มดกรีดร้องอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบลง
เธอรีบวิ่งไปที่กรงของฮันเซล “พี่ชาย! เราทำได้แล้ว!”
ฮันเซลออกจากกรงอย่างรวดเร็ว พวกเขาไม่รอช้า รีบสำรวจบ้านของแม่มด และพบหีบสมบัติที่เต็มไปด้วยทองคำ อัญมณี และเครื่องประดับล้ำค่า
“แม่มดคงขโมยมันมาจากคนอื่น เราจะเอามันกลับบ้าน!” ฮันเซลพูด
พวกเขาหอบสมบัติออกมาและเริ่มออกเดินทางกลับบ้าน ระหว่างทาง พวกเขาพบห่านขาววิเศษ ที่ช่วยพาพวกเขาข้ามแม่น้ำ เมื่อถึงกระท่อมของพ่อ พ่อของพวกเขาถลาเข้ามากอดทั้งสองไว้แน่น “ลูก ๆ ของข้า! ข้าเสียใจเหลือเกิน!”
แม่เลี้ยงใจร้ายได้อดตายไปแล้ว ฮันเซลและเกรเทลกลับมาสู่อ้อมแขนของพ่อ และพวกเขาก็ไม่ต้องทนทุกข์กับความหิวโหยอีกต่อไป เพราะทองคำที่พวกเขานำกลับมาทำให้ครอบครัวมีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น
เด็กทั้งสองที่เคยถูกทอดทิ้งในป่า ได้กลับมาเป็นผู้ชนะในเรื่องราวของตนเอง และพวกเขาก็มีความสุขตลอดไป

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความเฉลียวฉลาดและความกล้าหาญคือกุญแจสำคัญในการเอาตัวรอด แม้ฮันเซลและเกรเทลจะเป็นเพียงเด็กน้อยที่ถูกทอดทิ้ง แต่พวกเขาไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา ใช้สติปัญญาและความกล้าต่อสู้กับอันตรายจนสามารถพลิกสถานการณ์จากเหยื่อให้กลายเป็นผู้ชนะ
นอกจากนี้ สิ่งที่ดูน่าหลงใหลอาจซ่อนอันตรายไว้เสมอ บ้านขนมปังที่หอมหวานกลับเป็นกับดักแห่งความตาย ความโลภและความประมาทอาจพาเราไปสู่หายนะ ดังนั้น อย่าตัดสินทุกอย่างจากเปลือกนอก และอย่าปล่อยให้ความอยากได้บดบังสามัญสำนึก
สุดท้าย ไม่มีใครสามารถกำหนดโชคชะตาของเราได้นอกจากตัวเราเอง แม้จะถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย หรือเผชิญกับความโหดร้ายเพียงใด หากเราไม่ยอมแพ้ สักวันเราจะเป็นผู้เขียนตอนจบของเรื่องราวตัวเอง
ที่มาของนิทานเรื่องนี้
นิทานพื้นบ้านเยอรมันเรื่องฮันเซลกับเกรเทล (อังกฤษ: Hansel and Gretel) เป็นนิทานพื้นบ้านของเยอรมันที่ได้รับการบันทึกโดยพี่น้องกริมม์ (Grimm Brothers) และเผยแพร่ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1812 ในนิทานชุด Children’s and Household Tales นิทานเรื่องนี้สะท้อนถึงความโหดร้ายของยุคกลางที่เด็กๆ มักถูกทอดทิ้งเนื่องจากความอดอยาก และยังสะท้อนความเชื่อเกี่ยวกับแม่มดที่มีอยู่ในยุโรปช่วงศตวรรษที่ 16-17
ก่อนที่พี่น้องกริมม์จะบันทึก นิทานเรื่องนี้มีการเล่าขานกันในยุโรปมาหลายร้อยปี และมีร่องรอยของเรื่องราวที่คล้ายคลึงกันในนิทานพื้นบ้านของหลายประเทศ เช่น ตำนานของ “ฌองและฌ็องเน็ตต์” จากฝรั่งเศส หรือเรื่องราวของเด็กที่ถูกทอดทิ้งในป่าในนิทานอิตาลีโบราณ
โครงเรื่องดั้งเดิมของนิทานเรื่องนี้มีความรุนแรงมากกว่าฉบับที่เรารู้จักในปัจจุบัน เช่น ในบางเวอร์ชัน แม่แท้ ๆ เป็นผู้วางแผนทิ้งลูก (ไม่ใช่แม่เลี้ยง) และตอนจบของเรื่องก็มีความโหดร้ายกว่าการผลักแม่มดเข้าเตาเผา แต่พี่น้องกริมม์ได้ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับเด็กมากขึ้น ทำให้เวอร์ชันของพวกเขากลายเป็นที่นิยม และเป็นต้นแบบของเรื่องราวที่ถูกเล่าขานไปทั่วโลก
ปัจจุบัน นิทานเรื่องนี้ได้รับการดัดแปลงในวรรณกรรม ภาพยนตร์ และการ์ตูนมากมาย แต่แก่นแท้ของมันยังคงเป็นเรื่องของการเอาตัวรอด ปัญญา และการต่อสู้กับความชั่วร้าย ซึ่งทำให้ ฮันเซลกับเกรเทล ยังคงเป็นนิทานอมตะที่ได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้
“โลกนี้ไม่เคยใจดีกับคนที่อ่อนแอ มีเพียงสติปัญญาและความกล้าหาญเท่านั้น ที่จะพาเรารอดพ้นจากเงื้อมมือของความโหดร้าย”