ปกนิทานกริมม์เรื่องฮันส์แต่งงาน

นิทานกริมม์เรื่องฮันส์แต่งงาน

ในโลกที่ผู้คนต่างพากันไขว่คว้าหาความมั่งคั่งด้วยการสะสมและกอบโกย จนบางครั้งเราอาจเผลอหลงลืมไปว่าทรัพย์สมบัติที่มีค่าที่สุดอาจไม่ใช่สิ่งที่เงินตราจะซื้อหามาได้

มีนิทานกริมม์เรื่องหนึ่งเล่าถึงหัวใจอันยิ่งใหญ่ของเด็กหญิงผู้ยากไร้ ที่ยอมสละแม้กระทั่งเสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น จนนำไปสู่ปาฏิหาริย์จากฟากฟ้าที่เปลี่ยนความว่างเปล่าให้กลายเป็นรางวัลแห่งความดีอันแวววาว กับนิทานกริมม์เรื่องฮันส์แต่งงาน

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องฮันส์แต่งงาน

เนื้อเรื่องนิทานกริมม์เรื่องฮันส์แต่งงาน

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีหนุ่มชาวนาคนหนึ่งชื่อ “ฮันส์” เขามีคุณลุงที่หวังดี (แต่เจ้าเล่ห์) อยากจะให้หลานชายได้แต่งงานกับลูกสาวเศรษฐีเพื่อยกระดับฐานะ ลุงจึงวางแผนสร้างฉากขึ้นมาอย่างรัดกุม

วันหนึ่ง ลุงสั่งให้ฮันส์ไปนั่งอยู่หลังเตาผิงซึ่งถูกจุดจนร้อนผ่าว แล้วยกชามนมใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยขนมปังขาวชั้นดีมาวางตรงหน้า ลุงหยิบเหรียญเงินใหม่เอี่ยมที่เพิ่งปั๊มออกมาจนเป็นเงาวับใส่มือฮันส์แล้วสั่งว่า “ฮันส์ ฟังข้าให้ดี! กำเหรียญเงินนี้ไว้ในมือให้แน่น บิขนมปังใส่ลงในนม แล้วนั่งแช่อยู่ตรงที่นั่งอุ่นๆ นี่แหละ ห้ามขยับเขยื้อนไปไหนจนกว่าข้าจะกลับมา!”

ฮันส์ตอบด้วยความซื่อตามสไตล์ของเขาว่า “ได้เลยท่านลุง ข้าจะทำตามที่ท่านบอกทุกอย่าง”

เมื่อจัดแจงหลานชายเสร็จ คุณลุงจอมแสบก็หยิบกางเกงตัวเก่าที่มี “รอยปะ” (Patches) เต็มไปหมดมาสวม แล้วมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านข้าง ๆ เพื่อเข้าพบเศรษฐีผู้มั่งคั่งที่มีลูกสาวสวย “เพื่อนเอ๋ย ข้าอยากจะสู่ขอประตูลูกสาวเจ้าให้ ‘ฮันส์’ หลานชายของข้า”

ลุงกล่าวด้วยท่าทีภูมิฐาน “เขาเป็นคนซื่อสัตย์ มีสติปัญญา และเหมาะสมกับลูกสาวเจ้าที่สุด”

พ่อตาจอมงกตาเป็นประกายแต่ยังไว้เชิง จึงถามเข้าประเด็นสำคัญทันที “แล้วฐานะของเขาล่ะเป็นอย่างไร? เขามี ‘ขนมปังให้บิกิน’ (มีกินมีใช้) หรือเปล่า?”

ลุงยิ้มกริ่มแล้วตอบด้วยคำกำกวมว่า “โอ้! เพื่อนรัก หลานข้ามี ‘ที่พำนักอันอุ่นสบาย’ (หลังเตาผิง) มี ‘เงินสดกำไว้ในมือ’ (เหรียญเงินที่ลุงให้) และมี ‘ขนมปังให้บิกิน’ มากมายมหาศาล ที่สำคัญนะ…”

ลุงพลางตบไปที่กางเกงตัวเองแรงๆ “เขามี ‘ผืนที่ดิน’ (Patches) มากเท่ากับที่เจ้าเห็นบนกางเกงข้านี่แหละ!” (ในสมัยนั้น คำว่า Patch สามารถหมายถึงได้ทั้ง “รอยปะเสื้อผ้า” หรือ “ที่ดินผืนเล็ก” ก็ได้)

เศรษฐีจอมงกได้ยินว่ามีที่ดินนับไม่ถ้วนก็หูผึ่ง คิดว่าได้เขยรวยจึงรีบตอบตกลงทันที “ถ้าเป็นอย่างที่เจ้าว่า ข้าก็ไม่มีอะไรจะค้าน งานแต่งงานนี้ต้องเกิดขึ้น!”

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องฮันส์แต่งงาน 2

เมื่อวันแต่งงานมาถึง งานเลี้ยงถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โตตามความคาดหวังของพ่อตาจอมงก หลังจากเสร็จพิธี เจ้าสาวผู้มั่งคั่งก็ตื่นเต้นที่จะไปยลโฉม “ที่ดินผืนน้อยผืนใหญ่” (Patches) ที่คุณลุงเจ้าบ่าวคุยโม้ไว้ เธอจึงชวนฮันส์ออกไปเดินสำรวจทรัพย์สินรอบบ้าน

แต่ทันทีที่ก้าวพ้นประตู ฮันส์กลับรีบถอดชุดเจ้าบ่าวตัวเก่งออก แล้วหยิบชุดทำงานตัวเก่าที่มี “รอยปะ” รุงรังมาสวมแทนพลางบอกว่า “เดี๋ยวชุดดีๆ ของข้าจะเสียของหมด”

จากนั้นเขาก็พาเจ้าสาวเดินไปตามคันนา เมื่อผ่านพรมแดนที่กั้นระหว่างทุ่งหญ้ากับไร่สวน ฮันส์ก็ชูนิ้วขึ้นชี้ไปที่ “รอยปะบนเสื้อ” ของตัวเองทีละจุดแล้วพูดด้วยความภูมิใจว่า “ที่รัก ดูรอยปะนี้สิ นี่ก็ของข้า… แล้วดูรอยปะตรงนั้นสิ นั่นก็ของข้าเหมือนกัน!”

ฮันส์ตั้งใจจะบอกว่า “รอยปะบนเสื้อผ้า” เหล่านี้คือสิ่งที่เขาเป็นเจ้าของจริงๆ แต่เจ้าสาวที่กำลังมองออกไปที่ท้องทุ่งกว้างสุดลูกหูลูกตา กลับเข้าใจไปเองว่าเขากำลังชี้อวด “ผืนที่ดินมหาศาล” ที่แบ่งเป็นสัดส่วนตามที่ลุงของเขาได้เคยโฆษณาไว้!

หลังจากฮันส์ชี้รอยปะบนเสื้ออวดเจ้าสาวจนเธอเชื่อสนิทใจว่าสามีรวยล้นฟ้า งานเลี้ยงฉลองก็ดำเนินต่อไปอย่างครึกครื้น แต่ทว่าแขกเหรื่อที่มาร่วมงานกลับมีสภาพประหลาดล้ำพอกับเจ้าบ่าว! มีแขกคนหนึ่งเล่าถึงความซวยของตัวเองในงานนั้นว่า…

เขาสวม “หมวกที่ทำจากหิมะ” เดินอวดร่ำอวดรวยไปทั่วงาน แต่พอพระอาทิตย์ขึ้นเท่านั้นแหละ หมวกก็ละลายกลายเป็นน้ำไหลโจ๊กเข้าตาจนมองอะไรไม่เห็น ส่วน “เสื้อคลุม” ที่เขาภูมิใจนักหนาว่าทอจากใยแมงมุมบางเบาสวยงาม พอเดินผ่านพุ่มหนามข้างทางเพียงนิดเดียว หนามก็เกี่ยวเอาเสื้อหายวับไปกับตา เหลือเพียงร่างกายเปล่าเปลือยให้ชาวบ้านหัวเราะเยาะ

หนำซ้ำ “รองเท้าแก้ว” คู่เก่งที่เขาใส่มาโชว์กะจะให้เด่นที่สุดในงานแต่ง พอเท้าไปสะดุดเข้ากับก้อนหินเพียงก้อนเดียว มันก็ส่งเสียงดัง “คลิ้ง!” แล้วแตกกระจายกลายเป็นเศษแก้วทิ่มเท้าจนเขาต้องเขย่งกลับบ้านไปพร้อมกับความว่างเปล่า เหมือนกับงานแต่งงานของฮันส์ครั้งนี้ที่ทุกอย่างที่เห็นว่าสวยหรู… แท้จริงแล้วมันไม่มีอะไรจริงเลยสักอย่างเดียว!

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องฮันส์แต่งงาน 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความร่ำรวยที่เกิดจากการ “สร้างภาพ” และการใช้คำพูดที่บิดเบือนข้อเท็จจริง อาจช่วยให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการในระยะสั้น แต่อาจนำไปสู่ชีวิตคู่ที่เริ่มต้นบนรากฐานของความหลอกลวง นอกจากนี้ยังสอนให้รู้ว่า “ความโลภมักทำให้คนตาบอด” เหมือนพ่อตาที่มองเห็นรอยปะกางเกงเป็นผืนที่ดิน เพียงเพราะความอยากได้จนลืมตรวจสอบความจริงให้รอบคอบ

ที่สำคัญที่สุดคือ “คำพูดเป็นดาบสองคม” ลุงของฮันส์ไม่ได้พูดโกหกแม้แต่คำเดียว (เขามีที่นั่งอุ่น มีขนมปังบิกิน และมีรอยปะจริงๆ) แต่เขารู้จักใช้ศิลปะแห่งการนำเสนอเพื่อลวงคนให้เข้าใจผิดตามที่เขาต้องการนั่นเอง

อ่านต่อ: คอลเลกชันนิทานกริมม์ที่นี่ taleZZZ.com

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานกริมม์เรื่องฮันส์แต่งงาน (อังกฤษ: Hans Married) จากคอลเลกชันนิทานพี่น้องกริมม์ลำดับที่ 84 KHM ที่รวบรวมโดยพี่น้องตระกูลกริมม์ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มนิทานประเภท “เรื่องเล่าชวนขัน” (Jests and Anecdotes) โดยเน้นไปที่การใช้ไหวพริบและการเล่นคำ (Puns) มากกว่าการเล่าเรื่องแนวมหัศจรรย์หรือศีลธรรมอันสูงส่ง เพื่อสะท้อนถึงวิถีชีวิตชาวบ้านที่ต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมในการดิ้นรนเพื่อยกระดับฐานะทางสังคม

ต้นกำเนิดของเรื่องนี้มาจากเรื่องเล่าพื้นบ้านในภูมิภาคแถบเยอรมนีที่ล้อเลียนความโลภของมนุษย์ โดยการใช้คำศัพท์ที่มีความหมายสองแง่สองง่าม เช่นคำว่า “Patches” ที่หมายถึงได้ทั้งรอยปะผ้าและที่ดินผืนเล็ก พี่น้องกริมม์เก็บบันทึกเรื่องนี้ไว้เพื่อชี้ให้เห็นถึงความฉลาดแกมโกงของชาวชนบทที่ใช้ภาษามาเป็นเครื่องมือในการเอาชนะคนงก ซึ่งเป็นมุกตลกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสมัยนั้น

ในส่วนท้ายของเรื่องที่มีการบรรยายถึงชุดที่ทำจากหิมะและใยแมงมุม เป็นเอกลักษณ์ของนิทานพื้นบ้านดั้งเดิมที่เรียกว่า “Lying Tale” หรือเรื่องเล่าโกหกพกลม ซึ่งมักจะเติมเข้ามาเพื่อส่งสัญญาณให้ผู้ฟังรู้ว่า “เรื่องที่เล่ามาทั้งหมดนี้คือเรื่องลวงโลก” เป็นการตบท้ายที่ช่วยย้ำเตือนใจคนฟังว่าอย่าได้หลงเชื่อสิ่งที่เห็นหรือได้ยินเพียงฉากหน้า เหมือนกับเจ้าสาวและพ่อตาจอมงกในเรื่องนั่นเอง

คติธรรม: “คำพูดลวงตาอาจสร้างภาพที่ยิ่งใหญ่ แต่สุดท้ายความจริงที่เหลืออยู่ก็เป็นเพียง ‘รอยปะ’ บนเสื้อผ้าผืนเดิม”