นิทานพื้นบ้านอินเดียเรื่องคุณยายกับฟักทองยักษ์

ปกนิทานพื้นบ้านอินเดียเรื่องคุณยายกับฟักทองยักษ์

กลางป่าลึกที่เงียบสงัด เสียงสายลมพัดผ่านยอดไม้ดังแว่วเบา ๆ แสงแดดลอดผ่านช่องว่างระหว่างกิ่งไม้ ทอดเงาลงบนเส้นทางดินแดงที่คดเคี้ยวไปไกลสุดสายตา ป่านี้เต็มไปด้วยเรื่องเล่ามากมาย หนึ่งในนั้นคือมีเรื่องราวนิทานพื้นบ้านสากลจากอินเดีย บางเรื่องเล่าเกี่ยวกับเสือที่ดุร้าย บางเรื่องพูดถึงหมาป่าที่ฉลาดเจ้าเล่ห์ และบางเรื่องเตือนว่าหากใครเดินลึกเข้าไป อาจไม่มีวันได้กลับออกมาอีก

แต่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ริมป่าแห่งนี้ มีหญิงชราคนหนึ่งที่ไม่กลัวเรื่องเล่าหรือตำนานใด ๆ นางอาศัยอยู่ด้วยความเรียบง่าย ใช้ชีวิตอย่างสุขสงบ วันหนึ่ง นางตัดสินใจเดินทางไปเยี่ยมลูกสาวที่อยู่ไกลออกไป แต่เพื่อไปให้ถึงจุดหมาย นางต้องเดินฝ่าป่าลึกแห่งนี้เพียงลำพัง โดยไม่รู้เลยว่า ข้างหน้ามีบางสิ่งกำลังรอคอยนางอยู่… กับนิทานพื้นบ้านอินเดียเรื่องคุณยายกับฟักทองยักษ์

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านอินเดียเรื่องคุณยายกับฟักทองยักษ์

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านอินเดียเรื่องคุณยายกับฟักทองยักษ์

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ หมู่บ้านเล็ก ๆ ริมป่า คุณยายอาศัยอยู่กับลูก ๆ อย่างสงบสุข นางเป็นหญิงชราผู้ฉลาดและคล่องแคล่ว แม้อายุจะมากแล้ว แต่นางก็ยังแข็งแรง วันหนึ่ง นางตัดสินใจเดินทางไปเยี่ยมลูกสาวที่อยู่ในหมู่บ้านอีกแห่ง ซึ่งอยู่ไกลออกไป และต้องเดินผ่านป่าทึบที่ขึ้นชื่อว่าเต็มไปด้วยสัตว์ร้าย

ก่อนออกเดินทาง ยายเตรียมของฝากใส่ตะกร้า ขนม ผลไม้ และของใช้เล็กๆ น้อยๆ ให้ลูกสาว เมื่อนางก้าวเข้าไปในป่า แสงแดดถูกบดบังด้วยเงาของต้นไม้สูงใหญ่ เสียงใบไม้ไหวในสายลมทำให้ทุกอย่างดูวังเวง

ยายเดินไปตามทางเรื่อย ๆ แต่แล้ว เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากข้างทาง

โครก! จู่ ๆ เสือตัวใหญ่กระโจนออกมาจากพงหญ้า ขวางทางนางไว้!

“ยายจ๋า ยายจะไปไหน?” เสือคำราม ดวงตาของมันเป็นประกายเจ้าเล่ห์

ยายแม้จะตกใจ แต่ยังคงใจเย็น นางยิ้มบางๆ และตอบเสียงเรียบ

“ข้าจะไปเยี่ยมลูกสาวของข้า”

เสือเลียริมฝีปาก “ข้าหิวพอดี! ข้าจะกินเจ้าเสียเดี๋ยวนี้!”

“อย่าเพิ่งเลยเสือเอ๋ย ข้ายังตัวเล็กและผอมเกินไป ถ้าเจ้ากินข้าตอนนี้ คงไม่อิ่มแน่ๆ ให้ข้ากลับจากเยี่ยมลูกสาวก่อน แล้วข้าจะกลับมาให้เจ้ากิน รับรองว่าข้าจะอ้วนกว่านี้!”

เสือจ้องหน้ายาย มันครุ่นคิดสักพักก่อนพยักหน้า

“ตกลง! แต่เจ้าต้องกลับมาจริงๆ นะ!”

“แน่นอน ข้าสัญญา”

ยายเดินต่อไป โดยไม่หันกลับไปมอง

แต่ยังไม่ทันพ้นเขตป่าเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้หมีตัวใหญ่ออกมาขวางทาง

“ยายจ๋า ยายจะไปไหน?” หมีถามเสียงต่ำ

“ข้าจะไปเยี่ยมลูกสาวของข้า”

“ข้าหิว ข้าจะกินเจ้าเดี๋ยวนี้!”

“โอ้ อย่าทำอย่างนั้นเลยหมีเอ๋ย ข้ายังตัวเล็กเกินไป หากเจ้ารอให้ข้ากลับมา ข้าจะตัวอ้วนและนุ่มน่ากินกว่านี้!”

หมีจ้องยายเขม็ง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ถ้าอย่างนั้น ข้าจะรอ! แต่เจ้าต้องกลับมาจริง ๆ!”

“ข้าสัญญา!”

ยายเดินจากไปอย่างรวดเร็ว คราวนี้นางเริ่มรู้แล้วว่าป่านี้อันตรายกว่าที่คิด

แต่เคราะห์กรรมยังไม่หมดแค่นั้น!

หมาป่าผอมโซก็กระโจนออกมาขวางทาง

“ยายจ๋า ยายจะไปไหน?”

“ข้าจะไปเยี่ยมลูกสาวของข้า”

“ข้าหิวเหลือเกิน ข้าจะกินเจ้าซะตอนนี้!” หมาป่าพูดพลางเลียริมฝีปาก

แต่ยายฉลาดนางรู้ว่าหมาป่าเป็นสัตว์ที่ชอบรอโอกาสที่ดีที่สุด นางจึงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“หมาป่าผู้น่าสงสารเอ๋ย ข้ายังผอมเกินไป กินข้าตอนนี้เจ้าจะไม่ได้อะไรเลย ให้ข้ากลับจากบ้านลูกสาวก่อน แล้วเจ้าจะได้กินข้าที่อ้วนและอร่อยกว่าเดิม!”

หมาป่าตาเป็นประกาย “ก็ได้! ข้าจะรอ!”

“ข้าสัญญา” ยายพูดพลางเดินออกจากป่าไป แต่ในใจของนางกลับไม่ได้คิดจะทำตามสัญญานั้นเลย!

เมื่อยายมาถึงบ้านของลูกสาว นางได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ทั้งสองใช้เวลาพูดคุยและหัวเราะกันอย่างมีความสุข แต่เมื่อถึงเวลาต้องเดินทางกลับ สีหน้าของยายก็เปลี่ยนไป “เป็นอะไรไปหรือจ๊ะ แม่?”

ยายถอนหายใจ ก่อนจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ลูกสาวฟัง ตั้งแต่การเผชิญหน้ากับเสือ หมี และหมาป่า และคำสัญญาที่นางให้ไว้เพื่อเอาตัวรอด

ลูกสาวขมวดคิ้ว “แม่จะกลับไปตามสัญญาไม่ได้หรอกนะ พวกมันต้องกินแม่แน่ ๆ! แต่ข้าจะทำอย่างไรได้เล่า?”

ลูกสาวของยายครุ่นคิด ก่อนจะเอาฟักทองยักษ์ลูกหนึ่งออกมา “เราจะคว้านเนื้อฟักทองออก ให้แม่ซ่อนตัวอยู่ข้างใน แล้วกลิ้งฟักทองไปตามทางป่า! สัตว์ร้ายจะไม่รู้ว่าแม่อยู่ในนั้น!”

ยายหัวเราะเบา ๆ “เจ้าฉลาดเหมือนแม่จริง ๆ!”

พวกเขาช่วยกัน คว้านเนื้อฟักทองออกจนเหลือแต่เปลือกหนา ๆ ข้างในกลวงโบ๋ จากนั้น ยายค่อย ๆ มุดเข้าไปจนร่างของนางหายไปในฟักทองยักษ์

ลูกสาวปิดเปลือกฟักทองอย่างแน่นหนา แล้วกลิ้งมันออกไปทางป่า ฟักทองยักษ์เริ่มกลิ้งไปตามทางเด้งไปมาเล็กน้อย เปื้อนดินโคลนไปตลอดทาง

ยายซ่อนตัวอยู่ข้างในเงียบกริบ หัวใจเต้นแรง “ข้าหวังว่าแผนนี้จะได้ผล!”

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านอินเดียเรื่องคุณยายกับฟักทองยักษ์ 2

ฟักทองกลิ้งเข้าไปในป่าลึก… ข้างหน้ามีเงาดำของสัตว์ร้ายรออยู่แล้ว…

ฟักทองยักษ์กลิ้งไปตามทาง เด้งขึ้นลงตามพื้นดินขรุขระ ยายซ่อนตัวอยู่ข้างใน เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ หัวใจเต้นแรงเมื่อนึกถึงสัตว์ร้ายที่รออยู่ข้างหน้า

ไม่นาน เงาดำขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นเสือดุร้ายยืนขวางทาง! “ยายจ๋า ยายอยู่ไหน? ถึงเวลาของข้าแล้ว!” เสือคำราม ดวงตาจับจ้องไปยังเส้นทางข้างหน้า

ฟักทองกลิ้งผ่านมันไปช้า ๆ เสือมองตาม ก่อนจะเอียงคอเล็กน้อย “นั่นมันฟักทองนี่นา… ไม่ใช่ยาย!” มันขมวดคิ้ว ก่อนจะพยักหน้าให้ตัวเอง

“ยายอาจยังไม่กลับมา… ข้าจะรอต่อไป!” เสือหลงกล ฟักทองกลิ้งผ่านไปได้โดยไม่มีใครขัดขวาง

ฟักทองยังคงกลิ้งต่อไป ไม่นานก็ถึงเขตของ หมีตัวใหญ่ที่ยืนดักรอ “ยายจ๋า เจ้าหนีไปไหน?”

ฟักทองยังคงกลิ้งไปเรื่อย ๆ “อืม… แค่ฟักทองสินะ” หมีพึมพำ แล้วเดินจากไป

ยายยิ้มอยู่ข้างใน “อีกนิดเดียวเท่านั้น!”

แต่แล้ว… หมาป่าผอมโซก็กระโจนออกมาขวางทาง!

“ยาย! ข้ารอเจ้ามานานแล้ว!” มันเลียริมฝีปากด้วยความหิว ฟักทองกลิ้งผ่านมันไปเช่นเดิม แต่คราวนี้ หมาป่าไม่ได้โง่เหมือนตัวอื่น มันขมวดคิ้วแล้วเดินตามฟักทองไปช้า ๆ

“ทำไมฟักทองถึงกลิ้งเองได้?” มันขยับเข้ามาใกล้ เอาจมูกดมเปลือกฟักทอง แล้วสูดดมแรง ๆ “กลิ่นนี้… คุ้น ๆ!”

หมาป่าอ้าปาก กำลังจะลองกัดเปลือกฟักทองดู แต่ก่อนที่มันจะทันได้ทำอะไร…

ยายเห็นท่าไม่ดี นางจึงกระโจนออกจากฟักทอง!

“วิ่ง!” นางร้องออกมา ก่อนจะออกตัวสุดแรงเกิด!

“นั่นไง! ยายอยู่ตรงนั้น!” หมาป่าคำราม ก่อนจะพุ่งไล่ตาม

ยายวิ่งเร็วที่สุดในชีวิต! ฝีเท้าของนางแทบไม่แตะพื้น หัวใจเต้นแรง แต่ขากลับไวกว่าเคย “ข้าจะกินเจ้าเดี๋ยวนี้!”

แต่ก่อนที่มันจะถึงตัวยาย นางคว้ากิ่งไม้แข็งแรงที่ตกอยู่ริมทาง ก่อนตวัดมันใส่หน้าหมาป่าเต็มแรง! เพี้ยะ!

หมาป่าร้องเสียงหลง มันไม่คิดว่ายายจะสู้กลับ! ก่อนที่มันจะตั้งตัวได้ ยายก็เร่งฝีเท้าสุดชีวิต และพ้นจากป่าไปได้สำเร็จ!

สัตว์ร้ายรู้ตัวว่าถูกหลอก แต่มันก็สายเกินไปแล้ว ยายกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย “คราวหน้า ข้าจะไม่เดินผ่านป่านี้อีกแล้ว!”

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมายายก็เล่าเรื่องนี้ให้ลูกหลานฟังเสมอ เป็นเรื่องราวของไหวพริบ สติปัญญา และความกล้าหาญ ที่ช่วยให้นางรอดพ้นจากอันตรายครั้งใหญ่ในชีวิต

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านอินเดียเรื่องคุณยายกับฟักทองยักษ์ 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… สติปัญญาและไหวพริบสามารถช่วยให้เรารอดพ้นจากอันตราย แม้ยายจะอายุมากและไม่มีพละกำลังต่อสู้กับสัตว์ร้าย แต่นางใช้ความฉลาดและเล่ห์เหลี่ยมเอาตัวรอดได้

อย่าไว้ใจคำพูดของผู้ที่หวังร้าย ยายสัญญากับสัตว์ร้ายว่าจะกลับมาให้พวกมันกิน แต่แท้จริงแล้ว นางไม่เคยตั้งใจทำตามสัญญานั้นเลย เช่นเดียวกับในชีวิตจริงที่บางครั้ง เราไม่ควรเชื่อทุกคำพูดที่ฟังดูดีจากผู้ที่มีเจตนาไม่บริสุทธิ์

การแก้ปัญหาต้องใช้สติและความคิดสร้างสรรค์ เมื่อเผชิญกับอันตราย ยายและลูกสาวไม่ได้ใช้กำลัง แต่ใช้แผนฉลาดๆ ในการหลบหนี นี่แสดงให้เห็นว่า ความคิดดีๆ อาจช่วยเราแก้ปัญหาได้ดีกว่าการเผชิญหน้าตรงๆ

เมื่อเผชิญกับอุปสรรค อย่าตื่นตระหนก แต่จงหาทางออกที่ดีที่สุด ยายพบกับเสือ หมี และหมาป่า แต่นางไม่ตื่นกลัวจนทำอะไรไม่ถูก นางสงบสติและคิดหาวิธีหลบหนี จนสามารถรอดพ้นได้อย่างปลอดภัย

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานพื้นบ้านอินเดียเรื่องคุณยายกับฟักทองยักษ์ (อังกฤษ: Grandma and the Great Gourd) เป็นนิทานพื้นบ้านจากแคว้นเบงกอล ประเทศอินเดีย ซึ่งเล่าสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน นิทานเรื่องนี้สะท้อนภูมิปัญญาชาวบ้านที่เน้นการใช้ไหวพริบมากกว่ากำลัง และยังเป็นหนึ่งในเรื่องเล่าที่สอดแทรกแนวคิดเกี่ยวกับครอบครัว ความรัก และการเอาตัวรอดจากอันตราย

นิทานเวอร์ชันนี้เป็นที่รู้จักมากขึ้นผ่านการดัดแปลงเป็นหนังสือภาพเด็กโดย Chitra Banerjee Divakaruni นักเขียนชาวอินเดีย-อเมริกัน ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2013 ภายใต้ชื่อ “Grandma and the Great Gourd: A Bengali Folktale” โดยเธอนำโครงเรื่องดั้งเดิมของนิทานพื้นบ้านมาเรียบเรียงใหม่ให้เข้าถึงเด็กยุคใหม่มากขึ้น

แม้ว่าจะเป็นนิทานจากอินเดีย แต่เรื่องราวลักษณะนี้สามารถพบได้ในนิทานพื้นบ้านของหลายวัฒนธรรมทั่วโลก เช่น “ลูกหมูสามตัว” ของตะวันตกที่สัตว์ร้ายพยายามหลอกเหยื่อ หรือ “หนูน้อยหมวกแด ที่ตัวละครต้องหลบหนีจากสัตว์นักล่า อย่างไรก็ตาม นิทานเรื่องนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยใช้ฟักทองยักษ์ เป็นสัญลักษณ์ของภูมิปัญญาและการเอาตัวรอด ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้ในวิถีชีวิตของชาวอินเดียโบราณ

นอกจากจะเป็นนิทานที่เล่าขานกันในหมู่เด็ก ๆ แล้ว เรื่องนี้ยังสะท้อนถึงความฉลาดและความกล้าหาญของหญิงชรา ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้สูงอายุที่แม้จะดูอ่อนแอ แต่กลับมีปัญญาเอาตัวรอดจากอันตรายได้ จึงกลายเป็นนิทานที่มีคุณค่าและยังคงได้รับการเล่าต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

“ปัญญานำทางรอด ดีกว่ากำลังที่ไร้หนทาง”