ปกนิทานกริมม์เรื่องเฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์

นิทานกริมม์เรื่องเฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์

ในโลกที่เส้นแบ่งระหว่างความดีและความชั่วถูกทดสอบด้วยความโลภและริษยา ความซื่อสัตย์มักกลายเป็นเกราะป้องกันเพียงหนึ่งเดียวที่ช่วยให้มนุษย์ก้าวผ่านขวากหนามอันตรายไปได้

มีนิทานกริมม์เรื่องหนึ่งเล่าถึงชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในสัจจะและการเดินทางที่เต็มไปด้วยปาฏิหาริย์จากเพื่อนร่วมทางที่คาดไม่ถึง เพื่อพิสูจน์ว่าหัวใจที่เที่ยงธรรมนั้นมีอานุภาพเหนือกว่าเล่ห์กลใด ๆ ในปฐพี กับนิทานกริมม์เรื่องเฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องเฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์

เนื้อเรื่องนิทานกริมม์เรื่องเฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสามีภรรยาคู่หนึ่ง ในยามที่พวกเขายังมั่งคั่งร่ำรวย ทั้งคู่กลับไม่มีบุตรไว้สืบสกุลเลยแม้แต่คนเดียว แต่ทว่าเมื่อโชคชะตาผันผวนจนพวกเขาตกยากกลายเป็นคนจนเข็ญ กลับมีเด็กชายตัวน้อยถือกำเนิดขึ้นมาในบ้านที่ซบเซา

ความจนทำให้ไม่มีใครอยากมาเป็นพ่อทูนหัวให้แก่เด็กน้อย ผู้เป็นพ่อจึงตัดสินใจออกเดินทางไปต่างเมืองเพื่อลองหาใครสักคนมาทำหน้าที่นี้ ระหว่างทางเขาได้พบกับชายขอทานท่าทางซูบซีดคนหนึ่ง ซึ่งเอ่ยถามเขาว่า “ท่านกำลังจะไปที่ใดรึ?”

ข้ากำลังหาใครสักคนมาเป็นพ่อทูนหัวให้ลูกชาย” พ่อตอบด้วยเสียงเศร้า “แต่ข้ามันยากจนเหลือเกิน คงไม่มีใครยอมมาเป็นพ่อทูนหัวให้คนจน ๆ หรอก”

ชายขอทานได้ยินดังนั้นจึงยิ้มและกล่าวว่า เจ้าจน ข้าก็จน ข้าจะเป็นพ่อทูนหัวให้เจ้าเอง แต่ข้าขัดสนยิ่งนัก ข้าไม่มีสิ่งของมีค่าใดจะมอบให้แก่เด็กคนนี้หรอกนะ… จงกลับบ้านไปเถิด และบอกให้แม่นมพาลูกของเจ้ามาพบข้าที่โบสถ์”

เมื่อทุกคนมาพร้อมกันที่โบสถ์ ชายขอทานก็รออยู่ก่อนแล้ว เขาประคองเด็กน้อยและตั้งชื่อให้ว่า “เฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์” หลังเสร็จพิธี ขณะที่กำลังจะเดินออกจากโบสถ์ ชายขอทานได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “บัดนี้จงกลับบ้านเถิด ข้าไม่มีสิ่งใดจะมอบให้เจ้า และเจ้าก็ไม่ต้องมอบสิ่งใดให้ข้าเป็นการตอบแทนเช่นกัน”

แต่ก่อนจะจากไป เขาได้ยื่นกุญแจดอกหนึ่งให้แก่แม่นม พร้อมกำชับอย่างหนักแน่นว่า “จงนำกุญแจนี้ไปให้ผู้เป็นพ่อ และสั่งให้เขาเก็บรักษามันไว้ให้ดีจนกว่าเด็กคนนี้จะอายุครบสิบสี่ปี เมื่อถึงเวลานั้น ให้เขาไปยังทุ่งกว้างที่มีปราสาทตั้งอยู่ กุญแจดอกนี้จะไขความลับที่นั่น และทุกสิ่งที่อยู่ข้างในจะตกเป็นของเขาทั้งหมด”

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องเฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์ 2

เวลาผ่านไปจนเฟอร์ดินานด์อายุได้เจ็ดขวบ เขาเติบโตขึ้นมาก วันหนึ่งขณะไปเล่นกับเด็กคนอื่น ๆ เพื่อน ๆ ต่างพากันอวดอ้างถึงของขวัญล้ำค่าที่ได้รับจากพ่อทูนหัวของตน แต่เฟอร์ดินานด์กลับนิ่งเงียบเพราะเขาไม่มีอะไรจะอวดเลย เขาเสียใจมากจึงวิ่งกลับบ้านไปถามพ่อว่า “ลูกไม่ได้อะไรเลยหรือครับพ่อ จากพ่อทูนหัวของลูกน่ะ?”

“โอ้ มีสิลูก” พ่อตอบ “เจ้ามีกุญแจดอกหนึ่ง หากมีปราสาทตั้งอยู่บนทุ่งกว้างจริง ๆ เจ้าก็จงไปที่นั่นและเปิดมันออกดูเถิด”

เฟอร์ดินานด์รีบเดินทางไปยังทุ่งกว้างตามคำบอก แต่เขากลับไม่พบปราสาท ไม่เห็นแม้แต่เงา หรือได้ยินข่าวคราวของมันเลยแม้แต่น้อย เขาจึงกลับบ้านไปด้วยความผิดหวัง

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปอีกเจ็ดปี เมื่อเขาอายุครบสิบสี่ปีบริบูรณ์ เขาตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังทุ่งกว้างนั้นอีกครั้ง และคราวนี้ปราสาทหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทุ่งจริง ๆ! เมื่อเขาเสียบกุญแจและเปิดประตูเข้าไป เขากลับไม่พบสมบัติเงินทองใด ๆ เลย สิ่งเดียวที่อยู่ข้างในคือ “ม้าสีขาว” ตัวหนึ่ง

เฟอร์ดินานด์ปลาบปลื้มใจมากที่มีม้าเป็นของตนเอง เขาขึ้นขี่มันและควบกลับไปหาพ่อพร้อมประกาศว่า “บัดนี้ข้ามีม้าสีขาวแล้ว ข้าจะออกไปท่องเที่ยวดูโลกกว้าง!”

ขณะที่เขากำลังขี่ม้าลัดเลาะไปตามเส้นทาง เขาเหลือบไปเห็น ปากกา ดอกหนึ่งตกอยู่บนถนน ตอนแรกเขาคิดจะเก็บมันขึ้นมา แต่แล้วก็เปลี่ยนใจคิดในใจว่า “ทิ้งมันไว้ที่นั่นเถิด ในเมืองข้างหน้าคงมีปากกาให้หาได้ง่าย ๆ หากข้าจำเป็นต้องใช้” แต่ขณะที่กำลังจะควบม้าจากไป

กลับมีเสียงลึกลับตะโกนไล่หลังมาว่า “เฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์ เก็บมันไปด้วย!”

เขามองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นใครเลย จึงตัดสินใจย้อนกลับไปหยิบปากกานั้นขึ้นมา เมื่อเดินทางต่อไปได้สักพัก เขาผ่านทะเลสาบแห่งหนึ่ง และเห็นปลาตัวหนึ่งนอนดิ้นรนหายใจติดแหง็กอยู่บนฝั่งอย่างน่าเวทนา เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า “รอประเดี๋ยวนะ เจ้าปลาเพื่อนรัก ข้าจะช่วยเจ้าลงน้ำเอง” เขาจับหางมันและโยนกลับลงสู่ทะเลสาบ

ทันใดนั้น ปลาก็ชูหัวขึ้นเหนือน้ำแล้วกล่าวว่า ในเมื่อท่านช่วยข้าให้พ้นจากโคลนตม ข้าจะมอบขลุ่ยเล่มนี้ให้ท่าน เมื่อใดที่ท่านเดือดร้อน จงเป่ามันแล้วข้าจะมาช่วย และหากท่านทำสิ่งใดตกน้ำ เพียงแค่เป่าขลุ่ย ข้าจะนำสิ่งนั้นมาคืนให้ท่านเอง”

เฟอร์ดินานด์รับขลุ่ยมาและขี่ม้าเดินทางต่อไป โดยไม่รู้เลยว่าการเดินทางครั้งนี้จะนำเขาไปสู่บททดสอบที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม…

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องเฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์ 3

หลังจากที่เฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์เดินทางต่อมาได้สักพัก เขาได้พบกับชายคนหนึ่งระหว่างทาง ชายผู้นั้นเอ่ยถามว่าเขาจะไปที่ใด เฟอร์ดินานด์ตอบว่า “ข้ากำลังจะไปยังเมืองข้างหน้า” เมื่อถูกถามชื่อ เขาจึงตอบไปตามตรงว่า “ข้าชื่อ เฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์”

“โอ้! ถ้าอย่างนั้นเราก็มีชื่อเกือบจะเหมือนกันเลย” ชายผู้นั้นตอบด้วยรอยยิ้มประหลาด “เพราะข้าชื่อ เฟอร์ดินานด์ผู้ไม่ซื่อสัตย์”

ทั้งคู่ตัดสินใจเดินทางร่วมกันจนถึงโรงเตี๊ยมในเมืองถัดไป ทว่าสิ่งที่เป็นอันตรายคือ เฟอร์ดินานด์ผู้ไม่ซื่อสัตย์นั้นล่วงรู้ทุกสิ่งที่อีกฝ่ายคิดและกำลังจะทำผ่านวิชาอาคมอันชั่วร้ายที่เขาครอบครองอยู่

ในโรงเตี๊ยมแห่งนั้นมีหญิงสาวผู้ซื่อสัตย์และงดงามคนหนึ่ง เธอตกหลุมรักเฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์ทันทีที่เห็นความสง่างามของเขา และได้แนะนำว่า “ท่านควรอยู่ที่นี่เถิด เพราะพระราชาแห่งเมืองนี้กำลังต้องการคนดูแลม้าหรือผู้นำขบวน ท่านควรเข้าไปรับใช้พระองค์นะ”

เฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์ตอบอย่างถ่อมตัวว่าเขาคงไม่กล้าไปเสนอตัวต่อหน้าพระราชาเช่นนั้น หญิงสาวจึงอาสาไปจัดการให้ และเธอก็ไปทูลพระราชาจนพระองค์ทรงตอบรับ พระราชาต้องการให้เขาเป็นมหาดเล็ก แต่เฟอร์ดินานด์ขอเลือกเป็น “คนดูแลม้า” เพราะเขาต้องการอยู่ใกล้ชิดกับม้าสีขาวของเขาเสมอ

เมื่อเฟอร์ดินานด์ผู้ไม่ซื่อสัตย์รู้เรื่องเข้า เขาก็ไปคาดคั้นหญิงสาวว่า “อะไรกัน! เจ้าช่วยแต่มัน แต่ไม่ช่วยข้าบ้างรึ?” หญิงสาวผู้ชาญฉลาดคิดในใจว่า “ข้าก็ต้องทำดีกับชายคนนี้ไว้ด้วย เพราะเขาเป็นคนที่ไม่น่าไว้วางใจ และห่วงเรื่องความปลอดภัยของตัวเธอเอง” เธอจึงช่วยฝากงานให้เขาจนพระราชารับเข้าทำงานในวังเช่นกัน

หลังจากที่ผู้หญิงช่วยฝากงานให้ทั้งคู่แล้ว ทั้ง “เฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์” และ “เฟอร์ดินานด์ผู้ไม่ซื่อสัตย์” ต่างก็เข้ามาอยู่ในรั้วในวังเดียวกันแล้ว เพียงแต่แยกหน้าที่กัน

เฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์ทำหน้าที่เป็นคนดูแลม้า (เพราะอยากอยู่กับม้าขาว)
เฟอร์ดินานด์ผู้ไม่ซื่อสัตย์ทำหน้าที่เป็นมหาดเล็กหรือข้ารับใช้ใกล้ชิด (เพราะผู้หญิงฝากงานให้ตามที่ขอ)

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องเฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์ 4

เมื่อทั้งคู่ได้เข้าทำงานในวัง เฟอร์ดินานด์ผู้ไม่ซื่อสัตย์ก็คอยจับตาดูและริษยาความโชคดีของอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งวันหนึ่งโอกาสของคนชั่วก็มาถึง

ในทุก ๆ เช้าที่พระราชาพบปะกับเหล่าขุนนาง พระองค์มักจะคร่ำครวญว่า “โอ้… หากข้าได้ยอดรักของข้ามาอยู่เคียงข้างก็คงจะดี” เมื่อเฟอร์ดินานด์ผู้ไม่ซื่อสัตย์ได้ยินดังนั้น จึงคิดแผนร้ายขึ้นมาได้

เฟอร์ดินานด์ผู้ไม่ซื่อสัตย์ซึ่งจ้องจะทำลายอีกฝ่ายอยู่เสมอ เมื่อเห็นโอกาสจึงทูลขึ้นว่า “ท่านมีคนดูแลม้าฝีมือดีอยู่นี่พะย่ะค่ะ! ส่งเขาออกไปพาตัวนางมาสิ และถ้าเขาทำไม่สำเร็จ ก็จงสั่งตัดศีรษะเขาเสีย!”

พระราชาจึงเรียกเฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์มาสั่งการว่า มีหญิงสาวที่พระองค์รักอยู่ที่ปราสาทแห่งหนึ่ง และเขาต้องไปพานางมาให้ได้ มิฉะนั้นเขาจะต้องตาย เฟอร์ดินานด์เดินกลับไปยังคอกม้าด้วยความทุกข์ระทม เขากอดคอม้าขาวแล้วร้องไห้ “โอ้ ข้าเป็นชายที่อาภัพเหลือเกิน!”

ทันใดนั้น มีเสียงดังขึ้นจากข้างหลังเขาว่า “เฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์ เจ้าร้องไห้ทำไม?” เขามองไปรอบ ๆ แต่ไม่พบใคร จึงร้องไห้ต่อ “โอ้ ม้าขาวเพื่อนรัก ข้าต้องจากเจ้าไปแล้ว ข้าต้องตายแน่ ๆ” ทันใดนั้นม้าขาวก็ถามซ้ำอีกครั้ง จนเฟอร์ดินานด์ตกใจและถามว่า “นี่เจ้าพูดได้รึ ม้าขาวของข้า? เจ้าทำแบบนั้นได้ด้วยรึ?”

ม้าขาวจึงแนะนำแผนการว่า “จงไปทูลพระราชาว่า หากพระองค์มอบสิ่งที่เจ้าต้องการ เจ้าจะไปพาตัวนางมาให้ ให้พระองค์เตรียมเรือสองลำ ลำหนึ่งบรรทุกเนื้อให้เต็ม และอีกลำหนึ่งบรรทุกขนมปังให้เต็ม” ม้าอธิบายต่อว่าในทะเลเลสาบนั้นมีพวกยักษ์ที่หิวกระหายซึ่งจะฉีกร่างมนุษย์หากไม่มีเนื้อไปให้ และมีนกยักษ์ที่จะจิกนัยน์ตาหากไม่มีขนมปังไปให้

เมื่อทุกอย่างพร้อม เฟอร์ดินานด์ขึ้นขี่ม้าขาวลงเรือ เมื่อเหล่ายักษ์ปรากฏตัวขึ้น เขาต้องกล่าวว่า “สงบเถิด สงบเถิดเจ้ายักษ์ตัวน้อย ข้าคิดถึงพวกเจ้า จึงนำบางอย่างมาให้พวกเจ้า”

และเมื่อเหล่านกยักษ์บินมา เขาก็กล่าวว่า “สงบเถิด สงบเถิดเหล่านกตัวน้อย ข้าคิดถึงพวกเจ้า จึงนำบางอย่างมาให้พวกเจ้า”

ด้วยความใจดีและอาหารที่เตรียมมา เหล่ายักษ์และนกจึงยอมเป็นมิตร พวกยักษ์ยังช่วยแบกเตียงที่เจ้าหญิงกำลังนอนหลับอยู่จากปราสาทมาวางไว้บนเรือให้แก่เฟอร์ดินานด์ตามคำแนะนำของม้าขาว โดยที่เขาไม่ต้องปลุกนางเลยแม้แต่น้อย และเขาก็พาเจ้าหญิงกลับมาถวายพระราชาได้สำเร็จ!

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องเฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์ 5

เมื่อเจ้าหญิงมาถึงวัง พระราชาก็ทรงดีพระทัยยิ่งนัก ทว่าเจ้าหญิงกลับประกาศว่าเธอไม่อาจใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้ หากไม่มี “สมุดบันทึก” ซึ่งลืมทิ้งไว้ในปราสาทนั้นของเธอ เฟอร์ดินานด์ผู้ไม่ซื่อสัตย์รีบฉวยโอกาสยุยงพระราชาอีกครั้ง จนพระราชาสั่งเฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์ว่า “จงไปเอาสมุดบันทึกที่ปราสาทมาให้ได้ มิฉะนั้นเจ้าจะต้องตาย!”

เฟอร์ดินานด์กลับไปที่คอกม้าด้วยความเศร้าสร้อย แต่ม้าขาวก็ปลอบใจเขาและบอกให้จัดเตรียมเรือบรรทุกเนื้อและขนมปังเหมือนคราวก่อนเพื่อสงบเหล่ายักษ์และฝูงนก เมื่อไปถึงปราสาท ม้าขาวบอกให้เขาเข้าไปในห้องนอนของเจ้าหญิง และเขาจะพบสมุดบันทึกวางอยู่บนโต๊ะ

ในขณะที่เขากำลังล่องเรือกลับพร้อมสมุดบันทึก เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเขาเผลอทำปากกา ที่เคยเก็บได้ตกลงไปในน้ำลึก ม้าขาวกล่าวด้วยเสียงเศร้าว่า “คราวนี้ข้าช่วยอะไรเจ้าไม่ได้เลย”

แต่ทันใดนั้น เฟอร์ดินานด์ก็นึกถึงขลุ่ยขึ้นมาได้ เขาจึงหยิบมันมาเป่าส่งเสียงกังวานไปทั่วผืนน้ำ ไม่นานนักปลาที่เขาเคยช่วยชีวิตไว้ก็โผล่ขึ้นมาพร้อมกับคาบปากกามาคืนให้ถึงมือ

หลังจากที่เฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์นำสมุดบันทึกกลับมาถวายได้สำเร็จ งานวิวาห์ก็ถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ทว่าภายใต้ความรื่นเริงนั้น หัวใจของราชินีกลับแห้งแล้ง เพราะเธอพบว่า พระราชาองค์นี้ช่างไร้เสน่ห์และขาดความสง่างาม

ความอัปลักษณ์ที่สะท้อนถึงนิสัย: การที่พระราชา “ไม่มีจมูก” ในทางนิทานกริมม์มักสื่อถึงความไม่สมประกอบหรือความผิดปกติทางใจ พระราชาองค์นี้ไม่เพียงแต่มีรูปลักษณ์ที่ดูน่าขบขันและประหลาด แต่เขายังเป็นคนหูเบา เชื่อคนง่าย (เห็นได้จากการเชื่อคำยุยงของคนชั่ว) และขี้ขลาดที่ไม่กล้าออกไปเผชิญหน้ากับยักษ์หรือนกยักษ์ด้วยตัวเอง แต่กลับส่งข้ารับใช้ไปตายแทนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราชินีจึงมองพระราชาเป็นเพียงชายแก่ที่เห็นแก่ตัวและไร้ความกล้าหาญ

ความประทับใจในความซื่อสัตย์: ในทางกลับกัน ราชินีแอบเฝ้ามองเฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์ มาตลอด เธอเห็นว่าเขาคือคนที่บุกน้ำลุยไฟไปช่วยเธอมาจากยักษ์และนกยักษ์ด้วยความภักดี แม้จะรู้ว่าเสี่ยงตายแต่เขาก็ไม่เคยบิดพริ้ว ความซื่อสัตย์ที่หยั่งลึกในแววตาและกิริยาอันสุภาพของเขา ทำให้เขามีเสน่ห์ในฐานะ “วีรบุรุษตัวจริง” ที่เหนือกว่าชายใดในวัง

“เหตุใดข้าต้องมอบใจให้กับชายโฉดที่นั่งสั่งการอยู่บนบัลลังก์ ในเมื่อชายที่เปี่ยมด้วยสัจจะและเกียรติยศยืนอยู่ตรงหน้าข้าเช่นนี้”

วันหนึ่ง ต่อหน้าเหล่าขุนนาง ราชินีประกาศว่าเธอมีกลวิเศษ “ข้าสามารถตัดศีรษะใครก็ได้และต่อกลับคืนให้เหมือนเดิมได้ทันที ใครอยากจะเป็นอาสาสมัครให้ข้าทดลองบ้าง?” แต่ไม่มีใครกล้า จนกระทั่งเฟอร์ดินานด์ผู้ไม่ซื่อสัตย์ยุยงให้เฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์รับคำท้านั้น ราชินีจึงเงื้อดาบตัดศีรษะเขา และต่อกลับคืนในชั่วพริบตา บาดแผลประสานกันสนิทจนเหลือเพียงรอยเส้นด้ายสีแดงบาง ๆ รอบคอเท่านั้น

พระราชาเห็นดังนั้นก็ทรงทึ่งในวิชามนต์ดำ จึงเอ่ยถามว่า “ยอดรัก เจ้าไปเรียนวิชานี้มาจากไหน? ลองทำกับข้าบ้างได้ไหม?” ราชินีตอบด้วยรอยยิ้มแฝงนัยว่า “แน่นอน ข้าเข้าใจศิลปะนี้ดี ให้ข้าลองทำกับท่านดูเถิด” ทันทีที่ศีรษะของพระราชาขาดสะบั้นลง

นี่เป็นเหตุผลที่เธอวางแผนใช้ “กลอุบายตัดหัว” เพื่อกำจัดพระราชาผู้โง่เขลาออกไปจากทาง และยกบัลลังก์ให้กับชายที่เธอเห็นว่าคู่ควรที่สุด ทั้งในแง่ของรูปโฉมและความซื่อสัตย์นั่นเองครับ

ราชินีกลับแสร้งทำเป็นว่าไม่สามารถต่อมันกลับคืนได้ ศีรษะของพระราชาจึงหลุดกลิ้งอยู่อย่างนั้น พระราชาผู้ไร้จมูกจึงถูกฝังอย่างเรียบง่าย และราชินีก็ได้อภิเษกสมรสกับเฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์ในที่สุด

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องเฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์ 6

แม้จะได้เป็นราชาผู้ครองเมืองและมีราชินีที่สวยงามอยู่เคียงข้าง แต่เฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์ก็ยังคงไปเยี่ยมเยียนและขี่ม้าสีขาวของเขาเป็นประจำ วันหนึ่งขณะที่เขาประทับอยู่บนหลังม้า ม้าขาวก็พูดกับเขาว่า

“จงควบข้าไปยังทุ่งกว้างที่เจ้ารู้จัก และจงควบวิ่งวนรอบทุ่งนั้นให้ครบสามรอบ”

เฟอร์ดินานด์ทำตามคำขอของเพื่อนยากทันที เมื่อเขาสิ้นสุดการวิ่งรอบที่สาม เหตุการณ์มหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น ม้าขาวตัวนั้นลุกขึ้นยืนด้วยสองขาหลัง ร่างกายที่ปกคลุมด้วยขนสีขาวค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไป และในพริบตานั้น ม้าสีขาวก็ได้กลายร่างเป็น “เจ้าชาย” ผู้สง่างาม

แท้จริงแล้วม้าขาวคือเจ้าชายที่ถูกสาปไว้ และเฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์คือผู้ที่ทำลายคำสาปนั้นด้วยความดีและความซื่อสัตย์ของเขา ทั้งสองต่างเป็นมิตรแท้ต่อกัน และใช้ชีวิตอย่างสงบสุขสืบไปในอาณาจักรที่เต็มไปด้วยความซื่อสัตย์และยุติธรรม

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องเฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์ 7

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความซื่อสัตย์และจิตใจที่โอบอ้อมอารีคือขุมทรัพย์ที่แท้จริงซึ่งจะคอยปกป้องเราในยามคับขัน มันล้วนเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความดีที่จะย้อนกลับมาช่วยเหลือเราในยามวิกฤตเสมอ

เหมือนเช่นที่เฟอร์ดินานด์ได้รับความช่วยเหลือจากม้าขาวและฝูงสัตว์เพราะความดีที่เขาเคยทำไว้ ในขณะที่ความริษยาและการใช้เล่ห์เหลี่ยมหวังทำลายผู้อื่นเหมือนดั่งเฟอร์ดินานด์ผู้ไม่ซื่อสัตย์นั้น สุดท้ายมักจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เปรียบเสมือนธรรมะที่ย่อมชนะอธรรมเสมอ โดยที่ผู้มีความสัตย์จริงและเพียรพยายามจะได้รับรางวัลเป็นชีวิตที่สง่างามและมีความสุขในบั้นปลาย

อ่านต่อ: คอลเลกชันนิทานกริมม์อ่านสนุกเพลิดเพลินได้ข้อคิดดี ๆ อ่านได้ทุกวัย ที่นี่ taleZZZ.com

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานกริมม์เรื่องเฟอร์ดินานด์ผู้ซื่อสัตย์ (อังกฤษ: Ferdinand the Faithful) นิทานเรื่องนี้ได้รับการรวบรวมโดยพี่น้องกริมม์ (Jacob และ Wilhelm Grimm) ลำดับที่ 126 KHM โดยต้นฉบับดั้งเดิมนั้นได้มาจากคำบอกเล่าของดอโรเธีย วิลมันน์ (Dorothea Viehmann) หญิงชาวบ้านผู้มีความจำอันเลิศเลอและเป็นหนึ่งในแหล่งข้อมูลสำคัญที่สุดที่ช่วยให้พี่น้องกริมม์สามารถบันทึกนิทานที่มีรายละเอียดซับซ้อนและเปี่ยมด้วยมนต์ขลังไว้ได้

ในเชิงโครงสร้างและสัญลักษณ์ นิทานเรื่องนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของนิทานประเภท “The Prophecy” และ “The Helpful Animals” ซึ่งเป็นพล็อตยอดนิยมในแถบยุโรปเหนือและเยอรมันโบราณ โดยมีการใช้ตัวละครที่มีชื่อเหมือนกันแต่มีบุคลิกตรงข้ามกัน (Archetype) เพื่อสะท้อนถึงการต่อสู้ระหว่างธรรมะและอธรรม รวมถึงการใช้สัญลักษณ์อย่าง “ม้าขาว” และ “การตัดหัวเพื่อคืนชีพ” ซึ่งเป็นคติความเชื่อเรื่องการทดสอบความตายและการเกิดใหม่ที่มีรากฐานมาจากตำนานพื้นบ้านเก่าแก่

สิ่งที่ทำให้เวอร์ชันของพี่น้องกริมม์โดดเด่นคือการนำเสนอภาพลักษณ์ของความซื่อสัตย์ ที่ไม่ใช่เพียงแค่คำพูด แต่คือการกระทำที่สม่ำเสมอ โดยใช้การเปรียบเทียบระหว่างเฟอร์ดินานด์ทั้งสองคนเป็นตัวแทนของด้านมืดและด้านสว่างในจิตใจมนุษย์ ผนวกกับองค์ประกอบเหนือธรรมชาติอย่างยักษ์ นกยักษ์ และการชุบชีวิต ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้นิทานเรื่องนี้ตราตรึงใจผู้อ่านมาทุกยุคทุกสมัย

คติธรรม: “ความซื่อสัตย์คือเกราะคุ้มภัยที่แข็งแกร่งที่สุด เพราะผู้ที่รักษาคำสัตย์และเมตตาต่อผู้อื่น ย่อมได้รับมิตรภาพจากสากลโลกมาเป็นหนทางสู่ชัยชนะในท้ายที่สุด”