นิทานพื้นบ้านแอฟริกาใต้เรื่องการเอาตัวรอดของหมาในจอมฉลาด

ปกนิทานพื้นบ้านแอฟริกาใต้เรื่องการเอาตัวรอดของหมาในจอมฉลาด

ท่ามกลางทุ่งหญ้าสะวันนาอันกว้างใหญ่ มีเรื่องเล่าขานนิทานพื้นบ้านสากลจากแอฟริกาใต้ ในดินแดนแห่งนี้ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดไม่ได้หมายถึงผู้ที่มีเขี้ยวคมและพละกำลังมหาศาลเสมอไป บางครั้ง ผู้ที่ฉลาดที่สุดต่างหากที่สามารถเอาชีวิตรอดจากอันตรายรอบด้านได้

ในป่ากว้างใหญ่แห่งนี้ มีสิงโตเจ้าป่า ผู้ไม่มีใครกล้าท้าทาย และมีหมาในตัวหนึ่ง ซึ่งแม้จะตัวเล็กและอ่อนแอกว่า แต่มันมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้มันไม่เคยตกเป็นเหยื่อของใคร นั่นก็คือ… ไหวพริบอันเฉียบคม และวันนี้เอง ที่มันจะต้องใช้มันให้ถึงขีดสุด กับนิทานพื้นบ้านแอฟริกาใต้เรื่องการเอาตัวรอดของหมาในจอมฉลาด

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านแอฟริกาใต้เรื่องการเอาตัวรอดของหมาในจอมฉลาด

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านแอฟริกาใต้เรื่องการเอาตัวรอดของหมาในจอมฉลาด

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในค่ำคืนอันอบอุ่น เด็ก ๆ นั่งล้อมรอบโกโก (Gogo หมายถึง คุณยาย) ผู้เล่านิทานประจำหมู่บ้าน ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้ม พลางเอนตัวลงบนตอไม้เก่า

“ฮาวู ฮาวู ฮาวู เด็ก ๆ ของข้า ฟังให้ดี วันนี้ข้าจะเล่าเรื่องของสัตว์ที่ฉลาดที่สุดในทุ่งหญ้า!”

เด็ก ๆ ตาเป็นประกาย พวกเขารู้ดีว่า “หมาใน (แจ็กคัล Jackal)” มักเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและไหวพริบ

นานมาแล้ว…

แสงแดดแผดเผาผืนดินร้อนจัด หมาในกำลังเดินเตร่อยู่ในทางแคบระหว่างหน้าผาสูง สายลมร้อนพัดฝุ่นทรายลอยคลุ้ง ขณะที่เขาก้มจมูกลงดมกลิ่นเพื่อหาอาหารเล็ก ๆ เช่นหนู หรือตุ๊กแกที่ซ่อนตัวอยู่ตามซอกหิน “บางทีข้าอาจเจอโชคดี ได้ของกินสักอย่าง” หมาในคิด ขณะเดินพลางใช้ลิ้นเลียจมูก

แต่ก่อนที่เขาจะก้าวไปไกลกว่านั้น เงาขนาดใหญ่ก็เคลื่อนเข้ามาตรงหน้า ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้น!

หมาในหยุดนิ่ง ขนบนหลังคอของเขาลุกชัน “โอ้ ไม่นะ…” เขากระซิบ หัวใจเต้นแรงด้วยความหวาดกลัว

ตรงหน้าของเขา… สิงโตกำลังก้าวเข้ามา! สายตาคมกริบของสิงโตจ้องเขาไม่กระพริบ

“จบกันล่ะวันนี้!” หมาในคิดทางแคบเกินกว่าที่จะวิ่งหนี หากเขาหันหลังสิงโตจะตะครุบเขาได้ในพริบตา และเขาก็รู้ดีว่าเขาเคยเล่นตลกกับสิงโตมานับครั้งไม่ถ้วน

คราวนี้ บูเบซีคงไม่ปล่อยเขาไปง่าย ๆ แน่!

แต่แทนที่จะตกใจ หมาในกลับแกล้งทำตัวสั่นงันงก แล้วร้องขึ้นเสียงดัง “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”

สิงโตที่กำลังจะกระโจนเข้าใส่หยุดกึก หรี่ตาจ้องหมาในอย่างสงสัย

“เจ้าหมาในมันเป็นบ้าไปแล้วหรือ?” สิงโตคิด “มันกำลังขอให้ข้าช่วย ทั้งที่ข้ากำลังจะกินมัน?”

“เจ้าหมาใน! เจ้าเป็นอะไร!?” สิงโตคำราม “หรือเจ้าคิดจะเล่นตลกอะไรข้าอีก?”

หมาในแกล้งตัวสั่น ทำเป็นเหลียวมองไปข้างบน ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “ท่านสิงโต! รีบหนีเร็ว! หินก้อนมหึมาบนหน้าผานั่นกำลังจะร่วงลงมาแล้ว!”

สิงโตชะงัก รีบเงยหน้าขึ้นไปมองตามที่หมาในชี้ บนหน้าผาสูงมีหินก้อนใหญ่ตั้งอยู่ แต่ไม่ได้ขยับเลยแม้แต่น้อย

หมาในรีบร้องเสียงดัง “ข้ากำลังพยายามใช้ขาของข้าค้ำมันไว้ไม่ให้ตกลงมา! ถ้าหินนั้นหล่น ท่านกับข้าจะถูกบดขยี้เป็นแผ่นแบน ๆ!”

สิงโตหรี่ตา ลังเล แต่ความคิดเรื่องหินที่อาจจะถล่มใส่ตัวเองก็ทำให้เขาหวั่นไหว “ถ้าข้าตายไปก่อนจะได้กินหมาในล่ะ?”

สิงโตคำรามอย่างหงุดหงิด แต่หมาในรีบสำทับเสียงดัง “ข้าทำคนเดียวไม่ไหว! ท่านสิงโต ท่านแข็งแรงกว่า ช่วยข้าค้ำหินเร็วเข้า!”

ด้วยความลังเล สิงโตจึงรีบใช้ไหล่ดันก้อนหินมหึมานั้นไว้

“อืมมมมม!!” สิงโตครางต่ำ ขณะที่ออกแรงสุดตัวพยายามยันหินที่ไม่ได้ขยับเลยแม้แต่น้อย

“ดีมาก ท่านสิงโต!” หมาในร้อง “ท่านต้องยืนอยู่ตรงนั้นนะ! ถ้าท่านขยับ หินจะถล่มแน่นอน!”

สิงโตใช้พละกำลังทั้งหมดเพื่อยันหินไว้อย่างสุดแรงเกิด…

และในขณะเดียวกัน… หมาใน… ก็เริ่มก้าวถอยหลังช้า ๆ… และก่อนที่สิงโตจะรู้ตัว… หมาในก็โกยแน่บสุดชีวิต!

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านแอฟริกาใต้เรื่องการเอาตัวรอดของหมาในจอมฉลาด 2

สิงโตยังคงออกแรงดันก้อนหินสุดแรงเกิด เหงื่อไหลซึมตามหน้าผาก กล้ามเนื้อสั่นจากแรงกด แต่ถึงอย่างนั้น หินก็ยังคงนิ่งสนิท ไม่แม้แต่จะขยับ

“แปลกจริง ทำไมมันไม่หนักขึ้นเลย?” สิงโตคิด ขณะกัดฟันออกแรงต่อไป

แต่แล้ว… ความเงียบค่อย ๆ คืบคลานเข้ามา ไม่มีเสียงร้องของหมาในอีกแล้ว

สิงโตหูผึ่ง เอ๊ะ? ทำไมหมาในเงียบไป? “เจ้านั่นน่าจะยังช่วยข้ายันหินอยู่สิ?”

สิงโตค่อย ๆ กลอกตาลงมองข้าง ๆ แต่ที่ตรงนั้นกลับว่างเปล่า! หมาในหายไปแล้ว!

“หมาใน!?” สิงโตคำรามขึ้นมา “มันหลอกข้าอีกแล้ว!”

เขาผละออกจากก้อนหินด้วยความโมโห และเมื่อลองหันกลับไปมองอีกที เจ้าหินยักษ์ที่หมาในอ้างว่ากำลังจะหล่น… ก็ยังคงอยู่นิ่งเหมือนเดิม

“ข้าถูกหลอกอีกแล้ว!” สิงโตคำรามด้วยความกราดเกรี้ยว “เจ้าหมาในเจ้าเล่ห์! ข้าจะไม่ปล่อยมันไปแน่!”

ขณะเดียวกัน หมาในกำลังโกยสุดชีวิต! เขาวิ่งเร็วเสียจนฝุ่นฟุ้งกระจาย หัวใจเต้นโครมคราม แต่ริมฝีปากยังคงยิ้มกว้าง “ข้าฉลาดเกินกว่าจะตกเป็นเหยื่อของสิงโตได้ง่าย ๆ หรอกนะ!”

แต่แล้ว… เสียงคำรามของสิงโตก็ดังลั่นจากด้านหลัง! “ข้าจะล่าเจ้าจนกว่าจะเจอ!”

หมาในรีบกวาดตามองไปรอบ ๆ เขาต้องหาที่ซ่อนตัวทันที! ทันใดนั้นเขาเห็นโพรงไม้เก่า ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ “นั่นไง!”

เขากระโจนเข้าไป พาตัวเองมุดเข้าไปในโพรงแคบ ๆ อย่างรวดเร็ว

ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของสิงโตก็ดังขึ้น!

สิงโตหยุดตรงหน้าต้นไม้ ดวงตาดุดันกวาดมองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นหมาในเลย “มันไปทางไหนกัน?” สิงโตขบฟันแน่น ก่อนจะกวาดตามองต้นไม้แล้วพูดขึ้น “เจ้าหมาใน! ข้ารู้ว่าเจ้ายังอยู่แถวนี้ ออกมาซะดี ๆ!”

เงียบ… สิงโตคำราม “ถ้าข้าเจอเจ้าเมื่อไหร่ เจ้าจะไม่มีวันได้หัวเราะอีก!”

แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมาสักคำ หลังจากรออยู่ครู่ใหญ่ สิงโตก็เริ่มไม่แน่ใจ หรือว่าหมาในจะหนีไปได้จริง ๆ?

สุดท้าย สิงโตก็หันหลังกลับไป… หัวเสียและผิดหวังที่ถูกหลอกอีกครั้ง

หมาในรอจนกระทั่งเสียงฝีเท้าของสิงโตหายไป… ก่อนจะค่อย ๆ โผล่หัวออกจากโพรง

เขายิ้มกว้าง หัวเราะคิกคักกับตัวเอง “ข้าบอกแล้ว สติปัญญาเหนือพละกำลังเสมอ!”

จากนั้น หมาในก็กระโจนออกไป หายลับไปในพุ่มไม้ ทิ้งให้สิงโตต้องผิดหวังและโกรธเคืองต่อไป

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านแอฟริกาใต้เรื่องการเอาตัวรอดของหมาในจอมฉลาด 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “สติปัญญาสามารถเอาชนะพละกำลังได้” แม้หมาในจะตัวเล็กและอ่อนแอกว่าสิงโต แต่เขากลับใช้ไหวพริบเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่ดูเหมือนไม่มีทางหนี

“ความฉลาดไม่ใช่แค่การคิดเร็ว แต่คือการรู้ว่าควรทำอะไรในเวลาที่เหมาะสม” หมาในไม่ได้ใช้กำลังสู้กับสิงโต เพราะเขารู้ว่านั่นไม่มีทางชนะ เขาจึงใช้ปัญญาและเล่ห์เหลี่ยมเพื่อเอาตัวรอด

“บางครั้ง การพูดให้คนอื่นเชื่อสำคัญกว่าการมีแรงมากกว่า” หมาในไม่ได้มีพละกำลัง แต่เขาสามารถทำให้สิงโตเชื่อในสิ่งที่เขาสร้างขึ้น จนทำให้ตนเองรอดพ้นจากอันตราย

สุดท้าย “คนฉลาดไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุด แต่คือคนที่รู้จักใช้สติปัญญาให้เป็นประโยชน์”

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานพื้นบ้านแอฟริกาใต้เรื่องการเอาตัวรอดของหมาในจอมฉลาด (อังกฤษ: Clever Jackal Gets Away) เป็นนิทานพื้นบ้านของชาวซูลูจากแอฟริกาใต้ที่ถูกเล่าขานผ่านยุคสมัย นิทานเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการเล่านิทานรอบกองไฟ โดยเฉพาะจากปากของโกโก หรือผู้เฒ่าผู้แก่ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาให้เด็ก ๆ ในเผ่า นิทานเรื่องนี้ยังคล้ายคลึงกับนิทานพื้นบ้านแอฟริกาใต้เรื่องสิงโตกับหมาใน (The Lion and the Jackal) ซึ่งเล่าในเนื้อหาอีกรูปแบบ

ในนิทานพื้นบ้านของชาวซูลู หมาในหรือ “มปุงกูเช” เป็นสัญลักษณ์ของความฉลาดแกมโกงและไหวพริบ ขณะที่สิงโตหรือ “บูเบซี” เป็นตัวแทนของพละกำลังและอำนาจ นิทานเรื่องนี้สะท้อนแนวคิดที่พบได้บ่อยในเรื่องเล่าของแอฟริกาใต้ นั่นคือ การที่สัตว์ตัวเล็กและอ่อนแอกว่าต้องอาศัยปัญญาเพื่อเอาตัวรอดจากผู้ที่แข็งแกร่งกว่า การที่หมาในสามารถหลอกล่อให้สิงโตติดกับได้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องขบขัน แต่เป็นบทเรียนเกี่ยวกับการใช้สติปัญญาเหนือกำลัง

นิทานเรื่องนี้ยังสะท้อนถึงวิถีชีวิตของชาวซูลูที่ต้องพึ่งพาการเอาตัวรอดในสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย เช่น ทุ่งหญ้าสะวันนาอันกว้างใหญ่ ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์นักล่า ผู้คนในเผ่าถูกสอนให้รู้จักการใช้ความคิดอย่างชาญฉลาดมากกว่าการพึ่งพากำลังเพียงอย่างเดียว เรื่องราวของหมาในจึงเป็นตัวอย่างของการเอาตัวรอดที่แฝงอยู่ในวิถีชีวิตจริง

แม้ว่าต้นฉบับของนิทานจะมาจากชาวซูลู แต่แนวเรื่องของสัตว์ตัวเล็กที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกล่อสัตว์ที่แข็งแกร่งกว่าสามารถพบได้ในนิทานของชนเผ่าอื่นในแอฟริกาตอนใต้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นชาวซวานาหรือชาวโซโธ แสดงให้เห็นว่านิทานประเภทนี้เป็นที่นิยมและเป็นส่วนสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรมของชาวแอฟริกันมาหลายชั่วอายุคน

“พละกำลังทำให้เจ้าดูน่าเกรงขาม แต่สติปัญญาต่างหากที่ทำให้เจ้าอยู่รอด”