ปกนิทานกริมม์เรื่องเกรเทลผู้ชาญฉลาด

นิทานกริมม์เรื่องเกรเทลผู้ชาญฉลาด

ในโลกของความเจ้าเล่ห์และไหวพริบ บางครั้งพละกำลังหรือตำแหน่งหน้าที่ก็พ่ายแพ้ให้กับ “คำลวง” ที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมาอย่างแนบเนียนเพื่อปกปิดความผิดส่วนตัว

มีนิทานกริมม์เรื่องหนึ่งเล่าถึงเกรเทล แม่ครัวจอมกะล่อนผู้พ่ายแพ้ต่อความตะกละของตนเอง จนต้องงัดกลเม็ดสุดแสบมาใช้หลอกทั้งเจ้านายและแขกผู้มาเยือน เพื่อเอาตัวรอดจากการถูกจับได้ในวีรกรรมการกินที่ไม่มีใครเทียบได้ กับนิทานกริมม์เรื่องเกรเทลผู้ชาญฉลาด

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องเกรเทลผู้ชาญฉลาด

เนื้อเรื่องนิทานกริมม์เรื่องเกรเทลผู้ชาญฉลาด

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีแม่ครัวคนหนึ่งชื่อว่าเกรเทล เธอเป็นหญิงสาวที่รักสวยรักงามเป็นชีวิตจิตใจ ทุกครั้งที่เธอสวมรองเท้าคู่โปรดที่มีโบว์ดอกไม้สีแดงประดับอยู่ เธอจะเดินบิดซ้ายทีขวาทีอย่างภาคภูมิใจพลางคิดในใจว่า “เกรเทลเอ๋ย เจ้านี่มันช่างเป็นแม่สาวที่สวยพริ้งอะไรอย่างนี้!”

เมื่อเธอกลับเข้าครัวด้วยอารมณ์เบิกบาน เกรเทลมักจะจิบไวน์ดับกระหายเสมอ และเพราะไวน์นั้นทำให้เจริญอาหาร เธอจึงต้อง “ชิม” ทุกเมนูที่เธอทำเพื่อความแน่ใจ โดยมักปลอบใจตัวเองว่า “คนเป็นแม่ครัว ถ้าไม่รู้รสชาติอาหารที่ตัวเองทำ จะไปเสิร์ฟคนอื่นได้อย่างไร?”

อยู่มาวันหนึ่ง เจ้านายของเธอเดินเข้ามาในครัวแล้วสั่งว่า “เกรเทล เย็นนี้จะมีแขกมาหาข้านะ จงเตรียมไก่ย่างเลิศรสไว้สักสองตัวล่ะ!”

“จัดให้ตามคำขอค่ะเจ้านาย!” เกรเทลตอบอย่างร่าเริง เธอรีบจัดการถอนขน เตรียมเครื่องปรุง แล้วนำไก่สองตัวโต ๆ ขึ้นเสียบไม้หมุนย่างบนเตาไฟอย่างตั้งใจ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงตอนเย็น กลิ่นไก่ย่างเริ่มหอมฟุ้งยั่วน้ำลาย ผิวไก่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองกรอบพอดิบพอดี

แต่ทว่า… แขกที่นัดไว้กลับยังมาไม่ถึงเสียที เกรเทลเริ่มร้อนใจตะโกนบอกเจ้านายว่า “เจ้านายคะ! ถ้าแขกยังไม่มา ข้าต้องเอาไก่ออกจากเตานะคะ มันจะเป็นบาปเป็นกรรมแท้ ๆ ถ้าเราไม่รีบทานไก่ตอนที่มันกำลังชุ่มฉ่ำที่สุดแบบนี้!”

เจ้านายได้ยินดังนั้นจึงรีบบอกว่า “อย่าเพิ่งเอาออกนะ! เดี๋ยวข้าจะวิ่งไปตามแขกเอง!”

พอเจ้านายลับหลังไป เกรเทลก็ถอนหายใจยาวพลางมองไปที่ไก่ย่าง “ยืนเฝ้าเตาไฟนาน ๆ มันช่างร้อนและกระหายน้ำเหลือเกิน”

เธอคิดในใจ “ใครจะรู้ว่าพวกเขาจะมาเมื่อไหร่? ระหว่างรอ ข้าแวบลงไปจิบไวน์ในห้องใต้ดินสักหน่อยดีกว่า”

เธอรีบลงไปรินไวน์แก้วโตแล้วยกดื่มอย่างชื่นใจ “ขอพระเจ้าอวยพรแก้วนี้ให้เกรเทลผู้แสนดีเถิด!” ว่าแล้วเธอก็ต่ออีกแก้วใหญ่ ๆ จนชุ่มคอ

จากนั้นเธอก็กลับขึ้นมาหมุนไม้พายย่างไก่อย่างอารมณ์ดี แต่กลิ่นหอมของไก่ย่างมันช่างรุนแรงเกินห้ามใจ เกรเทลเริ่มใช้นิ้วแตะชิมน้ำราด “อื้อหือ… อร่อยขนาดนี้! มันน่าเสียดายจริงๆ ที่ไม่มีใครได้กินตอนนี้!”

เธอเดินไปส่องหน้าต่างดูว่าเจ้านายมาหรือยัง แต่ทางถนนยังคงว่างเปล่า ทันใดนั้นเธอก็สังเกตเห็นบางอย่าง “ตายจริง! ปีกไก่ข้างหนึ่งมันเริ่มไหม้แล้วนี่นา! ข้าควรจะกินมันเข้าไปดีกว่าปล่อยให้เสียของ”

ว่าแล้วเธอก็เฉือนปีกไก่เข้าปาก… “โอ้สวรรค์! มันช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน!” พอปีกที่หนึ่งหมดไป

เธอก็เริ่มวิตก “ถ้าเจ้านายเห็นว่าปีกหายไปข้างเดียวเขาต้องสงสัยแน่ ๆ ข้าควรจะกินอีกข้างให้มันเท่า ๆ กัน!”

และแล้วปีกทั้งสี่ของไก่สองตัวก็อันตรธานหายไปในพริบตา… แต่ความหิวที่ถูกจุดติดแล้วไม่อาจหยุดได้ง่าย ๆ เกรเทลเริ่มคิดแผนใหม่ “บางทีแขกอาจจะไม่มาแล้วก็ได้ หรือพวกเขาอาจไปกินที่อื่นแล้ว! เอาล่ะ เกรเทล… สนุกกับชีวิตเถิด ไก่ตัวแรกน่ะโดนกินไปครึ่งหนึ่งแล้ว กินมันให้หมดไปเลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องพะวง!”

เมื่อไก่ตัวแรกลงไปอยู่ในท้องพร้อมไวน์อีกหลายอึก เกรเทลก็มองไปที่ไก่ตัวที่สองที่เหลืออยู่อย่างโดดเดี่ยว “เพื่อนรัก… เจ้าไม่ควรอยู่ตัวเดียวเลยนะ สิ่งที่ถูกต้องสำหรับตัวแรก ก็ย่อมถูกต้องสำหรับตัวที่สองเช่นกัน!”

ในที่สุด ไก่ย่างสองตัวที่เจ้านายสั่งไว้ ก็กลายเป็นเพียงกระดูกขาวโพลนที่ถูกซ่อนไว้ใต้โต๊ะ โดยมีเกรเทลนั่งเช็ดปากอย่างมีความสุขอยู่ในครัว!

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องเกรเทลผู้ชาญฉลาด 2

ขณะที่เกรเทลกำลังเคี้ยวไก่คำสุดท้ายอย่างเอร็ดอร่อย เจ้านายก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาในบ้านพร้อมตะโกนว่า “เร็วเข้าเกรเทล! แขกกำลังเดินตามหลังข้ามาติดๆ เตรียมยกไก่ขึ้นโต๊ะได้เลย!”

“ได้ค่ะเจ้านาย ข้าจะจัดการให้เดี๋ยวนี้!” เกรเทลตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทั้งที่ในใจกำลังวางแผนปั้นน้ำเป็นตัว

ในขณะที่เจ้านายรีบไปจัดแจงโต๊ะอาหารและหยิบมีดเล่มยักษ์ออกมาลับกับหินลับมีดตรงบันไดเสียงดัง ฉึ่บ! ฉึ่บ! เพื่อเตรียมจะแล่ไก่ให้แขก ทันใดนั้น แขกผู้โชคร้ายก็มาถึงพอดีและเคาะประตูบ้านเบาๆ อย่างสุภาพ

เกรเทลรีบวิ่งไปเปิดประตูทำหน้าตาตื่นตระหนก เธอเอานิ้วจุ๊ปากแล้วกระซิบด้วยเสียงสั่นเครือว่า “ชู่ววว! เงียบๆ นะท่าน! รีบหนีไปเร็วเข้า! ถ้าเจ้านายข้าจับท่านได้ล่ะก็ ท่านจบเห่แน่!”

แขกทำหน้าสงสัย “มีเรื่องอะไรหรือแม่นาง?”

“ก็เจ้านายข้าสิคะ!” เกรเทลโกหกคำโต “เขาเชิญท่านมาทานมื้อค่ำก็จริง แต่ความจริงเขาอยากจะ ‘ตัดหู’ ท่านทั้งสองข้างต่างหาก! ท่านลองฟังเสียงนั่นสิ เขากำลังลับมีดรอท่านอยู่!”

แขกได้ยินเสียง ฉึ่บ! ฉึ่บ! จากการลับมีดที่เย็นเยียบ ก็ถึงกับหน้าถอดสี ไม่รอช้าเขารีบหันหลังกลับและโกยอ้าวลงบันไดไปอย่างไม่คิดชีวิต!

เมื่อแผนแรกสำเร็จ เกรเทลไม่รอช้า เธอแสร้งทำเป็นร้องห่มร้องไห้วิ่งไปหาเจ้านาย “เจ้านายคะ! แย่แล้ว! ท่านเชิญแขกประเภทไหนมากันเนี่ย!”

“มีอะไรหรือเกรเทล?” เจ้านายถามอย่างตกใจ

“ก็แขกของท่านน่ะสิคะ!” เกรเทลโวยวาย “พอข้าจะยกไก่ออกมา เขาก็คว้าไก่ย่างทั้งสองตัวจากจาน แล้วก็วิ่งหนีหายไปเลย!”

“อะไรนะ! ช่างกล้าดีนัก!” เจ้านายอุทานด้วยความเสียดายไก่ย่างสุดหัวใจ “อย่างน้อยเหลือไว้ให้ข้าสักตัวก็ยังดี!”

ด้วยความโมโหและหิวจัด เจ้านายจึงวิ่งไล่ตามแขกออกไปข้างนอกทั้งที่ยังถือมีดเล่มยักษ์อยู่ในมือ เขาเห็นแขกวิ่งอยู่ไกลๆ จึงตะโกนสุดเสียงว่า “ขอแค่ข้างเดียวพอ! ทิ้งไว้ให้ข้าข้างเดียวก็ยังดี!”

เจ้านายหมายถึง “ขอไก่แค่ข้างเดียว (ตัวเดียว)” แต่แขกที่กำลังขวัญกระเจิงได้ยินดังนั้นก็ยิ่งช็อก เพราะเขาคิดว่าเจ้านายหมายถึง “ขอหูแค่ข้างเดียว” ก็ยังดี!

“ไม่มีทาง!” แขกคิดในใจพลางใส่เกียร์หมาวิ่งเร็วยิ่งกว่าเดิมเหมือนไฟลนก้น เพื่อจะรักษาหูทั้งสองข้างเอาไว้ให้ได้

สุดท้าย เจ้านายก็วิ่งตามไม่ทันและกลับบ้านมาด้วยความอดอยาก ส่วนแขกก็หนีไปได้พร้อมความหวาดผวาไปตลอดชีวิต โดยหารู้ไม่ว่าต้นเหตุทั้งหมดมาจากแม่ครัวจอมแสบอย่างเกรเทล ที่บัดนี้นั่งจิบไวน์และลูบท้องอย่างสบายใจอยู่ในห้องครัวนั่นเอง

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องเกรเทลผู้ชาญฉลาด 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… เล่ห์เหลี่ยมของคนกะล่อนมักใช้ช่องว่างจากความไว้เนื้อเชื่อใจมาสร้างเรื่องลวงได้อย่างแนบเนียน โดยเฉพาะเมื่อความตะกละบวกกับไหวพริบอันรวดเร็วสามารถเปลี่ยนความผิดของตัวเองให้กลายเป็นความเข้าใจผิดของคนอื่นได้อย่างน่าทึ่ง นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่าการฟังความข้างเดียวโดยไม่พิจารณาให้รอบคอบ อาจทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้คนบริสุทธิ์ต้องหวาดระแวง และคนผิดกลับลอยนวลไปพร้อมกับความอิ่มสำราญ

อ่านต่อ: คอลเลกชันนิทานกริมม์อ่านสนุกได้ข้อคิดดี ๆ ที่นี่ taleZZZ.com

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานกริมม์เรื่องเกรเทลผู้ชาญฉลาด (อังกฤษ: Clever Grethel) เป็นนิทานลำดับที่ 77 KHM ในคอลเลกชันของพี่น้องตระกูลกริมม์ โดยมีรากฐานมาจากนิทานพื้นบ้านแนวมุขตลก (Jocose tale) ซึ่งเน้นความบันเทิงและไหวพริบแกมโกงมากกว่าการสอนศีลธรรมอันดีงามแบบนิทานเรื่องอื่นๆ ในยุคนั้น

ต้นตอของเรื่องราวสันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลมาจากตำนานมุขตลกในแถบยุโรปกลางที่สะท้อนถึงชีวิตของชนชั้นกรรมาชีพอย่าง “แม่ครัว” ที่ต้องทำงานหนักแต่มีโอกาสเข้าถึงของอร่อยเพียงผู้เดียว พี่น้องกริมม์ได้นำมาขัดเกลาบทสนทนาให้มีความตลกขบขันและจังหวะการเล่าที่น่าติดตาม โดยเฉพาะการใช้คำพ้องความหมายที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดสลับกันระหว่าง “ไก่” กับ “หู”

สิ่งที่ทำให้นิทานเรื่องนี้โดดเด่นคือการสร้างตัวละครหญิงที่มีความมั่นใจและมีไหวพริบเหนือชั้น แม้จะใช้ในทางที่ผิดก็ตาม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของประเภทนิทานที่พี่น้องกริมม์รวบรวมไว้ ว่าไม่ได้มีเพียงเรื่องราวของเจ้าหญิงหรือคำสาป แต่ยังมีเรื่องราวของคนธรรมดาที่ใช้ “ปาก” และ “สมอง” เอาตัวรอดในสถานการณ์ที่คับขันอีกด้วย

คติธรรม: “คำโกหกที่แนบเนียนเพียงไม่กี่คำ สามารถเปลี่ยนคนซื่อให้กลายเป็นคนผิด และเปลี่ยนความผิดของตนให้กลายเป็นความฉลาดหลักแหลมได้อย่างน่าอัศจรรย์”