นานมาแล้วมีเรื่องเล่าขานตำนานนิทานพื้นบานสากล ณ ประเทศอังกฤษ โดยในคฤหาสน์ใหญ่โตของเศรษฐีผู้มั่งคั่ง ลูกสาวทั้งสามของเขาเติบโตขึ้นมาด้วยความรักและเอาใจใส่ แต่เมื่อถึงวันที่เศรษฐีต้องการทดสอบความรักของพวกเธอ
คำตอบที่แตกต่างกลับกลายเป็นชนวนของความเข้าใจผิดอันใหญ่หลวง เรื่องราวของลูกสาวคนสุดท้องที่ถูกขับไล่ออกจากบ้านเพียงเพราะเปรียบความรักของเธอว่า “เท่ากับเกลือ” ได้เริ่มต้นขึ้น กับนิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องหญิงสาวหมวกต้นกก

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องหญิงสาวหมวกต้นกก
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเศรษฐีผู้มั่งคั่งอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ใหญ่โตกับลูกสาวสามคน วันหนึ่งเขาเกิดอยากรู้ว่าลูกสาวของเขารักเขามากแค่ไหน จึงเรียกลูกสาวทั้งสามคนมาถาม
“ลูก ๆ ของพ่อ เจ้ารักพ่อมากแค่ไหน?” เขาถามด้วยรอยยิ้ม
ลูกสาวคนโตตอบทันทีว่า “ข้ารักท่านเหมือนน้ำผึ้งหวานที่สุดในโลก” คำตอบทำให้เศรษฐียิ้มพึงพอใจ
ลูกสาวคนกลางพูดว่า “ข้ารักท่านเท่ากับทองคำที่ล้ำค่าที่สุดในโลกนี้” เขาหัวเราะเสียงดังด้วยความดีใจ
เมื่อถึงคราวลูกสาวคนสุดท้อง เธอยิ้มแล้วตอบว่า “ข้ารักท่านเท่ากับเกลือค่ะ”
เศรษฐีขมวดคิ้วทันที “เกลือ? เจ้ากล้าพูดเช่นนี้กับข้าหรือ? เจ้าคิดว่าเกลือมีค่าเท่าข้ารึ?”
“แต่เกลือสำคัญมากนะคะ…” เธอพยายามอธิบาย แต่เขาโกรธเกินกว่าจะฟัง
“ออกไปจากบ้านข้าซะ! ข้าไม่ต้องการลูกที่ไม่เห็นค่าข้า!” เศรษฐีตวาดและไล่เธอออกจากบ้าน
ลูกสาวคนสุดท้องเดินออกจากบ้านด้วยความเสียใจ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคำตอบของเธอถึงทำให้พ่อโกรธขนาดนั้น
เมื่อเดินทางมาถึงทุ่งที่เต็มไปด้วยต้นกก เธอนั่งลงคิดในใจ “ข้าต้องปกปิดตัวตนของข้า ไม่มีใครรู้ว่าข้าคือใคร”
เธอเก็บต้นกกมาถักเป็นหมวกและเสื้อคลุมเพื่อปิดบังใบหน้าและรูปลักษณ์ที่แท้จริง จากนั้นจึงเดินทางต่อไปจนมาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่
“ข้าขอพบแม่บ้านใหญ่ได้หรือไม่?” เธอถามคนรับใช้หน้าคฤหาสน์
แม่บ้านใหญ่เดินออกมาและมองเธอด้วยความสงสัย “เจ้าคือใคร? ทำไมจึงแต่งตัวเช่นนี้?”
“ข้าคือหญิงสาวหมวกต้นกก ข้ากำลังมองหางานทำ ข้าสามารถทำงานทุกอย่างได้ ขอเพียงที่พักเล็ก ๆ” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อม
“ได้ หากเจ้าไม่รังเกียจที่จะทำงานครัว เจ้าสามารถเริ่มได้เลย” แม่บ้านตอบ
ไม่นานหลังจากนั้น เจ้าของคฤหาสน์ได้จัดงานเต้นรำใหญ่โต หญิงสาวหมวกต้นกกแอบมองจากมุมห้อง เห็นแขกทุกคนแต่งตัวงดงาม
“ข้าก็อยากไปงานนี้บ้าง…” เธอคิดในใจ

ในคืนนั้น เมื่อทุกคนยุ่งอยู่กับงานเต้นรำ เธอแอบเปลี่ยนชุดเป็นเดรสที่งดงาม และซ่อนหมวกต้นกกของเธอไว้ จากนั้นจึงเข้าร่วมงานโดยไม่มีใครจำได้
ที่งานเต้นรำ เธอเต้นรำกับลูกชายของเจ้าของคฤหาสน์ เขาหลงใหลในความงามและความลึกลับของเธอทันที
“เจ้าเป็นใคร? ข้าไม่เคยพบใครที่งดงามเช่นเจ้า” เขาถาม
“ข้าเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดา” เธอตอบพร้อมยิ้มบาง ๆ เมื่อถึงเวลาเธอก็รีบหนีออกจากงาน
ลูกชายเจ้าของคฤหาสน์พยายามตามหาหญิงสาวที่เต้นรำกับเขา แต่ไม่พบ หญิงสาวหมวกต้นกกทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คืนต่อมาเธอแอบเข้าร่วมงานเต้นรำอีกครั้ง และหนีไปก่อนที่เขาจะจับได้
ในคืนสุดท้าย ลูกชายเจ้าของคฤหาสน์ตัดสินใจไม่ปล่อยให้เธอหนีไปอีก “ข้ารู้ว่าเจ้าคือหญิงสาวที่ข้าเต้นรำด้วยทุกคืน เจ้าเป็นใครกันแน่?”
เธอตัดสินใจเปิดเผยตัวตน และเล่าเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับพ่อของเธอและเหตุผลที่เธอต้องปกปิดตัว
“เจ้าไม่ใช่เพียงคนงดงาม แต่ยังกล้าหาญและเข้มแข็ง ข้าต้องการให้เจ้าอยู่เคียงข้างข้าตลอดไป” เขาขอเธอแต่งงาน
งานแต่งงานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เธอเชิญพ่อของเธอมาโดยไม่บอกว่าตัวเองคือเจ้าสาว
ในงานเลี้ยง เธอสั่งให้เชฟปรุงอาหารโดยไม่ใส่เกลือ
เมื่อพ่อของเธอลิ้มรสอาหาร เขาขมวดคิ้ว “อาหารนี้ช่างจืดชืด ข้าคิดถึงเกลือจริง ๆ”
เธอลุกขึ้นพูด “ตอนนี้ท่านเข้าใจหรือยังว่าเกลือสำคัญเพียงใด? ข้ารักท่านเหมือนเกลือ เพราะเกลือแม้ดูธรรมดา แต่ขาดไม่ได้ในชีวิต”
พ่อของเธอน้ำตาไหลด้วยความสำนึกผิด “พ่อเสียใจที่เคยไล่เจ้าจากบ้าน ข้าผิดเองที่ไม่เข้าใจความหมายของเจ้า” ทั้งสองกอดกันและคืนดีกัน และจบลงด้วยความสุขในท้ายที่สุด

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า สิ่งที่ดูธรรมดา เช่น เกลือ อาจมีคุณค่ามากกว่าสิ่งที่ดูหรูหราและล้ำค่า เราควรตระหนักถึงคุณค่าที่แท้จริงของสิ่งรอบตัว และไม่ตัดสินคนหรือสิ่งใดจากรูปลักษณ์หรือความธรรมดาของมัน
นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่า การให้อภัยและความรักสามารถเยียวยาความผิดพลาดในอดีต และนำความสุขกลับคืนมาสู่ครอบครัวได้เสมอ
ที่มาของนิทานเรื่องนี้
นิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องหญิงสาวหมวกต้นกก (อังกฤษ: Cap-o’-Rushes) เป็นนิทานพื้นบ้านอังกฤษที่ถูกรวบรวมโดยโจเซฟ จาคอบส์ (Joseph Jacobs) ในหนังสือ English Fairy Tales
จาคอบส์ระบุแหล่งที่มาของเรื่องนี้ว่า “ได้จากบทความของมิสซิสวอลเตอร์-โธมัสใน Suffolk Notes and Queries ของ Ipswich Journal ซึ่งถูกตีพิมพ์โดย มิสเตอร์แลง (Mr. Lang) ในนิตยสาร Longman’s Magazine เล่มที่ 13 และใน Folk-Lore ฉบับเดือนกันยายน 1890″
เรื่องราวโดยสรุปคือชายผู้มั่งคั่งมีลูกสาวสามคนและถามพวกเธอว่า “พวกเจ้ารักพ่อมากเพียงใด”
ลูกสาวคนแรกตอบว่า “เท่าชีวิต” คนที่สองตอบว่า “เท่าโลกทั้งใบ” และคนสุดท้องตอบว่า “เท่าที่เนื้อต้องการเกลือ” ผู้เป็นพ่อเข้าใจผิดและคิดว่าลูกสาวคนสุดท้องไม่ได้รักเขาเลยจึงไล่เธอออกจากบ้าน
เธอทำชุดจากต้นกกคลุมเสื้อผ้าชุดงามของเธอไว้ และหางานในบ้านหลังใหญ่ เป็นคนล้างจาน เนื่องจากเธอไม่บอกชื่อให้ใครรู้ พวกเขาจึงเรียกเธอว่า “หญิงสาวหมวกต้นกก”
คืนหนึ่ง เหล่าคนใช้ไปดูงานเต้นรำหญิงสาวหมวกต้นกกบอกว่าเหนื่อยเกินไป แต่เมื่อพวกเขาไปแล้ว เธอถอดชุดกกและไปงานเต้นรำลูกชายเจ้าของบ้านตกหลุมรักเธอทันที แต่เธอหนีไปก่อนที่เขาจะรู้ว่าเธอเป็นใคร
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีกสองคืน และในคืนที่สาม เขาให้แหวนเธอและบอกว่าเขาจะตายถ้าไม่ได้เธอเมื่อไม่มีงานเต้นรำอีก ลูกชายเจ้าของบ้านล้มป่วย หญิงสาวหมวกต้นกกขอร้องจนได้ทำข้าวต้มให้เขา และเธอแอบใส่แหวนลงไปในข้าวต้ม
เมื่อเขาพบแหวน เขาเรียกตัวหญิงสาวหมวกต้นกกและซักถามจนเธอยอมรับว่าเธอคือหญิงสาวในงานเต้นรำ จากนั้นเธอถอดชุดกกออกและพวกเขาแต่งงานกัน
หญิงสาวหมวกต้นกกขอให้จัดอาหารในงานแต่งโดยไม่ใส่เกลือ อาหารทุกจานจึงจืดสนิท พ่อของเธอที่เป็นแขกในงานร้องไห้ เพราะเข้าใจในที่สุดถึงความหมายของคำว่า “เท่าที่เนื้อต้องการเกลือ”
เมื่อหญิงสาวหมวกต้นกกเปิดเผยว่าเธอคือลูกสาวคนสุดท้องพวกเขาจึงกลับมาคืนดีกัน และทุกคนก็อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขตลอดไป
“ความรักแท้บางครั้งอาจถูกเข้าใจผิด แต่สุดท้ายจะพิสูจน์ตัวเองได้ด้วยความจริงใจ”