นิทานพื้นบ้านชิลีเรื่องตำนานเรือกาเลวเช เรือแห่งวิญญาณ

ปกนิทานพื้นบ้านชิลีเรื่องตำนานเรือกาเลวเช เรือแห่งวิญญาณ

กลางทะเลอันกว้างใหญ่ของหมู่เกาะชิโลเอ มีตำนานที่ถูกเล่าขานกันมานานหลายชั่วอายุคน นิทานพื้นบ้านสากลจากประเทศชิลี เรื่องเล่าถึงเรือลึกลับที่ปรากฏขึ้นจากสายหมอกในยามค่ำคืน เรือที่เต็มไปด้วยเสียงดนตรีแสนเย้ายวนและแสงสีระยิบระยับ ราวกับเป็นเรือแห่งสรวงสวรรค์

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ได้เห็นมันจะกลับมาเล่าเรื่องราวได้… เพราะบางคนหายไปตลอดกาล บางคนกลับมาพร้อมรอยยิ้มที่แปลกไป และบางคน… แม้ร่างกายจะอยู่ที่เดิม แต่จิตใจของพวกเขาไม่เคยกลับมาอีกเลย กับนิทานพื้นบ้านชิลีเรื่องตำนานเรือกาเลวเช เรือแห่งวิญญาณ

นิทานพื้นบ้านชิลีเรื่องตำนานเรือกาเลวเช เรือแห่งวิญญาณ

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านชิลีเรื่องตำนานเรือกาเลวเช เรือแห่งวิญญาณ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในค่ำคืนหนึ่ง ทะเลรอบหมู่เกาะชิโลเอเงียบสงัด ผืนน้ำดำมืดราวกับหมึก ไม่มีลมพัด ไม่มีคลื่นไหว มีเพียงเสียงเรือไม้ที่โยกเบาๆ ตามจังหวะของกระแสน้ำ

ชาวประมงคนหนึ่งพายเรือลำเล็กออกจากชายฝั่งด้วยความระแวดระวัง คืนนี้ดูเงียบเกินไปผิดปกติ ท้องทะเลไม่ควรเงียบถึงเพียงนี้

“สงบเกินไป…” เขาพึมพำกับตัวเอง พลางมองไปรอบๆ ไม่มีเงาของเรือลำอื่น ไม่มีแสงไฟจากหมู่บ้านริมฝั่ง

ทันใดนั้น หมอกหนาก็เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ล้อมรอบเขาไว้จนมองไม่เห็นท้องฟ้า ผืนน้ำที่เคยนิ่งเริ่มกระเพื่อม เสียงคลื่นซัดโขดหินแว่วมาแต่ไกล และที่นั่น… เสียงดนตรีก็ดังขึ้น

มันเป็นเสียงขลุ่ย เสียงกีตาร์ และเสียงร้องประสานกันเป็นท่วงทำนองลึกลับ ไพเราะเกินกว่าจะเป็นเสียงของมนุษย์ มันดังก้องไปทั่วอากาศ ราวกับมาจากทุกทิศทุกทาง

“ไม่…” ชาวประมงหน้าซีดเผือด มือของเขากำพายแน่น ตัวสั่นสะท้าน เขาเคยได้ยินตำนานนี้มาก่อน

เรือปีศาจกาเลวเชกำลังมา เขารีบพายเรือหนี แต่ไม่ว่าพายแรงเพียงใด เรือของเขากลับไม่ขยับแม้แต่น้อย

แล้วมันก็ปรากฏขึ้นจากหมอก เรือลำนั้นสูงตระหง่าน ดาดฟ้าเรือประดับประดาด้วยแสงไฟระยิบระยับ ใบเรือขนาดมหึมาพลิ้วไหวอย่างน่าพิศวง แม้จะไม่มีลมพัด เสียงหัวเราะและเสียงโซ่ลากดังก้องท่ามกลางหมอก

มันทั้งสวยงาม… และน่าขนลุกในเวลาเดียวกัน

บนดาดฟ้าเงาของลูกเรือลอยอยู่เหนือพื้น พวกเขาเต้นรำอย่างรื่นเริง ราวกับกำลังอยู่ในงานเลี้ยงสุดหรู แต่เมื่อชาวประมงเพ่งมองให้ดี ขาของพวกเขาบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ บางคนมีขาข้างหนึ่งหันไปด้านหลัง ทำให้พวกเขากระโดดเดินไปมาเหมือนปีศาจ

“เจ้ามาคนเดียวหรือ?” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากเรือ มันทั้งเย็นเยียบและดังก้องอยู่ในอากาศ

ชาวประมงหันไปมอง เห็นชายผู้หนึ่งยืนอยู่บนดาดฟ้า เขาสวมเสื้อคลุมยาว รองเท้าหนังมันวาว เดินอย่างสง่างาม แต่บางอย่างผิดปกติ เมื่อมองลงไปที่เงาของเขามันกลับหันไปผิดทาง

“ข้า… ข้าแค่ผ่านทาง!” ชาวประมงตอบเสียงสั่น

เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นรอบตัว เสียงกระซิบของลูกเรือปีศาจดังแว่วมา “หากเจ้าขึ้นมาบนเรือลำนี้ เจ้าจะได้พบกับความมั่งคั่งและชีวิตที่ไม่มีวันตาย”

“หรือเจ้าจะอยู่ที่นั่น… รอให้เรือของเจ้าจมหายไปในทะเลลึก?”

ชาวประมงรู้ดีหากเขาขึ้นไป เขาจะไม่มีวันได้กลับมา แต่หากอยู่ตรงนี้ต่อไป… เขาอาจไม่มีทางรอด

และที่สำคัญเขารู้ว่าพวกมันกำลังจับตามองเขาอยู่

นิทานพื้นบ้านชิลีเรื่องตำนานเรือกาเลวเช เรือแห่งวิญญาณ 2

ชาวประมงรู้ดีว่าหากเขาขึ้นไปบนเรือลำนั้น เขาจะไม่มีวันได้กลับมา แต่หากอยู่ที่นี่ต่อไปในหมอกหนาทึบเช่นนี้ เขาอาจไม่มีโอกาสรอดชีวิต

เสียงหัวเราะยังคงดังแว่วมา เงาของลูกเรือปีศาจยังคงเต้นรำเหนือดาดฟ้าเรือ บางคนเคลื่อนไหวอย่างสง่างาม ราวกับขุนนางในงานเลี้ยงหรูหรา ขณะที่บางคนกระโดดโลดเต้นด้วยขาที่บิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ

จากบนเรือ ชายในเสื้อคลุมยาวก้าวออกมาจากเงามืด ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก

“เจ้ามาคนเดียวหรือ?” เสียงของเขาทั้งเย็นยะเยือกและหนักแน่น

“ข้าแค่หลงทาง… ปล่อยข้าไปเถิด!” ชาวประมงร้องขอ

ชายปริศนายิ้ม “ข้าสามารถช่วยเจ้าได้… ข้าเสนอทางเลือกให้”

ชาวประมงจ้องเขาด้วยความระแวดระวัง “ทางเลือก?”

“ขึ้นมาบนกาเลวเช และเจ้าจะมีชีวิตนิรันดร์ มีความมั่งคั่ง มีดนตรีและเสียงหัวเราะตลอดกาล หรือหากเจ้าไม่ต้องการ เจ้าต้องมอบบางสิ่งให้เราแทน”

ชาวประมงหน้าซีด เขาเหลือบตามองรอบตัว ผืนน้ำยังคงนิ่งสนิท หมอกยังคงล้อมรอบ ไม่มีทางหนี ไม่มีเรือให้ช่วยเหลือ “ข้าไม่มีอะไรให้พวกเจ้า!”

“โอ้… เจ้ามีแน่นอน” เสียงกระซิบดังขึ้นรอบตัว เขาสัมผัสได้ถึงเงาเย็นยะเยือกที่โอบล้อมร่างของเขา

“เราต้องการ… ความทรงจำของเจ้า”

ชาวประมงเบิกตากว้าง “ความทรงจำของข้า?”

“ใช่แล้ว… หากเจ้าสละความทรงจำ เจ้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่เจ้าจะไม่มีวันจำได้ว่าเคยเป็นใคร…”

เสียงดนตรีบนเรือดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันเย้ายวนอย่างน่าประหลาด เหมือนกับพยายามกลืนกินสติของเขา

“ไม่!” เขาตะโกน พยายามหันหลังหนี แต่ร่างของเขาเริ่มหนักขึ้น ราวกับถูกตรึงไว้

“เลือกซะ” เสียงของชายปริศนาก้องกังวาน

ชาวประมงหายใจหอบหนัก ใจหนึ่งอยากขัดขืน แต่อีกใจหนึ่งก็รู้ว่า เขาไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว

รุ่งเช้า เรือของเขาถูกพบลอยเคว้งอยู่กลางทะเล

มันไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ ไม่มีสิ่งผิดปกติยกเว้นสิ่งเดียว

เขากลับมา… แต่ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป เขายังหายใจ ยังพูดคุย ยังยิ้มได้

แต่เมื่อผู้คนในหมู่บ้านสบตาเขา พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม

เขาจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน หรืออาจไม่เคยจำได้อีกเลย

และหากใครสังเกตเงาของเขาบนพื้นดินให้ดี มันไม่ได้ทอดเงาไปในทิศทางเดียวกับร่างของเขา

นิทานพื้นบ้านชิลีเรื่องตำนานเรือกาเลวเช เรือแห่งวิญญาณ 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… “สิ่งที่ดูงดงามอาจไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป” กาเลวเชเป็นเรือที่เต็มไปด้วยเสียงดนตรีและความมั่งคั่ง แต่เบื้องหลังนั้นกลับเป็นกับดักที่ไม่มีวันหลุดพ้น

“ข้อเสนอที่เย้ายวนใจมักมาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่าย” เช่นเดียวกับชาวประมงที่ต้องเลือกระหว่างการสละความทรงจำหรือจมหายไปในทะเล บางครั้งการแลกเปลี่ยนที่ดูง่ายดายอาจทำให้เราสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไปโดยไม่รู้ตัว

“สิ่งที่หายไปอาจไม่ใช่ร่างกาย แต่อาจเป็นตัวตนของเราเอง” แม้ชาวประมงจะกลับมาสู่หมู่บ้าน แต่เขาไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป เช่นเดียวกับในชีวิตจริงที่บางครั้งคนเราอาจเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัวจากสิ่งที่เราเลือกทำ

“จงรู้เท่าทันสิ่งที่ดึงดูดใจเรา เพราะมันอาจเป็นกับดักที่ไม่มีวันย้อนคืน”

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานพื้นบ้านชิลีเรื่องตำนานเรือกาเลวเช เรือแห่งวิญญาณ (อังกฤษ: Caleuche) เป็นหนึ่งในเรื่องเล่าที่สำคัญของหมู่เกาะชิโลเอ (Chiloé) ประเทศชิลี มีรากฐานจากความเชื่อของชนพื้นเมืองและอิทธิพลของศาสนาคริสต์ที่ผสมผสานกัน กาเลวเชถูกกล่าวถึงว่าเป็นเรือปีศาจที่ล่องลอยไปตามท้องทะเล โดยเฉพาะในคืนที่มีหมอกลงจัด

ตามความเชื่อของชาวชิโลเอ กาเลวเชเป็นเรือเวทมนตร์ที่บรรทุกวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตในทะเล มีเสียงดนตรีไพเราะและแสงสีระยิบระยับดึงดูดผู้คน บ้างก็ว่าเป็นเรือของแม่มดและปีศาจ ที่ลักพาตัวผู้คนไปเป็นลูกเรือ และทำให้พวกเขาตกอยู่ในภวังค์ ไม่สามารถเปิดเผยสิ่งที่เห็นได้ บางตำนานเล่าว่าผู้ที่ขึ้นไปบนเรือนี้แล้วกลับลงมาจะสูญเสียสติ หรือมีร่างกายผิดรูป เช่น ขาหันไปด้านหลัง

นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อว่า กาเลวเชสามารถแปลงร่างเป็นสิ่งต่างๆ ได้ เช่น ต้นไม้ล้ม โขดหิน หรือแม้แต่สัตว์ทะเล เพื่อลวงสายตาผู้พบเห็น นี่อาจเป็นผลมาจากการตีความเหตุการณ์ธรรมชาติ เช่น ซากเรืออัปปางที่ถูกพายุพัดขึ้นฝั่ง หรือเสียงคลื่นกระทบหินที่คล้ายเสียงดนตรี

เรื่องเล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความลึกลับของท้องทะเล และความหวาดกลัวของมนุษย์ต่อสิ่งที่พวกเขาไม่อาจเข้าใจ ตำนานกาเลวเชยังคงถูกเล่าขานในหมู่ชาวชิโลเอ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมพื้นบ้านของชิลีมาจนถึงปัจจุบัน

“จงระวังสิ่งที่งดงามจนน่าหลงใหล เพราะไม่ใช่ทุกสิ่งที่ส่องแสงจะนำพาไปสู่ทางสว่าง”