นิทานพื้นบ้านอเมริกันจิ้งจอกเจ้าเล่ห์กับหมีจอมพลัง

ปกนิทานพื้นบ้านอเมริกันจิ้งจอกเจ้าเล่ห์กับหมีจอมพลัง

ในป่าใหญ่ที่เต็มไปด้วยกฎของธรรมชาติ มีเรื่องเล่านิทานพื้นบ้านสากลจากอเมริกา โดยเล่าถึงสัตว์บางตัวแข็งแกร่งและบางตัวว่องไว แต่มีเพียงไม่กี่ตัวที่รู้ว่า สติปัญญาเป็นอาวุธที่แหลมคมที่สุด ไม่ใช่เขี้ยวเล็บหรือกำลังที่เหนือกว่า

เมื่อความแค้นและความเจ้าเล่ห์นำไปสู่กลอุบายที่แยบยล กับดักที่ถูกวางไว้อย่างแนบเนียนอาจไม่ได้ดักจับเหยื่อที่หวังไว้… แต่กลับหันมาจับผู้วางแผนเสียเอง กับนิทานพื้นบ้านอเมริกันจิ้งจอกเจ้าเล่ห์กับหมีจอมพลัง

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านอเมริกันจิ้งจอกเจ้าเล่ห์กับหมีจอมพลัง

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านอเมริกันจิ้งจอกเจ้าเล่ห์กับหมีจอมพลัง

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระอาทิตย์คล้อยต่ำลงเหนือขอบป่า ส่งแสงสีส้มส่องผ่านกิ่งไม้เจ้าจิ้งจอกแดง (Br’er Fox) เดินวนไปมาที่ชายป่า มันกำลังครุ่นคิดหาทางแก้แค้นเจ้ากระต่ายน้อย (Br’er Rabbit) ที่หลอกล่อให้มันพลาดท่าหลายครั้ง จิ้งจอกไม่ใช่ตัวที่แข็งแรงที่สุดในป่า แต่มันก็เป็นสัตว์ที่เจ้าเล่ห์และชอบวางแผน

“ข้าจะต้องจับมันให้ได้!” จิ้งจอกพึมพำกับตัวเอง

ไม่นานนัก มันก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา มันจะสร้างกับดักเชือก ใช้ต้นไม้อ่อนผูกกับบ่วงเชือก และเมื่อเจ้ากระต่ายเดินผ่าน เชือกจะกระตุกให้มันลอยขึ้นไปห้อยต่องแต่งกลางอากาศ!

แต่แผนนี้ต้องใช้แรงมากกว่าที่จิ้งจอกมี มันจึงต้องการความช่วยเหลือ และใครกันเล่าจะเหมาะไปกว่าเจ้าหมีใหญ่ (Br’er Bear) ที่แข็งแรงที่สุดในป่า

เจ้าหมีใหญ่กำลังเอนตัวพิงต้นไม้ เคี้ยวรังผึ้งหวาน ๆ อย่างเพลิดเพลิน มันเป็นสัตว์ที่มีกำลังมากแต่หัวคิดช้า ไม่ค่อยสงสัยอะไรง่าย ๆ

จิ้งจอกเดินเข้ามาหา ยิ้มกว้าง “เพื่อนหมี ข้ามีข่าวดีจะบอก!”

หมีใหญ่หันมามอง มันรู้ว่าจิ้งจอกเป็นตัวที่มีแต่แผนการเต็มหัว แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก “ข่าวดีอะไร?”

“ข้ามีวิธีจับเจ้ากระต่ายน้อย เจ้าจะได้กินมันเป็นอาหารค่ำไงล่ะ!”

หมีใหญ่เลียปาก “จริงเหรอ? แล้วข้าต้องทำอะไร?”

จิ้งจอกอธิบายแผนของมัน ว่าจะสร้างกับดักบ่วงเชือก โดยให้ต้นไม้อ่อนดีดขึ้นเมื่อเหยียบกับดัก ซึ่งจะทำให้เจ้ากระต่ายถูกแขวนลอยขึ้นกลางอากาศ จากนั้นพวกมันก็จะมาจับมันได้อย่างง่ายดาย

หมีใหญ่พยักหน้า แม้มันจะไม่เข้าใจทั้งหมด แต่ถ้ามีอาหารอร่อย ๆ มันก็ไม่ลังเลที่จะช่วย

“ข้าจะช่วยเจ้า!” หมีใหญ่ตอบตกลง

ในคืนเดียวกัน จิ้งจอกกับหมีใหญ่ช่วยกันสร้างกับดัก มันเลือกต้นไม้เล็กที่แข็งแรงแล้วผูกปลายเชือกไว้กับปลายยอด อีกด้านหนึ่งทำเป็นบ่วงและวางกลไกดักเอาไว้ที่พื้น

“เสร็จแล้ว!” จิ้งจอกยิ้มอย่างพอใจ “พรุ่งนี้เช้า กระต่ายจะต้องติดกับแน่!”

เช้าวันรุ่งขึ้น แต่ก่อนที่เจ้ากระต่ายจะมาถึง เจ้าหมีใหญ่ที่มั่นใจในแผนของจิ้งจอก ก็ดันเดินไปเหยียบกับดักเข้าโดยไม่รู้ตัว

พรึ่บ! เสียงเชือกกระตุกดังขึ้นทันที ต้นไม้ดีดกลับขึ้นไป พร้อมกับบ่วงที่รัดเข้ากับขาหลังของหมี

“เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้น!?” หมีใหญ่ร้องลั่น ก่อนที่มันจะถูกกระชากลอยขึ้นไป ห้อยหัวอยู่กลางอากาศ

จิ้งจอกที่ยืนมองอยู่ตกใจตาค้าง แต่พอได้สติ มันก็ระเบิดหัวเราะออกมา “ฮ่า ๆ ๆ! เจ้านี่มันซุ่มซ่ามจริง ๆ!”

หมีใหญ่ดิ้นไปมา พยายามแกะเชือก แต่ยิ่งดิ้นมันก็ยิ่งรัดแน่น

“ช่วยข้าลงไปเดี๋ยวนี้นะ!” หมีคำรามอย่างขุ่นเคือง

แต่ก่อนที่จิ้งจอกจะช่วยอะไรได้เจ้ากระต่ายน้อยก็กระโดดออกมาจากพุ่มไม้ ได้ยินเสียงเอะอะก็เลยแอบมาดู และเมื่อเห็นสภาพของหมีที่ห้อยต่องแต่งอยู่บนต้นไม้ มันก็หัวเราะออกมาเสียงดัง

“ฮ่า ๆ ๆ! นี่มันอะไรกัน? หรือว่าจิ้งจอกวางกับดักไว้จับข้า แต่สุดท้ายกลับจับหมีเอง?”

จิ้งจอกหน้าซีด แต่มันพยายามทำเป็นใจเย็น “ไม่ใช่เรื่องของเจ้า รีบไปให้พ้น!” มันแหวใส่กระต่าย

แต่เจ้ากระต่ายยังคงหัวเราะสนุก “โอ้โห ข้าไม่เคยเห็นอะไรตลกขนาดนี้มาก่อน!”

เจ้าหมีใหญ่ยิ่งได้ยินกระต่ายหัวเราะก็ยิ่งโมโห มันรู้แล้วว่ามันไม่ได้ฉลาดพอจะตามแผนของจิ้งจอก และตอนนี้มันกลายเป็นตัวตลกไปแล้ว!

“เจ้าจิ้งจอก เจ้าหลอกข้า! นี่มันไม่ได้ผลเลย!” หมีใหญ่ตะโกนใส่จิ้งจอกอย่างโกรธเคือง

จิ้งจอกเริ่มกระวนกระวาย มันต้องหาทางช่วยหมีลงมาก่อนที่ทุกอย่างจะยุ่งไปกว่านี้…

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านอเมริกันจิ้งจอกเจ้าเล่ห์กับหมีจอมพลัง 2

เจ้าหมีใหญ่ยังคงห้อยหัวต่องแต่งอยู่บนต้นไม้ มันพยายามดิ้นให้หลุดจากเชือก แต่ยิ่งดิ้นเชือกก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ

เจ้ากระต่ายน้อยกระโดดไปมารอบ ๆ กับดัก หัวเราะอย่างอารมณ์ดี “โอ้โห นี่ข้าไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้ดูอะไรสนุก ๆ แบบนี้แล้ว!”

จิ้งจอกกัดฟันแน่น มันไม่ชอบถูกกระต่ายเยาะเย้ยแบบนี้ “เงียบซะ เจ้ากระต่าย! ข้าแค่… แค่ต้องแก้เชือกนิดหน่อยเท่านั้น!” มันพูดพลางพยายามหาทางช่วยหมี

แต่เจ้ากระต่ายไม่ได้สนใจคำพูดของจิ้งจอกเลย มันเดินเข้าไปใกล้ต้นไม้ที่เป็นกับดักและทำหน้าครุ่นคิด

“เอ… ถ้าข้าจะแก้เชือกนี้ ข้าควรทำยังไงดีนะ?” มันพูดเสียงดังพอให้หมีได้ยิน

เจ้าหมีที่กำลังหงุดหงิดรีบร้องขึ้นทันที “ช่วยข้าก่อนเถอะ เจ้ากระต่าย! ข้าจะเป็นหนี้บุญคุณเจ้าเลย!”

จิ้งจอกตาโต รีบแหวใส่ “อย่าฟังมันนะ เจ้าหมี! มันจะหลอกเจ้าอีก!”

กระต่ายทำเป็นไม่สนใจคำพูดของจิ้งจอก แล้วพูดเสียงเรียบ “แต่ถ้าข้าปล่อยเจ้า เจ้าก็ต้องสัญญาว่าจะไม่จับข้ากินนะ”

“สัญญา! ข้าสัญญา!” หมีร้องเสียงดัง เพราะมันอยากลงมาจากต้นไม้เร็ว ๆ

จิ้งจอกเริ่มรู้แล้วว่ามันกำลังเสียเปรียบ “เดี๋ยวสิ! หมี เจ้าจะฟังมันไม่ได้!”

แต่ไม่ทันแล้ว เจ้ากระต่ายรีบกระโดดเข้าไปกัดเชือกที่มัดต้นไม้ไว้ แล้ว…

พรึ่บ! เจ้าหมีร่วงลงมาทับจิ้งจอกเต็มแรง!

“โอ๊ย!” จิ้งจอกร้องเสียงดัง มันถูกน้ำหนักของหมีทับจนขยับไปไหนไม่ได้

เจ้ากระต่ายหัวเราะเสียงดัง พลางกระโดดถอยไปให้พ้นระยะของทั้งสองตัว “เฮ้ ดูเหมือนว่าข้าจะช่วยหมีได้นะ! ส่วนจิ้งจอก… ข้าไม่แน่ใจว่าเจ้าจะรอดไหมนะ ฮ่า ๆ ๆ!”

เจ้าหมีใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของมัน มันปัดตัวเล็กน้อย แล้วหันไปมองจิ้งจอกที่ยังคงนอนแบนอยู่ใต้เท้ามัน

“เจ้าโกหกข้า!” หมีคำรามเสียงดัง “เจ้าไม่ได้วางแผนจับกระต่ายเลย แต่กลับทำให้ข้าติดกับดักแทน!”

จิ้งจอกพยายามแก้ตัว “ไม่นะ ๆ ข้าไม่ได้ตั้งใจ! มันเป็นอุบัติเหตุ!”

แต่เจ้าหมีไม่ฟังอีกแล้ว มันยกอุ้งเท้าขนาดใหญ่ขึ้น ทำท่าจะฟาดใส่จิ้งจอก

จิ้งจอกรีบร้อง “เดี๋ยว ๆ ๆ! ข้าสัญญาว่าคราวหน้า ข้าจะทำแผนที่ดีกว่านี้!”

“คราวหน้าเหรอ?” หมีใหญ่แค่นเสียง “ไม่มีคราวหน้าแล้ว!”

จากนั้น มันกระแทกเท้าลงพื้นอย่างแรง ทำให้จิ้งจอกสะดุ้งเฮือก แล้วรีบโกยอ้าวหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต

เจ้ากระต่ายน้อยมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างเพลิดเพลิน มันหัวเราะอีกครั้ง แล้วพูดเย้ยไล่หลัง “คราวหน้าก็อย่าโง่จนติดกับดักตัวเองอีกล่ะนะ เจ้าจิ้งจอก!”

จากนั้น เจ้ากระต่ายก็หันไปมองหมี พลางยิ้มเจ้าเล่ห์ “ว่าแต่ เจ้าจะตามข้าไหมเนี่ย?”

เจ้าหมีใหญ่ส่ายหัว “ไม่ล่ะ ข้าพอแล้วสำหรับวันนี้…” มันถอนหายใจ “ข้าคิดว่า ข้าจะไปหาอะไรกินที่ไม่ต้องใช้แผนการเยอะ ๆ ดีกว่า”

พูดจบ เจ้าหมีก็เดินจากไป ทิ้งให้เจ้ากระต่ายน้อยยืนยิ้มอยู่กลางทาง ก่อนจะกระโดดโลดเต้นจากไปอย่างอารมณ์ดี

และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เจ้าจิ้งจอกก็ไม่เคยไว้ใจแผนของตัวเองอีกเลย!

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านอเมริกันจิ้งจอกเจ้าเล่ห์กับหมีจอมพลัง 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความเจ้าเล่ห์ที่มากเกินไปอาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง เหมือนกับเจ้าจิ้งจอกที่คิดแผนร้ายเพื่อจับกระต่าย แต่สุดท้ายกลับทำให้หมีติดกับดักแทน และตัวมันเองก็ต้องรับผลของแผนนั้น

ไหวพริบและปัญญาสามารถเอาชนะกำลังได้ เจ้ากระต่ายน้อยแม้จะตัวเล็กและไม่มีแรงมากเท่าหมีหรือจิ้งจอก แต่กลับสามารถเอาตัวรอดได้เสมอ เพราะมันรู้จักใช้ความฉลาดในการพลิกสถานการณ์

ความโลภและความซื่อจนเกินไปอาจทำให้เราตกเป็นเหยื่อของผู้อื่น เจ้าหมีที่เชื่อจิ้งจอกง่าย ๆ โดยไม่คิดไตร่ตรองให้ดี ทำให้มันกลายเป็นเหยื่อของแผนร้ายแทนที่จะได้ประโยชน์

สุดท้ายแล้วคนที่คิดร้ายต่อผู้อื่น อาจเป็นฝ่ายที่ต้องรับผลของการกระทำของตัวเองในที่สุด

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานพื้นบ้านอเมริกันจิ้งจอกเจ้าเล่ห์กับหมีจอมพลัง หรือจิ้งจอกเจ้าเล่ห์กับกับดักที่ผิดพลาด (อังกฤษ: Br’er Fox and Br’er Bear) เป็นหนึ่งในเรื่องเล่าของชาวอเมรกันสมัยก่อนที่สืบทอดกันมาในวัฒนธรรมแอฟริกัน-อเมริกันมานานหลายชั่วอายุคน เรื่องราวนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงให้เห็นว่า ไหวพริบและสติปัญญาสามารถเอาชนะกำลังและเล่ห์เหลี่ยมที่ไม่ซื่อตรงได้

ในเรื่องนี้ Br’er Fox (เจ้าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์) ต้องการจับ Br’er Rabbit (เจ้ากระต่ายน้อย) ที่เคยหลอกล่อและหลบหนีจากมันหลายครั้ง มันจึงคิดแผนสร้างกับดักโดยใช้บ่วงเชือกผูกติดกับต้นไม้ เมื่อเหยียบลงไป ต้นไม้จะดีดตัวขึ้นและแขวนเหยื่อไว้กลางอากาศ แต่โชคร้ายที่แทนที่จะจับกระต่ายได้ Br’er Bear (เจ้าหมีใหญ่) กลับเป็นฝ่ายติดกับดักเสียเอง

จุดหักเหของเรื่องเกิดขึ้นเมื่อกระต่ายน้อยมาพบหมีที่ติดกับดักอยู่และใช้ไหวพริบแกล้งทำเป็นช่วยเหลือ ด้วยการต่อรองให้หมีสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายมัน เมื่อหมีตกลง กระต่ายก็แก้เชือกให้ แต่กลับทำให้หมีร่วงลงมาทับจิ้งจอกแทน ในที่สุดจิ้งจอกต้องหนีเอาตัวรอด ขณะที่หมีได้บทเรียนว่ามันถูกหลอกให้ทำตามแผนของจิ้งจอกโดยไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

เรื่องราวของนิทานเรื่องนี้มีความคล้ายคลึงกับนิทานอีกเรื่องที่มีชื่อเสียงมาก คือ Br’er Rabbit and the Tar-Baby (กระต่ายกับตุ๊กตาดินน้ำมัน) ซึ่งจิ้งจอกใช้หุ่นน้ำมัน (Tar-Baby) เป็นกับดักล่อให้กระต่ายแตะต้องมันและติดหนึบไม่สามารถหนีไปได้ อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนั้นกระต่ายก็ใช้ไหวพริบในการหลอกให้จิ้งจอกโยนมันลงไปในพุ่มไม้ ซึ่งกลับกลายเป็นที่ที่มันสามารถหลบหนีได้ นิทานทั้งสองเรื่องนี้มีธีมเดียวกัน คือการที่ผู้ที่อ่อนแอกว่ารอดพ้นจากอันตรายด้วยสติปัญญา

นิทานเรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของเรื่องเล่าที่สะท้อนถึงการต่อสู้ของผู้ที่อ่อนแอกว่าในสังคม ซึ่งต้องพึ่งพาความฉลาดแทนกำลัง และยังเป็นเครื่องเตือนใจว่าผู้ที่คิดร้ายต่อผู้อื่น อาจเป็นฝ่ายที่ต้องรับผลของการกระทำของตัวเองในที่สุด

“เล่ห์เหลี่ยมที่ไม่ซื่อตรง มักย้อนกลับมาทำร้ายผู้วางแผนเสมอ”