ปกนิทานกริมม์เรื่องชายในหนังหมี

นิทานกริมม์เรื่องชายในหนังหมี

ในโลกที่สงครามจบลงทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า ทหารกล้าที่เคยรุ่งโรจน์กลับต้องกลายเป็นคนพเนจรไร้ที่พึ่ง เมื่อความอดอยากบีบคั้นจนถึงขีดสุด การยอมแลกศักดิ์ศรีและความเป็นมนุษย์เพื่อเดิมพันกับสิ่งเหนือธรรมชาติจึงกลายเป็นหนทางสุดท้ายในการเสี่ยงโชค

มีนิทานกริมม์เรื่องหนึ่งเล่าถึงชายหนุ่มผู้ยอมตกลงทำพันธสัญญาสุดประหลาดกับปีศาจ โดยต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้หนังหมีที่โสโครกและห้ามชำระล้างร่างกายนานถึงเจ็ดปี เพื่อพิสูจน์ว่าความดีงามในจิตใจจะยังคงส่องประกายอยู่หรือไม่ภายใต้รูปลักษณ์ที่น่ารังเกียจและคำเยาะเย้ยของคนทั้งโลก กับนิทานกริมม์เรื่องชายในหนังหมี

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องชายในหนังหมี

เนื้อเรื่องนิทานกริมม์เรื่องชายในหนังหมี

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีทหารหนุ่มผู้หนึ่งที่รบอย่างกล้าหาญท่ามกลางห่ากระสุน แต่เมื่อสงครามสิ้นสุดลง เขากลับถูกปลดประจำการโดยไม่มีสวัสดิการใด ๆ พ่อแม่ของเขาก็เสียชีวิตไปหมดแล้ว

เมื่อเขาไปขออาศัยอยู่กับพี่ชายทั้งสอง พวกเขากลับขับไล่อย่างไร้เยื่อใย “เราจะเลี้ยงดูเจ้าไปเพื่ออะไร? ไปหางานทำเลี้ยงตัวเองซะเถอะ!” ทหารหนุ่มผู้น่าสงสารที่มีเพียงปืนกระบอกเดียวบนบ่าจึงเดินโซซัดโซเซออกไปยังทุ่งกว้างอันอ้างว้าง

ขณะที่เขานั่งเศร้าเสียใจกับชะตากรรมอยู่นั้น ชายลึกลับคนหนึ่งในชุดโค้ตสีเขียว (ซึ่งก็คือปีศาจ) ได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมข้อเสนอ “ข้าจะให้ทองเจ้าใช้ไม่จำกัด แต่เจ้าต้องพิสูจน์ก่อนว่ามีความกล้าพอ!” ทันใดนั้นปีศาจก็เสกหมีตัวมหึมาให้วิ่งเข้าใส่ ทหารหนุ่มไม่ได้ตระหนก เขาเล็งปืนและยิงหมีล้มลงทันที

ปีศาจพอใจมากจึงยื่นเงื่อนไขการจ้างงานนาน 7 ปี “เจ้าต้องสวมหนังหมีตัวนี้แทนเสื้อผ้าและใช้เป็นที่นอน ห้ามอาบน้ำ ห้ามหวีผม ห้ามตัดเล็บ และห้ามสวดมนต์เด็ดขาด” ปีศาจมอบชุดโค้ตสีเขียว (ที่มีเงินเต็มกระเป๋าตลอดเวลา) ให้เขาสวมไว้ข้างใน และคลุมทับด้วยหนังหมีหนาเตอะ หากเขารอดชีวิตจนครบ 7 ปี เขาจะรวยและเป็นอิสระ แต่ถ้าเขาตาย วิญญาณของเขาจะเป็นของปีศาจทันที!

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องชายในหนังหมี 2

ทหารหนุ่มเริ่มออกเดินทางไปทั่วโลกในสภาพที่น่าเกลียดน่ากลัวขึ้นทุกวัน ในปีแรกผู้คนยังพอทนเขาได้ แต่พอเข้าปีที่สองและสาม เขากลายเป็นเหมือนสัตว์ประหลาด หนวดเคราสีน้ำตาลของเขายาวเป็นแผงจนเหมือนพรมเช็ดเท้าเก่า ๆ เล็บมือยาวโค้งเหมือนกรงเล็บ และใบหน้าเต็มไปด้วยเขม่าดินและคราบสกปรกจนแทบจะปลูกผักบนหน้าได้ กลิ่นตัวของเขารุนแรงจนไม่มีใครอยากเข้าใกล้ และคนต่างเรียกเขาว่า “ชายในหนังหมี” (Bearskin)

แม้ภายนอกจะดูสยดสยอง แต่ชายในหนังหมีกลับมีหัวใจที่งดงาม เขารู้ดีว่าตนเองสวดมนต์ไม่ได้ จึงใช้เงินมหาศาลที่หยิบออกมาจากกระเป๋าโค้ตวิเศษเที่ยวแจกจ่ายให้กับคนยากจน “ช่วยสวดมนต์ให้ข้าด้วยนะ เพื่อให้ข้ามีชีวิตรอดจนครบเวลา”

เขามักจะจ่ายเงินมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่าเพื่อให้ได้ที่พักแรม (ซึ่งมักจะเป็นในคอกม้าหรือห้องเก็บของท้ายสวนเพื่อไม่ให้แขกคนอื่นตกใจกลัว)

จนกระทั่งในปีที่สี่ เขาเดินทางมาถึงโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง และได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญดังมาจากห้องข้าง ๆ ด้วยความสงสาร เขาจึงเข้าไปสอบถามและพบกับชายชราผู้สิ้นหวังที่กำลังจะถูกจับขังคุกเพราะไม่มีเงินจ่ายหนี้และไม่มีอาหารเลี้ยงลูกสาว 3 คน

ชายในหนังหมีไม่ได้ลังเลเลย เขาจ่ายหนี้ทั้งหมดให้ชายชราทันที พร้อมทั้งมอบถุงทองให้ไปตั้งตัวใหม่ ชายชราซาบซึ้งใจมากจนถึงกับเอ่ยว่า “ท่านช่วยชีวิตข้าไว้ โปรดตามข้าไปที่บ้านเถอะ ลูกสาวข้าทั้ง 3 คนงดงามมาก ท่านจงเลือกคนหนึ่งไปเป็นภรรยาเพื่อเป็นการตอบแทน!”

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องชายในหนังหมี 3

เมื่อชายชราพาชายในหนังหมีมาถึงบ้าน ลูกสาวทั้งสามคนก็ออกมารับ แต่ทันทีที่เห็นอสูรกายในชุดหนังหมีตัวเหม็นโฉ่ ผมเผ้ารุงรัง และเล็บยาวเฟื้อย ลูกสาวคนโตก็กรีดร้องและวิ่งหนีไป ส่วนลูกสาวคนกลางจ้องมองเขาด้วยความรังเกียจแล้วพูดว่า “ฉันจะแต่งงานกับคนที่ไม่มีรูปร่างเป็นมนุษย์ได้อย่างไร? หมีที่นุ่งชุดทหารยังดูดีกว่าท่านเสียอีก!”

แต่ลูกสาวคนเล็ก กลับยืนนิ่งอย่างสงบ เธอมองข้ามรูปลักษณ์ที่น่าเกลียดและพูดว่า “คุณพ่อคะ ในเมื่อท่านผู้นี้เป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตพ่อไว้ และพ่อได้ให้สัญญาไว้แล้ว หนูยินดีจะแต่งงานกับเขาค่ะ”

ชายในหนังหมีตื้นตันใจมาก (แม้จะมองไม่เห็นหน้าเพราะเขม่าดำและหนวดเคราปกคลุม) เขาถอดแหวนจากนิ้วแล้วหักออกเป็นสองซีก มอบซีกหนึ่งที่มีชื่อเขาให้เธอ และเก็บซีกที่มีชื่อเธอไว้กับตัว “ข้าต้องเดินทางต่ออีก 3 ปีเพื่อชดใช้กรรม หากข้าไม่กลับมาแปลว่าข้าตายแล้วเจ้าเป็นอิสระ แต่หากข้ากลับมา เราจะแต่งงานกัน” ตลอด 3 ปีนั้น ลูกสาวคนเล็กสวมชุดสีดำไว้ทุกข์และเฝ้ารอเขาอย่างซื่อสัตย์ ท่ามกลางคำเยาะเย้ยถากถางของพี่สาวทั้งสองที่ล้อว่าเธอกำลังจะแต่งงานกับหมี

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องชายในหนังหมี 4

เมื่อครบกำหนด 7 ปี ชายในหนังหมีกลับไปยังทุ่งกว้างที่เดิม ปีศาจปรากฏตัวขึ้นด้วยใบหน้าบูดบึ้งเพราะพ่ายแพ้ต่อความอดทนของทหารหนุ่ม ชายในหนังหมีสั่งให้ปีศาจทำความสะอาดร่างกายให้เขาตามสัญญา “เจ้าต้องอาบน้ำ ตัดผม ตัดเล็บ และโกนหนวดให้ข้าเดี๋ยวนี้!” ปีศาจจำใจต้องรับใช้เขาจนเขากลับมาเป็นชายหนุ่มที่สง่างามและหล่อเหลายิ่งกว่าครั้งไหนๆ

เขาสวมชุดกำมะหยี่หรูหรา นั่งรถม้าสีขาวไปที่บ้านของหญิงสาว ในตอนแรกไม่มีใครจำเขาได้ แม้แต่พ่อและพี่สาวทั้งสองก็คิดว่าเขาเป็นนายพลผู้สูงศักดิ์ พี่สาวทั้งสองพยายามโปรยเสน่ห์และเอาใจเขาหวังจะได้แต่งงานด้วย

แต่ชายในหนังหมีเดินไปหาลูกสาวคนเล็กที่นั่งเศร้าอยู่ในชุดสีดำ เขาหย่อนแหวนครึ่งซึกลงในแก้วไวน์ของเธอ เมื่อเธอเห็นแหวนและนำมาต่อกับซีกที่เธอคล้องคอไว้ ทั้งสองซีกก็ประกบกันสนิท!

“ข้าคือคู่หมั้นของเจ้า ชายในหนังหมีที่เจ้าเคยเมตตา บัดนี้ข้ากลับมาเป็นมนุษย์แล้ว” ทั้งคู่สวมกอดกันอย่างมีความสุข ทันทีที่รู้ความจริง พี่สาวคนโตแค้นใจจนไปกระโดดน้ำตาย ส่วนพี่สาวคนกลางก็ไปผูกคอตายด้วยความริษยา

ในค่ำคืนนั้น ปีศาจมาเคาะประตูบ้านชายในหนังหมีแล้วกระซิบว่า “เจ้าเห็นไหม… แม้ข้าจะเสียวิญญาณเจ้าไปดวงหนึ่ง แต่ข้าก็ได้วิญญาณพี่สาวเจ้ามาแทนถึงสองดวง!”

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องชายในหนังหมี 5

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… คุณค่าที่แท้จริงของความเป็นมนุษย์นั้นซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่ดูทรุดโทรม เพราะความงดงามของจิตใจและความดีงามที่แสดงออกผ่านความเมตตาต่อผู้อื่นมีพลังยิ่งใหญ่กว่ารูปลักษณ์ที่สวยงาม

ซึ่งความซื่อสัตย์ต่อคำมั่นสัญญาและความอดทนต่อบททดสอบอันยาวนานจะนำพาไปสู่ความสุขที่แท้จริงในท้ายที่สุด ขณะที่ความริษยาและการตัดสินคนเพียงแค่รูปกายภายนอกกลับนำมาซึ่งจุดจบที่น่าเศร้าและสูญเสียแม้กระทั่งจิตวิญญาณของตนเอง

อ่านต่อ: คอลเลกชันนิทานกริมม์อ่านสนุกเพลิดเพลินได้ข้อคิดดี ๆ อ่านได้ทุกวัย ที่นี่ taleZZZ.com

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานกริมม์เรื่องชายในหนังหมี (อังกฤษ: Bearskin) นิทานเรื่องนี้มีที่มาจากตำนานพื้นบ้านเก่าแก่ของยุโรปที่แพร่หลายในแถบเยอรมนีและออสเตรีย โดยพี่น้องกริมม์ได้รวบรวมและตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลเลกชันปี 1815 ลำดับที่ 101 KHM ซึ่งเชื่อว่าได้รับฟังมาจากครอบครัวตระกูลฮักซ์เทาเซิน (Haxthausen) โดยมีเค้าโครงหลักเกี่ยวข้องกับการเดิมพันระหว่างมนุษย์กับปีศาจ ซึ่งเป็นโครงเรื่องที่พบบ่อยในวรรณกรรมสมัยกลางเพื่อทดสอบความศรัทธาและความอดทนของมนุษย์

ในเชิงประวัติศาสตร์ “ชายในหนังหมี” สะท้อนถึงสภาพชีวิตที่ยากลำบากของเหล่าทหารที่ถูกทอดทิ้งหลังสิ้นสุดสงครามสามสิบปี (Thirty Years’ War) ซึ่งต้องเผชิญกับภาวะตกงานและความอดอยากจนต้องยอมทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด การที่ตัวเอกต้องสวมหนังหมีและห้ามชำระล้างร่างกายยังสื่อถึงพิธีกรรมโบราณและการสละตัวตนเพื่อเข้าสู่บททดสอบจิตใจที่เข้มข้น ก่อนจะได้รับการ “เกิดใหม่” ในฐานะมนุษย์ที่สะอาดบริสุทธิ์และมั่งคั่ง

นอกจากนี้ นิทานเรื่องนี้ยังแฝงนัยยะทางศีลธรรมเกี่ยวกับการชำระบาปผ่านความทุกข์ยาก โดยใช้รูปลักษณ์ที่อัปลักษณ์เป็นเครื่องมือคัดกรองเนื้อแท้ของคนรอบข้าง ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้เวอร์ชันของพี่น้องกริมม์แตกต่างคือตอนจบแบบตลกร้ายที่ปีศาจไม่ได้วิญญาณของพระเอกไป แต่กลับได้วิญญาณของพี่สาวที่ริษยาไปแทนสองดวง สะท้อนถึงค่านิยมเรื่องการลงโทษคนบาปตามความเชื่อในยุคนั้นได้อย่างชัดเจน

คติธรรม: “อย่าตัดสินหนังสือเพียงแค่ปกฉันใด ก็จงอย่าตัดสินหัวใจของใครเพียงเพราะรูปลักษณ์ที่มอมแมมฉันนั้น เพราะภายใต้หนังหมีที่อัปลักษณ์อาจซ่อนไว้ซึ่งจิตวิญญาณที่ประเสริฐยิ่งกว่าผู้ที่แต่งกายด้วยผ้าไหม”