ปกนิทานกริมม์เรื่องลูกแกะกับปลาตัวน้อย

นิทานกริมม์เรื่องลูกแกะกับปลาตัวน้อย

ในโลกที่ความริษยาสามารถเปลี่ยนบ้านที่แสนสุขให้กลายเป็นพื้นที่ของมนตรามืด สายใยระหว่างพี่น้องคือแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวที่ยังคงส่องประกายแม้ในยามที่ร่างกายต้องเปลี่ยนแปรไป

มีนิทานกริมม์เรื่องหนึ่งเล่าถึงสองพี่น้องที่ถูกแม่เลี้ยงใจร้ายสาปให้กลายเป็นสัตว์ต่างสายพันธุ์ คนหนึ่งอยู่ในน้ำ อีกคนอยู่บนบก ท่ามกลางอันตรายจากคมมีดในห้องครัวที่บีบคั้นให้ความรักบริสุทธิ์ต้องส่งเสียงร้องเรียกหาปาฏิหาริย์ กับนิทานกริมม์เรื่องลูกแกะกับปลาตัวน้อย

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องลูกแกะกับปลาตัวน้อย

เนื้อเรื่องนิทานกริมม์เรื่องลูกแกะกับปลาตัวน้อย

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสองพี่น้องคู่หนึ่งที่รักกันสุดหัวใจ พี่ชายและน้องสาวคู่นี้มักจะตัวติดกันอยู่เสมอราวกับเงาตามตัว แต่ทว่าแสงสว่างในชีวิตของพวกเขาต้องมัวหมองลงเมื่อมารดาผู้แสนดีได้จากโลกนี้ไป

และพ่อของเธอได้พาหญิงคนใหม่เข้ามาในบ้าน แม่เลี้ยงคนนี้หาใช่ผู้หญิงที่ใจดีอย่างที่ใครเห็นจากภายนอก นางมีความลับดำมืดและมนตราศาสตร์มืดที่ซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มเย็นชา นางริษยาในความผูกพันของสองพี่น้องและคอยหาโอกาสกลั่นแกล้งอยู่ลับ ๆ เสมอ

บ่ายวันหนึ่งที่แสงแดดอุ่น ๆ อาบทุ่งหญ้าหน้าคฤหาสน์ สองพี่น้องออกไปวิ่งเล่นกับเด็ก ๆ ในละแวกนั้นอย่างร่าเริง ทุ่งหญ้าแห่งนั้นมีสระน้ำใสสะอาดตั้งอยู่ริมชายคาบ้าน เด็ก ๆ ต่างล้อมวงเล่นเกม “นับจำนวน” เพื่อหาคนที่จะต้องเป็นฝ่ายวิ่งไล่จับ เสียงเจื้อยแจ้วร้องเพลงว่า “อีเนเก้ เบเนเก้ ให้ข้าได้มีชีวิตอยู่ และข้าจะมอบนกน้อยแก่เจ้า… นกน้อยจะไปหาฟาง ข้าจะเอาฟางให้วัวกิน วัวจะให้น้ำนมข้า ข้าจะเอานมไปให้ช่างทำขนมปัง…” บทเพลงดำเนินไปอย่างเป็นจังหวะจนถึงคำสุดท้ายว่า “หิมะ!”

ใครก็ตามที่ตกลงที่คำนี้ต้องวิ่งหนีสุดชีวิตท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อน ๆ ทว่าในขณะที่พวกเขากำลังสนุกสนานกันอยู่นั้น แม่เลี้ยงที่เฝ้ามองจากหน้าต่างชั้นบนกลับเต็มไปด้วยโทสะ นางร่ายมนตร์ดำใส่ร่างของสองพี่น้องที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ทันที!

ทันใดนั้น ร่างของพี่ชายก็เลือนหายไปกลายเป็น “ปลาน้อย” พุ่งลงสู่สระน้ำ ส่วนน้องสาวก็กลายเป็น “ลูกแกะน้อย” ขนปุยสีขาวอยู่บนทุ่งหญ้า โดยที่เด็กคนอื่น ๆ ไม่ทันสังเกตเห็นเลย

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องลูกแกะกับปลาตัวน้อย 2

ทันทีที่คำสาปสัมผัสร่าง ความทุกข์ระทมอย่างแสนสาหัสก็เข้าปกคลุมพี่น้องทั้งสอง ปลาน้อยว่ายวนไปมาอย่างสับสนในสระน้ำที่เคยสดใส บัดนี้มันดูมืดมิดและอ้างว้าง ส่วนลูกแกะน้อยก็นิ่งอึ้งอยู่กลางทุ่งหญ้า นางไม่ยอมแตะต้องหญ้าสีเขียวแม้แต่เพียงใบเดียว และไม่ยอมดื่มน้ำจากลำธารที่ไหลผ่าน เพราะหัวใจของนางเต็มไปด้วยความโศกเศร้า

ทุก ๆ วัน ปลาน้อยจะว่ายเข้ามาใกล้ขอบสระฝั่งที่ติดกับทุ่งหญ้าที่สุด เพื่อเฝ้าดูน้องสาวในร่างลูกแกะ ส่วนลูกแกะน้อยก็จะเดินไปเดินมาอยู่ขอบสระ ส่งเสียงร้องแผ่วเบาเพื่อทักทายพี่ชาย แม้จะไร้คำพูดแบบมนุษย์ แต่สายตาที่พวกเขามองสบกันนั้นเต็มไปด้วยความเข้าใจและความอาทร

ทั้งคู่เฝ้าดูแลกันและกันในสภาพที่น่าเวทนาอยู่นานแสนนาน จนกระทั่งวันหนึ่ง ความสงบสุขที่แสนขมขื่นนี้กำลังจะถูกทำลายลง เมื่อมีแขกแปลกหน้ากลุ่มใหญ่เดินทางมาเยี่ยมเยือนที่คฤหาสน์ และแม่เลี้ยงใจร้ายก็เริ่มวางแผนที่เหี้ยมโหดกว่าเดิม

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องลูกแกะกับปลาตัวน้อย 3

เมื่อแขกผู้ทรงเกียรติเดินทางมาถึงคฤหาสน์ แม่เลี้ยงใจร้ายเห็นว่าเป็นโอกาสทองที่จะกำจัดเสี้ยนหนามให้สิ้นซาก นางจึงเรียกพ่อครัวมาพบแล้วชี้มือไปยังทุ่งหญ้าพลางสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ไปจับลูกแกะตัวนั้นมาเสีย แล้วฆ่ามันมาทำอาหารเลี้ยงแขก เพราะเราไม่มีเนื้อดี ๆ อย่างอื่นเหลือแล้ว” พ่อครัวแม้จะแปลกใจที่ต้องฆ่าลูกแกะที่ดูผอมโซตัวนั้น แต่เขาก็ต้องทำตามคำสั่ง

เขาจับลูกแกะน้อยเข้าไปในห้องครัว มัดเท้าทั้งสี่ของมันไว้บนโต๊ะเตรียมอาหาร ลูกแกะน้อยยอมจำนนอย่างสงบด้วยหัวใจที่แตกสลาย ขณะที่พ่อครัวหยิบมีดเล่มใหญ่ออกมาลับกับแท่นหินริมหน้าต่าง เสียง ฉึบ… ฉึบ… ของคมมีดดังบาดลึกเข้าไปในความเงียบ

ทันใดนั้น ปลาน้อยที่ว่ายตามน้องสาวมาทางท่อระบายน้ำก็โผล่หัวขึ้นมามองจากอ่างล้างจานด้วยสายตาเว้าวอน

ลูกแกะน้อยจึงรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายร้องเป็นบทเพลงโศกเศร้าโต้ตอบกับพี่ชายว่า

“โอ้ พี่ชายที่อยู่ในสระน้ำลึกเอ๋ย
หัวใจของน้องช่างแสนระทม
บัดนี้พ่อครัวกำลังลับมีดคม
เพื่อพรากชีวิตอันอ่อนโยงของฉันไป”

ปลาน้อยในน้ำจึงตอบกลับด้วยเสียงสะอื้นว่า

“โอ้ น้องสาวผู้อยู่บนบกสูงเอ๋ย
หัวใจของพี่ก็แสนระทมไม่แพ้กัน
ในวันที่พี่ต้องติดอยู่ในสระน้ำมืดมิดนี้”

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องลูกแกะกับปลาตัวน้อย 4

เมื่อเสียงเพลงโศกเศร้าเงียบลง พ่อครัวยืนนิ่งราวกับถูกสาป มือที่ถือมีดสั่นเทาจนเขาต้องวางมันลงบนแท่นหิน “สวรรค์ทรงโปรด!” เขาอุทานแผ่วเบา “สัตว์เดรัจฉานมิอาจร่ำไห้ด้วยถ้อยคำของมนุษย์เช่นนี้” เขาโน้มตัวลงมองลูกแกะน้อยด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากผู้ล่าเป็นผู้ปกป้อง “เจ้าไม่ต้องกลัวนะ ข้าจะไม่ทำร้ายเจ้าเด็ดขาด ชีวิตที่ถูกทำลายมามากพอแล้ว ข้าจะไม่ยอมให้เลือดของเด็กผู้บริสุทธิ์ต้องเปรอะเปื้อนมีดของข้าอีก”

เขาแอบนำแกะตัวอื่นมาปรุงอาหารแทนตามคำสั่งอย่างแนบเนียน แล้วซ่อนปลาน้อยไว้ในโถน้ำใต้ผ้าคลุม ก่อนจะอุ้มลูกแกะน้อยหนีออกจากคฤหาสน์ภายใต้เงามืดของราตรี มุ่งหน้าไปยังกระท่อมชายป่าของหญิงชาวบ้านคนหนึ่ง

เมื่อถึงที่หมาย หญิงชาวบ้านผู้นั้นเดินออกมาเปิดประตูด้วยความประหลาดใจ พ่อครัวรีบเอ่ย “ข้าพาสิ่งที่ถูกสาปมาหาท่าน มีเพียงท่านที่อาจช่วยพวกเขาได้”

หญิงผู้นั้น ซึ่งแท้จริงคือ “แม่นม” ที่เคยกล่อมเกลาสองพี่น้องมาตั้งแต่เกิด นางทรุดตัวลงจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตของลูกแกะน้อย พลางลูบคลำไปที่ใบหูจนพบปานรูปหัวใจเล็ก ๆ นางก็ร้องไห้ออกมาด้วยความตื้นตัน “โอ้… ลูกรักของแม่! เจ้าคือเด็กหญิงที่ข้าเคยเห่กล่อมใช่ไหม? และเจ้า…”

นางหันไปมองปลาน้อยในโถน้ำที่พยายามพ่นฟองอากาศ “เจ้าคือเด็กชายตัวน้อยที่เคยวิ่งเล่นซุกซน!”

นางประคองลูกแกะน้อยเข้าสู่อ้อมกอด “จำไว้เถิดว่า ไม่ว่ามนต์ดำจะบดบังรูปลักษณ์ของเจ้าเพียงใด แต่ความรักในสายเลือดและแววตาที่ข้าจำได้แม่นยำนี้ จะไม่มีวันถูกลบเลือนไป”

นางรีบพาพวกเขามุ่งหน้าไปหา “หญิงผู้รอบรู้” (Wise Woman) แห่งผืนป่าลึก เมื่อไปถึง หญิงผู้รอบรู้ได้ทำพิธีประพรมน้ำมนต์จากหยาดค้างปีศาจพลางร่ายคำอวยพรศักดิ์สิทธิ์ “จงกลับคืนสู่รูปกายที่เป็นจริง ด้วยพลังแห่งรักที่มั่นคงและสายใยที่มิเคยขาดสะบั้น”

ในพริบตาเดียว! ควันจาง ๆ สีเงินก็เข้าปกคลุมร่างสัตว์ทั้งสอง เมื่อควันสลายไป เด็กชายและเด็กหญิงในชุดอาภรณ์ที่งดงามก็ปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง ทั้งสองเข้าสวมกอดแม่นมและกันและกันด้วยน้ำตาแห่งความสุข

หญิงผู้รอบรู้จึงอนุญาตให้พวกเขาอาศัยอยู่ในกระท่อมลับกลางป่าใหญ่ ที่นั่นมีกำแพงมนตราสีขาวคุ้มครองอยู่ ทำให้ความชั่วร้ายและความริษยาของแม่เลี้ยงใจร้ายไม่อาจตามหาพวกเขาพบได้อีกตลอดกาล

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องลูกแกะกับปลาตัวน้อย 5

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… พลังแห่งความรักและความผูกพันที่บริสุทธิ์ระหว่างพี่น้องนั้นมีอำนาจเหนือกว่ามนตราหรือความโหดร้ายใด ๆ เพราะแม้ร่างกายจะถูกเปลี่ยนแปรไปเป็นเพียงสัตว์ที่ไร้ทางสู้ แต่ความอาทรที่สื่อสารผ่านสายตาและบทเพลงโศกเศร้ากลับสามารถสั่นคลอนหัวใจของผู้ที่มีความเมตตาให้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือได้

นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่าในโลกที่เต็มไปด้วยความริษยาและการกลั่นแกล้ง ความเห็นอกเห็นใจจากคนแปลกหน้าอย่างพ่อครัวหรือแม่นมคือแสงสว่างที่ช่วยให้ความยุติธรรมกลับคืนมา และนำพาชีวิตที่แตกสลายให้กลับมาสมบูรณ์ได้อีกครั้งในที่สุด

อ่านต่อ: คอลเลกชันนิทานกริมม์อ่านสนุกได้ข้อคิดดี ๆ

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานกริมม์เรื่องลูกแกะกับปลาตัวน้อย (อังกฤษ: The Lambkin and the Little Fish) จากคอลเลกชันนิทานพี่น้องกริมม์ลำดับที่ 141 KHM นี้มีรากฐานมาจากนิทานพื้นบ้านแถบเฮสเซิน (Hesse) โดยพี่น้องตระกูลกริมม์ได้รับฟังมาจากดอร์ทเชิน วิลด์ (Dortchen Wild) ภรรยาของวิลเฮล์ม กริมม์ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในนิทานที่แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างแบบ “พี่น้องที่พลัดพรากและถูกสาป” (Brother and Sister motifs) อันเป็นหัวใจหลักของเทพนิยายยุโรปที่มักใช้สัตว์เป็นสัญลักษณ์แทนความเปราะบางของเด็ก ๆ เมื่อต้องเผชิญกับอุปสรรคในครอบครัว

ในเชิงวรรณกรรม บทกลอนโต้ตอบระหว่างลูกแกะและปลาน้อยถูกจัดอยู่ในประเภท “บทเพลงแห่งความระทม” (Lamentation Song) ซึ่งเป็นเทคนิคที่กริมม์มักใช้เพื่อให้ตัวละครที่ถูกลิดรอนเสียงในฐานะมนุษย์ได้สื่อสารความจริงออกมา การใช้บทเพลงนี้ไม่เพียงแต่สร้างบรรยากาศที่เศร้าสร้อย แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินเรื่องที่ใช้กระตุ้นมโนธรรมของผู้ฟัง (ในที่นี้คือพ่อครัว) ให้เกิดความเห็นอกเห็นใจจนนำไปสู่การช่วยเหลือในที่สุด

ท้ายที่สุด นิทานเรื่องนี้สะท้อนถึงความเชื่อในเรื่อง “มนตราแห่งคำพูด” (Power of the Word) และการถอนคำสาปด้วยพลังของ “หญิงผู้รอบรู้” หรือแม่ซื้อ ซึ่งเป็นตัวแทนของความรู้โบราณและการเยียวยา โดยเปลี่ยนผ่านจากความโหดร้ายในพื้นที่ของแม่เลี้ยง (บ้านที่ไร้รัก) ไปสู่พื้นที่ปลอดภัยอย่างกระท่อมกลางป่า ซึ่งสื่อถึงการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่มีอิสระและหลุดพ้นจากพันธนาการของความชั่วร้ายอย่างเด็ดขาดครับ

คติธรรม: “แม้มนตราจะพรากรูปลักษณ์ภายนอกไปได้ แต่ไม่อาจทำลายสายใยแห่งรักที่ฝังลึกในจิตวิญญาณ เพราะความรักที่บริสุทธิ์มักจะส่งเสียงเรียกหาความเมตตาให้ปรากฏขึ้นในใจผู้คนได้เสมอ”