ในโลกที่พรสวรรค์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเอาชนะอุปสรรคอันยิ่งใหญ่ การร่วมมือกันจึงเป็นกุญแจสำคัญที่เปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นตำนาน
มีนิทานกริมม์เรื่องหนึ่งเล่าถึงพี่น้องสี่คนที่แยกย้ายไปฝึกฝนวิชาชีพที่แตกต่างกันจนเชี่ยวชาญถึงขั้นมหัศจรรย์ ก่อนที่โชคชะตาจะพาพวกเขากลับมารวมตัวกันเพื่อทำภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ให้สำเร็จ กับนิทานกริมม์เรื่องสี่พี่น้องยอดฝีมือ

เนื้อเรื่องนิทานกริมม์เรื่องสี่พี่น้องยอดฝีมือ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายยากจนคนหนึ่งมีลูกชาย 4 คน เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น พ่อได้เรียกทุกคนมาหาและกล่าวว่า “ลูกรักของพ่อ ตอนนี้พวกเจ้าต้องออกไปสู่โลกกว้างแล้ว พ่อไม่มีสิ่งใดจะมอบให้พวกเจ้า จงออกเดินทางไปให้ไกลเพื่อเรียนรู้อาชีพ และดูว่าพวกเจ้าจะสร้างตัวได้อย่างไร”
สี่พี่น้องถือไม้เท้าคู่ใจ บอกลาพ่อ และเดินผ่านประตูเมืองไปด้วยกัน จนกระทั่งถึงทางแยกสี่แพร่งที่แยกออกไปสี่ทิศ พี่คนโตจึงกล่าวว่า “ตรงนี้เราต้องแยกจากกัน แต่ในวันนี้ของอีก 4 ปีข้างหน้า เราจะกลับมาพบกันที่จุดเดิมนี้ เพื่อออกตามหาโชคชะตาของแต่ละคน”
การฝึกฝนของแต่ละคน:
พี่คนโตพบชายคนหนึ่งชวนไปเป็น “จอมโจร” แม้เขาจะกลัวการถูกแขวนคอ แต่ชายคนนั้นยืนยันว่าจะสอนให้ขโมยในสิ่งที่ไม่มีใครหาเจอและไม่มีใครจับได้ เขาจึงฝึกจนกลายเป็นจอมโจรที่มือเบาและว่องไวที่สุด
พี่คนที่สองพบชายชวนไปเป็น “นักดาราศาสตร์” เขาได้รับ “กล้องส่องทางไกลวิเศษ” ซึ่งอาจารย์บอกว่า “ด้วยกล้องนี้ เจ้าสามารถมองเห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งบนดินและบนสวรรค์ ไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นจากเจ้าได้”
พี่คนที่สามได้รับการฝึกจากนายพรานจนเชี่ยวชาญ และได้รับ “ปืนวิเศษ” ที่อาจารย์รับรองว่า “มันจะไม่มีวันพลาดเป้า ไม่ว่าเจ้าจะเล็งอะไร เจ้าจะยิงถูกสิ่งนั้นแน่นอน”
น้องคนเล็กตอนแรกไม่อยากเป็นช่างเย็บผ้าเพราะกลัวหลังขดหลังแข็ง แต่มีชายคนหนึ่งโน้มน้าวว่าจะสอนการเย็บผ้าที่ทรงเกียรติ เขาจึงได้เรียนรู้และได้รับ “เข็มวิเศษ” ที่สามารถเย็บทุกอย่างเข้าด้วยกันได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่นุ่มเหมือนไข่หรือแข็งเหมือนเหล็ก โดยไม่ทิ้งรอยตะเข็บให้เห็น

เมื่อครบ 4 ปีตามสัญญา สี่พี่น้องกลับมาพบกันที่ทางแยกสี่แพร่งพร้อมกันพอดี พวกเขาโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจและพากันกลับไปหาพ่อ พ่อดีใจมากและพูดว่า “ในที่สุดสายลมก็พัดพวกเจ้ากลับมาหาพ่ออีกครั้ง”
พวกเขานั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน พ่อจึงตัดสินใจทดสอบฝีมือของลูก ๆ
บททดสอบที่ 1 พ่อบอกให้นักดาราศาสตร์ส่องดูรังนกกระจิบบนยอดไม้ที่อยู่ระหว่างกิ่งไม้สองกิ่ง นักดาราศาสตร์ส่องกล้องแล้วบอกว่า “มีไข่อยู่ 5 ใบครับ”
บททดสอบที่ 2 พ่อบอกให้จอมโจรไปเอาไข่ลงมาโดยไม่ทำให้แม่นกที่กำลังกกไข่อยู่ตื่นตกใจ จอมโจรปีนขึ้นไปและหยิบไข่ทั้ง 5 ใบออกมาจากใต้ตัวนกได้อย่างแนบเนียนจนแม่นกไม่รู้สึกตัวเลย
บททดสอบที่ 3 พ่อวางไข่ไว้ที่มุมโต๊ะ 4 ใบ และตรงกลาง 1 ใบ แล้วสั่งให้นักล่าใช้กระสุนนัดเดียวยิงไข่ทั้ง 5 ใบให้ขาดครึ่งตรงกลางพอดี นักล่าเล็งและยิงเพียงครั้งเดียว ไข่ทั้ง 5 ใบก็ขาดครึ่งตามต้องการ (เหมือนมีดินปืนที่สั่งให้ลูกกระสุนเลี้ยวโค้งได้)
บททดสอบที่ 4 พ่อบอกให้ช่างเย็บผ้าเย็บไข่และตัวอ่อนนกที่อยู่ข้างในกลับเข้าด้วยกันโดยไม่ให้พวกมันบาดเจ็บ ช่างเย็บผ้าใช้เข็มวิเศษเย็บอย่างประณีตจนไข่กลับมาเป็นใบสมบูรณ์
สุดท้าย จอมโจรปีนกลับไปวางไข่ไว้ใต้ตัวแม่นกตามเดิมโดยที่มันไม่รู้ตัวอีกเช่นเคย หลังจากนั้นไม่กี่วัน ลูกนกทั้ง 5 ก็ฟักออกมา พวกมันแข็งแรงดี แต่มี “เส้นสีแดง” เล็ก ๆ รอบคอตรงจุดที่ช่างเย็บผ้าได้เย็บเอาไว้
พ่อจึงเอ่ยชมลูก ๆ ด้วยความภาคภูมิใจว่า “พ่อเริ่มคิดแล้วว่าพวกเจ้ามีค่ามากกว่าต้นโคลเวอร์เสียอีก พวกเจ้าใช้เวลาได้คุ้มค่าและเรียนรู้สิ่งที่ดี พ่อบอกไม่ได้ว่าใครควรได้รับคำชมมากที่สุด แต่มันจะพิสูจน์ได้เมื่อพวกเจ้ามีโอกาสได้ใช้พรสวรรค์นี้”

ไม่นานหลังจากนั้น เกิดความวุ่นวายไปทั่วแผ่นดินเมื่อเจ้าหญิงถูก “มังกร” ลักพาตัวไป พระราชาทรงเป็นทุกข์อย่างหนักและประกาศว่า “ผู้ใดที่พานางกลับมาได้ จะได้นางเป็นภรรยา”
สี่พี่น้องเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะพิสูจน์ฝีมือ จึงร่วมมือกันออกเดินทาง
นักดาราศาสตร์ส่องกล้องมองหาจนพบว่า “ข้าเห็นนางแล้ว นางอยู่ไกลจากที่นี่มาก บนโขดหินกลางทะเล และมีมังกรนอนเฝ้าอยู่ข้างๆ”
พวกเขาขอเรือจากพระราชาและแล่นไปยังโขดหินนั้น ทันทีที่ไปถึง พวกเขาพบมังกรกำลังนอนหลับอยู่บนตักของเจ้าหญิง นักล่าไม่กล้ายิงเพราะกลัวจะโดนเจ้าหญิงไปด้วย
จอมโจรจึงโชว์ฝีมือ “ข้าจะลองใช้วิชาของข้าเอง” เขาค่อยๆ ย่องเข้าไปขโมยตัวเจ้าหญิงออกมาจากใต้ตัวมังกรอย่างแผ่วเบาจนมังกรที่กำลังนอนกรนอยู่ไม่รู้สึกตัวเลย
เมื่อพวกเขาพาเจ้าหญิงขึ้นเรือและแล่นออกมาได้สักพัก มังกรก็ตื่นขึ้นและพบว่าเจ้าหญิงหายไป มันบินคำรามด้วยความโกรธแค้นตามมาเหนือเรือ นักล่าจึงเล็งปืนและยิงทะลุขั้วหัวใจมังกรจนมันตกลงมาตายคาที่
แต่ร่างของมังกรนั้นใหญ่โตและหนักมาก เมื่อมันตกลงมากระแทกเรือ เรือจึงแตกละเอียดเป็นเสี่ยง ๆ ทุกคนตกอยู่ในอันตรายท่ามกลางทะเลกว้าง แต่ช่างเย็บผ้าไม่ยอมอยู่เฉย เขาหยิบเข็มวิเศษขึ้นมาแล้วเย็บแผ่นไม้และเศษซากเรือทั้งหมดเข้าด้วยกัน อย่างรวดเร็ว จนเรือกลับมาลอยลำได้อีกครั้งและพาเขากลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

เมื่อพระราชาได้พบเจ้าหญิงอีกครั้งก็ทรงยินดีเป็นอย่างมาก และตรัสกับสี่พี่น้องว่า “หนึ่งในพวกเจ้าจะได้นางเป็นภรรยา แต่พวกเจ้าต้องตกลงกันเองว่าจะเป็นใคร”
ทันใดนั้น การโต้เถียงอย่างรุนแรงก็เกิดขึ้น เพราะแต่ละคนต่างอ้างผลงานของตน
นักดาราศาสตร์ “ถ้าข้าไม่เห็นเจ้าหญิง วิชาของพวกเจ้าก็ไร้ประโยชน์ ดังนั้นนางเป็นของข้า”
จอมโจร “จะเห็นไปเพื่ออะไร ถ้าข้าไม่ขโมยนางออกมาจากมังกร? ดังนั้นนางเป็นของข้า”
นักล่า “พวกเจ้าและเจ้าหญิงคงถูกมังกรฉีกเป็นชิ้น ๆ ไปแล้ว ถ้ากระสุนของข้าไม่โดนมัน ดังนั้นนางเป็นของข้า”
ช่างเย็บผ้า “และถ้าข้าไม่ใช้ฝีมือเย็บเรือขึ้นมาใหม่ พวกเจ้าทุกคนคงจมน้ำตายอย่างน่าเวทนาไปแล้ว ดังนั้นนางเป็นของข้า”
พระราชาทรงสดับฟังการโต้เถียงแล้วจึงมีพระราชดำรัสตัดสินว่า “พวกเจ้าทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน และในเมื่อพวกเจ้าทุกคนไม่อาจครอบครองนางได้ (พร้อมกัน) ดังนั้นจะไม่มีใครได้นางไป แต่ข้าจะมอบรางวัลให้พวกเจ้าแต่ละคนเป็น ‘ครึ่งอาณาจักรของข้า’ แทน”
สี่พี่น้องพอใจกับคำตัดสินนี้มากและกล่าวว่า “แบบนี้ดีกว่าที่เราจะต้องมาขัดแย้งกันเอง” จากนั้นแต่ละคนก็ได้รับมอบที่ดินครึ่งอาณาจักร และใช้ชีวิตร่วมกับพ่ออย่างมีความสุขสืบไปตราบเท่าที่พระเจ้าทรงพอพระทัย

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่นั้นไม่ได้เกิดจากความสามารถของใครเพียงคนเดียว แต่เกิดจากการนำพรสวรรค์ที่แตกต่างกันมาผสมผสานและเกื้อกูลกันอย่างลงตัว ดังเช่นสี่พี่น้องที่หากขาดทักษะของคนใดคนหนึ่งไป ภารกิจกู้ชีพเจ้าหญิงก็คงไม่อาจสำเร็จลุล่วงได้
นอกจากนี้ยังสอนให้เห็นถึงความสำคัญของการเรียนรู้และฝึกฝนอาชีพจนเชี่ยวชาญ ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นสมบัติล้ำค่าที่ช่วยสร้างตัวและแก้ปัญหาในยามวิกฤตได้ดีกว่าทรัพย์สินเงินทอง และในตอนท้ายเรื่องยังให้แง่คิดที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการรู้จักพอและการประนีประนอมเพื่อรักษาความสัมพันธ์ในครอบครัว เพราะการยอมรับรางวัลที่ยุติธรรมจากพระราชานั้นดีกว่าการปล่อยให้ความโลภและการอยากเอาชนะมาทำลายความผูกพันระหว่างพี่น้องที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมา
อ่านต่อ: นิทานกริมม์อ่านสนุกเพลิดเพลินได้ข้อคิดดี ๆ อ่านได้ทุกวัย ที่นี่ taleZZZ.com
ที่มาของนิทานเรื่องนี้
นิทานกริมม์เรื่องสี่พี่น้องยอดฝีมือ (อังกฤษ: The Four Skilful Brothers) มาจากคำบอกเล่าของครอบครัวฮักซ์เธาเซน (Haxthausen) ซึ่งเป็นมิตรสนิทของพี่น้องกริมม์ในแถบเวสต์ฟาเลีย (Westphalia) โดยถูกนำมาบันทึกและตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลเลกชันนิทานกริมม์ลำดับที่ 129 KHM1 ซึ่งพบแพร่หลายในหลายวัฒนธรรมทั่วยุโรปและเอเชียกลาง สะท้อนถึงค่านิยมการส่งลูกหลานออกไปเรียนรู้วิชาชีพเพื่อสร้างตัวในยุคกลาง
ในเชิงวรรณกรรม นิทานเรื่องนี้โดดเด่นด้วยการใช้โครงสร้างแบบ “การทดสอบความสามารถ” (The Test of Skill) ที่มีการดำเนินเรื่องเป็นลำดับขั้นตอนและใช้ตัวเลขมงคลอย่าง “เลขสี่” แทนทิศทั้งสี่หรือธาตุทั้งสี่ การที่พี่น้องแต่ละคนได้รับของวิเศษ (กล้อง, ปืน, เข็ม, วิชาขโมย) เป็นการเปรียบเปรยถึงการมีเครื่องมือและปัญญาที่แหลมคม ซึ่งเป็นอาวุธสำคัญในการเอาชนะอุปสรรคที่เหนือธรรมชาติอย่างมังกร มากกว่าการใช้กำลังเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ ที่มาของตอนจบที่ให้พี่น้องแบ่งอาณาจักรกันแทนการแต่งงานกับเจ้าหญิง เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านจากนิทานรักโรแมนติกแบบเดิม มาเป็นการเน้นย้ำเรื่อง “ความเท่าเทียมและการประนีประนอม” (Justice and Compromise) ซึ่งสะท้อนถึงแนวคิดแบบสังคมเกษตรกรรมและพาณิชยกรรมในเยอรมนีสมัยนั้น ที่มองว่าความสงบสุขในครอบครัวและการแบ่งสรรปันส่วนผลประโยชน์อย่างยุติธรรม มีความสำคัญสูงสุดต่อการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน
คติธรรม: “ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ไม่ได้เกิดจากความเก่งกาจของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดจากการร้อยเรียงความต่างให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อเติมเต็มในสิ่งที่แต่ละคนขาดหาย”

