ปกนิทานกริมม์เรื่องหญิงปั่นด้ายจอมขี้เกียจ

นิทานกริมม์เรื่องหญิงปั่นด้ายจอมขี้เกียจ

ในโลกที่นวัตกรรมมักถูกขับเคลื่อนด้วยความขี้เกียจเพื่อหาวิธีที่ง่ายที่สุดในการทำงาน สติปัญญาจึงมักถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างทางลัด

มีนิทานกริมม์เรื่องหนึ่งเล่าถึงภรรยาผู้เปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมชั้นครู ที่ใช้ไหวพริบปฏิภาณอันแยบยลเพื่อเลี่ยงงานปั่นด้าย จนทำให้สามีต้องตกตะลึงกับอาถรรพ์กำมะลอที่นางสร้างขึ้น กับนิทานกริมม์เรื่องหญิงปั่นด้ายจอมขี้เกียจ

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องหญิงปั่นด้ายจอมขี้เกียจ

เนื้อเรื่องนิทานกริมม์เรื่องหญิงปั่นด้ายจอมขี้เกียจ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ หมู่บ้านที่แสนสงบสุข มีชายขยันคนหนึ่งอาศัยอยู่กับภรรยาที่เขารัก แต่น่าเสียดายที่นางมีนิสัยขี้เกียจจนเป็นที่เลื่องลือ งานบ้านงานเรือนไม่เคยหยิบจับ โดยเฉพาะงานปั่นด้ายที่เป็นงานหลักของผู้หญิงในสมัยนั้น

นางจะทำแบบขอไปทีจนด้ายที่ปั่นออกมานั้นยุ่งเหยิงพันกันเป็นก้อนกลมเหมือนรังนกกระจอก แถมยังไม่เคยคิดจะกรอด้ายใส่หลอดให้เรียบร้อยเลยสักครั้ง

วันหนึ่งสามีทนไม่ไหวจึงตำหนิขึ้นว่า “แม่ยอดขวัญ ดูสิ ด้ายที่เจ้าปั่นมันเละเทะไปหมดแล้วนะ เมื่อไหร่เจ้าจะกรอมันให้เป็นระเบียบเสียที?”

ภรรยาผู้มีฝีปากไวเท่าความคิดรีบสวนกลับทันที “โธ่ท่านพี่! จะให้ฉันกรอได้อย่างไรในเมื่อบ้านเราไม่มี ‘รางกรอด้าย’ สักอันเดียว ถ้าท่านอยากเห็นงานเสร็จนัก ก็จงเข้าป่าไปตัดไม้มาทำรางกรอให้ฉันสิ ไม่ใช่เอาแต่บ่นแบบนี้!”

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องหญิงปั่นด้ายจอมขี้เกียจ 2

สามีผู้ซื่อสัตย์เมื่อได้ฟังก็คิดว่านางพูดมีเหตุผล “ถ้าเจ้าต้องการเพียงแค่นั้น ข้าจะเข้าป่าไปตัดไม้มาทำให้เดี๋ยวนี้แหละ!”

เมื่อเห็นสามีคว้าขวานมุ่งหน้าเข้าป่าไปจริงๆ ภรรยาจอมเจ้าเล่ห์ก็เริ่มกระสับกระส่าย “ตายล่ะสิ! ถ้าเขามีรางกรอด้ายขึ้นมาจริงๆ ฉันคงต้องนั่งปั่นด้ายจนมือหงิกแน่ ๆ” นางจึงแอบลัดเลาะตามสามีเข้าไปในป่าอย่างเงียบเชียบ

เมื่อสามีปีนขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่เพื่อเลือกกิ่งไม้ที่แข็งแรง ภรรยาก็รีบคลานเข้าไปซ่อนตัวในพุ่มไม้หนาทึบใต้ต้นไม้นั้น นางดัดเสียงให้เล็กแหลมและสั่นเครือราวกับเสียงของภูตผีแล้วตะโกนขึ้นไปว่า “ใครตัดไม้ทำราง… ต้องวางวาย และใครกรอด้าย… จะต้องมลายสิ้นไป!”

สามีชะงักกึก ขนลุกซู่ไปทั้งตัว “นั่นเสียงอะไรน่ะ?” เขาพยายามรวบรวมความกล้า “สงสัยหูเราคงจะแว่วไปเอง” เขาเริ่มเงื้อขวานจะฟันอีกรอบ แต่เสียงเดิมก็ดังขึ้นอีกครั้งอย่างโหยหวนกว่าเดิม เขารอจนเงียบไปครู่หนึ่งแล้วลองเป็นครั้งที่สาม แต่เสียงอาถรรพ์นั้นก็ยังขู่ตะคอกกลับมาทันควัน

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องหญิงปั่นด้ายจอมขี้เกียจ 3

ด้วยความกลัวตายเขาจึงทิ้งขวานแล้วไถลตัวลงจากต้นไม้ วิ่งโกยอ้าวกลับบ้านโดยไม่เหลียวหลัง ส่วนภรรยาก็รีบวิ่งลัดทุ่งนามาถึงบ้านก่อน และแกล้งทำเป็นนั่งเย็บผ้าหน้าตาเฉย “เป็นอย่างไรบ้างท่านพี่ ได้ไม้สวยๆ มาทำรางกรอให้ฉันไหม?”

สามีหน้าซีดเผือดตอบกลับว่า “ข้าว่าเราเลิกคิดเรื่องกรอด้ายเถอะ มันมีอาถรรพ์บางอย่างในป่าที่บอกว่าใครกรอด้ายจะต้องมีอันเป็นไป!” ภรรยาแสร้งทำเป็นตกใจและเออออไปกับเขา ตั้งแต่นั้นสามีก็ไม่บังคับให้นางกรอด้ายอีกเลย

เวลาผ่านไป กองด้ายที่พะรุงพะรังเริ่มสูงขึ้นจนล้นบ้าน สามีเริ่มกลับมาบ่นอีกครั้ง “ถึงจะไม่มีรางกรอ แต่จะปล่อยให้ด้ายยุ่งแบบนี้ก็เสียของเปล่า ๆ” ภรรยาผู้ไม่อยากทำงานหนักจึงเสนอแผนการพิลึกพิลั่นขึ้นมาอีกครั้ง

“ท่านพี่ ฉันนึกออกแล้ว! เราไม่ต้องใช้รางกรอก็ได้ ท่านขึ้นไปบนห้องใต้หลังคานะ ส่วนฉันจะยืนอยู่ข้างล่าง แล้วเราก็โยนก้อนด้ายสลับกันไปมา ด้ายมันก็จะยืดตรงและเป็นระเบียบไปเอง” สามีผู้หลงเชื่อก็ยอมทำตาม ทั้งคู่โยนด้ายขึ้น ๆ ลง ๆ อย่างทุลักทุเลจนด้ายกลายเป็นด้ายใจ (Skein) ได้สำเร็จ

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องหญิงปั่นด้ายจอมขี้เกียจ 4

“เอาละ” สามีกล่าว “คราวนี้ต้องเอาด้ายไปต้มในน้ำร้อนเพื่อให้เส้นใยมันแข็งแรงและสะอาด”

ภรรยาได้ยินดังนั้นก็นึกเข่นเขี้ยวในใจ “ฮึ่ม! ยังไม่จบสิ้นอีกนะ” แต่เธอก็ยิ้มหวานแล้วบอกว่า “ได้จ้ะท่านพี่ เดี๋ยวเช้ามืดพรุ่งนี้ฉันจะจัดการเอง”

เช้าวันต่อมา ภรรยาตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่ นางจุดไฟตั้งหม้อน้ำจนเดือดปุด ๆ แต่แทนที่จะใส่ด้ายใจราคาแพงลงไป นางกลับหยิบ “ก้อนใยปอ” (Tow) ที่หยาบกระด้างและไม่มีค่าใส่ลงไปแทน จากนั้นนางก็วิ่งไปปลุกสามีที่เตียง

“ท่านพี่! ฉันมีธุระด่วนต้องไปทำที่หมู่บ้านข้าง ๆ ท่านช่วยไปดูหม้อต้มด้ายให้ที แต่ระวังนะ! ถ้าเสียงไก่ขันดังขึ้นแล้วท่านยังไม่เปิดดูหม้อ ด้ายทั้งหมดจะกลายเป็นใยปอทันที!”

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องหญิงปั่นด้ายจอมขี้เกียจ 5

สามีได้ยินก็สะดุ้งสุดตัว รีบกระโดดจากเตียงวิ่งไปยังห้องครัวด้วยความเร็วแสง แต่ทว่า… ในจังหวะที่เขากำลังจะเปิดฝาหม้อ เสียง “เอก อี เอ๊ก เอ๊ก!” ของพ่อไก่ก็ดังประสานขึ้นพอดี เขาใจหายวาบ เมื่อเปิดฝาหม้อออกดู เขาก็พบเพียงก้อนใยปอขรุขระลอยเท้งเต้งอยู่ในน้ำร้อน

เขาทรุดตัวลงอย่างหมดแรง “โธ่! เพราะเราช้าไปแท้ๆ คำสาปเลยสาปด้ายให้กลายเป็นใยปอไปหมดเลย” เมื่อภรรยากลับมา นางแสร้งทำเป็นโกรธและเสียดายอย่างสุดซึ้ง จนสามีรู้สึกผิดและไม่กล้าเอ่ยปากเรื่องการปั่นด้ายหรือการกรอด้ายอีกเลยตลอดชีวิต

สุดท้าย… แม่บ้านจอมขี้เกียจก็ได้นอนเอกเขนกอย่างสบายใจ โดยมีสามีผู้น่าสงสารคอยรับใช้และเชื่อในเรื่องอาถรรพ์กำมะลอของนางไปตลอดกาล

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องหญิงปั่นด้ายจอมขี้เกียจ 6

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความขี้เกียจคือบิดาแห่งการเอาตัวรอดและความช่างคิด เพราะเมื่อคนเราไม่อยากลงแรงกาย สติปัญญาจะทำงานอย่างหนักเพื่อหาทางลัดที่แยบยลมาทดแทนเสมอ

ซึ่งในแง่หนึ่งมันคือต้นกำเนิดของนวัตกรรมและการใช้สมองนำทางเพื่อความสบาย แต่ในอีกมุมหนึ่ง หากเล่ห์เหลี่ยมนั้นถูกนำมาใช้เพียงเพื่อปัดความรับผิดชอบหรือหลอกลวงคนใกล้ชิด ผลลัพธ์ที่ได้อาจเป็นความสะดวกสบายที่ว่างเปล่า เหมือนก้อนใยปอในหม้อต้มที่ไม่มีราคา และสุดท้ายความขี้เกียจที่ขาดความรับผิดชอบก็อาจกลายเป็นกรงขังที่ทำให้ชีวิตไม่ก้าวหน้าไปกว่าที่เป็นอยู่

อ่านต่อ: คอลเลกชันนิทานกริมม์อ่านสนุกเพลิดเพลินได้ข้อคิดดี ๆ อ่านได้ทุกวัย ที่นี่ taleZZZ.com

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานกริมม์เรื่องหญิงปั่นด้ายจอมขี้เกียจ (อังกฤษ: The Lazy Spinner) ถูกรวบรวมโดยพี่น้องกริมม์และตีพิมพ์ครั้งแรกในชุดนิทานของพวกเขาลำดับที่ 128 KHM โดยได้รับข้อมูลมาจากดอโรเธีย วิลด์ (Dorothea Wild) หญิงสาวผู้เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในเมืองคาสเซิล ซึ่งต่อมานางได้แต่งงานกับวิลเฮล์ม กริมม์ หนึ่งในสองพี่น้องผู้บันทึกนิทานชุดนี้นั่นเอง

ในเชิงวัฒนธรรม นิทานเรื่องนี้สะท้อนถึงค่านิยมในยุโรปสมัยก่อนที่ให้ความสำคัญกับการปั่นด้ายในฐานะหน้าที่หลักของภรรยาที่ดี การปั่นด้ายจึงมักถูกนำมาใช้เป็นบททดสอบความพากเพียรหรือความเฉลียวฉลาดในนิทานพื้นบ้านหลายเรื่อง เรื่องนี้เลือกนำเสนอในมุมตลกขบขันและเสียดสีสังคมแทน

นอกจากนี้ เรื่องนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของนิทานประเภท “เรื่องตลกของคนขี้เกียจ” (Tales of Lazy People) ซึ่งมักนำเสนอตัวเอกที่มีไหวพริบเป็นเลิศแต่กลับนำมาใช้เพื่อการเอาตัวรอดจากการทำงานหนัก โดยพี่น้องกริมม์ได้พยายามรวบรวมเรื่องราวเหล่านี้ไว้เพื่อแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของอุปนิสัยมนุษย์ ทั้งในแง่ของศีลธรรมอันดีและความเจ้าเล่ห์เพทุบายที่แฝงอยู่ในวิถีชีวิตชาวบ้าน

คติธรรม: “ไหวพริบของคนขี้เกียจอาจสร้างนวัตกรรมที่ช่วยทุ่นแรงได้อย่างอัศจรรย์ แต่หากไร้ซึ่งความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ เล่ห์เหลี่ยมนั้นก็เป็นเพียงเครื่องมือเอาตัวรอดที่ทิ้งไว้แค่ความว่างเปล่าและคำลวง”