ในโลกที่ความอวดดีมักมาพร้อมกับความประมาท เมื่อวิทยาการอันล้ำเลิศถูกท้าทายด้วยความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาที จนทำให้ร่างกายมนุษย์ต้องกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมอย่างไม่อาจแก้ไข
มีนิทานกริมม์เรื่องหนึ่งเล่าถึงสามหมอจอมโม้ที่ตัดอวัยวะตัวเองฝากไว้เพื่อโชว์ฝีมือต่อคืน แต่ความซวยทำให้ชิ้นส่วนจริงหายไปจนต้องเอาของสัตว์และโจรมาใส่แทน นำไปสู่พฤติกรรมสุดเพี้ยนและการทวงคืนที่วุ่นวายจนหยดสุดท้าย กับนิทานกริมม์เรื่องศัลยแพทย์ทหารทั้งสามคน

เนื้อเรื่องนิทานกริมม์เรื่องศัลยแพทย์ทหารทั้งสามคน
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีศัลยแพทย์ทหารสามคนผู้หลงใหลในความสามารถของตนอย่างยิ่ง พวกเขาเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลกเพื่อแสดงฝีมือ วันหนึ่งพวกเขามาถึงโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งและต้องการพักค้างคืน เมื่อเจ้าของโรงเตี๊ยมถามถึงความเชี่ยวชาญ พวกเขาจึงตัดสินใจโชว์ความเหนือชั้นให้เห็น
- หมอทหารคนที่หนึ่ง ประกาศว่าจะตัดมือข้างหนึ่งของตนเองออก
- หมอทหารคนที่สอง บอกว่าจะควักหัวใจของตนเองออกมา
- หมอทหารคนที่สาม ยืนยันว่าจะควักดวงตาทั้งสองข้างออกมา
พวกเขาทั้งสามอ้างว่ามี “ขี้ผึ้งวิเศษ” ที่เมื่อทาลงบนแผลแล้ว จะทำให้ชิ้นส่วนร่างกายเชื่อมติดกันได้อย่างสนิททันทีในเช้าวันรุ่งขึ้น พวกเขาจัดการตัดอวัยวะตามที่พูดไว้ แล้วนำมือ หัวใจ และดวงตามาวางรวมกันบนจานใบใหญ่ส่งให้เจ้าของโรงเตี๊ยม
ซึ่งเขาก็มอบหมายให้สาวใช้ประจำบ้านนำไปเก็บรักษาไว้ในตู้เก็บของอย่างดีที่สุด เพื่อรอให้ถึงเวลาประกอบร่างคืนในวันใหม่

ความซวยเริ่มขึ้นเมื่อสาวใช้คนนั้นแอบนัดพบกับแฟนหนุ่มที่เป็นทหารในคืนนั้นเอง ขณะที่ทุกคนในโรงเตี๊ยมหลับสนิท เธอเปิดตู้เพื่อหยิบอาหารมาเลี้ยงดูคนรัก แต่ด้วยความดีใจจนลืมตัว เธอทิ้งประตูตู้เปิดค้างไว้ระหว่างที่นั่งจู๋จี๋กัน
ทันใดนั้น “เจ้าแมว” ประจำโรงเตี๊ยมที่หิวโหยก็ย่องเข้ามา เมื่อเห็นอวัยวะสด ๆ บนจาน มันจึงคาบเอามือ หัวใจ และดวงตาทั้งหมดไปกินจนเกลี้ยง!
เมื่อสาวใช้รู้ตัวว่าจานว่างเปล่า เธอก็ตกใจจนหน้าซีดเผือดร้องไห้บอกแฟนทหารว่า “ข้าตายแน่ ๆ อวัยวะของพวกหมอทหารหายไปหมดแล้ว!” แต่ทหารหนุ่มกลับมีไหวพริบแกมโกง เขาบอกให้นางใจเย็น ๆ และเริ่มแผนการแทนที่อวัยวะทันที
เขาออกไปที่แท่นประหารนอกเมืองและตัดมือขวาของศพโจร ที่เพิ่งถูกแขวนคอมาแทน
เขาจับเจ้าแมวตัวแสบมา ควักดวงตาของมันออกมาใส่จาน
เขาลงไปที่ห้องใต้ดิน นำหัวใจหมูที่เพิ่งถูกฆ่าเพื่อทำอาหารมาวางแทนที่หัวใจเดิม
สาวใช้นำจานที่เต็มไปด้วยอวัยวะ “ของปลอม” เหล่านั้นกลับเข้าตู้ไปตามเดิม และรีบเข้านอนโดยหวังว่าพรุ่งนี้เช้าจะไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้น

เมื่อแสงอรุณมาถึง ศัลยแพทย์ทั้งสามรีบเรียกให้สาวใช้นำจานอวัยวะมาให้ พวกเขาจัดการทาขี้ผึ้งวิเศษและต่อชิ้นส่วนเหล่านั้นกลับเข้าที่เดิมทันทีโดยไม่เอะใจเลยสักนิด หมอคนแรกต่อมือโจร หมอคนที่สองใส่ตาแมว และหมอคนที่สามวางหัวใจหมูลงในอก
เจ้าของโรงเตี๊ยมต่างชื่นชมในความมหัศจรรย์นี้ ส่วนหมอทั้งสามก็จ่ายเงินและออกเดินทางต่ออย่างภาคภูมิใจ
แต่ทว่า… ยิ่งเดินไปไกลเท่าไหร่ ร่างกายของพวกเขาก็ยิ่งประหลาดขึ้น หมอที่มีหัวใจหมู เริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ เขาไม่ยอมเดินไปตามถนน แต่กลับวิ่งแฉลบลงข้างทางเพื่อไปเอาจมูกดุนและคุ้ยเขี่ยหาของกินในดินโคลนและพงหญ้าที่สกปรกที่สุด
เพื่อนอีกสองคนพยายามดึงชายเสื้อรั้งไว้จนแทบขาดเขาก็ไม่หยุด ส่วนหมอที่มีดวงตาแมว ก็บ่นพึมพำว่า “เพื่อนเอ๋ย ข้ามองไม่เห็นทางเลย ข้าเห็นแต่เงามืดเหมือนตอนกลางคืน ใครก็ได้ช่วยจูงข้าที”
และความวุ่นวายที่สุดเกิดขึ้นเมื่อพวกเขาแวะโรงเตี๊ยมอีกแห่ง หมอที่มีมือโจร กลับเผลอเอื้อมมือไปฉกเงินของเศรษฐีที่นั่งนับเงินอยู่ข้าง ๆ โดยที่เจ้าตัวพยายามจะห้ามมือตัวเองแต่ก็ทำไม่ได้ จนเพื่อนต้องดุด่าด้วยความอับอาย

ในคืนนั้นเอง ขณะที่พวกเขานอนพักอยู่ในห้องที่มืดสนิท หมอที่มีดวงตาแมว ก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาแล้วตะโกนเรียกเพื่อนๆ ด้วยความตื่นเต้นว่า “ดูนั่นสิ! พวกเจ้าเห็นหนูสีขาวฝูงใหญ่วิ่งเล่นกันอยู่ตรงนั้นไหม?” หมออีกสองคนลุกขึ้นมาจ้องมองด้วยความว่างเปล่าเพราะมองไม่เห็นอะไรเลย
ในที่สุดพวกเขาก็ตระหนักได้ว่า “อวัยวะที่ต่อกลับไปไม่ใช่ของเดิม!” พวกเขาไม่ได้หัวใจ มือ และตาของตนคืนมา แต่ได้ของสัตว์และอาชญากรมาแทน
วันรุ่งขึ้น ทั้งสามจึงรีบเดินทางย้อนกลับไปที่โรงเตี๊ยมแรกด้วยความเดือดดาลเพื่อจะจับผิดเจ้าของบ้าน สาวใช้ตัวแสบที่เห็นหมอทั้งสามเดินหน้าบึ้งกลับมาก็รู้ตัวว่าความแตกแน่ จึงแอบหนีออกประตูหลังบ้านไปและไม่กลับมาอีกเลย หมอทั้งสามโกรธจนฟิวส์ขาด
ขู่เจ้าของโรงเตี๊ยมว่า “ถ้าเจ้าไม่เอาเงินมาชดเชยให้เราจนพอใจ เราจะเผาโรงเตี๊ยมของเจ้าให้วอดวาย!” เจ้าของบ้านที่หวาดกลัวรีบกวาดเงินและทรัพย์สินทั้งหมดที่มีมอบให้หมอทั้งสามเพื่อรักษาชีวิตไว้
ศัลยแพทย์ทั้งสามจึงกลายเป็นมหาเศรษฐีมีเงินใช้ไปตลอดชาติ แต่ต้องยอมทนใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยมือที่ชอบลักเล็กขโมยน้อย ดวงตาที่มองเห็นแต่ในความมืด และหัวใจที่อยากจะมุดลงไปคุ้ยดินโคลนอยู่ตลอดเวลา

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความภาคภูมิใจในความรู้และความสามารถที่มากเกินไปจนกลายเป็นการโอ้อวดและความประมาท มักนำมาซึ่งหายนะที่ไม่อาจแก้ไขได้
ดังเช่นศัลยแพทย์ทั้งสามที่เชื่อมั่นในวิทยาการของตนจนยอมเอาชีวิตและร่างกายไปเสี่ยงกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นว่าสิ่งของหรืออวัยวะที่แปลกปลอมนั้น แม้จะสามารถเชื่อมต่อให้ดูเหมือนเดิมภายนอกได้ด้วยเวทมนตร์หรือกลโกง แต่สัญชาตญาณและเนื้อแท้ที่อยู่ภายในย่อมไม่มีวันเปลี่ยนแปลงและจะแสดงตัวตนออกมาในที่สุด
นอกจากนี้ยังเป็นบทเรียนว่าความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยจากการขาดความรับผิดชอบของคนรอบข้างอาจส่งผลกระทบอันใหญ่หลวงต่อชีวิตของผู้อื่นอย่างที่ไม่อาจย้อนคืนมาเป็นดังเดิมได้ แม้จะมีเงินทองมาชดเชยมากมายเพียงใดก็ตาม
อ่านต่อ: นิทานกริมม์อ่านสนุกได้ข้อคิดดี ๆ
ที่มาของนิทานเรื่องนี้
นิทานกริมม์เรื่องศัลยแพทย์ทหารทั้งสามคน (อังกฤษ: The Three Army-Surgeons) นิทานเรื่องนี้มีที่มาจากการรวบรวมของพี่น้องกริมม์ลำดับที่ 118 KHM โดยพวกเขาได้รับฟังมาจากครอบครัวฮักซ์เธาเซิน (Haxthausen) ในเขตเวสต์ฟาเลีย ซึ่งสะท้อนถึงอารมณ์ขันแบบตลกร้าย (Black Comedy) ที่เป็นเอกลักษณ์ของนิทานพื้นบ้านเยอรมันในยุคนั้น โดยเป็นการเสียดสีกลุ่มคนที่หลงใหลในวิทยาการสมัยใหม่จนลืมตระหนักถึงข้อจำกัดของมนุษย์และความเปราะบางของธรรมชาติ
ในบริบททางสังคม นิทานเรื่องนี้ถือเป็นการล้อเลียนเหล่าศัลยแพทย์ทหารในศตวรรษที่ 19 ซึ่งมักจะคุยโวเกี่ยวกับเทคนิคการรักษาบาดแผลจากสงครามที่ดูเหมือนปาฏิหาริย์ พี่น้องกริมม์จึงหยิบยกประเด็นเรื่อง “ความประมาท” และ “ความหยิ่งผยอง” มาถ่ายทอดผ่านเหตุการณ์เหนือจริง เพื่อย้ำเตือนว่าต่อให้มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเพียงใด หากขาดการดูแลที่ใส่ใจหรือมีความชะล่าใจเพียงนิดเดียว ผลลัพธ์ก็อาจกลายเป็นเรื่องตลกปนเศร้าที่ย้อนกลับมาทำลายตัวเอง
การเลือกใช้อวัยวะของ “โจร” “แมว” และ “หมู” ยังเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงลักษณะนิสัยต่ำต้อยที่มนุษย์หวาดกลัวในสมัยก่อน ทั้งการลักเล็กขโมยน้อย สัญชาตญาณสัตว์ร้าย และความตะกละตะกลาม การที่อวัยวะเหล่านี้เข้าครอบงำมนุษย์จึงเป็นการนำเสนอแนวคิดเรื่องการสูญเสียตัวตนและการถูกครอบงำด้วยสัญชาตญาณดิบ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้นิทานเรื่องนี้มีความลุ่มลึกมากกว่าแค่เรื่องเล่าชวนหัวทั่วไปครับ
คติธรรม: “วิทยาการที่ก้าวล้ำหากปราศจากความรอบคอบก็เป็นเพียงเครื่องมือสร้างความวิบัติ และอวัยวะที่แปลกปลอมอาจต่อติดได้ด้วยเวทมนตร์ แต่สัญชาตญาณดั้งเดิมของเจ้าของเก่าจะฝังรากลึกอยู่ในร่างใหม่จนไม่อาจลบเลือน”

