ปกนิทานกริมม์เรื่องคนฉลาด

นิทานกริมม์เรื่องคนฉลาด

ในโลกที่ความซื่อจนไร้สติอาจกลายเป็นภัยร้าย และความเบาปัญญาของคนหนึ่งกลับกลายเป็นบ่อเงินบ่อทองของอีกคนอย่างน่าอัศจรรย์

มีนิทานกริมม์เรื่องหนึ่งเล่าถึงชายเจ้าเล่ห์ที่ออกเดินทางตามหาคนที่ “โง่เขลา” ยิ่งกว่าภรรยาของตน จนได้พบกับเหล่าเหยื่อที่เชื่อเรื่องเหลือเชื่ออย่างง่ายดาย กลายเป็นมหากาพย์การต้มตุ๋นที่เสียดสีความขาดสติของมนุษย์ได้อย่างเจ็บแสบ กับนิทานกริมม์เรื่องคนฉลาด

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องคนฉลาด

เนื้อเรื่องนิทานกริมม์เรื่องคนฉลาด

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในกระท่อมหลังเล็กปลายนาฮันส์ ชายผู้ถือตัวว่าตนเองหัวหมอและรอบรู้กว่าใครกำลังจัดแจงเสื้อผ้าเพื่อไปทำธุระต่างเมือง เขาหยิบไม้พลองคู่ใจขึ้นมาเคาะพื้นดัง ปึก!

แล้วหันไปกำชับทรีน่า ภรรยาของเขาว่า “ฟังนะทรีน่า ข้าจะไปธุระ 3 วัน ถ้าเจ้าคนค้าวัวแวะมาซื้อวัว 3 ตัวของเรา เจ้าต้องขายให้ได้ 200 ทาเลอร์ ห้ามขาดแม้แต่เหรียญเดียว! ถ้าเจ้าทำเรื่องโง่ ๆ จนเราขาดทุนล่ะก็ ข้าจะใช้ไม้พลองนี้ย้อมหลังเจ้าให้เป็นสีน้ำเงินเขียวแทนสีป้ายบ้านแน่!”

ทรีน่ารีบรับคำ “ไปเถอะจ้ะฮันส์ ฉันจัดการได้น่า”

เช้าวันต่อมาคนค้าวัวก็มาจริง ๆ เขาตกลงซื้อวัวในราคา 200 ทาเลอร์อย่างง่ายดาย แต่พอจะจ่ายเงิน เขากลับทำหน้าซื่อแล้วบอกว่า “อุ๊ย! ข้าลืมหยิบเข็มขัดใส่เงินมาน่ะสิ เอาอย่างนี้ไหม? ข้าจะเอาวัวไปก่อน 2 ตัว แล้วทิ้งวัวตัวเล็กที่สุดไว้ให้เจ้าเป็น ‘หลักประกัน’ พอข้าเอาเงินมาให้ เจ้าค่อยคืนวัวตัวนี้ให้ข้า”

ทรีน่าได้ฟังก็คิดในใจว่า ‘โอ้โห เรานี่ฉลาดจริง ๆ เก็บวัวตัวเล็กไว้เป็นประกัน แถมวัวตัวนี้ยังกินหญ้าน้อยกว่าเพื่อนด้วย ฮันส์ต้องภูมิใจแน่ ๆ’ เธอจึงปล่อยวัว 2 ตัวไปอย่างร่าเริง แต่พอฮันส์กลับมาถึงและรู้ความจริงว่าภรรยาปล่อยวัวไปโดยไม่ได้เงิน แถมยังเอาวัวตัวเองมาเป็นประกันให้เขาอีก

ฮันส์ถึงกับเข่าอ่อนและคำรามว่า “เจ้ามันยัยห่านบื้อ! ข้าจะออกไปดูว่าในโลกนี้ยังมีใครที่เซ่อกว่าเจ้าอีกไหม ถ้าไม่มีล่ะก็… เตรียมหลังไว้ได้เลย!”

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องคนฉลาด 2

ฮันส์เดินหัวเสียไปตามถนนสายหลัก จนเขาเห็นเกวียนเล่มหนึ่งกำลังแล่นมา สิ่งที่ทำให้ฮันส์ต้องหยุดดูคือ หญิงชาวนาบนเกวียน เธอไม่ได้นั่งบนฟ่อนหญ้า แต่กลับยืนตัวตรงเด่วอยู่กลางเกวียนที่วัวกำลังลาก ฮันส์รีบเข้าไปถามด้วยความสงสัย

เธอตอบอย่างมั่นใจว่า “อ๋อ ฉันยืนน่ะสิ เพราะถ้าฉันนั่งลงไป น้ำหนักตัวฉันจะไปทับวัวให้มันเหนื่อย สงสารมันออก!” ฮันส์ตาเป็นประกายทันที ‘เจอแล้ว! คนที่ซื่อบื้อกว่าทรีน่า’

เขาจึงแสร้งทำท่าทางประหลาด วิ่งไปมาหน้าเกวียน พอหญิงชาวนาถามว่าเขาเป็นใครมาจากไหน ฮันส์ก็ตีหน้าเศร้าแล้วตอบว่า “ข้าเพิ่งตกมาจากสวรรค์น่ะสิ และตอนนี้ข้าหาทางกลับไม่ถูก!”

หญิงชาวนาตาโตเท่าไข่ห่าน “มาจากสวรรค์เหรอ! งั้นเจ้าต้องเห็นสามีฉันที่เพิ่งตายไปแน่ ๆ เขาเป็นยังไงบ้าง?”

ฮันส์ได้ทีเลยแต่งเรื่องสด ๆ ว่า “โอ๊ย… สามีเจ้าน่ะเหรอ ลำบากมาก! เขาต้องเลี้ยงแกะบนสวรรค์ วิ่งตามแกะจนเสื้อผ้าขาดกะรุ่งกะริ่งแทบจะชีเปลือยอยู่แล้ว แถมบนสวรรค์ก็ไม่มีช่างตัดเสื้อเสียด้วยสิ”

หญิงชาวนาฟังแล้วน้ำตาร่วง “โถ่ พ่อคุณ! รอเดี๋ยวนา ฉันจะไปเอา ‘ชุดวันอาทิตย์’ ตัวเก่งที่ยังแขวนอยู่ในตู้มาให้ แล้วนี่เงินจากการขายข้าวสาลีเมื่อวาน ฝากเอาไปให้เขาใช้สอยด้วยนะ แอบไว้ในกระเป๋าดี ๆ อย่าให้เทวดาหน้าประตูเห็นเชียว!” ฮันส์รับทั้งเสื้อผ้าชั้นดีและถุงเงินหนักอึ้งมาไว้ในมือ พลางคิดในใจว่าภรรยาเขาดูเป็นอัจฉริยะขึ้นมาทันทีเมื่อเทียบกับหญิงคนนี้

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องคนฉลาด 3

ในขณะที่ฮันส์กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ใต้ต้นหลิวริมทาง พลางหยิบถุงเงินออกมานับด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าควบใกล้เข้ามา ลูกชายของหญิงชาวนาขี่ม้ามาอย่างรวดเร็วพร้อมตะโกนถามว่า “นี่ลุง! เห็นชายที่ตกมาจากสวรรค์เดินผ่านไปทางนี้ไหม?”

ฮันส์รีบยัดถุงเงินลงกระเป๋าแล้วชี้มือไปที่เนินเขาลูกข้างหน้าทันที “โอ้! เห็นสิ เขาเพิ่งเดินขึ้นเขาไปทางนั้นเอง ถ้าเจ้าขี่ม้าเร็ว ๆ คงจะตามทันก่อนเขาจะลอยกลับสวรรค์ไปนะ!”

ลูกชายทำหน้าลำบากใจแล้วบอกว่า “โธ่ลุง ผมทำงานหนักมาทั้งวันจนล้าไปหมดแล้ว ขี่ม้ามาถึงนี่ก็หมดแรงเสียก่อน รบกวนลุงช่วยขี่ม้าตัวนี้ไปตามเขาให้ทีได้ไหม? บอกเขาให้รอผมหน่อย ผมอยากถามเรื่องงานบนสวรรค์สักนิด”

ฮันส์ยิ้มกริ่มในใจ พลางแสร้งทำเป็นใจดี “ได้สิหนุ่มน้อย เห็นแก่ความกตัญญูของเจ้า ข้าจะช่วยสงเคราะห์ขี่ม้าไปตามให้เอง”

ฮันส์กระโดดขึ้นม้าแล้วควบหายไปอย่างรวดเร็ว ลูกชายก็นั่งรออยู่ที่นั่นจนตะวันตกดิน เมื่อไม่เห็นฮันส์กลับมา เขาก็เดินเท้ากลับบ้านไปบอกแม่ด้วยความซื่อว่า “แม่ครับ ผมตามคนจากสวรรค์ไม่ทัน แต่ผมฝากม้าไปให้พ่อแล้ว พ่อจะได้ขี่ม้าเลี้ยงแกะ ไม่ต้องเดินให้เหนื่อยอีกต่อไป”

แม่ฟังแล้วก็ชื่นชมว่า “ลูกทำดีมากจ้ะ ขาเจ้ายาวและยังหนุ่ม เดินกลับบ้านเองน่ะดีแล้ว พ่อเขาแก่แล้วให้เขาขี่ม้าเถอะนะ”

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องคนฉลาด 4

เมื่อฮันส์ควบม้ากลับมาถึงบ้านอย่างผู้ชนะเขานำม้าไปผูกไว้ในคอกข้าง ๆ วัวตัวเล็กที่เป็นหลักประกัน ทรีน่าเดินออกมาดูด้วยความแปลกใจ ฮันส์จึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังพร้อมกับอวดถุงเงินและเสื้อผ้าชุดใหม่ “ดูสิทรีน่า เจ้าโชคดีจริง ๆ ที่ในโลกนี้ยังมีคนที่บื้อกว่าเจ้าตั้งสองคน คนหนึ่งยืนบนเกวียนเพื่อไม่ให้วัวเหนื่อย อีกคนก็ฝากม้าฝากเงินขึ้นสวรรค์ไปให้ผี! ครั้งนี้ข้าจะยกโทษโบยหลังให้เจ้าก็แล้วกัน เพราะความเซ่อของพวกเขามันทำกำไรให้เรายิ่งกว่าขายวัวเสียอีก”

ฮันส์นั่งลงบนเก้าอี้โยกตัวเก่งของปู่ จุดไปป์สูบอย่างสบายอารมณ์ เขามองม้าตัวอ้วนพีในคอกแล้วคิดว่า “ถ้าความเบาปัญญาของคนอื่นมันสร้างเงินสร้างทองได้มากขนาดนี้ ข้าก็พร้อมจะนับถือความโง่เขลาของพวกเขานะเนี่ย!” ฮันส์มีความสุขกับโชคลาภที่ได้มาจากการต้มตุ๋นคนเซ่อ

ในขณะที่ทรีน่าก็รอดพ้นจากไม้พลองมาได้อย่างหวุดหวิด เรื่องราวก็จบลงตรงที่ความ “ฉลาด” ของฮันส์นั้นไม่ได้เกิดจากปัญญาที่แท้จริง แต่เกิดจากการรู้จักฉกฉวยผลประโยชน์จากผู้ที่ขาดสติยิ่งกว่าเขานั่นเอง

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องคนฉลาด 5

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความโง่เขลาที่ปราศจากการไตร่ตรองคือช่องโหว่ที่อันตรายที่สุด เพราะเมื่อมนุษย์ขาดสติจนหลงเชื่อในสิ่งที่ไร้เหตุผลเพียงเพราะความซื่อจนเกินงาม หรือความโง่ที่คิดว่าตนเองฉลาดแบบผิด ๆ

อย่างการยืนบนเกวียนเพื่อลดน้ำหนักให้วัว หรือการเชื่อว่าสามารถส่งของไปสวรรค์ได้ด้วยการฝากคนแปลกหน้า ความขาดสติเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะสร้างความขบขันในสายตาผู้อื่น แต่ยังเปิดโอกาสให้คนเจ้าเล่ห์เข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์ได้อย่างง่ายดาย สะท้อนให้เห็นว่าในโลกแห่งความเป็นจริง การมีเพียงจิตใจที่ดูเหมือนจะดีหรือซื่อตรงนั้นไม่เพียงพอ หากขาดปัญญาและการพิจารณาให้รอบคอบ ชีวิตก็อาจจะสูญเสียทุกอย่างไปให้กับคำลวงที่ปั้นแต่งขึ้นมาได้เสมอ

อ่านต่อ: นิทานกริมม์อ่านสนุกเพลิดเพลินได้ข้อคิดดี ๆ

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานกริมม์เรื่องคนฉลาด (อังกฤษ: Wise Folks) นิทานเรื่องนี้มีที่มาจากตำนานพื้นบ้านเยอรมันที่พี่น้องกริมม์รวบรวมไว้ลำดับที่ 104 KHM โดยจัดอยู่ในประเภทนิทานตลกขบขัน (Tall Tale) ที่เน้นการเสียดสีความเขลาของมนุษย์ อย่างรุนแรงและตรงไปตรงมา เรื่องราวนี้ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นเพื่อมอบความซาบซึ้งใจเหมือนนิทานเจ้าหญิง แต่ถูกสร้างมาเพื่อล้อเลียนกลุ่มคนที่ขาด “เชาวน์ปัญญาปุถุชน” (Common Sense) จนนำไปสู่สถานการณ์ที่ดูตลกกึ่งสมเพช

แก่นสำคัญของเรื่องคือการเสียดสีภาพลักษณ์ของชาวนาและชาวบ้านในยุคก่อนที่มักถูกมองว่าซื่อจนเกินพอดี โดยการผูกโยงเรื่องราวของ “สวรรค์” เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นการล้อเลียนความเชื่อทางศาสนาที่ขาดการยั้งคิด เมื่อความกตัญญูและความคิดถึงคนรักที่จากไปบดบังความเป็นเหตุเป็นผล จนทำให้คนเราสามารถเชื่อเรื่องโกหกที่เหลือเชื่อที่สุดได้ เพียงเพราะคนโกหกหยิบยกสิ่งที่พวกเขาอยากได้ยินมาเป็นเครื่องล่อใจ

นอกจากนี้ เรื่องนี้ยังเสียดสีพฤติกรรมของมนุษย์ที่มักจะ “ยอมรับความผิดของตัวเองได้ต่อเมื่อเจอคนที่ผิดพลาดมากกว่า” อย่างเช่นฮันส์ที่พร้อมจะอภัยให้ภรรยาเพียงเพราะเขาได้ประโยชน์จากคนอื่นที่เขลายิ่งกว่า การที่ฮันส์ภาคภูมิใจในกำไรที่ได้จากความบื้อของผู้อื่น เป็นการจิกกัดศีลธรรมของคนในสังคมที่ไม่ได้วัดกันที่ความดีงาม แต่กลับเชิดชูความกะล่อนที่เอาชนะความโง่เขลาได้อย่างเลือดเย็น

คติธรรม: “ความซื่อที่ปราศจากสติคือเหยื่ออันโอชะ และความโง่เขลาที่ไร้การไตร่ตรองคือบ่อเกิดแห่งโชคลาภของคนเจ้าเล่ห์”