ในโลกที่เกียรติยศของทหารอาจจางหายไปพร้อมกับหยาดเหงื่อในสมรภูมิ และความอดอยากกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจที่น่ากลัวกว่าข้าศึก การตัดสินใจเสี่ยงดวงกับสิ่งลี้ลับในเงามืดอาจเป็นหนทางเดียวที่เหลืออยู่เพื่อความอยู่รอด
มีนิทานกริมม์เรื่องหนึ่งเล่าถึงทหารหนุ่มผู้สิ้นเนื้อประดาตัวที่ยอมรับข้อเสนอสุดประหลาดจากปีศาจ เพื่อแลกกับความมั่งคั่งมหาศาลเขาต้องยอมละทิ้งรูปลักษณ์ความเป็นมนุษย์และลงไปทำงานในขุมนรกนานถึงเจ็ดปี นำไปสู่บททดสอบแห่งสัจจะ การล้างแค้นอันหฤหรรษ์ และบทสรุปที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล กับนิทานกริมม์เรื่องน้องชายเขม่าควันของปีศาจ

เนื้อเรื่องนิทานกริมม์เรื่องน้องชายเขม่าควันของปีศาจ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีทหารปลดประจำการคนหนึ่งชื่อฮันส์ เขาถูกปลดออกจากกองทัพโดยไม่มีเงินติดตัวแม้แต่แดงเดียว ฮันส์เดินโซซัดโซเซเข้าไปในป่าด้วยความหิวโหยและสิ้นหวัง ในขณะที่เขากำลังนั่งทอดอาลัยอยู่ใต้ต้นไม้ ชายคนหนึ่งที่มีท่าทางประหลาดก็ได้ปรากฏตัวขึ้น
“ทำไมเจ้าถึงดูเศร้าสร้อยขนาดนั้นล่ะ?” ชายคนนั้นถาม ซึ่งความจริงแล้วเขาคือปีศาจ จำแลงมา
“ผมหิวเหลือเกิน แต่ผมไม่มีเงินเลยสักกะเหรี่ยงเดียว” ฮันส์ตอบตามตรง
ปีศาจแสยะยิ้มแล้วยื่นข้อเสนอ “ถ้าเจ้ายอมรับใช้ข้าเป็นเวลา 7 ปี ข้าจะให้เจ้ามีกินมีใช้อย่างราชาไปตลอดชีวิต แต่มีข้อแม้ว่า… ตลอดเวลาที่ทำงานให้ข้า เจ้าห้ามอาบน้ำ ห้ามหวีผม ห้ามตัดผม ห้ามตัดเล็บ และห้ามเช็ดขี้ตาเด็ดขาด!” ฮันส์คิดในใจว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้วจึงตอบตกลง ปีศาจจึงนำทางเขาลงลึกสู่ใต้ดินผ่านเปลวไฟจนถึงใจกลางนรก
หน้าที่ของฮันส์ดูเหมือนจะง่ายแต่ก็น่าขนลุก ปีศาจมอบหมายให้เขาคอยเติมฟืนใต้หม้อต้มใบยักษ์ที่มีน้ำแกงนรกเดือดปุด ๆ อยู่ตลอดเวลา กวาดเศษฝุ่นขยะไปกองไว้หลังประตู และรักษาความสะอาดทั่วไป โดยกำชับว่า “ห้ามแอบเปิดดูข้างในหม้อเด็ดขาด ถ้าเจ้าแอบดู เจ้าจะต้องเจอกับเรื่องร้ายแรง!”
จากนั้นปีศาจก็ทิ้งนรกไว้ให้ฮันส์ดูแลและออกไปท่องเที่ยวตามใจชอบ

ฮันส์เริ่มต้นงานอย่างขยันขันแข็ง เขาเติมฟืน กวาดขยะตามที่ได้รับมอบหมายอย่างซื่อสัตย์ แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ความสงสัยในใจก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ เขาอยากรู้เหลือเกินว่าอะไรอยู่ในหม้อที่ส่งเสียงร้องโหยหวนและเดือดพล่านอยู่ตลอดเวลา
ในที่สุดฮันส์ก็ตบะแตก! เขาค่อย ๆ แง้มฝาหม้อใบแรกออกดู… และเขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจผสมความสะใจ เพราะคนที่ถูกต้มอยู่ในนั้นคืออดีตสิบตรี เจ้านายเก่าที่เคยกลั่นแกล้งเขาอย่างทารุณตอนอยู่ในกองทัพ!
“อ๋อ! เจ้าคนโอหัง” ฮันส์อุทาน “เมื่อก่อนเจ้ามีอำนาจเหนือข้า แต่ตอนนี้ข้ามีอำนาจเหนือเจ้า!” ว่าแล้วเขาก็รีบโยนฟืนชุดใหญ่ลงใต้หม้อจนไฟลุกท่วม
ด้วยความอยากรู้ เขาจึงไปเปิดหม้อใบที่สอง และพบกับอดีตนายร้อย ที่เคยสั่งลงโทษเขาโดยที่เขาไม่มีความผิด ฮันส์ยิ้มกริ่มแล้วเติมฟืนให้อีกกระตักใหญ่
และในหม้อใบที่สาม เขาก็พบกับท่านนายพล ตัวจริงเสียงจริงที่เคยดูถูกเขาเหมือนมดปลวก ฮันส์ไม่รอช้า รีบคว้าเครื่องเป่าลมมาเร่งไฟให้แรงที่สุดจนนรกทั้งขุมสว่างจ้า
7 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหกสำหรับฮันส์ เพราะเขาเพลิดเพลินกับการแกล้งเจ้านายเก่าในหม้อ แต่สภาพของเขาตอนนี้ดูไม่ได้เลย ร่างกายดำปื้อไปด้วยเขม่าควันไฟจนเหมือนถ่าน ผมเผ้ายาวรุงรัง เล็บยาวโค้งเหมือนกรงเล็บนก
และตามตัวเต็มไปด้วยคราบสกปรกจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ แต่เขาก็ทำหน้าที่จนครบกำหนดสัญญาด้วยความซื่อสัตย์ (ในแบบของทหารเก่า)

เมื่อครบกำหนด 7 ปี ปีศาจกลับมาตรวจงานและพบว่าฮันส์ดูแลนรกได้เรียบร้อย (แม้จะรู้ว่าแอบดูหม้อ แต่ปีศาจกลับพอใจที่ฮันส์ช่วยเติมฟืนแกล้งคนเหล่านั้น) ปีศาจจึงเอ่ยขึ้นว่า “เจ้าทำงานได้ดี ฮันส์ ตอนนี้เจ้าเป็นอิสระแล้ว จงเอาเป้มา แล้วโกยขยะที่เจ้ากวาดไว้หลังประตูใส่ไปให้เต็ม นั่นคือค่าจ้างของเจ้า!”
ฮันส์แอบเซ็งในใจว่าทำงานหนักมา 7 ปีแต่ได้แค่ขยะ แต่เขาก็ทำตามคำสั่ง และแบกเป้หนักอึ้งกลับขึ้นสู่โลกมนุษย์ตามสัญญาที่ว่า “ห้ามอาบน้ำ ห้ามหวีผม”
เมื่อเขาเดินเข้าป่าและลองเปิดเป้ออกดูด้วยความหงุดหงิด เขาก็ต้องตะลึงจนตาค้าง เพราะขยะเหล่านั้นได้กลายเป็นทองคำบริสุทธิ์แวววาวไปหมด!
แต่ปัญหาคือสภาพของเขานั้นดูสยองยิ่งกว่าหุ่นไล่กา ตัวดำปื้อ ผมยาวเฟื้อย เล็บยาวกรอมเท้า เมื่อเขาไปขอพักที่โรงเตี๊ยม เจ้าของโรงเตี๊ยมเห็นแล้วถึงกับจะไล่ส่ง “ไปให้พ้น! เจ้าปีศาจเขม่าควัน!”
แต่พอฮันส์ควักทองออกมาโชว์ เจ้าของร้านก็เปลี่ยนท่าทีทันที รีบเชิญเข้าห้องพักที่ดีที่สุด ฮันส์สั่งอาหารกินจนอิ่มแล้วหลับไปโดยไม่ลืมกอดเป้ทองไว้ แต่กลางดึกเจ้าของโรงเตี๊ยมจอมโลภก็แอบย่องเข้ามาขโมยเป้ทองไปจนเกลี้ยง!

เช้าวันรุ่งขึ้น ฮันส์พบว่าทองหายไป เขาไม่ได้โวยวายแต่ตัดสินใจกลับลงไปในนรกอีกครั้งเพื่อฟ้องปีศาจ “ท่านปีศาจ ข้าโดนขโมยค่าจ้างไปหมดแล้ว!” ปีศาจหัวเราะร่วนแล้วบอกว่า “อย่าห่วงไปเลย ข้าจะจัดการให้”
คราวนี้ปีศาจจับฮันส์มาอาบน้ำ ตัดผม โกนหนวด ตัดเล็บ และเช็ดตัว จนสะอาดสะอ้าน ผลที่ได้คือฮันส์กลายเป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลาและสง่างามผิดหูผิดตา
ปีศาจมอบเป้ทองคืนให้และสั่งว่า “จงไปบอกเจ้าของโรงเตี๊ยมว่า ถ้าไม่คืนเงินที่ขโมยไป ข้าจะลงไปลากตัวมันมาต้มในหม้อแทนที่เจ้า!”
เมื่อฮันส์กลับไปคำรามใส่เจ้าของโรงเตี๊ยมด้วยคำขู่นั้น ชายจอมโลภก็กลัวจนตัวสั่น รีบคืนทองให้และแถมเงินให้อีกมหาศาลเพื่อขอให้ฮันส์ปิดปากเงียบ
ฮันส์ที่ตอนนี้ทั้งหล่อทั้งรวย ได้เดินทางไปในเมืองและเริ่มเล่นดนตรี (ซึ่งเขาฝึกมาจากในนรก) จนไปเข้าหูพระราชาผู้ชรา พระราชาชอบใจมากจึงสัญญายกลูกสาวให้แต่งงานด้วย แม้เจ้าหญิงคนโตจะรังเกียจที่เขามีที่มาลึกลับ
แต่เจ้าหญิงคนเล็กผู้มองเห็นหัวใจอันดีงามกลับเต็มใจแต่งงานด้วย ฮันส์ผู้เคยเป็น “น้องชายเขม่าควันของปีศาจ” จึงได้แต่งงานกับเจ้าหญิงอย่างสมเกียรติ และเมื่อพระราชาสิ้นพระชนม์ เขาก็ได้ขึ้นครองบัลลังก์เป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่และมั่งคั่งที่สุดในแผ่นดิน

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความอดทนต่อความยากลำบากและความซื่อสัตย์ในหน้าที่มักนำไปสู่ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเกินคาดเสมอ
ดังเช่นที่ฮันส์ยอมทนต่อสภาพร่างกายที่สกปรกมอมแมมเพื่อทำตามสัญญาจนได้รับรางวัลเป็นทองคำมหาศาล ขณะเดียวกันเรื่องราวนี้ยังตอกย้ำว่าผู้ที่ใช้อำนาจกดขี่ผู้อื่นในยามรุ่งเรืองย่อมต้องได้รับผลกรรมในที่สุด
เหมือนกับบรรดาเจ้านายเก่าที่ต้องชดใช้กรรมอยู่ในหม้อต้มนรก และที่สำคัญที่สุดคือการเตือนสติว่าคุณค่าที่แท้จริงของคนไม่ได้วัดกันที่รูปลักษณ์ภายนอกที่สกปรกหรือสวยงาม เพราะคนที่มีรูปลักษณ์น่ากลัวอาจมีหัวใจที่ยึดมั่นในสัจจะ ในขณะที่คนแต่งตัวดีอย่างเจ้าของโรงเตี๊ยมกลับซ่อนความโลภและการคดโกงเอาไว้ภายใน
อ่านต่อ: นิทานกริมม์อ่านสนุกได้ข้อคิดดี ๆ ที่นี่ taleZZZ.com
ที่มาของนิทานเรื่องนี้
นิทานกริมม์เรื่องน้องชายเขม่าควันของปีศาจ (อังกฤษ: The Devil’s Sooty Brother) นิทานเรื่องนี้มีที่มาจากนิทานพื้นบ้านของเยอรมนีที่พี่น้องกริมม์ได้รับฟังมาจากตระกูลฮักซ์เทาเซิน (Haxthausen) และนำมาบันทึกไว้ในคอลเลกชันปี 1815 ลำดับที่ 100 KHM โดยมีรากฐานมาจากเรื่องเล่าของเหล่าทหารที่กลับจากสงคราม ซึ่งมักจะพบกับความยากลำบากในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ จึงเกิดเป็นตำนานการทำสัญญากับสิ่งเหนือธรรมชาติเพื่อแลกกับความร่ำรวยที่พบเห็นได้บ่อยในวรรณกรรมยุโรปช่วงศตวรรษที่ 17-19
ในเชิงสัญลักษณ์ “น้องชายตัวดำของปีศาจ” สะท้อนถึงการชำระบาปและการทดสอบจิตใจผ่านความอดทนต่อความอัปยศ (ห้ามอาบน้ำ ห้ามตัดผม) ซึ่งเป็นบททดสอบที่มักพบในนิทานทางศาสนาและตำนานโบราณ โดยเปลี่ยนจากนักบวชที่บำเพ็ญตบะมาเป็นทหารหนุ่มที่ต้องทนต่อความสกปรกมอมแมมเพื่อพิสูจน์ความสัจจะและความขยันหมั่นเพียรในหน้าที่อันต่ำต้อยที่สุด
นอกจากนี้ การที่ตัวเอกแอบดูในหม้อต้มและพบกับอดีตเจ้านายเก่า ยังเป็นการสะท้อนถึงอารมณ์ขันแบบตลกร้ายและความปรารถนาในความยุติธรรมของชนชั้นล่างในสมัยนั้น ที่ต้องการเห็นผู้มีอำนาจที่ฉ้อฉลถูกลงโทษอย่างสาสมในปรโลก ทำให้นิทานเรื่องนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการแสวงโชค แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของสังคมและการแก้แค้นเชิงสัญลักษณ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ชาวบ้าน
คติธรรม: “ความซื่อสัตย์ในหน้าที่และความอดทนต่อความยากลำบาก คือกุญแจสำคัญที่เปลี่ยนเขม่าดำแห่งโชคร้ายให้กลายเป็นทองคำล้ำค่าแห่งความสำเร็จ”

