ปกนิทานกริมม์เรื่องราชาแห่งภูเขาทองคำ

นิทานกริมม์เรื่องราชาแห่งภูเขาทองคำ

ในโลกที่โชคชะตาผูกพันอยู่กับคำสัญญาอันตราย การสูญเสียอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ที่นำพาไปสู่ความมั่งคั่งเกินจินตนาการ แต่ความโลภและการผิดสัญญาก็เป็นคมดาบที่พร้อมจะย้อนกลับมาทำลายทุกสิ่งที่สร้างมาได้ในพริบตา

มีนิทานกริมม์เรื่องหนึ่งเล่าถึงราชาแห่งภูเขาทองคำ ชายหนุ่มผู้ถูกพ่อส่งตัวให้สิ่งลี้ลับตามสัญญาปีศาจ แต่เขากลับฝ่าฟันอุปสรรคจนได้ครองบัลลังก์และมเหสีวิเศษ ก่อนจะถูกความจองหองชักนำให้สูญเสียทุกอย่างและต้องกลับมาทวงคืนด้วยของวิเศษแห่งยักษ์ กับนิทานกริมม์เรื่องราชาแห่งภูเขาทองคำ

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องราชาแห่งภูเขาทองคำ

เนื้อเรื่องนิทานกริมม์เรื่องราชาแห่งภูเขาทองคำ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพ่อค้าผู้มั่งคั่งคนหนึ่ง เขามีลูกสองคนคือลูกชายและลูกสาวที่กำลังน่ารักน่าเอ็นดู แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลก เรือสินค้าล้ำค่าสองลำของเขาถูกพายุซัดจมลงสู่ก้นมหาสมุทร ทรัพย์สินทั้งหมดสูญหายไปในพริบตา จากเศรษฐีผู้มั่งมีกลับกลายเป็นคนยากจนที่เหลือเพียงที่ดินเล็ก ๆ ผืนหนึ่งนอกเมือง

วันหนึ่ง พ่อค้าเดินทอดถอนใจอยู่ในทุ่งนาด้วยความทุกข์ระทม ทันใดนั้น “ชายตัวดำร่างจิ๋ว” ผู้มีดวงตาวาววับก็ปรากฏตัวขึ้นข้างกาย “ทำไมท่านถึงเศร้าสร้อยเช่นนี้?” ชายจิ๋วถาม พ่อค้าจึงเล่าความโชคร้ายให้ฟัง

ชายจิ๋วหัวเราะเบา ๆ แล้วยื่นข้อเสนอ “ข้าจะให้เงินทองมากมายแก่ท่านตราบเท่าที่ท่านต้องการ แต่ท่านต้องสัญญาว่า… สิ่งแรกที่มาถูกขาของท่านเมื่อกลับถึงบ้าน จะต้องตกเป็นของข้า และท่านต้องพาสิ่งนั้นมาส่งให้ข้าที่นี่ในอีก 12 ปีข้างหน้า”

พ่อค้านึกในใจว่า “สิ่งแรกที่วิ่งมาทักทายข้าที่บ้านจะเป็นอะไรไปได้นอกจากเจ้าหมาเฝ้าบ้าน” เขาจึงตอบตกลงและลงนามในสัญญาเลือดทันที แต่เมื่อเขาก้าวเท้าเข้าบ้าน หัวใจของเขาก็หล่นไปอยู่ที่ตา เมื่อลูกชายน้อยที่เพิ่งหัดเดินวิ่งเตาะแตะเข้ามากอดขาเขาด้วยความดีใจ พ่อค้าตกใจสุดขีดแต่ก็ยังหวังว่าชายจิ๋วคงแค่พูดเล่น

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องราชาแห่งภูเขาทองคำ 2

เวลาผ่านไป 12 ปี พ่อค้ากลับมาร่ำรวยยิ่งกว่าเดิมด้วยเงินลึกลับที่พบในห้องใต้หลังคา แต่ยิ่งใกล้วันนัดหมาย เขายิ่งกระวนกระวายจนลูกชายที่ตอนนี้เติบโตเป็นหนุ่มรูปงามสังเกตเห็น

เมื่อความจริงถูกเปิดเผย ลูกชายกลับไม่เกรงกลัว “พ่ออย่ากังวลไปเลย ชายจิ๋วนั่นไม่มีอำนาจเหนือข้า” เขาให้บาทหลวงทำพิธีประทานพรให้ และเมื่อถึงวันนัดหมาย พ่อและลูกก็ไปที่ทุ่งนาฮันส์ (ลูกชาย) ขีดวงกลมเวทมนตร์ล้อมรอบตัวเองไว้ ทำให้ชายจิ๋วไม่สามารถแตะต้องตัวเขาได้

สุดท้ายชายจิ๋วไม่ยอมความ จึงตกลงกันว่าให้ลูกชายละทิ้งโลกมนุษย์โดยการนั่งลงในเรือลำเล็กและปล่อยให้กระแสน้ำพัดพาไป พ่อค้าต้องใช้เท้าผลักเรือของลูกชายออกสู่แม่น้ำด้วยตัวเองด้วยความอาลัย เรือพลิกคว่ำกลางกระแสน้ำเชี่ยวจนพ่อค้านึกว่าลูกชายตายไปแล้ว เขาจึงเดินกลับบ้านด้วยความโศกเศร้า

ทว่าเรือนั้นไม่ได้จม แต่มันพาลูกชายของพ่อค้าลอยละลิ่วไปตามกระแสน้ำผ่านดินแดนที่ไม่รู้จัก จนกระทั่งไปเกยตื้นที่ชายฝั่งของอาณาจักรลึกลับแห่งหนึ่ง เบื้องหน้าของเขาคือปราสาทหินอ่อนที่ยิ่งใหญ่แต่กลับเงียบสงัดราวกับเมืองร้าง เขาเดินผ่านห้องหรูหราห้องแล้วห้องเล่า จนกระทั่งถึงห้องสุดท้ายที่ลึกที่สุด

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องราชาแห่งภูเขาทองคำ 3

ที่นั่น เขาพบกับ “งูสีขาวตัวมหึมา” นอนขดตัวอยู่บนแท่นหิน ทันทีที่มันเห็นเขา มันกลับพูดด้วยเสียงของสตรีที่ไพเราะว่า “เจ้ามาแล้วหรือ ผู้ปลดปล่อยของข้า! ข้าเฝ้ารอเจ้ามานานถึง 12 ปี อาณาจักรนี้ถูกสาป และมีเพียงเจ้าเท่านั้นที่จะช่วยพวกเราได้”

ฮันส์ถามด้วยความมุ่งมั่นว่าเขาต้องทำอย่างไร งูขาวจึงบอกกฎเหล็กว่า “คืนนี้จะมีชายชุดดำ 12 คนเข้ามาทำร้ายเจ้า ไม่ว่าพวกมันจะทุบตี แทง หรือทรมานเจ้าเพียงใด เจ้าต้องห้ามส่งเสียงร้องหรือพูดออกมาแม้แต่คำเดียว คืนที่สองจะมีมาอีก 12 คน และคืนสุดท้ายจะมีมาถึง 24 คน พวกมันจะตัดหัวของเจ้า แต่เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน พลังของพวกมันจะเสื่อมถอยลง”

ทุกอย่างเกิดขึ้นตามที่นางงูกล่าวไว้ ฮันส์ต้องอดทนต่อความเจ็บปวดแสนสาหัส คืนสุดท้ายหัวของเขาถูกฟันจนขาดกระเด็น!

แต่เมื่อเสียงนาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงคืน ร่างของงูยักษ์ก็สลายกลายเป็นเจ้าหญิงแสนสวย เธอรีบนำ “น้ำทิพย์ชุบชีวิต” มาหยอดใส่ร่างของฮันส์ ทันใดนั้นบาดแผลก็สมานกันและเขาก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมาแข็งแรงกว่าเดิม

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องราชาแห่งภูเขาทองคำ 4

ทั่วทั้งปราสาทกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เจ้าหญิงสวมกอดเขาด้วยความรักและกตัญญู ทั้งคู่จึงเข้าพิธีวิวาห์อย่างยิ่งใหญ่ และฮันส์ก็ได้ขึ้นครองราชย์เป็น “ราชาแห่งภูเขาทองคำ” ผู้ทรงอำนาจ ปกครองอาณาจักรที่เต็มไปด้วยทองคำและอัญมณีล้ำค่าอย่างมีความสุขสืบมา

เวลาผ่านไปแปดปี ราชาแห่งภูเขาทองคำและราชินีมีโอรสด้วยกันหนึ่งองค์ ชีวิตเต็มไปด้วยความสุข แต่ทว่าในใจของราชายังคงโหยหาพ่อและถิ่นกำเนิด เขาขออนุญาตราชินีกลับไปเยี่ยมบ้าน แม้ราชินีจะเตือนด้วยลางสังหรณ์ว่า “การไปครั้งนี้จะนำความวิบัติมาสู่เรา” แต่เธอก็ยอมใจอ่อน

นางมอบ “แหวนวิเศษ” ให้แก่เขาและกำชับว่า “เพียงแค่หมุนแหวน ท่านจะไปที่ใดก็ได้ตามปรารถนา แต่ห้ามใช้แหวนนี้เรียกข้าไปหาท่านที่บ้านพ่อเด็ดขาด” ราชาให้คำมั่นสัญญาและอธิษฐานหายวับไปปรากฏตัวที่หน้าประตูเมืองทันที แต่ด้วยเสื้อผ้าที่หรูหราเกินไป ทหารยามจึงไม่ยอมให้เข้าเมือง เขาจึงต้องสลับชุดกับคนเลี้ยงแกะเพื่อเข้าไปพบพ่อ

เมื่อไปถึง พ่อกลับจำเขาไม่ได้และบอกว่า “ลูกข้าตายไปนานแล้ว” แม้ราชาจะโชว์ปานรูปราสเบอร์รี่ใต้แขนขวาจนพ่อยอมเชื่อ

แต่พ่อก็ยังเยาะเย้ยว่า “จะเป็นราชาได้อย่างไร ในเมื่อใส่ชุดยาจกเช่นนี้” ด้วยความโกรธและอยากเอาชนะ ราชาจึงลืมคำสัญญาเสียสนิท เขาหมุนแหวนแล้วอธิษฐานเรียกราชินีและโอรสมาปรากฏตัวต่อหน้าพ่อยันทันที!

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องราชาแห่งภูเขาทองคำ 5

ราชินีมาปรากฏตัวพร้อมหยาดน้ำตา เธอตัดพ้อที่เขาผิดสัญญาและนำภัยมาสู่เธอ เมื่อราชาพยายามงอนง้อจนเธอแสร้งทำเป็นใจอ่อน เธอจึงชวนเขาออกไปเดินเล่นริมแม่น้ำที่เขาเคยจากมา ราชาเอนกายลงนอนหนุนตักราชินีด้วยความเพลียและเผลอหลับไป

ทันใดนั้นราชินีก็เผยความแค้น เธอถอดแหวนวิเศษออกจากนิ้วของเขา ถอดเท้าออกจากใต้ศีรษะทิ้งไว้เพียงรองเท้าข้างเดียว แล้วอธิษฐานหายวับกลับสู่อาณาจักรทองคำ ทิ้งให้ราชาตื่นขึ้นมาพบกับความโดดเดี่ยวและความอัปยศ

ราชาไม่สามารถกลับไปหาพ่อในสภาพนี้ได้ เขาจึงตัดสินใจออกเดินทางเพียงลำพังเพื่อทวงคืนศักดิ์ศรี จนกระทั่งเขาพบกับยักษ์สามตน ที่กำลังทะเลาะกันอย่างหนักเรื่องมรดกของพ่อ พวกเขาขอให้ “มนุษย์ตัวน้อยที่มีไหวพริบ” ช่วยแบ่งสมบัติให้ สมบัตินั้นประกอบด้วย

ดาบสั่งตาย ใครก็ตามที่ถือแล้วสั่ง “จงหัวหลุดทุกคนยกเว้นข้า” ศัตรูจะพินาศสิ้น
ผ้าคลุมล่องหน เมื่อสวมแล้วจะไม่มีใครมองเห็นแม้แต่เงา
บูทวาร์ป เมื่อสวมแล้วจะไปถึงที่หมายได้ในชั่วอึดใจ

    ราชาใช้เล่ห์เหลี่ยมขอลองของวิเศษทีละชิ้น เขาใส่ผ้าคลุมจนล่องหน ถือดาบ และใส่บูท จากนั้นเขาก็อธิษฐาน “ขอให้ข้าไปถึงภูเขาทองคำ!” ทิ้งให้ยักษ์ทั้งสามยืนงงอยู่ในความว่างเปล่า

    เขากลับมาถึงปราสาทในขณะที่เสียงดนตรีดังกระหึ่ม ราชินีกำลังจัดงานแต่งงานใหม่กับชายอื่น! ราชาสวมผ้าคลุมล่องหนเดินเข้าไปในงาน เมื่อราชินีจะตักอาหารเข้าปาก เขาก็ฉวยมันไปกิน เมื่อเธอจะดื่มเหล้าองุ่น เขาก็คว้าแก้วไปดื่มจนเกลี้ยง ราชินีตกใจกลัวจนหนีเข้าห้องบรรทมแล้วรำพันว่า “ข้าถูกปีศาจสิง หรือผู้ช่วยชีวิตข้าไม่เคยมากันแน่?”

    ราชาปรากฏตัวขึ้นและตบหน้าเธอด้วยความแค้น “ใช่! ผู้ช่วยชีวิตเจ้ากลับมาแล้ว และเจ้าคือผู้ทรยศ!” เขาเดินออกไปที่ห้องโถงกลางงานแต่งงานและประกาศกร้าวถึงการกลับมา บรรดาขุนนางและเจ้าบ่าวใหม่ต่างรุมล้อมจะจับตัวเขา ราชาจึงชักดาบอาถรรพ์ขึ้นมาแล้วตวาดก้อง “จงหัวหลุดทุกคน ยกเว้นข้า!”

    พริบตานั้น หัวของเหล่าผู้ทรยศก็ร่วงลงสู่พื้นดินราวกับลูกนัตที่ร่วงจากต้น ราชาแห่งภูเขาทองคำกลับมาครอบครองอาณาจักรของเขาอีกครั้งด้วยพลังอำนาจที่ไม่มีใครกล้าต่อกร และปกครองด้วยความเด็ดขาดนับแต่นั้นเป็นต้นมา

    ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องราชาแห่งภูเขาทองคำ 6

    นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

    นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความสำเร็จที่ได้มาด้วยความอดทนและความกล้าหาญนั้นสามารถพังทลายลงได้อย่างง่ายดายเพียงเพราะการขาดสติและการผิดคำสัญญา ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่ย้ำเตือนว่าทิฐิและการอยากเอาชนะเพื่อพิสูจน์ตนเองต่อคำดูแคลนของคนอื่นอาจนำมาซึ่งการสูญเสียสิ่งที่รักไปอย่างน่าเสียดาย

    แม้สุดท้ายตัวเอกจะสามารถใช้ไหวพริบและพลังอำนาจกลับมาทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ตนเองได้ แต่บทสรุปที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและการล้างแค้นก็สะท้อนให้เห็นว่าความไว้วางใจที่ถูกทำลายลงไปนั้นไม่อาจประสานให้กลับมาเหมือนเดิมได้อีกต่อไป เรื่องราวนี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการรักษาคำพูดและความหนักแน่นในจิตใจที่ไม่หวั่นไหวไปกับเสียงรอบข้าง

    อ่านต่อ: คอลเลกชันนิทานกริมม์ นิทานโด่งดังจากยุโรปอ่านสนุกให้ข้อคิดดี ๆ

    ที่มาของนิทานเรื่องนี้

    นิทานกริมม์เรื่องราชาแห่งภูเขาทองคำ (อังกฤษ: The King of the Golden Mountain) นิทานเรื่องนี้มีรากฐานมาจากตำนานพื้นบ้านแถบเยอรมนี รวบรวมโดยพี่น้องกริมม์ลำดับที่ 092 KHM และมีโครงสร้างที่คล้ายคลึงกับมหากาพย์โบราณหลายเรื่อง โดยเฉพาะปมเรื่อง “การขายวิญญาณหรือสัญญาที่ไม่ได้ตั้งใจ” ซึ่งมักปรากฏในวรรณกรรมยุคกลางที่สะท้อนถึงความหวาดกลัวต่ออำนาจลี้ลับและการต่อรองกับปีศาจ (Deal with the Devil) พี่น้องกริมม์ได้รวบรวมและตีพิมพ์เรื่องนี้ครั้งแรกในฉบับปี 1815 โดยเน้นย้ำถึงการผจญภัยที่ผสมผสานระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงกับโลกเวทมนตร์ได้อย่างน่าตื่นเต้น

    ในเชิงสัญลักษณ์ ภูเขาทองคำและเจ้าหญิงในร่างงูเปรียบเสมือนภาพแทนของ “สมบัติที่ต้องแลกมาด้วยความทุกข์ยาก” (Hard-won prize) ซึ่งตัวเอกต้องผ่านบททดสอบความอดทนทางกายและจิตใจเพื่อก้าวข้ามจากลูกพ่อค้าผู้ยากไร้ไปสู่ฐานะกษัตริย์ การที่งูขาวกลายเป็นมนุษย์ด้วยความเงียบสนิทของตัวเอก สะท้อนถึงคติธรรมเรื่องการควบคุมตนเองและการใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นคุณสมบัติของผู้ปกครองที่นิทานในยุคก่อนพยายามปลูกฝัง

    การที่ตัวเอกต้องออกเดินทางไปพบกับยักษ์และแย่งชิงของวิเศษสามอย่าง สะท้อนถึงวิถีชีวิตแบบนักเสี่ยงโชคที่ต้องอาศัยทั้งกำลังและไหวพริบในการเอาตัวรอดท่ามกลางโลกที่กว้างใหญ่ โดยใช้บรรยากาศของปราสาทต้องคำสาปและงานแต่งงานที่ล่มสลายมาเป็นฉากหลังเพื่อขับเน้นความยุติธรรมที่รุนแรงและตรงไปตรงมา ซึ่งท้ายที่สุดบทสรุปที่ดุดันก็เป็นการมอบผลลัพธ์ที่สะใจตามขนบนิทานกริมม์ที่เน้นว่า “สัญญาสะท้อนค่าของคน” และการทรยศหักหลังนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายด้วยชีวิต

    คติธรรม: “คำสัตย์สัญญาคือเกราะคุ้มภัยที่แข็งแกร่งที่สุด แต่เมื่อใดที่มันถูกทำลายลงด้วยทิฐิ แม้แต่ราชาผู้ครองภูเขาทองคำก็อาจสูญเสียทุกอย่างไปในพริบตา”