ปกนิทานกริมม์เรื่องสุนัขจิ้งจอกกับแมว

นิทานกริมม์เรื่องสุนัขจิ้งจอกกับแมว

ในโลกของสัตว์ป่า ความรู้ความสามารถถูกใช้เป็นเครื่องวัดฐานะทางสังคม และความเย่อหยิ่งมักบดบังปัญญาเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่ด้อยกว่า

มีนิทานกริมม์เรื่องหนึ่งเล่าถึงสุนัขจิ้งจอกผู้โอ้อวดว่าตนมีเล่ห์เหลี่ยมนับร้อย และแมวผู้มีทักษะเพียงหนึ่งเดียว การเผชิญหน้ากับภัยอันตรายที่มาถึงอย่างกะทันหันเท่านั้น ที่จะพิสูจน์ได้ว่าระหว่างความรู้ที่หลากหลายแต่ผิวเผิน กับความสามารถที่ใช้งานได้จริงเพียงอย่างเดียว สิ่งใดกันแน่ที่จะนำไปสู่ความอยู่รอด กับนิทานกริมม์เรื่องสุนัขจิ้งจอกกับแมว

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องสุนัขจิ้งจอกกับแมว

เนื้อเรื่องนิทานกริมม์เรื่องสุนัขจิ้งจอกกับแมว

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าใหญ่แห่งหนึ่งแมว ตัวหนึ่งกำลังเดินทางอย่างเงียบ ๆ ก็บังเอิญพบกับสุนัขจิ้งจอก ตัวหนึ่ง แมวมองเห็นจิ้งจอกแล้วก็คิดในใจว่า “เขาผู้นี้ดูเป็นสัตว์ที่มีประสบการณ์สูง มีสติปัญญามากมาย และได้รับการยกย่องในโลกภายนอกอย่างแน่นอน” ด้วยความเคารพในตัวจิ้งจอก

แมวจึงเดินเข้าไปหาและทักทายอย่างเป็นมิตร “โอ้ ท่านจิ้งจอกผู้สง่างาม! วันนี้ท่านเป็นอย่างไรบ้าง? ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีไหม? ท่านผ่านพ้นช่วงที่หาอาหารยากเย็นเช่นนี้ไปได้อย่างไรบ้าง?”

สุนัขจิ้งจอกซึ่งเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและถือตัว มองสำรวจเจ้าแมวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูแคลน มันยืนนิ่งอยู่พักใหญ่ราวกับกำลังตัดสินใจว่าจะตอบคำถามของเจ้าสัตว์ตัวเล็กตัวนี้ดีหรือไม่

ในที่สุด มันก็เชิดหน้าขึ้นและกล่าวอย่างดูถูกว่า “โอ้! เจ้าสัตว์น่าสมเพชที่เอาแต่เลียขน! เจ้าคนโง่เง่าลายด่าง! เจ้าพรานหนูผู้หิวโหย! นี่เจ้าคิดอะไรอยู่? กล้าดีอย่างไรมาถามว่าข้าสบายดีไหม? เจ้าได้เรียนรู้อะไรมาบ้าง? เจ้ามีความสามารถติดตัวสักกี่อย่างกันแน่?”

แมวรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อยกับคำดูถูก แต่ก็ยังคงตอบกลับอย่างสุภาพและถ่อมตน “ข้า… ข้ามีความสามารถติดตัวเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้นเอง”

“ความสามารถเดียวงั้นหรือ?” จิ้งจอกหัวเราะเยาะเสียงดังราวกับกำลังฟังเรื่องตลกที่สุดในโลก “แล้วความสามารถเดียวที่เจ้าโอ้อวดนั้นคืออะไรกันเล่า?”

แมวตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขึ้นมาเล็กน้อย “เมื่อใดที่ฝูงสุนัขล่าเนื้อไล่ตามข้าอย่างกระชั้นชิด ข้าสามารถกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้สูง และซ่อนตัวจนปลอดภัยได้”

จิ้งจอกยื่นปากออกมาทำท่าทางรังเกียจ “แค่นั้นเองหรือ? ข้าผู้ยิ่งใหญ่คนนี้เป็นนายแห่งความสามารถถึงหนึ่งร้อยอย่าง และที่สำคัญกว่านั้น… ข้ายังมีถุงแห่งเล่ห์เหลี่ยม ที่เต็มไปด้วยกลโกงอีกมากมายเป็นของแถมด้วย! เจ้าช่างน่าสงสารเหลือเกิน! เอาเถิด… เจ้าตามข้ามา ข้าจะสอนเจ้าเองว่าผู้ที่มีภูมิปัญญาชั้นสูงเช่นพวกเรานั้นใช้วิธีใดในการเอาตัวรอดจากสุนัขล่าเนื้อ!”

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องสุนัขจิ้งจอกกับแมว 2

จิ้งจอกพยายามยืดอกอย่างผยองเพื่อแสดงภูมิความรู้ทั้งหมดของมันต่อหน้าแมว แต่ยังไม่ทันที่มันจะเริ่มสาธิตความสามารถที่หนึ่งร้อย… ทันใดนั้นเสียงนกหวีดดังลั่น ก็ดังมาจากชายป่า พร้อมกับเสียงเห่ากึกก้องของสุนัขล่าเนื้อ

“นั่นไง!” จิ้งจอกอุทานด้วยความตื่นตระหนก “ท่านพรานมาแล้ว! พร้อมด้วยสุนัขล่าเนื้อตัวใหญ่ถึงสี่ตัว! ข้าต้องคิดอย่างรวดเร็ว!” จิ้งจอกเริ่มเดินวนไปวนมาอย่างสับสน มันพยายามรื้อค้น “ถุงแห่งเล่ห์เหลี่ยม” ในสมอง มันคิดถึงแผนการซ่อนตัวแผนที่สิบเจ็ด แผนการวิ่งหนีแบบซิกแซ็กแผนที่สามสิบเก้า หรือแผนการปลอมตัวเป็นหินแผนที่แปดสิบห้าดีนะ!?

ในขณะที่จิ้งจอกมัวแต่สับสนและไม่สามารถเลือกความสามารถใดความสามารถหนึ่งจากทั้งหมดหนึ่งร้อยอย่างของมันได้ เจ้าแมวผู้มีเพียงความสามารถเดียวก็ไม่รีรอแม้แต่วินาทีเดียว! มันกระโดดขึ้นไปบนลำต้นของต้นโอ๊กที่อยู่ใกล้ที่สุดด้วยความว่องไวราวกับสายฟ้า และปีนขึ้นไปนั่งอยู่บนยอดสุด ที่ซึ่งกิ่งก้านและใบไม้เขียวขจีได้ช่วยปกปิดร่างของมันไว้จนมิดชิดอย่างสมบูรณ์

ฝูงสุนัขล่าเนื้อวิ่งมาถึงจุดที่จิ้งจอกยืนอยู่และเริ่มตะครุบมันไว้ได้อย่างรวดเร็ว จิ้งจอกพยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิต แต่สายเกินไปที่จะใช้ “ความสามารถหนึ่งร้อยอย่าง” ที่มันเคยโอ้อวด

“เปิดถุงของท่านสิ! ท่านจิ้งจอก! เปิดถุงแห่งกลโกงของท่านออกมา!” แมวที่มองลงมาจากที่สูงตะโกนเตือนด้วยความหวังดี

แต่คำเตือนนั้นก็ไร้ผล สุนัขล่าเนื้อได้เข้าจับจิ้งจอกไว้แน่นแล้ว และท่านพรานก็กำลังสาวเท้าเข้ามาใกล้

แมวถอนหายใจยาวและสั่นศีรษะเบา ๆ ก่อนจะตะโกนลงไปเป็นครั้งสุดท้าย “อนิจจา! ท่านจิ้งจอกเอ๋ย! ท่านที่มีความสามารถถึงหนึ่งร้อยอย่าง กลับต้องถูกทอดทิ้งกลางทาง เพราะไม่สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้แม้แต่สิ่งเดียว! หากท่านมีความสามารถเดียวที่เรียบง่ายและใช้งานได้จริง คือการปีนป่ายเหมือนข้า ท่านก็คงไม่ต้องเสียชีวิตไปอย่างน่าเสียดายเช่นนี้!”

ภาพประกอบนิทานกริมม์เรื่องสุนัขจิ้งจอกกับแมว 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… คุณภาพของทักษะสำคัญกว่าปริมาณที่สะสมไว้ การมีทักษะที่สามารถนำไปปฏิบัติและใช้การได้จริงเพียงหนึ่งเดียว ย่อมมีค่ามากกว่าการมีความรู้มากมายนับร้อยที่นำมาใช้ไม่ได้ในยามคับขัน และความเย่อหยิ่งจากการโอ้อวดในความรู้ที่ไม่เป็นรูปธรรมนั้น มักนำพาเจ้าของไปสู่ความพินาศในที่สุด

อ่านต่อ: คอลเลกชันนิทานกริมม์อ่านสนุกได้ข้อคิดดี ๆ ที่นี่ taleZZZ.com

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานกริมม์เรื่องสุนัขจิ้งจอกกับแมว (อังกฤษ: The Fox and the Cat) นิทานเรื่องนี้ถูกรวบรวมและตีพิมพ์โดยพี่น้องตระกูลกริมม์ ในชุดนิทานสำหรับเด็กและนิทานประจำบ้านลำดับที่ 75 KHM ซึ่งมีโครงเรื่องที่สั้นและคมคายตามแบบฉบับของนิทานคติสอนใจที่เกี่ยวกับสัตว์

“สุนัขจิ้งจอกกับแมว” เป็นนิทานประเภท Animal Fable (นิทานสุภาษิตเกี่ยวกับสัตว์) ที่ได้รับความนิยมในหลายวัฒนธรรมทั่วยุโรป โดยหลักการสอนที่ว่าความสามารถที่แท้จริงไม่ขึ้นอยู่กับจำนวน แต่ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ได้จริง

แก่นเรื่องหลักคล้ายกับนิทานอีสปที่เน้นการเปรียบเทียบระหว่างผู้ที่มีทักษะหลากหลายแต่ผิวเผิน กับผู้ที่มีทักษะเดียวแต่เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นบทเรียนสากลที่เน้นความสำคัญของประสิทธิภาพเหนือความอวดอ้าง

คติธรรม: “ทักษะที่สามารถช่วยชีวิตได้จริงเพียงหนึ่งเดียว ย่อมมีค่ากว่าความรู้มากมายนับร้อยที่นำมาใช้ไม่ได้ในยามคับขัน”