นิทานพื้นบ้านไทยภาคกลางเรื่องเขานมนาง

ปกนิทานพื้นบ้านไทยภาคกลางเรื่องเขานมนาง

ในดินแดนที่เต็มไปด้วยป่าและภูเขาของสุพรรณบุรี มีเรื่องเล่าขานนิทานพื้นบ้านไทยถึงหญิงสาวผู้มีความงามจนเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มมากมาย ความงามของเธอกลับกลายเป็นภาระที่ทำให้ชีวิตเธอเต็มไปด้วยความทุกข์ และนำไปสู่การตัดสินใจที่ไม่มีใครคาดคิด

ผู้คนเล่าว่า เธอทิ้งทุกสิ่งเพื่อแสวงหาความสงบในธรรมชาติ แต่สิ่งที่ตามมากับการตัดสินใจนั้นกลับกลายเป็นตำนานที่ยังคงหลงเหลือในทุกวันนี้… กับนิทานพื้นบ้านไทยภาคกลางเรื่องเขานมนาง

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านไทยภาคกลางเรื่องเขานมนาง

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านไทยภาคกลางเรื่องเขานมนาง

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยก่อนในเขตจังหวัดสุพรรณบุรีและอ่างทอง มีหญิงสาวงามคนหนึ่งชื่อ “พิมสุราลัย” บุตรีของขุนนางผู้มีฐานะ ความงามของนางนั้นเลื่องลือไปทั่ว ทั้งในเมืองและหมู่บ้านใกล้เคียง ใบหน้าของนางงดงามจนบรรดาชายหนุ่มในแถบนั้นต่างพากันหลงใหลอยากได้มาครอบครอง แต่ความงามของนางกลับเป็นเหมือนดาบสองคม

ชายหนุ่มหลายคนพากันเข้ามารุมแย่งชิง หวังจะเป็นคู่ครองของนาง พิมสุราลัยที่มิอยากให้เกิดความวุ่นวาย จึงพยายามหลีกเลี่ยง แต่ยิ่งหลีกหนีกลับยิ่งมีคนมาแย่งชิงกันมากขึ้นจนเกิดเหตุวิวาท ทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง

จนในที่สุดพิมสุราลัยทนไม่ไหว นางจึงตัดสินใจหนีออกจากหมู่บ้านไปยังป่าเขาลึก เพื่อหาความสงบ และใช้ชีวิตตามลำพัง ด้วยการปลูกข้าวและทอผ้าเพื่อตัวเอง นางหวังว่าในป่านั้น จะไม่มีใครมาทำให้ชีวิตของตนวุ่นวายได้อีก

นางอาศัยอยู่ในกระท่อมเล็ก ๆ กลางป่า ห่างไกลจากผู้คน ใช้ชีวิตเงียบสงบตามลำพัง ท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ แม้จะรู้สึกเหงาบ้าง แต่นางก็เลือกที่จะอยู่เพียงคนเดียวเพื่อหนีจากความวุ่นวายที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

ชีวิตในป่าแห่งนี้ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่นางพิมสุราลัยหวังไว้ ในป่าลึกแห่งนั้นยังคงมีผู้คนบางคนอาศัยอยู่ และหนึ่งในนั้นคือพรานป่าผู้มีเวทมนตร์และอาคมที่แกร่งกล้า ชื่อว่า “ตาลีนนท์”

ตาลีนนท์เป็นชายหนุ่มที่มีพลังเวทมนตร์สามารถแปลงกายเป็นสัตว์ต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะการแปลงกายเป็นงู ตาลีนนท์เกิดพบกับพิมสุราลัยในป่า และเพียงแค่เห็นนางครั้งแรก เขาก็หลงรักเธออย่างไม่อาจห้ามใจได้ แม้พิมสุราลัยจะพยายามหลบเลี่ยงไม่ยอมพบปะใคร แต่ตาลีนนท์กลับไม่ยอมแพ้

เขาใช้เวทย์มนตร์แปลงกายเป็นงูขนาดใหญ่เลื้อยเข้าไปซ่อนในกระท่อมของนางพิมสุราลัย ซึ่งในขณะนั้น พิมสุราลัยกำลังเตรียมอาหารอยู่ในกระท่อม เมื่อเห็นเงาของงูขนาดใหญ่เลื้อยเข้ามา นางตกใจมากและคว้ามีดที่อยู่ใกล้มือฟันไปที่งูโดยไม่ลังเล

เมื่อมีดฟันไปถูกงูนั้นจนมันสิ้นชีวิต ความลึกลับก็เกิดขึ้นในทันที ร่างของงูแปลงกลับคืนเป็นร่างของพรานตาลีนนท์เอง พิมสุราลัยตกตะลึงเมื่อพบว่าเธอได้ฆ่าคนตายเข้าแล้ว

ตาลีนนท์เองก็กระอักเลือดและพูดด้วยเสียงที่เจ็บปวด “ข้าผู้เดียวนี้คือคนที่หลงรักเจ้าจริง ๆ แต่ว่าข้าผิดที่เข้ามารบกวนความสงบของเจ้าจนเกิดเหตุการณ์เช่นนี้”

พิมสุราลัยรู้สึกตกใจและเสียใจยิ่งนัก นางไม่คิดว่าการหลีกหนีความวุ่นวายจะทำให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ขึ้น และในขณะนั้นที่เห็นร่างของตาลีนนท์ที่ตายไป นางก็รู้สึกผิดปนกับความแค้นใจที่ไม่สามารถหนีจากความยุ่งเหยิงที่เกิดจากความงามของตนได้

พิมสุราลัยร้องไห้และสำนึกผิดในสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้เธอคิดถึงการหลีกหนีจากสังคมอีกครั้งเพื่อหนีจากความทุกข์ที่เกิดจากความสวยงามของเธอเอง

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านไทยภาคกลางเรื่องเขานมนาง 2

พิมสุราลัยนั่งอยู่ข้างร่างที่ไร้ลมหายใจของตาลีนนท์ ความรู้สึกในใจนั้นลึกซึ้งจนยากที่จะบรรยาย เธอเคยคิดว่าความสวยงามของตัวเองจะนำมาซึ่งความรักและความสุข แต่แท้จริงแล้วมันกลับนำมาซึ่งความทุกข์ที่ไม่อาจหลีกหนีได้

ความแค้นและความเสียใจผลักดันให้นางคิดถึงการหลีกหนีจากทุกสิ่ง ไม่เพียงแค่ชายหนุ่มที่แย่งชิงนาง แต่รวมถึงความงามของนางที่เป็นสาเหตุให้เกิดทุกข์มากมายในชีวิต

นางยืนขึ้นไปยังลำธารที่อยู่ไม่ไกลจากกระท่อม ขณะที่นางหยิบมีดที่เคยใช้ฟันงูออกมาอีกครั้ง ครั้งนี้นางไม่ได้ใช้มันเพื่อป้องกันชีวิต แต่ใช้มันเพื่อทำลายร่างกายของตัวเอง

“หากความงามของข้าเป็นต้นเหตุให้ผู้อื่นต้องตาย ข้าจะทำลายสิ่งนี้เสีย…เพื่อที่ใครจะได้ไม่ต้องทุกข์ใจจากมันอีก”

พิมสุราลัยพูดเบา ๆ แล้วใช้มีดตัดนมทั้งสองข้างของตนทิ้งไป หยดเลือดไหลลงพื้น แต่ความเจ็บปวดนั้นมิได้ทำให้เธอหวั่นไหวอะไร

เมื่อเธอตัดสินใจแล้ว ทุกสิ่งก็เหมือนจะเปลี่ยนไป ร่างของนางเริ่มแปรเปลี่ยน กลายเป็นภูเขา ขึ้นที่นั่น สองลูกทับซ้อนกันจนกลายเป็น “เขานม” ซึ่งเป็นภูเขาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี เรียกตามที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

นางมองไปที่ภูเขาที่เกิดขึ้นข้างๆ ตัวเอง รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ทำลายร่างกายของตน แต่ไม่อาจหยุดสิ่งที่เกิดขึ้นในใจได้

ในคืนวันนั้น หลังจากที่นางได้ทิ้งความงามของตนไปแล้ว พิมสุราลัยเดินผ่านป่าลึกเรื่อยไป น้ำตาของนางยังคงไหลริน เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเธอได้ทิ้งทุกสิ่งที่มีค่าไว้แล้ว แต่นางก็ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากการตามหาความสงบในใจ

จนกระทั่งนางพบวัดร้างแห่งหนึ่งกลางป่า วัดที่มีความเงียบสงบราวกับว่าไม่มีใครเคยมาเยือนเลยในชั่วชีวิต พิมสุราลัยตัดสินใจพักอยู่ในวัดแห่งนั้น คืนหนึ่งเมื่อนางนอนในวัด ได้มีความรู้สึกที่แปลกประหลาดเกิดขึ้นในใจเหมือนบางสิ่งในชีวิตนางต้องการการปลีกวิเวก

จากวันนั้นไป นางไม่ได้กลับไปยังที่เดิม แต่หันไปหาความสงบจากการบำเพ็ญเพียรในธรรมะ จนในที่สุด พิมสุราลัยก็ตัดสินใจบวชเป็นพระภิกษุอยู่บนเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งเขานั้นได้ชื่อว่า “เขาบางนางบวช” หรือ “เขานมนาง” ซึ่งมีการตั้งชื่อตามชื่อของนางที่เป็นผู้บวชอยู่บนยอดเขานั้น

เมื่อเวลาผ่านไป พิมสุราลัยได้ไปถือศีลที่ “บ้านไผ่” ในจังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงว่ามีพระสงฆ์ผู้มีความศรัทธาอยู่ที่นั่น

ในที่สุด บ้านเดิมของนางในสุพรรณบุรี ที่เคยเป็นบ้านที่มีชื่อว่า “บ้านเดิมบาง” ก็ยังคงได้รับการบอกเล่าเกี่ยวกับความเสียสละของนางที่หลบหนีจากโลกภายนอกและเลือกที่จะบวชเป็นพระสงฆ์เพื่อแสวงหาความสงบจากความทุกข์ในใจของตนเอง

ตำนานของพิมสุราลัย ยังคงมีชีวิตอยู่ในใจของผู้คนในสุพรรณบุรีและอ่างทอง ชาวบ้านเล่าขานถึงหญิงสาวผู้มีความงามจนเกินไป จนทำให้เธอตัดสินใจทิ้งความงามของตัวเองเพื่อแสวงหาความสงบในธรรมะ

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านไทยภาคกลางเรื่องเขานมนาง 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… การหลีกหนีจากสิ่งที่ทำให้เราเจ็บปวดอาจไม่ใช่คำตอบที่แท้จริง ความสงบและการยอมรับตัวเองคือทางออกที่แท้จริง

ในเรื่องของพิมสุราลัย เธอหลบหนีจากความงามที่เป็นต้นเหตุของความทุกข์และการทะเลาะวิวาท แต่สุดท้าย เธอกลับพบว่า การทิ้งสิ่งที่ตัวเองเป็นไม่ได้ทำให้จิตใจสงบจริง ๆ การหาความสงบในชีวิตนั้นไม่ใช่การหนี แต่คือการยอมรับและหาทางเยียวยาจิตใจในสิ่งที่เป็นตัวตนของเรา

ความสุขและความสงบเกิดขึ้นจากการเข้าใจและยอมรับตนเอง ไม่ใช่การหลบหนีจากโลกภายนอก

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานพื้นบ้านไทยภาคกลางเรื่องเขานมนาง มีที่มาจากคำเล่าขานในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีและอ่างทอง ซึ่งเป็นเรื่องราวที่สืบต่อกันมาในชุมชน โดยเล่าขานกันมานานหลายชั่วอายุคน จนกลายเป็นหนึ่งในตำนานพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงของภาคกลางของประเทศไทย

ตำนานนี้เกิดขึ้นในสมัยก่อน เมื่อหญิงสาวชื่อพิมสุราลัย ที่มีความงามจนเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มหลายคน แต่ความงามของเธอกลับนำมาซึ่งความยุ่งเหยิงและความเจ็บปวด จนทำให้เธอตัดสินใจหนีไปหาความสงบในป่าไกล จากนั้น เรื่องราวก็มีการผสมผสานกับความเชื่อเรื่องเวทมนตร์และสิ่งลี้ลับ โดยเฉพาะในตอนที่พรานป่าที่มีเวทมนตร์ชื่อ “ตาลีนนท์” แปลงกายเป็นงูและพบกับพิมสุราลัย นางต้องการหนีจากทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความงาม จึงทำการตัดสินใจทิ้งสิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายตนเอง (นม) ไปจนกลายเป็นภูเขาเขานม ซึ่งก็คือเขานมนาง ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน

จากนั้น พิมสุราลัยเลือกที่จะบวชและหาความสงบในจิตใจ จนกลายเป็นตำนานที่คนในพื้นที่เรียกภูเขานั้นว่า “เขาบางนางบวช” ซึ่งกลายเป็นชื่อที่ผู้คนยังคงใช้เรียกภูเขานั้นมาจนถึงทุกวันนี้

ตำนานนี้จึงเป็นการสะท้อนความเชื่อและความเข้าใจในเรื่องของการทิ้งสิ่งที่ก่อให้เกิดความทุกข์เพื่อแสวงหาความสงบในทางธรรม และยังคงถูกเล่าขานอย่างแพร่หลายจากรุ่นสู่รุ่นในจังหวัดสุพรรณบุรีและอ่างทองจนถึงปัจจุบัน

“ความงามอาจนำมาซึ่งความต้องการและความช้ำ แต่การหลีกหนีจากตัวตนไม่เคยทำให้เราเจอความสงบที่แท้จริง”