ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ทอดยาวเหนือผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ เสียงนกร้องก้องกังวานไปทั่ว ทว่าหากมองขึ้นไป ทุกตัวกลับดูคล้ายกันหมด ไม่มีสีสัน ไม่มีความแตกต่าง ราวกับโลกนี้ยังไม่มีใครแต่งแต้มให้มันงดงาม
แต่แล้ววันหนึ่ง มีเรื่องเล่าขานนิทานพื้นบ้านสากลจากออสเตรเลีย เล่าว่าเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น บางสิ่งกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล และนับแต่นั้นเป็นต้นมา ท้องฟ้าและผืนป่าก็ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย… กับนิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องนกได้สีขนมาได้อย่างไร?

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องนกได้สีขนมาอย่างไร?
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในช่วงเวลาที่โลกยังคงเปลี่ยนแปลง นกทุกตัวมีสีเดียวกันทั้งหมด ไม่ว่าพวกมันจะเป็นนกแก้ว นกกางเขน หรือนกอินทรี ขนของพวกมันล้วนเป็นสีเทาหม่น ไร้ความโดดเด่น ไร้เอกลักษณ์
พวกมันใช้ชีวิตอย่างสงบสุข บินไปตามท้องฟ้า หยุดพักบนต้นไม้ และหาอาหารในป่าอันอุดมสมบูรณ์ ท้องฟ้าในดินแดนอันกว้างใหญ่ของออสเตรเลียเต็มไปด้วยฝูงนกที่หน้าตาเหมือนกันหมด ไม่มีใครแตกต่าง ไม่มีใครเป็นที่จดจำ
แต่แล้ว วันหนึ่ง เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น…
ในวันที่อากาศแจ่มใส นกแก้วตัวหนึ่งกำลังหาอาหารอยู่บนพื้นดิน มันกระโดดไปมาระหว่างก้อนหินและพุ่มไม้ แต่เผลอไปเหยียบหนามแหลมเข้าเต็มแรง!
“โอ๊ย!” นกแก้วร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด มันพยายามกระพือปีกและกระโดดหนี แต่ยิ่งขยับ เลือดก็ยิ่งไหลออกจากแผล
เสียงร้องของนกแก้วดังไปทั่วป่า นกตัวอื่น ๆ รีบบินเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น พวกมันมองดูเพื่อนของตนด้วยความตกใจ ขณะที่เลือดสีแดงสดค่อย ๆ ไหลซึมออกจากบาดแผล และหยดลงบนพื้นดิน
แต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด…
เมื่อนกแก้วพยายามดิ้นรน เลือดของมันกระเซ็นไปทั่ว บางหยดกระเด็นไปโดน ปีกของนกตัวอื่น ๆ บางหยดตกลงบนหาง บางหยดพุ่งไปแต้มบนขนนกที่เคยเป็นสีเทาหม่น
และแล้ว สิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น…
ขนนกที่เปื้อนเลือด เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงสดใส นกบางตัวที่อยู่ใกล้พุ่มไม้ มีสีเขียวจากละอองหญ้าที่เปียกด้วยเลือดของนกแก้ว บางตัวที่บินอยู่ท่ามกลางแสงแดด มีสีเหลืองและส้มเรืองรอง
เสียงฮือฮาดังขึ้นไปทั่ว นกทุกตัวต่างประหลาดใจเมื่อมองเห็นกันและกันเป็นครั้งแรก… ในสีสันที่ไม่เคยมีมาก่อน!

เมื่อนกตัวอื่น ๆ มองเห็นกันและกัน พวกมันต่างประหลาดใจอย่างที่สุด เพราะขนที่เคยเป็นสีเทาหม่น ตอนนี้เต็มไปด้วยสีสันสดใส นกทุกตัวเริ่มกระพือปีกและจ้องมองกันเองด้วยความตื่นเต้น
“ดูข้าสิ! ข้ามีขนสีแดง!” นกตัวหนึ่งร้องขึ้น
“และข้าก็เป็นสีเขียว! เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” นกอีกตัวตะโกนด้วยความตกใจ
เมื่อแสงอาทิตย์ส่องกระทบขนนกที่เปลี่ยนสี พวกมันก็ยิ่งเปล่งประกายสวยงามขึ้นไปอีก นกที่อยู่ใกล้ดอกไม้ ได้รับละอองสีเหลืองและชมพูจากเกสรดอกไม้ นกที่วิ่งไปตามโคลนและหญ้า มีขนเป็นสีน้ำตาลและฟ้าเข้มจากดินและน้ำ
“นี่เป็นปาฏิหาริย์!” ฝูงนกส่งเสียงเจื้อยแจ้วไปทั่วป่า
แต่เมื่อพวกมันมองไปที่นกแก้วที่ได้รับบาดเจ็บ พวกมันก็รู้สึกขอบคุณที่สีสันเหล่านี้เกิดขึ้นจากมัน นกแก้วซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดสีสันแก่พวกมัน ตอนนี้กลายเป็นนกที่มีขนสวยงามที่สุดในหมู่พวก
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นกทุกตัวมีสีสันที่แตกต่างกัน บางตัวมีขนสีรุ้ง บางตัวมีลวดลายที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ไม่มีนกตัวใดเหมือนกันอีกต่อไป
นกแก้ว ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นนกที่มีสีสันสวยงามที่สุด ขนของมันเต็มไปด้วยเฉดสีสดใสที่สะท้อนความงดงามของป่า มันเป็นนกที่ได้รับการยกย่องจากนกตัวอื่น ๆ และเป็นสัญลักษณ์ของความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่
ชาวอะบอริจินเล่าขานตำนานนี้มาจากรุ่นสู่รุ่น พวกเขาเชื่อว่าสีสันของนกแต่ละตัวเป็นของขวัญจากธรรมชาติ ที่ทำให้โลกนี้ไม่จืดชืดอีกต่อไป
และตั้งแต่นั้นมา… ป่าก็เต็มไปด้วยสีสันของนกที่สวยงามทุกชนิด ดั่งผลงานศิลปะที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นเอง

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… “ความแตกต่างคือสิ่งที่ทำให้โลกสวยงาม” แต่เดิมนกทุกตัวเหมือนกัน ไม่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่เมื่อพวกมันได้รับสีสัน พวกมันจึงได้ค้นพบความงามและความพิเศษของกันและกัน
“บางครั้ง ความเปลี่ยนแปลงอาจมาจากสิ่งที่ไม่คาดคิด” นกแก้วที่ได้รับบาดเจ็บกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แม้ความเจ็บปวดจะดูเป็นสิ่งเลวร้าย แต่มันอาจนำมาซึ่งสิ่งใหม่ที่งดงามกว่าที่เคยเป็น
ที่มาของนิทานเรื่องนี้
นิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องนกได้สีขนมาได้อย่างไร? (อังกฤษ: How the Birds Got Their Colors) นิทานเรื่องนี้เป็นหนึ่งใน Dreamtime Stories หรือเรื่องเล่าจากยุคแห่งความฝัน ของชาวอะบอริจินออสเตรเลีย ซึ่งเป็นเรื่องเล่าปรัมปราที่อธิบายถึงกำเนิดของโลก ธรรมชาติ และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ตามความเชื่อดั้งเดิมของพวกเขา
ชาวอะบอริจินเชื่อว่าทุกสิ่งในธรรมชาติล้วนมีจิตวิญญาณและมีเรื่องราวที่ก่อให้เกิดสิ่งต่าง ๆ บนโลก นิทานเรื่องนี้ถูกเล่าขานเพื่ออธิบายเหตุผลที่นกแต่ละชนิดมีสีสันที่แตกต่างกัน โดยสื่อถึงพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงและความงดงามของความหลากหลาย
เรื่องราวของนกแก้วที่ได้รับบาดเจ็บและทำให้ขนนกทุกตัวเปลี่ยนสี เป็นสัญลักษณ์ของการค้นพบความงามผ่านความทุกข์ยาก และการยอมรับในเอกลักษณ์ของกันและกัน นี่เป็นบทเรียนสำคัญในวัฒนธรรมอะบอริจิน ที่เน้นถึงการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติและการให้ความสำคัญกับความหลากหลายของสรรพสิ่งในโลกใบนี้
“ความเจ็บปวดอาจเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่งดงามที่สุดในชีวิต”