นิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องตำนานนกอีมูกับนกบัสตาร์ด

ปกนิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องตำนานนกอีมูกับนกบัสตาร์ด

ในท้องทุ่งกว้างมีเรื่องเล่าขานนิทานพื้นบ้านสากลจากออสเตรเลีย นกหลากหลายสายพันธุ์อาศัยอยู่ร่วมกันมาช้านาน บ้างบินโฉบสูงเหนือแผ่นดิน บ้างวิ่งเร็วราวสายลม ท่ามกลางพวกมัน มีนกอยู่สองชนิดที่เคยเป็นคู่แข่งกัน ทั้งในเรื่องศักดิ์ศรีและอำนาจ

มีเรื่องเล่าขานกันในนิทานพื้นบ้านของชาวอะบอริจิน ว่าครั้งหนึ่งนกทั้งสองเคยอยู่ในฐานะที่ทัดเทียมกัน จนกระทั่งบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น เปลี่ยนแปลงชะตากรรมของพวกมันไปตลอดกาล… กับนิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องตำนานนกอีมูกับนกบัสตาร์ด

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องตำนานนกอีมูกับนกบัสตาร์ด

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องตำนานนกอีมูกับนกบัสตาร์ด

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในอดีตกาล นกอีมูคือราชาแห่งทุ่งกว้าง นกทุกตัวต่างยำเกรงมัน ไม่ใช่เพราะมันบินได้สูงกว่านกอื่น ๆ แต่เพราะมันแข็งแกร่งและสง่างาม วิ่งได้เร็วจนไม่มีใครตามทัน

แต่ในขณะที่นกตัวอื่นยอมรับ นกบัสตาร์ดกลับไม่พอใจ โดยเฉพาะตัวเมียที่ขุ่นเคืองยิ่งกว่าใคร

“ทำไมนกอีมูถึงต้องเป็นราชา ทั้งที่เราก็บินได้” นางพึมพำกับตนเองขณะจ้องมองนกอีมูวิ่งผ่านทุ่งหญ้าแห้งด้วยความภาคภูมิใจ

นกบัสตาร์ดไม่เคยชอบใจที่ต้องก้มหัวให้นกอีมู มันช่างเดินเชิดหน้าเหมือนเหนือกว่านกอื่น ๆ เสมอ

“ต้องมีสักวิธีที่ข้าจะโค่นมันลงมาได้” นางคิด พลางจิกกินเมล็ดพืชอย่างร้อนรน

วันหนึ่ง นางสังเกตเห็นว่านกอีมูรักศักดิ์ศรีของตนเหนือสิ่งอื่นใด นี่แหละจุดอ่อนที่ดี! แผนการค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจของนาง

รุ่งเช้า นกบัสตาร์ดแสร้งทำเป็นนั่งพักอยู่ในพุ่มหญ้า พับปีกแนบลำตัวจนดูเหมือนว่าไม่มีปีกเลย

เมื่อนกอีมูเดินผ่านมา นางทำเป็นถอนหายใจแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้า ๆ

“ราชาแห่งนกเช่นเจ้ากำลังลำบากอยู่หรือ?”

นกอีมูหยุดเดิน แปลกใจที่นกบัสตาร์ดมาทักตนอย่างเป็นมิตร นกบัสตาร์ดมักทำตัวเป็นศัตรูกับมันเสมอ

“ข้าจะลำบากไปทำไม?” นกอีมูเชิดคอสูง ตอบกลับด้วยน้ำเสียงภูมิใจ

นกบัสตาร์ดยิ้มบาง ๆ แล้วพูดต่อ “ก็นกตัวอื่น ๆ เริ่มสงสัยในอำนาจของเจ้าไงล่ะ ราชาที่แท้จริงต้องแตกต่างจากพวกเรา แต่เจ้ากลับมีปีกเหมือนนกทุกตัว”

นกอีมูกะพริบตาด้วยความงุนงง “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้า?”

“ก็ถ้าเจ้าไม่มีปีกสิ เจ้าจะแตกต่างจากพวกเราโดยสิ้นเชิง และทุกตัวจะยอมรับว่าเจ้าคือราชาที่แท้จริง ไม่ใช่นกธรรมดา ๆ ที่แค่ตัวใหญ่!”

นกอีมูนิ่งคิด คำพูดของนกบัสตาร์ดฟังดูมีเหตุผล “เจ้าดูนี่สิ ข้าไม่มีปีกเลย ข้ายอมสละมันเพื่อพิสูจน์ว่าเจ้าไม่จำเป็นต้องบินเพื่อยิ่งใหญ่” นกบัสตาร์ดพูดพลางกางปีกออกเล็กน้อยแล้วรีบหุบกลับอย่างแนบเนียน

นกอีมูจ้องมองนางอย่างลังเล แล้วพยักหน้า “ข้าจะไปปรึกษาคู่ของข้าเรื่องนี้”

“เจ้าคิดว่าอย่างไร?” นกอีมูถาม

“มันเสี่ยงเกินไป เจ้าแน่ใจหรือว่าการตัดปีกจะทำให้เจ้าเป็นราชาที่แท้จริง?”

“ถ้าข้าไม่ทำ พวกมันอาจไม่เคารพข้าอีกต่อไป ข้าจะไม่เป็นเพียงนกธรรมดา แต่จะเป็นราชาแห่งทุ่งกว้างโดยสมบูรณ์!”

คู่ของมันยังลังเล แต่สุดท้ายนกอีมูก็ตัดสินใจแล้ว พวกมันช่วยกันถอนขนปีกออกจนหมด และตัดปีกให้สั้นลงจนไม่อาจบินได้อีก

รุ่งเช้า นกอีมูเดินไปหานกบัสตาร์ดด้วยความภาคภูมิใจ

“ดูสิ ข้าทำตามที่เจ้าบอกแล้ว!” นกอีมูกางปีกที่ไร้ขนออก โชว์ให้เห็นว่าตนไม่สามารถบินได้อีกต่อไป

แต่นกบัสตาร์ดกลับหัวเราะเสียงดัง พลางกางปีกกว้างแล้วกระพือขึ้นสูง ก่อนจะทะยานขึ้นฟ้า

“โง่เง่าสิ้นดี เจ้าเชื่อข้าจริง ๆ หรือ? ตอนนี้เจ้าบินไม่ได้แล้ว แต่ข้ายังบินได้เหมือนเดิม!”

นกอีมูมองขึ้นไปด้วยความตกตะลึง มันพยายามกระพือปีก แต่มันทำไม่ได้อีกแล้ว

“เจ้าโกหกข้า!” มันร้องลั่น

“หึหึ นี่แหละบทเรียนสำหรับพวกที่หลงตัวเองมากเกินไป” นกบัสตาร์ดกล่าวก่อนจะบินจากไป ทิ้งให้นกอีมูยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางทุ่ง

ตั้งแต่นั้นมา นกอีมูก็ไม่อาจบินได้อีกเลย

แต่ความแค้นยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจของมัน นกอีมูจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้จบลงง่าย ๆ…

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องตำนานนกอีมูกับนกบัสตาร์ด 2

ตั้งแต่วันที่ถูกหลอก นกอีมูไม่อาจบินได้อีกต่อไป แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจะยอมแพ้

มันเฝ้าคิดหาทางแก้แค้นนกบัสตาร์ด มองดูอีกฝ่ายโบยบินไปบนฟ้าอย่างภาคภูมิใจทุกวัน ยิ่งเห็น นกอีมูก็ยิ่งโกรธ “ข้าอาจไม่ได้ปีกคืนมา แต่ข้าจะทำให้มันต้องเสียบางอย่างเช่นกัน”

นกอีมูเริ่มสังเกตเห็นว่านกบัสตาร์ดหวงแหนลูกของตนมาก นางมีลูกหลายตัว แต่ก็มักจะบ่นเสมอว่าอาหารมีไม่พอสำหรับพวกมัน

นี่แหละจุดอ่อนของมัน!

วันหนึ่ง นกอีมูแอบซ่อนลูก ๆ ของตนไว้ในพุ่มไม้ ปล่อยให้เหลือเพียงสองตัวเดินไปมาอยู่ข้างกาย

จากนั้นมันเดินไปหานกบัสตาร์ดที่กำลังเฝ้าดูลูกน้อยของตน

“ลูกน้อยย่อมได้รับอาหารมากกว่า หากเจ้ามีลูกเพียงสองตัว พวกมันจะเติบโตใหญ่เช่นเดียวกับลูกข้า” นกอีมูกล่าวเสียงเรียบ

นกบัสตาร์ดกะพริบตา มองดูลูกนกอีมูสองตัวที่ดูแข็งแรงและสมบูรณ์

“เจ้าพูดจริงหรือ? ถ้าลูกข้าน้อยลง มันจะเติบโตแข็งแรงขึ้น?”

“แน่นอน” นกอีมูตอบอย่างแนบเนียน “ดูข้าสิ ลูกข้ามีแค่สองตัว แต่มันแข็งแรงกว่าเจ้าหลายเท่า”

นกบัสตาร์ดหันไปมองลูก ๆ ของตนที่กำลังจิกแย่งอาหารกัน มันเริ่มลังเล ก่อนจะพยักหน้าอย่างโลภ “ข้าจะทำให้ลูกของข้าแข็งแกร่งที่สุด”

และแล้ว นกบัสตาร์ดก็ทำสิ่งที่ไม่มีแม่ตัวไหนควรทำ… นางกำจัดลูกน้อยของตนจนเหลือเพียงสองตัว

วันต่อมา นกบัสตาร์ดเดินไปหานกอีมูด้วยความภาคภูมิใจ “ข้าทำตามที่เจ้าบอกแล้ว! ข้ามีลูกแค่สองตัว และพวกมันจะเติบโตแข็งแรงเหมือนลูกของเจ้า!”

แต่แทนที่นกอีมูจะชื่นชม มันกลับหัวเราะเสียงเย็นชา ก่อนจะส่งสัญญาณเรียกลูกของมัน

จากพุ่มไม้ ลูกนกอีมูตัวเล็ก ๆ ค่อย ๆ เดินออกมา… สิบตัว!

นกบัสตาร์ดเบิกตากว้าง “นี่มันอะไรกัน!? เจ้าบอกว่ามีลูกแค่สองตัว!”

“ข้าไม่เคยพูดว่าข้าจะมีลูกแค่สองตัว ข้าเพียงบอกว่าเจ้าควรมีลูกน้อยลง” นกอีมูพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย

นกบัสตาร์ดช็อก นางหันไปมองลูกทั้งสองตัวที่เหลือของตนด้วยความเสียใจ แต่ทุกอย่างสายไปแล้ว “เจ้าโกหกข้า!”

“แล้วเจ้าเองไม่เคยหลอกข้าหรือ? เจ้าทำให้ข้าเสียปีก ข้าก็เพียงคืนบางสิ่งให้เจ้าเท่านั้น”

นกบัสตาร์ดตัวสั่นด้วยความโกรธ แต่ไม่อาจทำอะไรได้

ตั้งแต่นั้นมา นกบัสตาร์ดก็วางไข่และมีลูกเพียงสองตัวในแต่ละฤดู ส่วนลูกนกอีมูยังคงมีเป็นฝูงเหมือนเดิม

และนกอีมู… แม้มันจะไม่อาจบินได้อีก แต่ก็ไม่มีใครกล้าดูแคลนมันอีกเลย

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องตำนานนกอีมูกับนกบัสตาร์ด 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “ความอิจฉาริษยาและเล่ห์กลอาจย้อนกลับมาทำร้ายตนเอง”

เมื่อนกบัสตาร์ดอิจฉานกอีมู นางใช้เล่ห์กลล่อลวงให้อีมูตัดปีกของตนเอง โดยหวังจะทำลายความยิ่งใหญ่ของอีมู แต่ในที่สุด นกอีมูก็ใช้ปัญญาแก้แค้นด้วยกลอุบายที่ทำให้ นกบัสตาร์ดต้องสูญเสียบางสิ่งเช่นกัน นี่แสดงให้เห็นว่าผู้ที่คิดร้ายต่อผู้อื่น มักจะได้รับผลกรรมคืนกลับมา

อีกทั้งยังเตือนว่า “การเชื่อคนอื่นโดยไม่ใช้ปัญญาไตร่ตรอง อาจนำไปสู่หายนะ” เช่นเดียวกับที่นกอีมูรีบตัดสินใจตัดปีกของตนเองเพียงเพราะต้องการรักษาสถานะของราชาแห่งนก สุดท้ายกลับเป็นฝ่ายสูญเสียโดยไม่สามารถแก้ไขได้อีก

และใครที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมเพื่อทำร้ายผู้อื่น สุดท้ายอาจได้รับผลร้ายตอบแทน และการตัดสินใจโดยขาดสติปัญญา อาจนำไปสู่ความเสียหายที่ไม่สามารถย้อนคืนได้

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานพื้นบ้านออสเตรเลียเรื่องตำนานนกอีมูกับนกบัสตาร์ด (อังกฤษ: The Legend of the Emu and the Bustard) นิทานเรื่องนี้มาจากตำนานของชาวอะบอริจิน (Aboriginal) ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองของออสเตรเลีย พวกเขามีวัฒนธรรมการเล่าเรื่องแบบปากต่อปากมายาวนาน โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ สัตว์ป่า และการกำเนิดสิ่งต่าง ๆ ตามความเชื่อที่เรียกว่า “ดรีมไทม์ (Dreamtime)” ซึ่งเป็นแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างโลกและการกำหนดกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ

นิทานนี้ถูกใช้เพื่ออธิบายว่าทำไมนกอีมูถึงบินไม่ได้ ในขณะที่นกฟลอริกันใหญ่ยังคงมีปีกและบินได้ รวมถึงสอดแทรกบทเรียนเรื่องความอิจฉาและเล่ห์กลที่อาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง สำหรับชาวออสเตรเลีย นิทานพื้นบ้านของชาวอะบอริจินเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศ เรื่องเล่าเหล่านี้ได้รับการถ่ายทอดและยังคงมีอิทธิพลต่อมุมมองเกี่ยวกับธรรมชาติและสัตว์ป่าในออสเตรเลียจนถึงปัจจุบัน

“ความอิจฉาริษยาเปรียบดังคมมีดที่เจ้าหวังใช้ทำร้ายผู้อื่น แต่สุดท้ายมันกลับหันปลายมาห้ำหั่นเจ้าเอง”