นิทานพื้นบ้านไนจีเรียเรื่องตำนานฟ้าแลบและฟ้าร้อง

ปกนิทานพื้นบ้านไนจีเรียเรื่องตำนานฟ้าแลบและฟ้าร้อง

นานมาแล้วมีตำนานเรื่องเล่านิทานพื้นบ้านสากลจากไนจีเรีย โดยครั้งหนึ่งสายฟ้าและฟ้าร้องเคยอยู่ร่วมกับมนุษย์มาก่อน พวกมันไม่ได้อยู่บนฟ้า ไม่ได้ถูกกักขังอยู่ไกลเกินเอื้อม แต่เคยเดินอยู่ท่ามกลางผู้คน มีเสียง หัวเราะ มีความรู้สึก และมีเรื่องราวของตัวเอง

แต่บางสิ่งทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป บางสิ่งที่รุนแรง ดุดัน และไม่มีวันย้อนคืน นี่คือตำนานที่ถูกเล่าขานถึงเหตุผลที่พวกมันต้องถูกขับไล่ไปสู่ฟากฟ้า และทำไมพวกมันถึงไม่เคยเงียบสงบอีกเลย… กับนิทานพื้นบ้านไนจีเรียเรื่องตำนานฟ้าแลบและฟ้าร้อง

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านไนจีเรียเรื่องตำนานฟ้าแลบและฟ้าร้อง

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านไนจีเรียเรื่องตำนานฟ้าแลบและฟ้าร้อง

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในดินแดนห่างไกลที่ธรรมชาติยังคงปกครองโลก มีย่ากับหลานคู่นี้อาศัยอยู่ “รามา” หญิงชราผู้มีเสียงดังกึกก้อง และ “อามา” หลานสาวผู้ปราดเปรียวรวดเร็ว และมีแสงแห่งพลังไหลเวียนในร่างกาย

พวกนางมีพลังเหนือธรรมชาติ แต่ก็นำพาปัญหามาสู่หมู่บ้านเช่นกัน อามาใจร้อนและมักใช้พลังของเธอเพื่อแสดงอารมณ์ ทุกครั้งที่เธอโกรธ มือของเธอจะเปล่งประกายเป็นแสงวาบ และเมื่อเธอปล่อยพลังออกมา ทุกสิ่งที่ขวางทางจะถูกเผาทำลาย รามาเองแม้จะอายุมากแล้ว แต่ทุกคำพูดของเธอก็ดังราวกับฟ้าคำราม เมื่อไม่พอใจ เธอจะตะโกนจนแผ่นดินสะเทือน

คืนหนึ่ง หมู่บ้านกำลังหลับใหลเมื่อเสียงกรีดร้องของอามาดังขึ้น “มันกล้าดียังไง!” เธอกระแทกเท้าลงกับพื้น ตาของเธอวาวโรจน์

“ใครกันที่ทำให้เจ้าขุ่นเคือง?” รามาถามเสียงเข้ม

“พวกชาวบ้านน่ะสิ! วันนี้ข้าลงไปที่ลำธาร พวกเขากล้าดีอย่างไรถึงห้ามข้าตักน้ำ พวกเขาพูดว่า ‘เจ้าเป็นตัวก่อปัญหา เราไม่ต้องการให้เจ้าทำลายอะไรอีก’” อามากำมือแน่น

“แล้วเจ้าทำอะไรลงไป?”

“ข้าก็แค่… แค่ปล่อยแสงเล็ก ๆ ให้พวกเขาได้รู้ว่าข้าไม่ใช่คนที่ควรล้อเล่นด้วย!”

รามาถอนหายใจหนักหน่วง “เจ้ากำลังทำให้ทุกคนหวาดกลัว อามา”

“แล้วทำไมข้าต้องแคร์?” อามาชักสีหน้า “พวกเขาควรให้ความเคารพข้ามากกว่านี้!”

รามาส่ายหน้า “ความเคารพไม่ได้มาจากความกลัว แต่เจ้ากลับใช้พลังของเจ้าทำลายทุกอย่าง”

ทันใดนั้น เสียงหวีดร้องของชาวบ้านก็ดังขึ้น ข้างนอก แสงสีแดงฉานพุ่งขึ้นจากทุ่งนา ควันที่คละคลุ้งบ่งบอกว่ามีบางสิ่งถูกเผาทำลาย

“อามา! เจ้าทำอะไรลงไป?” รามาตะโกนก้อง

“พวกเขาห้ามข้าไม่ให้ใช้ลำธารของพวกเขา ก็ให้พวกเขาไม่มีไร่นาไว้กินแล้วกัน!”

รามาตาเบิกกว้าง “เจ้าควบคุมอารมณ์ของตนเองไม่ได้เลย เจ้าใช้พลังของเจ้าเพื่อแก้แค้น! เจ้าทำให้หมู่บ้านเดือนร้อนแล้ว!”

ขณะที่สองย่าหลานเถียงกัน ชาวบ้านพากันมุงมาดูไร่นาที่ลุกไหม้ บางคนร้องไห้ บางคนโกรธเกรี้ยว และบางคนเดินตรงไปยังพระราชวังของกษัตริย์เพื่อร้องทุกข์

รุ่งเช้า กษัตริย์แห่งแผ่นดินนั่งอยู่บนบัลลังก์ พระองค์ทรงมีพระพักตร์เคร่งขรึมเมื่อได้ฟังเสียงโอดครวญของชาวบ้าน

“ฝ่าบาท โปรดช่วยพวกเราด้วย!” ชายชราคนหนึ่งคุกเข่าลง “นางอามาเผาผลาญไร่นาของพวกเรา และนางรามาก็ตะโกนจนบ้านสั่นสะเทือน พวกเราไม่อาจทนอยู่ร่วมกับพวกนางได้อีกแล้ว!”

กษัตริย์ถอนพระปัสสาสะหนักหน่วง พระองค์ทรงรู้ดีว่าอามาและรามาเป็นผู้มีพลังพิเศษ แต่ตอนนี้พวกนางสร้างภัยพิบัติให้แก่ผู้คนมากเกินไป

พระองค์จึงมีรับสั่งให้ทหารนำตัวทั้งสองมาเข้าเฝ้า

เมื่ออามาและรามามาถึง อามายังคงเชิดหน้าอย่างท้าทาย ส่วนรามายืนสงบ แต่ก็มีแววขุ่นเคืองในดวงตา

“ข้าได้ยินเรื่องที่พวกเจ้าก่อขึ้นอีกแล้ว” กษัตริย์ตรัสเสียงเรียบ “พวกเจ้าเคยถูกเตือนมากี่ครั้งแล้ว อามา? และเจ้าเองก็เช่นกัน รามา”

“ฝ่าบาท พวกเขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน!” อามาแย้ง

“ไม่ใช่! พวกเจ้าต่างหากที่ไม่เคยควบคุมตนเอง!” พระสุรเสียงของกษัตริย์ทรงอำนาจจนทั้งสองเงียบไป

“ข้าพยายามให้โอกาสพวกเจ้ามาตลอด แต่ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะไม่เคยเรียนรู้” พระองค์ทอดพระเนตรไปที่ชาวบ้าน “ผู้คนของข้าต้องอยู่อย่างหวาดกลัวเพราะพวกเจ้า นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าจะยอมรับได้”

รามาขมวดคิ้ว “ฝ่าบาทจะให้เราทำเช่นไร? หุบปากและอยู่เงียบ ๆ งั้นหรือ?”

“หากพวกเจ้าควบคุมตนเองไม่ได้ ข้าก็ไม่อาจให้พวกเจ้าอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป” กษัตริย์ตรัสหนักแน่น

อามาหัวเราะเยาะ “แล้วท่านจะทำอะไร? ขับไล่พวกเรางั้นหรือ? ท่านคิดว่าทำแบบนั้นแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นหรือ?”

“ใช่” กษัตริย์รับสั่งเรียบ ๆ “หากพวกเจ้าคิดว่าตนเองยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์นัก เช่นนั้นก็จงไปอยู่ให้ไกลจากพวกเขาเสีย!”

รามาเบิกตากว้าง “ฝ่าบาท… จะขับไล่พวกเราไปที่ไหน?”

พระองค์ตรัสเพียงสั้น ๆ “ไปอยู่บนฟากฟ้า!”

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านไนจีเรียเรื่องตำนานฟ้าแลบและฟ้าร้อง 2

อามาจ้องพระพักตร์กษัตริย์ รอยยิ้มเหยียดหยามปรากฏบนใบหน้า “ท่านคิดว่าการเนรเทศข้าจะทำให้ทุกอย่างสงบลงหรือ?”

“หากพวกเจ้าไม่อาจอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้ ก็จงไปอยู่ให้ห่างไกลจากพวกเขา!” กษัตริย์รับสั่ง น้ำเสียงแน่วแน่ดุจหินผา

ชาวบ้านพากันเงียบกริบ หลายคนมองด้วยความโล่งใจ บางคนกลับหวั่นวิตก พวกเขารู้ดีว่าการขับไล่อามาและรามาอาจไม่ได้หมายความว่าภัยพิบัติจะจบลง

เทพพายุได้รับบัญชาจากกษัตริย์ให้พาทั้งสองออกจากแผ่นดิน พายุสายหนึ่งพัดมาหอบร่างของพวกนางขึ้นไปสู่อากาศ รามาร้องตะโกนก้อง “ฝ่าบาท ท่านกำลังทำผิดพลาด!”

“ความผิดพลาดมิได้อยู่ที่ข้า แต่อยู่ที่พวกเจ้าต่างหาก” กษัตริย์ตรัสโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองพวกนางอีก

อามาพยายามดิ้นรน มือของเธอเปล่งแสงวาบด้วยความโกรธ แต่พายุกลับยิ่งหอบเธอขึ้นไปสูงขึ้นเรื่อย ๆ

“ข้าจะกลับมา!” อามากรีดร้อง “แล้วท่านจะเสียใจ!”

ตั้งแต่นั้นมา อามาและรามาก็อาศัยอยู่บนท้องฟ้า แต่ธรรมชาติของพวกนางไม่เคยเปลี่ยน

ทุกครั้งที่อามาโกรธ เธอจะปล่อยแสงสว่างวาบลงมายังพื้นโลก เผาทุกสิ่งที่เธอพุ่งเป้าไป เมื่อใดที่เธอทำเช่นนั้น รามาจะร้องคำรามตามหลังทุกครั้ง เป็นเสียงกึกก้องที่ทำให้พื้นดินสะเทือน

คืนหนึ่ง หมู่บ้านที่เคยขับไล่พวกนางออกไปต้องเผชิญกับพายุฝนและฟ้าผ่า ชาวบ้านพากันหลบซ่อนอยู่ในกระท่อม แม่กอดลูกไว้แน่น ขณะที่เสียงฟ้าร้องดังสะเทือนไปทั่ว

“อามากลับมาแล้ว…” หญิงชราคนหนึ่งพึมพำ

ชายชราคนหนึ่งถอนหายใจ “เราอาจจะขับไล่นางไป แต่เราไม่อาจกำจัดความโกรธของนางได้ นางยังคงอยู่ แม้อยู่ไกลแค่ไหน นางก็ยังสร้างความหวาดกลัวได้เช่นเดิม”

เด็กคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นถาม “แล้วเราจะทำอย่างไรดี?”

ชายชราเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแสงสายฟ้าแลบผ่านม่านฝน “เราต้องระมัดระวังให้มากขึ้น และเรียนรู้ว่า… พลังที่ไร้การควบคุมย่อมเป็นอันตรายเสมอ ไม่ว่าอยู่ที่ใด”

จากนั้นเป็นต้นมา ทุกครั้งที่เกิดพายุฟ้าคะนอง ชาวบ้านจะเตือนลูกหลานของพวกเขาว่า “นั่นคืออามาและรามา—เสียงแห่งความโกรธที่ไร้ขอบเขต และผลลัพธ์ของการไม่รู้จักควบคุมตนเอง”

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านไนจีเรียเรื่องตำนานฟ้าแลบและฟ้าร้อง 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ถ้าไม่รู้จักควบคุมตัวเอง สุดท้ายจะกลายเป็นปัญหาทั้งกับตัวเองและคนรอบข้าง อามาใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ไม่ว่าถูกส่งไปไกลแค่ไหน เธอก็ยังสร้างปัญหา เพราะเธอไม่เคยเปลี่ยนแปลงตัวเอง

การไล่บางอย่างออกไป ไม่ได้แปลว่ามันจะหายไป กษัตริย์คิดว่าการเนรเทศอามาและรามาจะทำให้ทุกอย่างสงบลง แต่สุดท้ายพวกนางก็ยังคงส่งผลกระทบต่อโลกอยู่ดี เหมือนปัญหาบางอย่างที่ถ้าไม่แก้ให้ถูกจุด มันก็จะกลับมาในรูปแบบใหม่

ความเคารพที่แท้จริงไม่ได้มาจากความกลัว อามาอยากให้ผู้คนเกรงขาม แต่สุดท้ายทุกคนก็แค่หวาดกลัวและผลักไสเธอออกไป คนที่ใช้ความรุนแรงหรือบังคับให้คนอื่นกลัว อาจได้อำนาจชั่วคราว แต่ไม่มีใครรักหรือยอมรับจากใจจริง

นิสัยของเราไปกับเราทุกที่ ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง ปัญหาก็จะตามไปเสมอ แม้จะถูกส่งขึ้นไปอยู่บนฟ้า อามาก็ยังโกรธง่ายและสร้างความเดือดร้อนเหมือนเดิม นั่นเพราะเธอไม่เคยเรียนรู้หรือปรับปรุงตัวเอง เหมือนคนบางคนที่คิดว่าแค่เปลี่ยนที่อยู่หรือสภาพแวดล้อมแล้วจะหนีปัญหาได้ แต่สุดท้ายถ้าไม่เปลี่ยนนิสัย ปัญหาก็จะเกิดซ้ำอยู่ดี

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานพื้นบ้านไนจีเรียเรื่องตำนานฟ้าแลบและฟ้าร้อง (อังกฤษ: The Story of the Lightning and the Thunder) เป็นนิทานพื้นบ้านของชาวไนจีเรีย ที่เล่าต่อกันมาเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติของฟ้าผ่าและฟ้าร้อง ด้วยความที่วัฒนธรรมแอฟริกันมักใช้เรื่องเล่าเป็นเครื่องมือถ่ายทอดภูมิปัญญา นิทานเรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่คำอธิบายเกี่ยวกับสายฟ้าและเสียงคำรามของพายุ แต่ยังสะท้อนหลักคิดเรื่องการควบคุมอารมณ์และผลลัพธ์ของพฤติกรรมที่ขาดความยับยั้งชั่งใจ

ไนจีเรียเป็นประเทศที่มีนิทานปรัมปราเกี่ยวกับธรรมชาติอยู่มากมาย ส่วนใหญ่มาจากชนเผ่าต่าง ๆ เช่น เผ่ายอร์บา (Yoruba) และเผ่าอิกโบ (Igbo) ซึ่งเชื่อว่าโลกเต็มไปด้วยวิญญาณและพลังที่มองไม่เห็น เรื่องราวของอามาและรามาจึงอาจมีรากฐานมาจากความเชื่อนี้ โดยใช้สายฟ้าและฟ้าร้องเป็นตัวแทนของอารมณ์เกรี้ยวกราดของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือวิญญาณที่ถูกขับไล่ให้ไปอยู่บนท้องฟ้า

แม้ว่าเรื่องเล่านี้จะถูกถ่ายทอดผ่านกาลเวลาและอาจมีการดัดแปลงตามภูมิภาคต่าง ๆ แต่สาระสำคัญยังคงเดิม นั่นคือ การเตือนใจให้มนุษย์รู้จักควบคุมอารมณ์และตระหนักว่าการใช้พลังหรืออำนาจโดยไม่คิดถึงผลที่ตามมา อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่มีวันย้อนคืนได้

“คนที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ สุดท้ายจะถูกโลกผลักไส ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน ก็จะนำภัยมาสู่ตนเองและผู้อื่นเสมอ”