สายลมพัดผ่านชายฝั่ง เสียงคลื่นกระทบโขดหินดังก้องไปทั่ว ท้องฟ้ากว้างใหญ่ทอดยาวสุดขอบฟ้า แต่โลกยังคงเงียบงัน ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีคำพูด ไม่มีผู้คน ทุกสิ่งดูสมบูรณ์แบบ ทว่ากลับขาดบางสิ่งไป
บนท้องฟ้า มีตำนานเล่าขานนิทานพื้นบ้านสากลจากแคนาดาถึงนกตัวหนึ่งบินผ่านเมฆ มองลงมายังแผ่นดินที่เขาสร้างขึ้น เขาได้ให้แสงสว่างแก่โลก หล่อหลอมแม่น้ำและภูเขา แต่ทำไมโลกนี้ยังดูว่างเปล่า นั่นคือคำถามที่ทำให้เขาเริ่มต้นการเดินทางเพื่อตามหาคำตอบ กับนิทานพื้นบ้านแคนาดาเรื่องอีกากับมนุษย์กลุ่มแรก

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านแคนาดาเรื่องอีกากับมนุษย์กลุ่มแรก
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วโลกยังว่างเปล่า ไร้ผู้คน ท้องฟ้ามืดมิด น้ำทะเลนิ่งสงบ และแผ่นดินยังไม่มีชีวิตใดอาศัยอยู่ ทุกอย่างเงียบงันราวกับโลกยังไม่ตื่นจากการหลับใหล
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางความเงียบงันนั้น มันคืออีกา (Raven) ผู้สร้างโลก
อีกาไม่ได้เป็นเพียงนกธรรมดา เขาเป็นทั้งผู้สร้าง ผู้หลอกลวง และผู้เปลี่ยนแปลงโลก เขาสามารถแปลงร่างเป็นอะไรก็ได้และเดินทางไปทั่วจักรวาล เขาสร้างแผ่นดินและทะเล ปั้นแม่น้ำให้ไหลผ่านหุบเขา และเติมเต็มท้องฟ้าด้วยดวงดาว
แต่ถึงแม้โลกจะสวยงามเพียงใด มันก็ยังคงว่างเปล่า “ทุกสิ่งที่ข้าสร้างขึ้นช่างเงียบเหงาเสียจริง” อีกาพูดกับตัวเอง พลางมองไปทั่วดินแดนที่ไม่มีชีวิต
“มันต้องมีบางสิ่งขาดหายไป…” อีกากระพือปีกพลางครุ่นคิด
วันหนึ่ง หลังจากเดินทางไปทั่วแผ่นดินอันมืดมิด เขากลับมาพร้อมกับสิ่งที่ไม่เคยมีใครล่วงรู้ว่ามาจากที่ใดแสงสว่างจากสรวงสวรรค์แห่งเหล่าทวยเทพ ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขาได้มันมาอย่างไร บ้างว่าเขาขโมยจากดินแดนแห่งแสง บ้างว่าเขาเจรจากับเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่เพื่อแลกเปลี่ยนกับบางสิ่ง หรืออาจเป็นไปได้ว่าเขาเดินทางไปไกลกว่าผู้ใดและพบมันด้วยตัวเอง
ไม่ว่าเรื่องจริงจะเป็นเช่นไร วันนั้นเอง อีกาคาบแสงสว่างไว้ในจะงอยปาก และเมื่อเขาปล่อยมันออกมา ดวงอาทิตย์ก็ลุกโชนขึ้นเป็นครั้งแรก
แสงกระจายไปทั่วผืนฟ้า เงาของภูเขาและแม่น้ำทอดยาวเป็นครั้งแรก มหาสมุทรส่องประกาย ท้องฟ้าเผยสีฟ้าใส และดินแดนที่เคยมืดมนก็กลายเป็นโลกใบใหม่
“แบบนี้แหละ ดีขึ้นมาก!” อีกาเอ่ย พลางมองดูโลกที่เปลี่ยนไป “งดงามจริง ๆ!” อีกากระพือปีกอย่างภาคภูมิใจ แต่ถึงแม้โลกจะมีแสงแล้ว มันก็ยังคงว่างเปล่า
แต่แม้ว่าโลกจะสวยงามขึ้นเพียงใด มันก็ยังคงเงียบงัน ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีการเคลื่อนไหว ไม่มีผู้ใดใช้ชีวิตในโลกที่เขาสร้างขึ้น “ยังขาดอะไรบางอย่าง…”
และด้วยความคิดนั้น อีกากางปีกออก แล้วออกเดินทางอีกครั้ง เพื่อค้นหาสิ่งสุดท้ายที่จะทำให้โลกสมบูรณ์ “ยังขาดบางสิ่งที่สำคัญ… ข้าต้องค้นหาให้พบ!” และด้วยความคิดนั้น อีกากางปีกและออกเดินทางอีกครั้ง
อีกาบินไปทั่วโลก จากยอดเขาสูงจรดชายฝั่งทะเล จากผืนป่าทึบจรดเกาะอันห่างไกล เขามองหาสิ่งที่ขาดหายไป แต่ไม่ว่าเขาจะมองไปทางไหน เขาก็ยังไม่พบสิ่งที่เขาตามหา
วันหนึ่ง ขณะที่อีกาบินเหนื่อยล้า เขาก็โฉบลงมาหยุดพักที่ชายหาด ลมทะเลพัดผ่านขนนกของเขา และแสงอาทิตย์สะท้อนลงบนทรายสีทอง
ทันใดนั้น เขาสังเกตเห็นบางสิ่งที่แปลกประหลาด
ตรงชายฝั่ง มีเปลือกหอยนางรมขนาดใหญ่ ติดอยู่บนหาดทราย เปลือกหอยนั้นดูไม่ธรรมดา เพราะมันขยับไหวเล็กน้อย ราวกับมีบางอย่างอยู่ข้างใน
“แปลกจริง… เปลือกหอยไม่ควรเคลื่อนไหวเองได้นี่นา!” อีกาพึมพำ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้
เขาเอียงคอ พิจารณาหอยนางรมอย่างสงสัย แล้วลองใช้จะงอยปากเคาะเบา ๆ “ก๊อก ๆ”
ภายในเปลือกหอยมีเสียงดังขึ้น เหมือนมีบางสิ่งพยายามดิ้นออกมา “โอ้! ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าข้างในคืออะไร!” อีกายิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้น
เขาค่อย ๆ ใช้จะงอยปากงัดเปลือกหอยออก มันแข็งมาก แต่เขาไม่ยอมแพ้ “เปิดออกมาเถอะ เจ้าสิ่งลึกลับทั้งหลาย!”
“แคร่กกกกก!” เปลือกหอยแตกออก และสิ่งที่อยู่ข้างในก็ค่อย ๆ โผล่ออกมา สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่มีแขน มีขา และมีดวงตาเป็นประกาย
อีกาตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ “โอ้โห! เจ้านี่คืออะไรกัน!?”
สิ่งเหล่านั้น คือมนุษย์กลุ่มแรกของโลก
พวกเขากะพริบตาปริบ ๆ มองไปรอบ ๆ อย่างสับสน พวกเขาเพิ่งได้เห็นโลกเป็นครั้งแรก พวกเขาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร และไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน
มนุษย์ตัวหนึ่งเงยหน้ามองอีกาและเอ่ยเสียงสั่น ๆ “พวกเรา… อยู่ที่ไหนกัน?”
อีกาหัวเราะเสียงดัง “พวกเจ้ากำลังอยู่ในโลกที่ข้าสร้างขึ้น!”
มนุษย์มองหน้ากันอย่างงุนงง พวกเขาไม่เข้าใจว่าโลกคืออะไร
อีกายิ้มกว้าง ตอนนี้เขารู้แล้วว่าตัวเองตามหาอะไรอยู่ “เจ้าพวกนี้เองคือสิ่งที่ข้าขาดหายไป!”
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเผ่าพันธุ์มนุษย์…

อีกามองดูมนุษย์ตัวเล็ก ๆ ที่เพิ่งโผล่ออกมาจากเปลือกหอยนางรม พวกเขาเดินไปมาอย่างระมัดระวัง ดวงตากลมโตมองไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัย แต่ก็ยังคงดูสับสน
“เจ้าพวกนี้ดูไร้เดียงสาเสียจริง” อีกาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้
มนุษย์คนหนึ่งเงยหน้ามองอีกาอย่างลังเล “เจ้าคือใคร?”
“ข้าคือผู้สร้าง ข้าสร้างแม่น้ำ ภูเขา ท้องฟ้า และทะเล ข้าทำให้โลกมีแสงสว่าง และข้าเป็นผู้ช่วยพวกเจ้ากำเนิดขึ้นมา!” อีกากระพือปีกอย่างภาคภูมิใจ
มนุษย์มองหน้ากัน บางคนยกมือแตะพื้นทราย บางคนเดินไปแตะผืนน้ำในมหาสมุทร พวกเขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน และยังไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร
“แล้วพวกเราต้องทำอะไรต่อไป?” มนุษย์อีกคนถาม
“โอ้… ถ้าไม่มีข้า พวกเจ้าคงนั่งเอ๋ออยู่ตรงนี้ไปตลอดชีวิตแน่ ๆ!” อีกาหัวเราะเสียงดัง “เอาล่ะ ข้าจะสอนพวกเจ้าเอง!”
เขาใช้จะงอยปากจิกลงบนพื้นดินแล้วดึงขึ้นมาเป็นกอง “นี่คือดิน เจ้าสามารถขุดมันเพื่อหาที่อยู่อาศัยได้”
เขาบินขึ้นไปบนฟ้า แล้วโฉบลงมาจิกปลาจากทะเลโยนให้มนุษย์ดู “นี่คืออาหารของเจ้า มหาสมุทรเต็มไปด้วยปลา พวกเจ้าต้องเรียนรู้วิธีจับมัน”
มนุษย์บางคนลองหยิบปลาขึ้นมาดู บางคนทำหน้าขยะแขยง
“แล้วเราต้องจับมันยังไง?”
“ใช้มือก็ได้ หรือใช้เครื่องมือที่ข้าจะสอนพวกเจ้าทำ!” อีกากระพือปีก “ฟังให้ดี โลกนี้มีอาหารมากมาย แค่พวกเจ้าต้องรู้จักหา!”
เขาแสดงให้มนุษย์เห็นถึงการใช้ไม้และหินทำอาวุธสำหรับล่าสัตว์ พวกเขามองอย่างสนใจและเริ่มทำตาม แม้ว่าจะยังไม่คล่องแคล่ว แต่พวกเขาก็พยายาม
อีกาบินขึ้นไปบนต้นไม้แล้วใช้จะงอยปากคาบกิ่งไม้ลงมา “เจ้าสามารถใช้สิ่งนี้ทำเป็นบ้านได้ สร้างที่พักจากไม้และใบไม้ ป้องกันตัวเองจากลมฝน”
มนุษย์พยักหน้า บางคนเริ่มทดลองหยิบกิ่งไม้ขึ้นมา บางคนลองนำหินมาวางซ้อนกันเป็นกำแพง
“พวกเจ้าจะต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติ อย่าทำลายมัน แต่จงใช้มันอย่างชาญฉลาด!”
มนุษย์ฟังอย่างตั้งใจ พวกเขาเริ่มเข้าใจว่าโลกนี้เต็มไปด้วยสิ่งที่พวกเขาสามารถใช้ประโยชน์ได้ พวกเขาเริ่มสร้างชุมชนของตนเอง เรียนรู้วิธีล่าสัตว์ หาปลา และสร้างบ้าน พวกเขาไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ไร้เดียงสาอีกต่อไป
อีกายืนดูผลงานของตนเองด้วยความพอใจ “ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะไม่ต้องพึ่งข้าอีกต่อไปแล้ว”
มนุษย์คนหนึ่งเงยหน้ามองเขา “แล้วเจ้าจะไปไหนต่อ?”
“ข้ามีสิ่งใหม่ ๆ ต้องค้นหาเสมอ” อีกากล่าวพร้อมรอยยิ้ม “แต่ข้าจะคอยเฝ้าดูพวกเจ้าเสมอ”
กาลเวลาผ่านไป มนุษย์กลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกที่อีกาสร้างขึ้น พวกเขาเติบโตขึ้น แข็งแกร่งขึ้น และเริ่มเข้าใจโลกมากขึ้น พวกเขาสร้างบ้าน เรียนรู้วัฏจักรของธรรมชาติ และพัฒนาความสามารถในการใช้ชีวิต
อีกายังคงเดินทางไปทั่วโลก เขาสังเกตมนุษย์จากที่ไกล ๆ บางครั้งเขาก็บินลงมาดูพวกเขาอย่างใกล้ชิด บางครั้งเขาก็กลายเป็นเพียงเงาในสายลม
แต่วันหนึ่ง ขณะที่อีกากำลังบินผ่านท้องฟ้า มนุษย์บางคนเริ่มถกเถียงกัน “ทำไมต้องฟังอีกาด้วย? พวกเราอยู่ได้ด้วยตัวเองแล้ว!”
“ใช่! พวกเราไม่ต้องการคำสอนของมันอีกต่อไป!”
เมื่ออีกาได้ยินดังนั้น เขาเพียงแต่ยิ้มบาง ๆ “ข้ารู้อยู่แล้วว่าวันหนึ่งพวกเจ้าจะพูดแบบนี้”
เขารู้ว่ามนุษย์จะเติบโตขึ้น รู้จักคิดเอง และไม่ต้องพึ่งพาเขาอีกต่อไป นี่คือสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นเสมอ “แต่จำไว้ให้ดี พวกเจ้าอาจลืมข้า แต่ข้าจะไม่ลืมพวกเจ้า”
ว่ากันว่า ทุกครั้งที่มนุษย์เห็นอีกาบินผ่านฟ้า มันอาจเป็นสัญญาณว่า เขายังคงเฝ้ามองดูพวกเราอยู่ บางคนเชื่อว่า เสียงร้องของอีกาคือคำเตือนให้มนุษย์ระวังตัว ไม่ให้ลืมความสมดุลของธรรมชาติที่เขาได้สอนไว้
แม้ว่ามนุษย์จะใช้ชีวิตของตัวเองและเดินบนเส้นทางที่แตกต่างไปจากเดิม แต่ตำนานของอีกาผู้สร้าง ผู้หลอกลวง และผู้มอบแสงสว่างให้โลกจะไม่มีวันถูกลืม

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… มนุษย์อาจเกิดมาอย่างไร้เดียงสา ไม่รู้จักโลก ไม่เข้าใจวิธีเอาตัวรอด แต่ด้วยการเรียนรู้ ปรับตัว และใช้ปัญญา เราสามารถสร้างที่อยู่ของตนเองและเติบโตขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้เป็นเจ้าของโลกเพียงผู้เดียว ธรรมชาติให้กำเนิดเรา และเป็นสิ่งที่หล่อหลอมให้เราอยู่รอด หากเราลืมรากเหง้าและทำลายสมดุลของธรรมชาติ วันหนึ่งเราอาจพบว่าตัวเองต้องดิ้นรนอีกครั้ง
อีกาในเรื่องไม่ได้เป็นเพียงผู้สร้าง แต่ยังเป็นผู้เฝ้าดู เป็นสัญลักษณ์ของความเปลี่ยนแปลงและบทเรียนที่ธรรมชาติสอนเรา มนุษย์สามารถเดินไปข้างหน้าโดยไม่ต้องพึ่งพาเขา แต่พวกเขาต้องไม่ลืมว่า ทุกสิ่งในโลกนี้เชื่อมโยงถึงกัน การละเลยธรรมชาติหรือคิดว่าตนอยู่เหนือทุกสิ่ง อาจทำให้พวกเขากลับไปสู่จุดที่ต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
ที่มาของนิทานเรื่องนี้
นิทานพื้นบ้านแคนาดาเรื่องอีกากับมนุษย์กลุ่มแรก (อังกฤษ: The Raven and the First Men) เป็นตำนานพื้นเมืองของชนเผ่าไฮดา ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันตกของแคนาดาและอะแลสกา ตำนานนี้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าการสร้างโลกที่ถ่ายทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นผ่านการเล่าเรื่อง งานศิลปะ และการแกะสลักเสาโทเท็ม
อีกาเป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญของตำนานชนเผ่าพื้นเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของอเมริกาเหนือ โดยมีบทบาทเป็นทั้งผู้สร้างและผู้หลอกลวง ตามเรื่องเล่า อีกาเป็นผู้ที่ขโมยแสงสว่างมาสู่โลกและค้นพบมนุษย์กลุ่มแรกที่ติดอยู่ในเปลือกหอยนางรม เขาช่วยพวกเขาออกมาและสอนให้พวกเขาใช้ชีวิตในโลกใบใหม่ เรื่องนี้สะท้อนถึงแนวคิดของชนเผ่าไฮดาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ และบทบาทของสรรพสิ่งที่ช่วยหล่อหลอมโลก
ตำนานนี้ได้รับการถ่ายทอดผ่านงานศิลปะของชาวไฮดา หนึ่งในภาพที่โด่งดังที่สุดคือประติมากรรม “Raven and the First Men” แกะสลักโดยศิลปินชาวไฮดา บิล รีด ซึ่งจัดแสดงอยู่ที่มหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย เรื่องราวของอีกาและมนุษย์กลุ่มแรกยังคงเป็นตำนานสำคัญของชนพื้นเมืองในภูมิภาคนี้ และเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมของแคนาดา
“มนุษย์เติบโตได้ด้วยปัญญา แต่หากละเลยธรรมชาติ สักวันอาจต้องดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดอีกครั้ง”