นิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องลูกหมูสามตัว

ปกนิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องลูกหมูสามตัว

ท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี มีเรื่องเล่าขานนิทานพื้นบ้านสากลชื่อดังจากอังกฤษ โดยมีลูกหมูสามพี่น้องที่กำลังจะเริ่มต้นชีวิตของตนเอง พวกมันแต่ละตัวต่างมีแนวทางของตนในการสร้างที่พักพิง บ้างเลือกเส้นทางที่ง่ายดาย บ้างเลือกทางที่มั่นคงกว่า แต่ไม่มีผู้ใดรู้เลยว่า ในเงามืดของป่าใกล้เคียง มีดวงตาคู่หนึ่งจับจ้องพวกมันอยู่

เมื่อความปลอดภัยกลายเป็นเพียงภาพลวงตา และอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามา การตัดสินใจของพวกมันในวันนี้ อาจเป็นสิ่งที่กำหนดชะตากรรมของพวกมันไปตลอดกาล กับนิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องลูกหมูสามตัว

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องลูกหมูสามตัว

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องลูกหมูสามตัว

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีลูกหมูสามพี่น้องอาศัยอยู่กับแม่ของพวกมัน วันหนึ่ง แม่หมูเห็นว่าลูก ๆ โตพอจะดูแลตัวเองแล้ว จึงเรียกพวกมันมาพูดคุย

“ลูก ๆ ของแม่ เจ้าทั้งสามถึงเวลาที่ต้องออกไปสร้างบ้านและชีวิตของตัวเอง จำไว้ว่าชีวิตข้างนอกไม่ได้ง่าย เจ้าต้องเลือกสร้างบ้านที่มั่นคง เพื่อให้ปลอดภัยจากอันตราย”

ลูกหมูทั้งสามพยักหน้า และออกเดินทางไปด้วยกัน ข้ามเนินเขา ผ่านทุ่งหญ้าเขียวขจี และเข้าไปในป่าเพื่อหาที่อยู่ของตัวเอง

เมื่อเดินมาถึงทุ่งโล่ง พวกมันตัดสินใจจะแยกกันสร้างบ้าน แต่ละตัวเลือกวัสดุตามนิสัยของตนเอง

ลูกหมูตัวแรกเป็นหมูที่รักความสบายและขี้เกียจ มันอยากสร้างบ้านให้เสร็จเร็ว ๆ จึงใช้ ฟาง มาสร้างบ้าน ฟางนั้นเบาและง่ายต่อการสร้าง ไม่นานบ้านฟางก็เสร็จสมบูรณ์

“ฮ่า ๆ ๆ! ข้าใช้เวลาเพียงครึ่งวันก็สร้างบ้านเสร็จแล้ว! ทีนี้ข้าก็มีเวลานอนกลางวันสบาย ๆ !” ลูกหมูตัวแรกหัวเราะ ก่อนจะเข้าไปนอนในบ้าน

ลูกหมูตัวที่สองมีความขยันมากกว่าพี่ใหญ่เล็กน้อย แต่มันก็ยังอยากใช้เวลาให้น้อยที่สุด มันจึงเลือกใช้ไม้มาต่อกันเป็นบ้าน บ้านไม้แข็งแรงกว่าฟางและสร้างได้ง่าย

“บ้านไม้นี่ดูมั่นคงกว่าฟางเยอะเลย! ข้าสร้างเสร็จแล้ว ทีนี้ก็ได้ไปเล่นสนุกบ้าง!” ลูกหมูตัวที่สองกล่าวอย่างภูมิใจ

ลูกหมูตัวที่สาม ซึ่งเป็นตัวน้องสุดท้อง เป็นหมูที่ฉลาดและรอบคอบกว่าพี่ ๆ มันรู้ว่าป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยอันตราย และหากบ้านไม่แข็งแรง พวกมันอาจถูกทำร้ายได้

มันจึงเลือกใช้อิฐและปูน แม้ว่าจะใช้เวลาและแรงมากกว่า แต่มันก็อดทนก่ออิฐขึ้นทีละก้อน เสริมหลังคา และติดตั้งประตูไม้ที่แข็งแกร่ง

พี่สองตัวเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะเยาะ “เจ้าน้องเล็ก เจ้าจะทำงานหนักไปทำไม? บ้านไม้และฟางก็พอแล้ว!” ทั้งสองกล่าวต่อ “นั่นสิ! เจ้าคงไม่มีเวลาพักผ่อนเหมือนพวกข้าหรอก ฮ่า ๆ ๆ!”

แต่ลูกหมูตัวที่สามเพียงยิ้ม และก่ออิฐต่อไปโดยไม่สนใจ

ไม่ไกลจากที่พวกมันอยู่มีหมาป่าตัวหนึ่งจ้องมองทุกอย่างจากเงามืด มันเป็นหมาป่าจอมเจ้าเล่ห์และหิวโหย มันรอคอยโอกาสที่จะได้กินลูกหมูอ้วน ๆ เป็นอาหาร

“หึหึ ดูสิ! ข้าไม่ต้องออกล่าให้เหนื่อยเลย เจ้าหมูน้อยพวกนี้มาสร้างบ้านกันอยู่แถวนี้แล้ว ข้าแค่ต้องเลือกเหยื่อที่ง่ายที่สุดก่อน!”

หมาป่าเดินไปยังบ้านฟางของลูกหมูตัวแรก มันเคาะประตูและพูดด้วยเสียงนุ่มนวล

“เจ้าหมูน้อย ให้ข้าเข้าไปเถอะ!”

ลูกหมูตัวแรกสะดุ้ง มันจำเสียงนี้ได้จากเรื่องเล่าของแม่ “ไม่มีทาง! ข้าไม่เปิดประตูให้เจ้าแน่!” ลูกหมูตัวแรกตอบเสียงสั่น

หมาป่าหัวเราะ ก่อนจะพูดว่า “เช่นนั้น ข้าจะเป่ามันให้ปลิวหายไป!”

มันสูดลมหายใจลึก และเป่าบ้านฟางเพียงครั้งเดียว บ้านก็พังลงในพริบตา!

“โอ๊ย! บ้านของข้า!” ลูกหมูตัวแรกกรีดร้อง และรีบวิ่งหนีไปที่บ้านของลูกหมูตัวที่สอง

หมาป่าตื่นเต้นกับชัยชนะง่าย ๆ ของมัน และเดินตามไปที่บ้านไม้ของลูกหมูตัวที่สอง มันเคาะประตูและพูดเสียงอ่อนโยนอีกครั้ง “เจ้าหมูน้อยทั้งสอง ให้ข้าเข้าไปเถอะ!”

“ไม่มีทาง!” ลูกหมูทั้งสองตัวตอบพร้อมกัน

หมาป่าหัวเราะ และพูดซ้ำ “เช่นนั้น ข้าจะเป่ามันให้ปลิวหายไป!”

มันสูดลมหายใจและเป่าด้วยพลังเต็มที่ บ้านไม้เริ่มสั่นสะเทือน แต่ยังไม่พัง หมาป่าจึงเป่าอีกครั้ง แรงขึ้นกว่าเดิม โครม!!! บ้านไม้พังทลายลงในที่สุด!

ลูกหมูสองตัวกรีดร้อง รีบคว้าขาของกันและกัน และวิ่งสุดชีวิตไปยังบ้านของลูกหมูตัวที่สาม

“น้องเล็ก! เปิดประตูให้พวกเราเร็ว!” ลูกหมูตัวที่สามรีบเปิดประตู และปิดลงอย่างแน่นหนา

หมาป่าตามมาทัน และมองบ้านอิฐตรงหน้า มันรู้สึกไม่พอใจและหงุดหงิดที่บ้านหลังนี้ดูแข็งแกร่งกว่าที่คิด “ข้าจะไม่มีทางปล่อยให้พวกมันรอดไปได้!”

มันเดินไปเคาะประตูบ้านอิฐ “เจ้าหมูน้อยทั้งสาม ให้ข้าเข้าไปเถอะ!”

“ไม่มีทาง! ไม่ว่าเจ้าจะเป่าหรือทำอะไร บ้านนี้ก็ไม่มีวันพัง!” ลูกหมูตัวที่สามประกาศอย่างมั่นใจ

หมาป่าหัวเราะเสียงดัง “เราจะได้เห็นกัน!”

มันสูดลมหายใจสุดแรง และเป่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่บ้านอิฐยังคงยืนหยัด ไม่สะเทือนแม้แต่น้อย

หมาป่าหงุดหงิด มันพยายามทุบบ้าน พุ่งชนกำแพง ใช้กรงเล็บข่วนหน้าต่าง แต่ทุกอย่างไร้ผล “เจ้าอาจสร้างบ้านแข็งแกร่ง แต่ข้ายังมีเล่ห์กล!” มันปีนขึ้นไปบนหลังคา วางแผนจะมุดลงไปทางปล่องไฟ

แต่ลูกหมูตัวที่สามรู้ทัน! มันรีบตั้งหม้อน้ำใบใหญ่บนเตาไฟ และก่อไฟให้แรงขึ้นเรื่อย ๆ

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องลูกหมูสามตัว 2

หมาป่าหงุดหงิดและโกรธจัดที่ไม่สามารถพังบ้านอิฐของลูกหมูตัวที่สามได้ มันเดินวนไปมา หน้าตาบึ้งตึง ขณะที่ลูกหมูทั้งสามมองออกไปจากหน้าต่าง พวกมันเริ่มรู้แล้วว่าบ้านอิฐช่วยให้พวกมันปลอดภัย

“แค่ลมหายใจของเจ้าทำอะไรบ้านนี้ไม่ได้หรอก หมาป่า!” ลูกหมูตัวที่สามตะโกนอย่างมั่นใจ

หมาป่ากัดฟันแน่นมันไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ

“ถ้าข้าบุกทางประตูและหน้าต่างไม่ได้ ข้าก็จะใช้ทางที่พวกเจ้าคิดไม่ถึง!”

มันเงยหน้ามองขึ้นไปบนหลังคา และทันใดนั้นก็คิดแผนร้ายออก มันจะปีนขึ้นไปบนหลังคา แล้วมุดลงมาทางปล่องไฟ!

ลูกหมูทั้งสามตัวมองตาม พวกมันเริ่มรู้ว่าหมาป่าจะเล่นตุกติกอีกแล้ว

“ถ้ามันลงมาทางปล่องไฟ พวกเราจะทำยังไงดี?” ลูกหมูตัวแรกถามด้วยความหวาดกลัว

ลูกหมูตัวที่สาม ซึ่งเป็นหมูที่ฉลาดที่สุด หันไปมองเตาผิงที่อยู่กลางบ้านมันคิดออกแล้วว่าจะจัดการกับหมาป่ายังไง

“ข้ารู้แล้ว! เราจะใช้ไฟนี่แหละ!” มันรีบไปหาหม้อน้ำใบใหญ่ เติมน้ำลงไปจนเต็ม แล้ววางหม้อไว้บนเตา จากนั้นมันก่อไฟให้แรงขึ้นเรื่อย ๆ น้ำเริ่มเดือด และไอร้อนลอยขึ้นมาจากปากหม้อ

“พี่ ๆ มาช่วยกันก่อไฟให้แรงขึ้น!” ลูกหมูอีกสองตัวพยักหน้า และรีบช่วยกันหาฟืนมาใส่เตา เปลวไฟลุกโชนขึ้น ขณะที่ไอน้ำร้อนพุ่งสูงขึ้นไปทางปล่องไฟ

ขณะเดียวกัน หมาป่าก็ค่อย ๆ ปีนขึ้นหลังคา มันหัวเราะอย่างชั่วร้าย “ฮ่า ๆ ๆ! เจ้าหมูน้อย เจ้าคิดว่าข้าจะยอมแพ้รึ?”

มันค่อย ๆ ย่อตัวลง และเริ่มมุดตัวเข้ามาทางปล่องไฟ “ข้าจะได้กินเจ้าทั้งสามแน่ ๆ!”

แต่ในขณะที่มันร่วงลงมา… ซ่าาาาาาาาาาาาาาาา!!! หมาป่าตกลงไปในหม้อน้ำเดือดทันที!

“โอ๊ยยยยยย! ร้อนนนนน!” มันร้องลั่นบ้าน ดิ้นพล่าน พยายามจะปีนหนีขนของมันเปียกโชกไปด้วยน้ำร้อน มันกระเสือกกระสนจนสุดท้ายก็กระโดดพรวดออกไปทางหน้าต่าง พุ่งออกจากบ้านด้วยความเร็วสูง

ลูกหมูทั้งสามรีบวิ่งไปที่หน้าต่าง มองตามร่างของหมาป่าที่กำลังวิ่งหนีไป

“อ๊ากกก! ข้าจะไม่กลับมาอีกแล้ววววว!!!”

หมาป่าวิ่งหนีไปไกลลับสายตานับจากวันนั้น มันไม่เคยกลับมาที่ป่านี้อีกเลย

ลูกหมูทั้งสามถอนหายใจด้วยความโล่งอก พวกมันหันมามองบ้านอิฐของลูกหมูตัวที่สาม และรู้ทันทีว่าหากไม่มีบ้านหลังนี้พวกมันคงไม่รอดจากหมาป่า

ลูกหมูตัวแรกและตัวที่สองก้มหน้าด้วยความละอายใจ “ข้าไม่น่าขี้เกียจสร้างบ้านง่าย ๆ เลย…” ลูกหมูตัวแรกกล่าว

“ข้าคิดว่าบ้านไม้ก็น่าจะพอ แต่สุดท้ายมันก็ไม่แข็งแรงพอจะปกป้องเรา” ลูกหมูตัวที่สองพูดเสียงอ่อย

ลูกหมูตัวที่สามยิ้ม และตบบ่าพี่ ๆ ของมัน “เราเรียนรู้จากความผิดพลาดได้นะพี่ ต่อไปเราจะสร้างบ้านให้แข็งแรงและปลอดภัยเสมอ!”

ลูกหมูทั้งสามพยักหน้า ตั้งแต่นั้นมาพวกมันก็ช่วยกันสร้างบ้านอิฐที่ใหญ่ขึ้น แข็งแรงขึ้น และอยู่ด้วยกันอย่างปลอดภัย และพวกมันก็มีความสุขตลอดไป

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องลูกหมูสามตัว 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความขยันและการวางแผน คือรากฐานของความมั่นคง ลูกหมูตัวที่สามเลือกทำงานหนักและสร้างบ้านอิฐ แม้จะใช้เวลานานกว่า แต่มันก็ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ในชีวิตจริง ความพยายามและการเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้เราผ่านพ้นอุปสรรคได้

ความประมาท คือคำเชิญให้หายนะมาเยือน ลูกหมูสองตัวแรกเลือกทางลัด ทำทุกอย่างให้ง่ายและเร็วที่สุด แต่เมื่อเผชิญกับอันตราย บ้านที่อ่อนแอไม่สามารถปกป้องพวกมันได้ เช่นเดียวกับชีวิตจริงที่ หากเราไม่สร้างรากฐานให้มั่นคง เราอาจพังลงเมื่อเผชิญกับปัญหา

สติปัญญาเอาชนะกำลังเสมอ หมาป่ามีทั้งพละกำลังและความเจ้าเล่ห์ แต่มันก็พ่ายแพ้ให้กับ ไหวพริบของลูกหมูตัวที่สาม ในโลกแห่งความเป็นจริง คนฉลาดไม่จำเป็นต้องแข็งแกร่งที่สุด แต่ต้องรู้จักใช้ปัญญาให้เป็นประโยชน์

การเรียนรู้จากความผิดพลาด คือกุญแจสู่ความสำเร็จ ลูกหมูตัวแรกและตัวที่สองแม้จะพลาดไป แต่ก็เรียนรู้จากความผิดพลาดของตน และช่วยกันสร้างบ้านอิฐให้แข็งแกร่งขึ้น ทุกความล้มเหลวคือบทเรียน หากเรารู้จักแก้ไขและไม่ยอมแพ้ เราจะเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องลูกหมูสามตัว (อังกฤษ: The Three Little Pigs) เป็นนิทานพื้นบ้านของอังกฤษที่มีการเล่าขานมาตั้งแต่ยุคกลาง และได้รับการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรกในศตวรรษที่ 19 โดยเจมส์ ออร์ชาร์ด ฮอลลิเวลล์-ฟิลลิปส์ เวอร์ชันที่ได้รับความนิยมมากที่สุดมาจากหนังสือ English Fairy Tales ของโจเซฟ จาคอบส์ ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1890 ซึ่งกลายเป็นต้นแบบของเรื่องราวที่รู้จักกันในปัจจุบัน

เนื้อหาของนิทานสะท้อนถึงแนวคิดของสังคมเกษตรกรรมในอดีต ที่เน้นย้ำความสำคัญของความขยันหมั่นเพียรและการเตรียมพร้อมเพื่ออนาคต ลูกหมูสามตัวแต่ละตัวเป็นตัวแทนของวิธีคิดที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ความเกียจคร้าน ความประมาท ไปจนถึงการใช้สติปัญญาและความอดทนในการสร้างชีวิตที่มั่นคง นิทานเรื่องนี้ยังสะท้อนแนวคิดเกี่ยวกับภัยคุกคามจากโลกภายนอก ซึ่งในเรื่องนี้ถูกนำเสนอผ่านตัวละคร “หมาป่า” ที่เปรียบได้กับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริง

นิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องลูกหมูสามตัวได้รับการดัดแปลงหลายครั้งในวรรณกรรม การ์ตูน และแอนิเมชัน หนึ่งในเวอร์ชันที่โด่งดังที่สุดคือแอนิเมชันขนาดสั้นของดิสนีย์ในปี 1933 ซึ่งทำให้เรื่องนี้กลายเป็นนิทานอมตะที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก แม้ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดไปตามยุคสมัย แต่แก่นแท้ของนิทานยังคงสื่อถึงคุณค่าของความพยายาม การวางแผน และการเรียนรู้จากความผิดพลาด ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่ใช้ได้ในทุกยุคทุกสมัย และยังเป็นที่เล่าขานอย่างโด่งดังตราบจนทุกวันนี้

“บ้านที่สร้างจากความประมาท พังทลายเมื่อเผชิญพายุ บ้านที่สร้างจากความพยายาม คือที่พึ่งในวันที่พายุมาเยือน”