ท่ามกลางป่าลึกที่เงียบสงบ มีเรื่องเล่าขานตำนานนิทานพื้นบ้านสากลจากจีน ถึงสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ผู้มีขนเปล่งประกายเก้าสี ดั่งแสงแห่งรุ่งอรุณที่สะท้อนบนสายน้ำ มันเป็นผู้ที่ไม่เคยทำร้ายผู้ใด และเชื่อกันว่าผู้ที่พบเห็นมัน จะได้รับพรจากสวรรค์
แต่โลกของมนุษย์นั้นเต็มไปด้วยความปรารถนาไม่รู้จบ เมื่อตำนานของสิ่งล้ำค่าถูกแพร่กระจาย เสียงแห่งความโลภก็ดังก้องขึ้นในหัวใจของผู้คน และในเงามืดของจิตใจมนุษย์ สิ่งที่ถูกเรียกว่าพร อาจกลายเป็นคำสาปที่ไม่มีวันลบเลือน กับนิทานพื้นบ้านจีนเรื่องกวางเก้าสี

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านจีนเรื่องกวางเก้าสี
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าลึกใกล้ริมแม่น้ำอันกว้างใหญ่กวางเก้าสี อาศัยอยู่ในความสงบ สัตว์วิเศษตัวนี้มีขนงดงาม เปล่งประกายเก้าสีราวกับรุ้งที่สะท้อนแสงอาทิตย์ ตำนานเล่าว่ากวางเก้าสีมีจิตใจบริสุทธิ์ มันไม่เคยทำร้ายใครและมีพลังพิเศษในการรับรู้ความดีและความชั่วของมนุษย์
วันหนึ่ง ขณะที่มันเดินเลียบแม่น้ำ เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังก้องขึ้นท่ามกลางสายน้ำเชี่ยวกราก “ช่วยข้าด้วย! ข้ากำลังจะจมน้ำ!”
กวางเก้าสีรีบมองไปยังต้นเสียง ชายคนหนึ่งกำลังดิ้นรนอยู่กลางกระแสน้ำ เขาดูอ่อนแรงเต็มที ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
แม้ว่ามันจะไม่ไว้ใจมนุษย์ แต่หัวใจของมันก็ไม่อาจทนเห็นชีวิตหนึ่งต้องดับสูญ มันพุ่งลงไปในแม่น้ำ ใช้ร่างอันแข็งแกร่งพยุงชายคนนั้นขึ้นจากน้ำจนในที่สุดเขาก็รอดชีวิต
ชายคนนั้นทรุดตัวลงบนพื้นหิน เปียกปอนและหอบหายใจแรง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองกวางเก้าสีด้วยความตื่นตะลึง “เจ้า… เจ้าไม่ใช่กวางธรรมดา! ข้ารอดมาได้เพราะเจ้า!”
กวางเก้าสีมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน ก่อนจะกล่าวเพียงสั้น ๆ “เจ้าจงใช้ชีวิตที่เหลือให้มีคุณค่า และอย่าทำร้ายชีวิตอื่นดังเช่นที่ข้าได้ช่วยเจ้าไว้”
ชายคนนั้นคุกเข่าลงและเอ่ยอย่างหนักแน่น “ข้าสาบานต่อสวรรค์ ว่าจะไม่มีวันบอกผู้ใดถึงที่อยู่ของท่าน และจะจดจำพระคุณนี้ตลอดไป!”
กวางเก้าสีมองเขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังกลับและหายลับไปในป่าลึก ทิ้งไว้เพียงชายที่ยังคงคุกเข่าอยู่ริมแม่น้ำ
หลายวันผ่านไปในวังหลวง กษัตริย์องค์หนึ่งทรงมีพระสุบินถึงกวางที่มีขนงดงามหลากสี พระองค์เชื่อว่ากวางตัวนี้ต้องเป็นสัตว์มงคลจากสวรรค์ และปรารถนาจะมีเสื้อคลุมที่ตัดเย็บจากขนของมัน
“หากผู้ใดสามารถนำตัวกวางเก้าสีมาให้เราได้ จะได้รับทองคำมหาศาล และตำแหน่งสูงสุดในราชสำนัก!”
เมื่อข่าวนี้แพร่กระจายไปทั่วเมือง ชายผู้เคยได้รับการช่วยชีวิตจากกวางเก้าสีได้ยินเข้า หัวใจของเขาสั่นไหวด้วยความโลภ “ข้ารู้ว่ากวางอยู่ที่ไหน… ถ้าข้าเปิดเผยที่ซ่อนของมัน ข้าก็จะร่ำรวย!”
เขาเฝ้าคิดถึงคำสาบานที่ให้ไว้กับกวางเก้าสี แต่ในที่สุดความโลภก็มีอำนาจเหนือคุณธรรมของเขา
ชายผู้นั้นจึงเดินทางไปเข้าเฝ้ากษัตริย์ และเปิดเผยที่อยู่ของกวางศักดิ์สิทธิ์ “ข้ารู้ว่ามันอยู่ที่ไหน ขอเพียงพระองค์ประทานรางวัล ข้าจะนำทางให้พวกท่านจับมัน!”
กษัตริย์พอพระทัย และสั่งให้กองทัพนักล่าเดินทางไปยังป่าลึก เพื่อตามล่ากวางเก้าสี
ณ ป่าเชิงเขา เสียงกลองศึกดังสะท้อน ฝูงทหารนับร้อยพร้อมอาวุธครบมือออกเดินทาง โดยมีชายผู้ทรยศเป็นผู้นำทาง

ท่ามกลางป่าลึก เสียงฝีเท้าของกองทัพก้องกังวาน ทหารจำนวนมากในชุดเกราะเต็มยศก้าวไปข้างหน้า หอกและธนูในมือพร้อมจะปลิดชีพสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ นำหน้าพวกเขาคือชายผู้เคยได้รับชีวิตใหม่จากกวางเก้าสีบัดนี้กลายเป็นผู้นำทางของผู้ล่า
“มันอยู่ที่เชิงเขานี้ ท่านจะต้องพบมันแน่นอน!” ชายผู้ทรยศกล่าว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโลภ
บนยอดเขา กวางเก้าสียืนตระหง่าน แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องต้องขนของมันเปล่งประกายเก้าสีราวกับรุ้งหลังฝนตก ดวงตาของมันมองลงมาเบื้องล่างเห็นทุกย่างก้าวของมนุษย์ที่เข้ามาใกล้
ทันทีที่กษัตริย์ทอดพระเนตรเห็นกวางเก้าสี พระองค์ทรงประทับใจในความงดงามของมัน แต่ไม่นาน พระเนตรของพระองค์ก็เต็มไปด้วยความโลภ “สัตว์เช่นนี้ต้องเป็นของเรา!”
พระองค์ยกพระหัตถ์ขึ้น ออกคำสั่งให้ทหารรุมล้อม และเตรียมยิงธนู
กวางเก้าสีเพียงมองลงมา มันมิได้ตื่นตระหนกต่ออาวุธนับร้อยที่เล็งมาหามัน แต่กลับถอนหายใจแผ่วเบา “มนุษย์… ช่างง่ายดายเหลือเกิน ที่จะทรยศต่อความเมตตา”
ก่อนที่ธนูจะถูกปล่อยออกไป กวางเก้าสีกล่าวขึ้นด้วยเสียงก้องกังวาน “โอ้ กษัตริย์ผู้สูงศักดิ์ ท่านรู้หรือไม่ว่าเหตุใดพวกท่านจึงมาถึงที่นี่?”
กษัตริย์ชะงัก ทหารทุกนายหยุดมือ ทุกสายตาหันไปจับจ้องที่กวางศักดิ์สิทธิ์
“หากท่านคิดว่านี่เป็นโชคชะตา ขอให้ท่านได้ฟังเรื่องราวของข้าก่อน”
กษัตริย์หันไปมองชายผู้นำทาง ผู้ที่สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
“เหตุใดเจ้าถึงรู้ที่อยู่ของมัน?” กษัตริย์ตรัสถาม
ชายผู้ทรยศกัดฟันแน่น มือที่กำไว้เริ่มสั่น เขาไม่กล้าสบสายตากวางเก้าสี “เพราะ…เพราะมันเคยช่วยชีวิตข้าไว้เมื่อหลายวันก่อน ข้ารอดจากความตายเพราะมัน…”
กษัตริย์เบิกพระเนตรกว้าง ทหารรอบข้างเริ่มซุบซิบ ผู้ที่ได้รับความเมตตาจากสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ กลับเลือกที่จะทรยศมันเพียงเพราะรางวัล
กวางเก้าสีจ้องมองเขา ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “เจ้าสาบานต่อข้าว่าจะไม่มีวันเปิดเผยที่อยู่ของข้า แต่วันนี้เจ้ากลับนำทหารมาล่าข้าเพื่อทองคำ เจ้าทรยศต่อคำพูดของตนเอง นี่หรือคือหัวใจของมนุษย์?”
ชายผู้ทรยศตัวสั่นเทา ใบหน้าเต็มไปด้วยความละอายและความหวาดกลัว
กษัตริย์ทรงนิ่งไปชั่วขณะ สายพระเนตรเต็มไปด้วยความลังเล “หากแม้สัตว์ยังมีคุณธรรมมากกว่ามนุษย์ เช่นนั้นแล้ว ผู้ใดกันแน่ที่เป็นสัตว์ป่า?”
กษัตริย์ทอดพระเนตรดูชายผู้ทรยศ เขาตัวสั่นและทรุดลงกับพื้น สายตาของทหารทุกนายเต็มไปด้วยความรังเกียจ
“ข้า…ข้าทำผิดไปแล้ว! ได้โปรด… ข้าขอชีวิต!”
แต่ในขณะที่เขาเอ่ยคำอ้อนวอน ดินใต้ฝ่าเท้าของเขาก็เริ่มสั่นไหว ทันใดนั้นแผ่นดินก็แยกออก!
ชายผู้ทรยศกรีดร้อง ร่างของเขาถูกกลืนลงไปในรอยแยกของผืนดิน ดั่งเป็นโทษทัณฑ์แห่งสวรรค์ที่ลงโทษผู้ไร้สัตย์
กษัตริย์ทอดพระเนตรเหตุการณ์ตรงหน้า ด้วยความตกตะลึงและสำนึกผิด พระองค์เสด็จลงจากม้า ทรงทอดพระเนตรไปยังกวางเก้าสี
“เราหลงผิดไปแล้ว เราไม่ควรคิดจะครอบครองสิ่งที่มิใช่ของเรา” พระองค์ตรัสพลางคุกเข่าลงต่อหน้ากวางศักดิ์สิทธิ์ “ตั้งแต่นี้ไป เราขอสาบานว่าจะห้ามมิให้ผู้ใดทำร้ายเจ้า และป่าแห่งนี้จะเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ที่ไม่มีมนุษย์คนใดสามารถบุกรุกได้อีก”
กวางเก้าสีมองพระองค์ด้วยดวงตาอันสงบ ก่อนจะกล่าวเพียงว่า “จงจดจำไว้ว่า ความโลภสามารถบดบังจิตใจของมนุษย์ได้เสมอ แต่หากรู้จักสำนึกผิดและเรียนรู้จากความผิดพลาด เมื่อนั้นมนุษย์จึงจะก้าวข้ามความมืดในใจตนเองได้”
จากนั้นกวางเก้าสีก็เดินกลับเข้าไปในป่า ร่างของมันหายไปในหมอกยามเช้า ทิ้งไว้เพียงแสงเรืองรองอ่อน ๆ ราวกับเทพเจ้าที่มอบบทเรียนครั้งสุดท้ายให้แก่มวลมนุษย์
จากวันนั้นเป็นต้นมา ไม่มีใครกล้าล่วงล้ำป่าแห่งนั้นอีก ชื่อของกวางเก้าสีกลายเป็นตำนาน ถูกเล่าขานจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อเตือนใจผู้คนว่า “แม้ความเมตตาจะถูกหักหลัง แต่ผลแห่งความโลภก็ไม่เคยปรานีใคร”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความเมตตาไม่เลือกที่ให้ แต่ผู้รับอาจไม่คู่ควร กวางเก้าสีช่วยชายแปลกหน้าโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน แต่กลับถูกหักหลังเพราะความโลภ ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นคุณค่าของความดี
ความโลภสามารถทำลายศีลธรรมของมนุษย์ ชายผู้ได้รับชีวิตใหม่จากกวาง กลับทรยศเพียงเพื่อทองคำ ความต้องการที่ไม่รู้จบทำให้เขาละทิ้งคุณธรรม และสุดท้ายเขาต้องเผชิญกับผลกรรมที่ตัวเองก่อ
คำสัญญาคือเครื่องพิสูจน์จิตใจของมนุษย์ คำพูดอาจกล่าวได้ง่าย แต่การรักษาสัจจะนั้นยาก ชายผู้ให้คำสาบานว่าจะไม่เปิดเผยที่อยู่ของกวางเก้าสี แต่เมื่อมีสิ่งล่อลวง เขากลับละเมิดสัญญา ความซื่อสัตย์คือบททดสอบของจิตใจ
อำนาจไม่อาจครอบครองทุกสิ่ง กษัตริย์ปรารถนาจะได้ครอบครองขนของกวางศักดิ์สิทธิ์ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับมัน พระองค์จึงตระหนักว่า บางสิ่งมิอาจยึดครองได้ด้วยกำลังหรือทรัพย์สิน
ความผิดพลาดมิใช่จุดจบ หากรู้จักสำนึกและแก้ไข กษัตริย์ตระหนักถึงความผิดของพระองค์ และเลือกจะไม่ทำผิดซ้ำ นี่แสดงให้เห็นว่า แม้มนุษย์จะพลาดพลั้ง แต่การสำนึกผิดและเปลี่ยนแปลงตนเองคือหนทางแห่งปัญญา
ความดีอาจถูกทรยศได้ แต่ผลแห่งความชั่วไม่เคยปรานีใคร กวางเก้าสีให้ชีวิตแก่ชายคนหนึ่ง แต่เขากลับเลือกหักหลัง ท้ายที่สุด เขาไม่ได้รับสิ่งที่หวัง แต่กลับได้รับโทษทัณฑ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่มาของนิทานเรื่องนี้
นิทานพื้นบ้านจีนเรื่องกวางเก้าสี (อังกฤษ: The Nine Color Deer) เป็นนิทานพื้นบ้านจีนที่มีรากฐานจากพุทธชาดก และได้รับการเล่าขานในแถบเอเชียตะวันออกมาเป็นเวลานาน เรื่องราวของกวางศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยมนุษย์แต่กลับถูกหักหลังนั้นสะท้อนหลักธรรมของศาสนาพุทธเกี่ยวกับความเมตตา ผลแห่งกรรม และโทษของความโลภ
หนึ่งในหลักฐานเก่าแก่ที่สุดของเรื่องนี้ปรากฏอยู่ในจิตรกรรมฝาผนังภายใน “ถ้ำตุนหวง” (Mogao Caves, 莫高窟) ประเทศจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและศิลปะในสมัยโบราณ ถ้ำตุนหวงเป็นสถานที่ที่มีภาพวาดเกี่ยวกับพุทธศาสนาและตำนานมากมาย โดยภาพวาดของกวางเก้าสีถูกพบในถ้ำหมายเลข 257 ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์เป่ยเว่ย (Northern Wei, ค.ศ. 386–534)
ตำนานนี้เชื่อมโยงกับพุทธชาดก ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชาติปางก่อนของพระพุทธเจ้า ในบางเวอร์ชันของเรื่องนี้ กวางเก้าสีเป็นพระโพธิสัตว์ที่จุติมาเพื่อสอนมนุษย์ และแสดงให้เห็นถึง ความเมตตาอันไร้ขอบเขตและบทเรียนเกี่ยวกับผลกรรมของความโลภ
ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา นิทานเรื่องนี้ถูกนำมาเล่าขานในหลายวัฒนธรรม ไม่เพียงแต่ในจีน แต่ยังมีอิทธิพลต่อวรรณกรรมและนิทานพื้นบ้านของอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในยุคปัจจุบัน เรื่องราวของกวางเก้าสีได้รับการดัดแปลงเป็น แอนิเมชันจีนปี 1981 เรื่อง “The Nine-Colored Deer” (九色鹿) ของเซี่ยงไฮ้แอนิเมชันฟิล์มสตูดิโอ ซึ่งช่วยให้ตำนานนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น
แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไป แต่เรื่องราวของกวางเก้าสียังคงเป็นอุทาหรณ์เตือนใจผู้คนถึงคุณค่าของความเมตตา ความซื่อสัตย์ และผลกรรมของการทรยศ และยังคงเป็นหนึ่งในตำนานจีนที่ได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของพุทธศาสนาและวัฒนธรรมจีนโบราณ
“ไม่มีความทรยศใดไร้ผลลัพธ์ และไม่มีความโลภใดที่ไม่ทิ้งรอยแผลในใจของผู้ที่เลือกมัน”