นิทานพื้นบ้านเดนมาร์กเรื่องราชินีหิมะ

ปกนิทานนิทานพื้นบ้านเดนมาร์กเรื่องราชินีหิมะ

สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านผืนโลก เกล็ดหิมะโปรยปรายดั่งเศษแก้วที่แตกเป็นเสี่ยง ๆ ในค่ำคืนอันเงียบงัน มีตำนานเล่าขานนิทานพื้นบ้านสากลจากเดนมาร์ก และไม่มีใครรู้ว่าแรงลมที่พัดกรรโชกนั้นเป็นเพียงปรากฏการณ์ธรรมชาติ หรือเป็นลมหายใจของผู้ปกครองแห่งแดนเหนือราชินีหิมะ

ท่ามกลางเมืองเล็ก ๆ อันอบอุ่น เด็กสองคนเติบโตมาด้วยกัน ดั่งดอกไม้ที่ผลิบานท่ามกลางฤดูหนาว แต่แล้ววันหนึ่ง พายุที่ไร้ปรานีก็พัดพรากพวกเขาออกจากกัน เปลี่ยนมิตรภาพให้กลายเป็นความเย็นชา และพาหัวใจดวงหนึ่งเข้าสู่เงื้อมมือของความหนาวเหน็บ… กับนิทานพื้นบ้านเดนมาร์กเรื่องราชินีหิมะ

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านเดนมาร์กเรื่องราชินีหิมะ

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านเดนมาร์กเรื่องราชินีหิมะ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีปีศาจตนหนึ่งสร้างกระจกมหัศจรรย์ มันไม่ได้สะท้อนโลกตามความเป็นจริง แต่กลับทำให้ทุกสิ่งดูบิดเบี้ยวสิ่งสวยงามจะดูน่าเกลียด ส่วนสิ่งชั่วร้ายจะยิ่งทวีความอัปลักษณ์ เหล่าปีศาจพยายามนำกระจกขึ้นไปบนสวรรค์เพื่อเย้ยหยันพระเจ้า แต่ระหว่างทาง กระจกแตกเป็นเศษเล็กเศษน้อย กระจัดกระจายไปทั่วโลก

หากเศษกระจกชิ้นใดปลิวเข้าตา เจ้าของดวงตาจะเห็นแต่สิ่งเลวร้ายในทุกสิ่ง หากตกเข้าสู่หัวใจ หัวใจนั้นจะกลายเป็นน้ำแข็ง ไร้ความรักและความอบอุ่น

ณ เมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เด็กชายชื่อเคย์ และเด็กหญิงชื่อเกอร์ดา อาศัยอยู่เป็นเพื่อนบ้านกัน พวกเขาเติบโตมาด้วยกันเหมือนพี่น้อง แบ่งปันทุกช่วงเวลา ทั้งสองชอบนั่งฟังนิทานข้างหน้าต่าง ปลูกดอกกุหลาบด้วยกัน และหัวเราะไปกับเรื่องเล่าของคุณยายเกี่ยวกับราชินีหิมะ

“นางเป็นใครกันหรือ?” เกอร์ดาถามตาเป็นประกาย

“นางคือผู้ปกครองแดนเหนือ นางเดินทางไปทั่วโลกด้วยรถเลื่อนที่ลากโดยหิมะและสายลมเยือกแข็ง” คุณยายตอบ “ว่ากันว่า ถ้านางจ้องมองใครตรง ๆ หัวใจของคนนั้นจะเย็นเฉียบราวกับก้อนน้ำแข็ง”

เคย์หัวเราะเยาะ “ถ้าข้าพบนาง ข้าจะไม่กลัวแน่นอน” แต่เขาหารู้ไม่ว่าโชคชะตากำลังเล่นตลกกับเขา

วันหนึ่งเศษกระจกปีศาจ ปลิวมาตามสายลม หนึ่งในนั้นตกเข้าตาของเคย์ และอีกชิ้นเสียบลึกเข้าไปในหัวใจของเขา เคย์สะดุ้ง กะพริบตาหลายครั้ง แต่แล้วทุกอย่างรอบตัวก็เปลี่ยนไป

ดอกกุหลาบที่เคยงดงามกลับดูหม่นหมอง เกอร์ดาผู้ใจดีดูน่ารำคาญ ทุกสิ่งรอบตัวเต็มไปด้วยข้อบกพร่อง

จากเด็กชายที่อ่อนโยน เคย์กลายเป็นคนเย็นชา เขาเริ่มหัวเราะเยาะเกอร์ดาเขาไม่สนใจความรักและความอ่อนโยนอีกต่อไป

แล้ววันหนึ่ง หิมะตกหนักผิดปกติ เมืองทั้งเมืองปกคลุมไปด้วยสีขาว ท่ามกลางพายุหิมะ รถเลื่อนสีเงินคันหนึ่งเคลื่อนตัวผ่านถนน ราชินีหิมะมาถึงแล้ว

เคย์มองนางอย่างหลงใหล นางช่างงดงาม สูงศักดิ์ และเยือกเย็นราวกับเทพธิดาแห่งน้ำแข็ง

“เจ้าหนาวหรือไม่?” นางถามเสียงแผ่วเบา แต่แฝงด้วยพลังลึกลับ

“ไม่เลย ข้าชอบความหนาวเย็น” เคย์ตอบ

ราชินีหิมะก้มลงจุมพิตที่หน้าผากของเขา เขาสั่นสะท้าน แต่ไม่รู้สึกหนาวอีกเลย “ขึ้นมาเถิด เด็กน้อย ข้าจะพาเจ้าไปยังสถานที่ที่ไม่มีใครทำให้เจ้าหวั่นไหวได้อีก”

เคย์ปีนขึ้นไปบนรถเลื่อนโดยไม่หันกลับไปมองบ้านของเขาอีกเลย เกอร์ดาเฝ้ารอ… แต่เคย์ไม่เคยกลับมา

ฤดูใบไม้ผลิมาถึง หิมะละลาย แต่เคย์ยังไม่กลับมา เกอร์ดาถามผู้คนทุกแห่ง ทุกคนเพียงแต่ส่ายหน้า นางเศร้าเสียใจ และในที่สุดตัดสินใจออกเดินทางเพื่อตามหาเพื่อนรักของตนเอง

นางเดินทางไปตามแม่น้ำที่พัดพาน้ำแข็งไหลออกจากเมือง นางโยนรองเท้าของตัวเองลงไป พลางกระซิบ “หากเจ้าพาเคย์กลับมา ข้าจะให้รองเท้าคู่นี้เป็นของกำนัล” แต่แม่น้ำไม่ได้คืนรองเท้าให้ นางรู้ทันทีว่าต้องเดินทางต่อไป

นางเดินทางจนไปถึงกระท่อมหลังหนึ่งหญิงชราผู้ใจดีรับนางไว้ นางป้อนอาหาร ให้เสื้อผ้าใหม่ และชวนให้อยู่ที่นี่

“เจ้าไม่อยากพักก่อนหรือ? ที่นี่อบอุ่นและปลอดภัย” หญิงชรากล่าว พลางหว่านเวทมนตร์ลงในดอกไม้ที่ปลูกไว้รอบบ้าน

ดอกไม้ค่อย ๆ ผลิบาน และมีกลิ่นหอมอบอวล แต่ในสวนไม่มีดอกกุหลาบ สักดอกเดียว เพราะหญิงชราไม่ต้องการให้เกอร์ดาระลึกถึงอดีต นางอยากให้เด็กหญิงลืมเรื่องราวทั้งหมดและอยู่ที่นี่ตลอดไป

เวทมนตร์เริ่มทำงาน เกอร์ดาเกือบลืมทุกสิ่ง แต่วันหนึ่ง นางเห็นรูปกุหลาบบนหมวกของตนเอง ทันใดนั้น ความทรงจำเกี่ยวกับเคย์ก็กลับคืนมา

“ข้าเสียเวลามากเกินไปแล้ว!” เกอร์ดาวิ่งออกจากสวน ทิ้งบ้านอันแสนอบอุ่นไว้เบื้องหลัง

ดอกไม้ในสวนพยายามช่วยนาง พวกมันกระซิบเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟัง แต่ไม่มีดอกไม้ใดเคยเห็นเคย์

จนกระทั่งกุหลาบดอกหนึ่ง กล่าวขึ้น “เคย์ยังไม่ตาย เขาไม่ได้ถูกฝังใต้ผืนดิน เราไม่เห็นเขาอยู่ที่นี่ ซึ่งหมายความว่าเขาต้องอยู่ที่อื่น จงไปตามหาเขาเถิด”

เกอร์ดาไม่ลังเลอีกต่อไป นางออกเดินทางต่อด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวัง

เกอร์ดาเดินทางต่อไปด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวัง นางเดินผ่านป่าเขาและทุ่งกว้าง จนไปถึงปราสาทใหญ่แห่งหนึ่ง ที่นั่น พระราชาและพระราชินีผู้ใจดีรับนางไว้ พวกเขาฟังเรื่องราวของนางอย่างตั้งใจ และรู้สึกสงสาร

“เด็กน้อย เจ้าตามหาเพื่อนรักถึงเพียงนี้หรือ?” พระราชินีตรัส “พวกเราจะช่วยเจ้าเอง”

พระราชาสั่งให้ค้นทั่วทั้งอาณาจักร แต่ไม่มีร่องรอยของเคย์ ในความเมตตาของพระองค์ พระราชินีมอบเสื้อผ้าใหม่และม้าสำหรับเดินทาง เพื่อช่วยให้เกอร์ดาเดินทางต่อไปได้ง่ายขึ้น

คืนหนึ่ง ขณะที่เกอร์ดากำลังพักผ่อน มีกลุ่มโจรบุกเข้ามาพวกมันจับตัวนางและพาไปยังถ้ำของพวกโจร นางถูกล้อมไว้ด้วยใบหน้าโหดเหี้ยม มีเพียงหญิงโจรป่าตัวน้อยที่ดูมีท่าทางแตกต่างจากคนอื่น นางมองเกอร์ดาด้วยความสนใจ

“เจ้ากล้าหาญดีนี่ ข้าชอบเจ้า!” หญิงโจรป่าหัวเราะ “ข้าจะช่วยเจ้า หนีไปซะก่อนที่พวกเขาจะเปลี่ยนใจ”

นางแอบพาเกอร์ดาออกมา พร้อมทั้งมอบกวางเรนเดียร์ของตนให้พานางไปสู่ดินแดนทางเหนือ

“จงไปยังปราสาทของราชินีหิมะ หากเคย์ยังมีชีวิตอยู่ นั่นคือที่ที่เขาอยู่!” หญิงโจรป่ากระซิบบอกก่อนที่เกอร์ดาจะออกเดินทาง

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านเดนมาร์กเรื่องราชินีหิมะ 2

กวางเรนเดียร์พาเกอร์ดาฝ่าพายุหิมะไปยังแดนเหนือสุดของโลก ทุกสิ่งปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและความเงียบงัน ในที่สุด นางก็มาถึงหน้าปราสาทของราชินีหิมะ

ที่นั่นเคย์นั่งอยู่กลางห้องโถงใหญ่ รอบตัวเต็มไปด้วยแผ่นน้ำแข็งที่เขาพยายามต่อให้เป็นคำปริศนา ดวงตาของเขาว่างเปล่า ไม่มีแววความอบอุ่นเหลืออยู่

เกอร์ดาเรียกชื่อเขา “เคย์! ข้ามาตามหาเจ้า!”

แต่เขาไม่ขยับ ไม่ตอบสนอง นางเข้าไปใกล้และเห็นว่า ริมฝีปากของเขาซีดเผือด ผิวหนังเย็นเฉียบ หัวใจของเขาเป็นน้ำแข็งโดยสมบูรณ์

เกอร์ดากุมมือเขาไว้ นางไม่ได้คิดถึงสิ่งใดอีกแล้ว นอกจากความรักที่นางมีต่อเพื่อนรักของตน

น้ำตาของนางหยดลงบนใบหน้าของเคย์ และสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นน้ำแข็งที่ปกคลุมหัวใจของเขาค่อย ๆ ละลาย

เคย์กระพริบตา ดวงตาของเขากลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง เขามองเกอร์ดาด้วยความตกใจ “เกอร์ดา… เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”

“ข้ามาเพื่อนำเจ้ากลับบ้าน” นางยิ้มทั้งน้ำตา แผ่นน้ำแข็งรอบตัวเคย์เริ่มพังทลาย เวทมนตร์ของราชินีหิมะเสื่อมพลังลง เพราะไม่มีสิ่งใดสามารถต้านทานพลังแห่งความรักและความเสียสละได้

เกอร์ดาจูงมือเคย์ออกจากปราสาท ฝ่าหิมะและลมหนาว กลับไปสู่แสงตะวันอันอบอุ่น

เคย์ยังคงนั่งนิ่ง ดวงตาของเขามีแววสับสน ราวกับกำลังตื่นจากความฝันอันยาวนาน “เกอร์ดา… ข้ารู้สึกแปลกเหลือเกิน” เขากระซิบ

เกอร์ดาเพียงยิ้มและจับมือเขาแน่น “เจ้าปลอดภัยแล้ว เราจะกลับบ้านด้วยกัน”

ทันใดนั้น พายุหิมะรุนแรงก็พัดมาจากปลายปราสาท เสียงของราชินีหิมะดังก้องไปทั่วโถงน้ำแข็ง แต่ไม่มีตัวตนของนางอยู่ที่นั่นอีกแล้ว

“เจ้าอาจชนะข้า แต่เจ้าจะไม่มีวันทิ้งดินแดนแห่งนี้ได้!” หิมะก่อตัวขึ้นรอบพวกเขา ราวกับจะขังไว้ตลอดกาล แต่เคย์ไม่รู้สึกถึงความหนาวอีกต่อไปหัวใจของเขากลับมาเป็นปกติแล้ว

“เกอร์ดา เราต้องไปเดี๋ยวนี้!” มือของทั้งสองประสานกัน พวกเขาวิ่งฝ่าหิมะออกจากปราสาท กวางเรนเดียร์ที่รออยู่ด้านนอกพาพวกเขาออกจากแดนน้ำแข็ง มุ่งหน้ากลับบ้านที่พวกเขาจากมาแสนนาน

ระหว่างทาง ฤดูหนาวเริ่มจางหายเกล็ดหิมะกลายเป็นหยดน้ำ ค่อย ๆ ละลายลงใต้แสงอาทิตย์แรกของฤดูใบไม้ผลิ

เมื่อพวกเขากลับมาถึงบ้าน เมืองเล็ก ๆ ที่เคยถูกปกคลุมด้วยความหนาวเย็น กลับเต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้ที่เริ่มเบ่งบาน เคย์และเกอร์ดาหัวเราะออกมา น้ำตาแห่งความสุขเอ่อคลอ พวกเขาไม่ได้เป็นเด็กอีกต่อไปแล้ว

พวกเขาได้เรียนรู้ว่าความรักและความกล้าหาญคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และไม่มีอำนาจใดแม้แต่ความเย็นเยียบของราชินีหิมะสามารถเอาชนะมันได้

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านเดนมาร์กเรื่องราชินีหิมะ 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความรักแท้จริงสามารถละลายน้ำแข็งในหัวใจได้ เคย์ถูกความเย็นชาครอบงำจนลืมความผูกพันที่เคยมี แต่ความรักอันบริสุทธิ์ของเกอร์ดาเป็นสิ่งเดียวที่สามารถนำเขากลับมาได้

ความกล้าหาญและความมุ่งมั่นสามารถเอาชนะอุปสรรคทุกอย่าง เกอร์ดาเดินทางข้ามดินแดนอันโหดร้าย ไม่ยอมแพ้แม้ต้องเผชิญกับเวทมนตร์และอันตราย เพราะหัวใจของนางเต็มไปด้วยศรัทธาในสิ่งที่ถูกต้อง

บางครั้ง การเติบโตหมายถึงการผ่านบททดสอบอันยากลำบาก การเดินทางของเคย์และเกอร์ดาไม่ใช่แค่การต่อสู้กับราชินีหิมะ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านจากวัยเด็กสู่ความเป็นผู้ใหญ่ พร้อมกับบทเรียนอันล้ำค่าเกี่ยวกับความรักและความเสียสละ

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานพื้นบ้านเดนมาร์กเรื่องราชินีหิมะ (อังกฤษ: The Snow Queen) เป็นนิทานที่เขียนขึ้นโดยฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน (Hans Christian Andersen) นักเขียนชาวเดนมาร์ก ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1844 เป็นหนึ่งในนิทานที่ยาวและซับซ้อนที่สุดของเขา แบ่งออกเป็น 7 ตอนย่อย ซึ่งแตกต่างจากนิทานพื้นบ้านทั่วไปที่มักเล่าผ่านรุ่นสู่รุ่นก่อนถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร

แอนเดอร์เซนได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติอันหนาวเย็นของยุโรปเหนือ และ แนวคิดเชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับความดีและความชั่ว หลายคนเชื่อว่า “ราชินีหิมะ” เป็นสัญลักษณ์ของ ความเย็นชา ไร้อารมณ์ และเหตุผลที่ขาดหัวใจ ในขณะที่ เกอร์ดา ตัวเอกของเรื่อง เป็นตัวแทนของ ความรักบริสุทธิ์ ความเมตตา และความกล้าหาญ

บางนักวิชาการเชื่อว่า แอนเดอร์เซนได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตส่วนตัวของเขาเอง โดยเฉพาะ ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับเพื่อนสนิทในวัยเด็ก และความรู้สึกถูกปฏิเสธ ที่เขามักเผชิญในชีวิต

“ราชินีหิมะ” กลายเป็นหนึ่งในนิทานที่ทรงอิทธิพลที่สุดของแอนเดอร์เซน และได้รับการดัดแปลงเป็นละคร ภาพยนตร์ และแอนิเมชันมากมาย หนึ่งในผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องนี้คือ “Frozen” (2013) ของดิสนีย์ แม้ว่าจะตีความใหม่จนแตกต่างจากต้นฉบับมากก็ตาม

นิทานเรื่องนี้ยังคงเป็นที่จดจำและถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนิทานที่งดงาม ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ ที่สะท้อนถึงพลังของความรัก ความกล้าหาญ และการเติบโตทางจิตใจ

“ความหนาวเย็นไม่เคยอยู่ภายนอก แต่มันแฝงอยู่ในหัวใจที่ไร้รัก”